เครียดเรื่องเลือกคณะต่อมหาลัยค่ะ T^T

ตอนนี้ศึกษาอยู่ม.4ค่ะ แผนการเรียนวิทย์คณิต แต่เป็นห้องที่จะเสริมอังกฤษเข้าไปด้วย ไม่ได้เป็นคนเรียนเก่งนะคะ แต่จะชอบอังกฤษกับคณิตค่ะ คะแนนฟิสิกส์กับเคมีก็พอได้แต่ไม่ชอบชีวะ กำลังเครียดเพราะยังไม่รู้จะเข้าคณะไหน เริ่มอ่านหนังสือไม่ถูกแต่ก็พยายามอ่านๆไปก่อนดีกว่าไม่อ่าน
-นิเทศศาสตร์
เป็นคนชอบเข้าสังคมค่ะแม่ทำงานด้านนี้ด้วยรู้สึกว่าชอบนะคะแต่แม่ไม่อยากให้ทำ แม่กลัวเครียดค่ะแต่ก็ไม่ได้บังคับอะไร
-สถาปัตย์
ชอบวาดรูปแต่ห่างหายมานานคิดว่าถ้าการกลับไปเรียนจะยิ่งทำให้เรียนหนักรึเปล่าคะ
-ศิลปกรรมศาสตร์
ชอบแฟชั่นค่ะเป็นคนที่เวลาซื้อเสื้อผ้าแล้วไม่ชอบหรือเสื้อผ้าเก่าๆจะเอามาตัดตรงนู้นเย็บตรงนี้เองแต่พ่อบอกถ้าอยากเรียนด้านนี้ก็ต้องไปเรียนตัดเสื้อผ้าค่ะ

แล้วอีกเหตุผลนึงคือเรียนสายวิทย์มาทั้งทีถ้าเข้านิเทศหรือศิลปกรรมนี่จะเสียเวลาเปล่ารึเปล่าคะ ? เพื่อนๆบอกว่าหนูควรจะไปทางด้านภาษาค่ะแต่หนูว่าหนูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าอักษรนี่จบไปจะทำอะไรแบบคือเรียนแค่ภาษาแต่ไม่ได้เป็นอาชีพโดยตรงประมาณนั้นค่ะ

 ง่ายๆเลย ถามตัวเองว่าชอบอะไร ? เรียนคณะที่ชอบนั่นแระ เรียนสิ่งที่ชอบ เชื่อว่าไปได้ด้วยดีแน่นอน เรียนสายอะไรก็ไม่สำคัญหรอก อีกอย่างน้องเพิ่งจะอยู่ ม.4 ถ้าน้องชอบไปทางสายศิลป์ น้องก็ย้ายสายได้นิ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ปล จากประสบการณ์ตรง พี่ไม่ได้ชอบคณะที่ตัวเองเรียน ทรมานมา 4 ปี ไม่อยากซิ่วให้เสียเวลา 555++ (แต่ก็เรียนจบแล้วนะ)
หวัดดีค่ะ

ถ้าถามพี่นะคะ  การจะเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัยอย่ามัวไปสียดายหรือยึดติดกับสายที่เรียนมาตอนม.ปลายเลยค่ะ  ขอให้มันเป็นแนวทางในการเลือกสิ่งที่ดีต่อไปในอนาคตดีกว่าค่ะ  จากที่พี่ผ่านการแอดมิดชั่นมาสองรอบนะ  พี่ว่ามันเหมือนการซื้อเครื่องสำอางค์อะ  ใครบอกมันก็ไม่เหมือนลงอเองว่าเหมาะกะเรามั๊ย  ตอนซื้อมาลอง ก็ไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่า  ถ้าไม่ชอบก็เปลี่ยน แต่ถ้าชอบก็ใช้ต่อ (ม.ปลาย)  ถ้าไม่ชอบก็เลือกอันใหม่  แต่ตอนนี้เราก็อาจจะพอรู้บ้างแล้วว่าอะไรเหมาะกะเรา (มหาลัยแล้วค่ะ)  

ถ้าเรามัวแต่เสียดายสิ่งที่เรียน  อย่างน้องเรียนสายวิทย์มาแล้วเลือกคณะทางสายวิทย์ต่อ  แต่พบว่าไม่ชอบ  มันเสียเวลามากนะคะ แล้วยิ่งการสอบสมัยนี้เหมือนเสี่ยงดวง  ไม่ได้ใช้ความสามารถเล้ยยยย  ระบบการศึกษาไทย  เหอๆๆๆๆ

พี่ก็เรียนสายวิทย์  สอบครั้งแรกได้เทคนิคการแพทย์ มธ.    ไม่ชอบด้วยเหตุผลนานับประการ ครั้งที่สองเลยเลือกเภสัชหัวเฉียว  ก็ถือว่าชอบนะ  แต่ทุกอย่างที่เลือกนี่เพราะพ่อแม่ทั้งนั้น  ไม่ได้แบบ  เกิดมาเพื่อสิ่งนี้อะ  เข้าใจมั๊ยคะ  แล้วเพื่อนพี่หลายคนก็เป็นแบบนี้แหละ  ที่จิงอยากเรียนคณะอื่น  ถามว่าด้วยสมองเรียนได้มั๊ย  ตอบได้  แต่ถามว่าชอบมั๊ย ไม่ชอบแต่ไม่เกลียด  แต่บางคนไม่ชอบเอามากๆๆ  แล้วถามต่อว่าเหนื่อยมั๊ย  ตอบได้เลยว่าเหนื่อยมากกกก  แต่ตอนนี้มาไกลเกินแล้ว (ปีสี่แล้วค่ะ)  ก็ต้องสู้กันต่อไป  การทำอะไรที่มันยากมากๆๆแล้วราไม่ได้รักมากๆๆเหมือนกัน  มันจะเหนื่อยมากค่ะน้อง  เพราะพี่ก็ไม่ได้เก่งเว่อแบบมีก้อนเนื้ออัจฉริยะพ่อแม่ให้มา  รียนขำๆก็เกรดดีอะ  เข้าใจป่ะค่ะ  มันเลยหนักหน่อย  เพราะงั้น  จะเลือกอะไร คิดดีๆๆ เราต้องอยู่กะมันไปอีกนาน  อย่างน้อยๆก็สี่ปีอะ  แล้วถ้าน้องจบมาไม่ทำด้านที่รียนมา  มันก็แอบเสียเวลา  เสียแรง  แต่โอเคนะ  ถ้าน้องพบสิ่งที่ชอบตอนเรียนจบแล้วสิ่งนั้นมันเลี้ยงชีวิตน้องได้  มันคุ้มค่ะ

จากสามคณะที่น้องบอกมานะ   พี่คิดเอาเองอะนะคะว่าน้องน่าจะเหมาะกับสถาปัตย์ไม่ก็ศิลปกรรมศาสตร์  พี่ไม่แนะนำนิเทศน์นะ  แข่งขันเยอะ  ตำแหน่งงานน้อย  ส่วนใหญ่มาทำอาชีพอิสระทั้งนั้น   ตอนนี้แฟชั่นก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ  ถ้าน้องคิดได้แตกต่าง  มีพรสวรรค์ในการจับคู่สิ่งนั้นสิ่งนี้  ยิ่งสมัยนี้เป็นยุคแฟชั่น  คนสนใจตัวเอง  สนใจการแต่งตัวด้วยแล้วอะค่ะ   แต่ถ้าน้องจะเซฟตัวเอง  พี่ก็ว่าสถาปัตย์เนอะ  มันดูมั่นคงหน่อย  มันดูคล้ายๆๆวิชาชีพป่ะ  อืม ประมาณนั้นแหละ  กึ่งวิทย์กึุ่งศิลป์  ถามว่าตกงานมั๊ย  ก็อาจมีแแต่พี่ว่าจำนวนคนที่เรียนมันมีน้อยกว่าวิศวะอะ  แต่ไม่รู้ว่าความต้องการของตลาดเยอะมั๊ย  น้องต้องลองศึกษาดูค่ะ  น้องยังเหลือวลาอีกเยอะ  ค่อยๆๆค่ะ  ไม่ต้องรีบ  สู้ๆๆนะคะ

ขอบคุณพี่ๆทั้งสองคนเลยค่ะ เกลียดวิทย์ค่ะตอนแรกคือใช้คำว่าเกลียดเลย แต่คืออยู่ห้องintensiveค่ะที่โรงเรียนถ้าอยู่ห้องธรรมดาอังกฤษนี่คือเจอครูฝรั่งอาทิตย์ละคาบสอนง่ายมาก ! ห้องintensiveยังง่ายค่ะเมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่นกลัวไปสู้เค้าไม่ไหว แต่ไม่อยากโทษโรงเรียนมันขึ้นอยู่กับตัวเราเองกำลังตั้งใจอ่านหนังสือแบบสู้ตายเลย ขอบคุณมากนะคะ > <

ดูท่าทางน้องจะชอบด้านศิลป์นะคะ  แต่ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรในเมื่อน้องกำลังเรียนสายวิทย์ ข้อดีของสายวิทย์   คือ มันเปิดกว้าง  มันทำให้น้องสามารถเลือกได้หลากหลายกว่า มีคณะให้เลือกมากมาย น้องอย่าไปสนใจว่าจะเสียเวลา ขอให้น้องทำหน้าที่ ณ ปัจจุบันให้ดีที่สุด มีเวลาคิดอีกตั้ง 2 ปี ค่อยๆคิด ค่อยๆหาไป แต่พี่ก้อแนะนำว่า สำหรับคณะนิเทศน์ศาสตร์ ถ้าน้องได้เรียนมหาลัยที่ไม่ใช่สถาบันที่มีชื่อเสียงด้านคณะนี้ ก็คงจะลำบากพอควร แต่ยังไงๆ พี่ก้อเป็นกำลังใจให้นะคะ  จะดีหรือไม่ดี มันขึ้นอยู่ที่การกระทำค่ะ อย่าเพิ่งไปห่วงอนคตอีก 10 20 ปี ข้างหน้า ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก่อนก้อพอค่ะ
เรื่องอ่านหนังสืออย่าเพิ่งกังวลเลย ตอนนี้พี่เพิ่งขึ้นปี 1 ตัวพี่เองอ่านหนังสือก่อนสอบโอเน็ต 2-3 วัน สอบแกตแพตไม่ได้อ่านเลย 555 (มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะ)
แต่พี่คิดว่า สิ่งสำคัญคือ ถ้าเราตั้งใจเรียนในห้อง เราก็ได้ไปกว่า 80 เปอเซ็นต์แล้ว เรียนพิเศษพี่ก็ไม่ได้เรียนเลย พี่คิดว่าสิ่งที่พี่สามารถแอดติดคณะที่พี่อยากเรียนได้ก็เพราะพี่เลือกใน "สิ่งที่ชอบและทำได้ดี" สำหรับบางคน สิ่งที่ชอบ กับ สิ่งที่ทำได้ดี มันเป็นคนล่ะอย่าง คนๆนั้นก็ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งในซักวัน พี่จบสายศิลป์-จีน มา ผลการเรียนก็ไม่ได้ดีเลิศหรือตกต่ำ แต่พอเข้ามหาลัยมา พี่ก็ไม่ได้เรียนต่อด้านภาษาจีน แต่พี่เรียนภาษาอังกฤษ ทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่หมด ทุกคนไม่ว่าตอนม.ปลายจะเรียนเก่งแค่ไหนก็ต้องมาเจออะไรใหม่ๆด้วยกัน เพราะฉะนั้นถ้าเลือกได้ ต้องเลือกสิ่งที่ชอบ เพื่อสร้างแรงผลักดันและกำลังใจในการเรียนให้มันประสบความสำเร็จ
สู้ๆนะคะ ไม่ต้องเครียด ม.4 พี่ยังไม่สำนึกอะไรเลย 5555 พี่ไม่รู้ว่าปีนี้การรับเข้ามหาลัยเค้าทำกันยังไงบ้าง = = เปลี่ยนทุก 2 ปีจริงๆ เดี๋ยวต้องไปศึกษาหน่อยแล้ว =w=
ดูจากคณะไม่น่าเลือกสายวิทย์เลยนะ ถ้าน้องเลือกศิลป์ภาษาคงเกรดดพุ่งเลยอะ
ตอนนี้เราว่ายังเร็วไปนะที่จะคิด คือในเมื่อยังไม่แน่ใจ ก็ลองค้นหาตัวเองไปก่อน
ลองถามรุ่นพี่หรือไปนิทรรศการเกี่ยวกับงานในคณะอะไรแบบนี้ก้ได้
เด็กๆก็ไฟแรงงี้แหละ เหมือนเราตอนม.4เลย
คิดว่าอยากเรียนคณะอะไร ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ อยุม.6 จะสอบแล้ว
ยังไม่รุจะเริ่มอ่านอะไรเลยตอนนี้ 555555555555555555555555

แต่สถาปัตย์นี่ก็ต้องสายวิทย์ใช่มั้ยคะไปอ่านมาอยู่ ไม่ได้เป็นคนฉลาดเลยค่ะ โรงเรียนไม่ได้ดังมากด้วยตอนนึงเพื่อนเคยจ้างทำงานสอบซ่อมแล้วเอาไปทำที่เรียนพิเศษเป็นข้อสอบชุดเดิมเพื่อนยังบอกเลยว่าทำไมข้อสอบง่ายจัง กลัวสู้คนอื่นเค้าไม่ได้ค่ะ TT

ม.สี่ก็เริ่มคิดเรื่องนี้แล้ว ถือว่าเป็นเด็กที่คำนึงถึงอนาคตมากๆเลยนะเนี่ย
พี่เพิ่งจะมาคิดจริงจังเอาตอนม.ห้าปลายๆเอง ฮ่าๆ

พี่ก็เรียนวิทย์คณิตมานะ แล้วก็ชอบอังกฤษมากด้วย
พี่ว่า น้องก็ลองจับวิชาที่น้องสนใจและชอบมาเรียงๆกันดู อย่างของพี่ก็สามวิชานั่นใช่ปะ
แล้วอีกความสนใจของพี่ก็คือเรื่องอาหาร คือชอบดูรายการทีวีเกี่ยวกับอาหารมาแต่เด็กๆแล้ว
แบบเวลามีอาหารออกใหม่ๆพี่ก็จะชอบซื้อมาลอง อยากรู้ว่ามันทำยังไง อะไรงี้
แต่ที่ว่าชอบนี่คือไม่ได้ชอบทำแบบ cookingนะ ก็เลยไม่คิดเรียนคหกรรมโดยตรง
ผลสุดท้ายแล้วพี่ก็เลือก Food Science แต่เรียนที่ MUIC เป็นหลักสูตรinter อ่ะจ๊ะ
ก็ได้ครบทุกอย่างที่ชอบ ครอบคลุมดี ฮ่าๆ
จะบอกว่า พอกะจะสอบอินเตอร์พี่ก้ไม่ได้ติวสอบโอเนต เอเน็ตเลยนะ
แต่ก็ไปลองสอบดู แบบอยากรู้ว่าถ้าไม่อ่านมาเนี่ย วิชาที่เราถนัดจะได้ประมาณไหน ฮ่าๆ

น้องก็ลองทำแบบนี้ดูก็ได้นะ ค่อยๆตัดchoice ไปเรื่อยๆ เผื่อจะคลิกกับซักคณะนึง
อีกอย่างพี่ว่า ถ้าพอๆจะมีเวลา ลองไปหาพวกรุ่นพี่ที่เค้าอยู่คณะนั้นๆ ลองคุยกะเค้าดูว่า
เรียนเกี่ยวกับอะไร มีสาขาอะไรบ้าง ตอนพี่เค้าเลือกคณะ มีเหตุผลอะไรบ้าง
มันได้อะไรเยอะนะพี่ว่า เพราะพี่ก็ทำแบบนี้อ่ะ
 
ถ้าสน ถา'ปัตย์ ลองไปหาพี่ๆที่รับติววาดรูปดูก็ได้นะ ลองเรียนดูซักหน่อย ถ้าชอบก็เก็บไว้เป็นไอเดีย
ถ้าชอบเรื่องแฟชั่นจริงๆ เรียนออกแบบแฟชั่นโดยตรงเลยก็ดีนะ ถ้าไอเดียเข้าตากรรมการก็รุ่งนะ

เพื่อนพี่จบวิทย์มา เรียนบริหารเยอะแยะไป ไปเรียนพวกเกี่ยวกับศิลป์ก็มาก มันไม่จำเป็นว่าต้องตรงตามสายหรอก
สี่ปี ในมหาวิทยาลัย ถ้าต้องอยู่เรียนสิ่งไม่ชอบมันคงทรมานน่าดูเนอะ
ถ้าทำได้ก็หาสิ่งที่ชอบให้เจอได้แต่เนิ่นๆก็จะดี แต่ถ้ายังก็ค่อยเป็นค่อยไปนะ อย่าเพิ่งเครียด
น้องยังมีเวลาอีกเยอะแหละ ยังไงตั้งใจเรียนไว้ก่อน เดี๋ยวซักพักมันก็จะเริ่่มมีไอเดียเองแหละนะ

การเรียนวิทย์มามันให้โอกาสเราเลือกคณะได้มากกว่านะ
น้องก็ต้องศึกษาพวกระเบียบการสอบดีๆว่าคณะนั้น ต้องสอบวิชาอะไร ต้องจบสายไหนมาถึงจะสอบได้
ม.สี่น่าจะยังเปลี่ยนสายได้อยู่ แต่ถ้าไม่มีปัญหากับการเรียนวิทย์ก็ไม่น่าห่วงขนาดนั้นนะ
ช่วงนี้เปลี่ยนรัฐบาล กฎอาจจะเปลี่ยนอีกก็ได้ คอยตามข่าวด้วยนะจ๊ะ 5555

สู้ๆ ตั้งใจเรียนนะ ^^

 

อ่อ ลืมบอก พี่ปีสี่แล้วเนี่ย ใกล้จบและ
นี่ก็ คิดเรื่องต่อโทอยู่
เราก็หัวอกเดียวกันนะ ฮ่าๆๆๆ

สู้ๆน้าเป็นกำลังใจให้นะคะขอบคุณพี่มากเลยยยยย

คิดว่าชอบอะไรให้ทำสิ่งนั้น ห้ามคิดว่าเรียนอะไรก็ได้โดยเด็ดขาด
สำหรับพี่ชอบออกแบบชอบวาดรุป แต่ตอนนนั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะเรียนอย่างจริงจัง พอเอ็นก็ติดคณะวิทยาศาสตร์ ก็เรียนไปโดยที่ไม่ได้คิดว่าเรียนแล้วจะทำอะไร จบแล้วจะไปอยู่ตรงไหน แต่ก็เหมือนฟลุ๊ค เพราะวิชาที่เรียนมีวิชาออกแบบอยูสองสามหน่วย ตอนนี้ทำงานแล้วยังโชคดีที่ได้คิดได้ออกแบบบ้าง เป็นดีไซน์เนอร์จิวเวอร์รี่ที่ใช้คอมพิวเตอร์ 
        
           ถึงจะรู้สึกว่าตอนนี้ชีวิตเดินมาไม่ค่อยถูกทางแต่ก็จะตั้งใจทำสิ่งที่ทำอยู่ให้ดี

           เลยอยากจะบอกน้องว่า ห้ามท้อ ต้องพยายามทำตามฝันให้ถึงที่สุด เพราะอาชีพเรามันจะอยู่กับเราไปจนวันตาย ถ้าเราได้ทำสิ่งที่เราชอบชีวิตเราก็จะมีความสุข

 
คิดดีๆ ก่อนดีกว่านะคะ นอกจากชอบแล้วต้องถามตัวเองว่าไหวหรือเปล่า
อีฟเป็นอีกคนที่เลือกสายเรียนผิดค่ะ แค่เพียงเพราะครอบครัวมาทางนี้หมด

ตอนนี้อยู่ปีสี่แล้ว เรียนออกแบบนิเทศศิลป์ (ดีไซเนอร์,ครีเอทีฟ) อยากบอกว่าไม่ชอบเลย
แต่ปีสุดท้าย ต้องกัดฟันทนกับมัน ชนิดที่ว่าอยากตายซะให้ได้
แนะนำว่าถ้าอยากเข้าสายออกแบบหรือพวกสถาปัตไม่อึด ถึด ทน! เรียนนิเทศน์ดีกว่าค่ะ
ไม่ลึกเท่า เรียนแค่ทฤษฎี แต่ก็จบแบบชัวร์ๆ ไม่เครียดแน่นอน

ส่วนตัวอีฟย้อนเวลาได้ อยากเรียน อักษร อิงค์นะ ชอบภาษามาก :) 
เราม.6 แล้ว   ตัวเราเองยังเลือกที่ใช่..จริงๆไม่ได้เลย เราเรียน ภาษาญี่ปุ่น
ทุกวันนี้เรารู้สึก ว่ามาผิดทาง = = แต่มันไม่ทันแล้ววววว ฉุดเกรดเรามากกกกกกกกกกกกก
4.00 = 6000 คะแนน จาก 30000 คะแนนแอดฯ  นี่คือ GPA

เราอยากเรียนแบบ การแสดง การทำบทละคร การทำหนังกำกับหนัง
เราคิดว่าถ้าเรามีทุน คนไทยก็สามารถ ทำหนังได้เทียบเท่า holly wood
แต่วงการหนังไทยไม่ค่อยลงทุนอะ เลยออกมาส่วนมากจะดีแต่หนังตลก หนังผี
หนังประวัติศาสตร์ (คหสต.)

แต่..แม่เราไม่อยากให้เรียน เราเหมือนเป็นความหวังของบ้าน เราก็เลยต้องคิดถึงอนาคตของเรา ของบ้านเรา

เราไม่ได้รวยเราไม่มีทุนไปทำหนัง ไหนต้องไปขอสปอนเซอร์อีก?

เราเลยเลือกที่จะเรียนต่อป.โทด้านนี้แน่ๆ แต่ป.ตรีเรียน BBA

ส่วนตัว ถ้าน้องอยากเรียนอะไรแล้วทางบ้านไม่ห้าม น้องเรียนเถอะ ถ้าน้้องคิดว่าน้องสามารถทำออกมาได้ดี

น้องมีทุนเรียน ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิด มีแต่ถนัดแล้วจะไปฝึกให้เกิดความถนัดมากขึ้นคะ 


ม.4 ยังมีเวลาที่จะเอาไว้คิดคณะ ตอนนี้ตั้งใจเรียน ทำเกรดออกมาดีๆ ไว้สอบตรง ไว้ใช้โควต้าดีกว่าคะ
แล้วก็อย่าลืมหาสิ่งที่เราคิดว่าใช่สำหรับตัวเราด้วยนะคะ  ตอนนี้เด็กม.6 หลายๆคน อยากกลับไปใช้
ทุึกเวลาให้มีค่า เพราะ GAT / PAT ก็เหลือแค่ 2 ครั้ง นี่ยังมีรับตรงกลางที่เพิ่มเข้ามาอีก
onet ก็กลายเป็นคำตอบ 5 ตัวเลือก  น้องตั้งใจเรียนไว้รับมือกับปัญหาที่น้องต้องเจออีก 3 ปีข้างหน้าดีกว่า

ตอนนี้น้องตั้งใจเรียนแล้วก็หาวิชาที่ใช่ และสิ่งที่ชอบที่ถนัดไปก่อนดีกว่า
พอขึ้นม.5 น้องอาจจะเปลี่ยนไปชอบ วิศวะฯ ก็ได้ เรียนชีวะไปมาอาจจะอยากเป็นหมอก็ได้
แต่ถ้าวอรี่มาก ก็ลองเอาข้อสอบมาลองทำๆดูคะ  จะได้พอรู้ว่าเราต้องไปเจอกับอะไรๆๆอีกเยอะแยะ

ส่วนออกแบบเสื้อผ้า -  คณะพัสตราภรณ์ TU  คะ



สำหรับพี่แล้ว คิดว่า การที่เราจะเลือกอะไรนั้น มันเป็นการยากก็จริง ใจหนึ่งเราก็คงจะคิดว่า เรียน ในสิ่งที่ทำงานได้เงินเดือนดีๆ แต่อีกใจก็อยากจะเรียนอันที่ตัวเองชอบ 
ถ้าโดยส่วนตัวแล้ว คิดว่าให้เลือกที่ตัวเองชอบ เพราะว่า เราจะมีความสุขกับมัน พอเรามีความสุขแล้ว ก็ไม่ต้องมานั่งกังวลแล้วว่า งานที่ทำจะทำได้ไม่ดี

ส่วนตัวน้องเพิ่งอยู่มอสี่เอง จะรีบเครียดทำไมคะ ยังมีเวลาอีกตั้งหลายปี ที่จะใช้เวลาคิด ทบทวน ว่าตัวเองชอบอะไร สู้ๆค่ะ สนุกกับการเรียนมอปลาย ดีที่สุดแล้วค่ะ เป็นกำลังใจให้

แสดงความคิดเห็น

Incorrect please try again