ขอปรึกษาเรื่อง ค่าใช้จ่ายของคนเป็นแฟนกันหน่อยคะ

     ขอเริ่มเรื่องเลยนะคะ คบกับแฟนมา 5 ปี อยู่ด้วยกันค่ะ โดยร่วมๆนิสัยก็โอเคนะคะ เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ไม่เที่ยว ไม่ติดเพื่อน แต่ค่อนข้างเป็นคน เรื่อยๆเปื่อยๆ หน่ะค่ะ อยู่ด้วยกัน  แต่เราเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดหน่ะค่ะ คอนโดเราซื้อ เค้ามาอยู่ด้วย ไม่ได้ช่วยจ่ายอะไรเลย คือคอนโดเราเป็นชื่อเรา เพราะเราเป็นคนซื้อค่ะ ไม่ต้องช่วยผ่อนก็ได้ แต่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน น้ำดื่ม แฟนเราไม่ได้ช่วยออกเลย ไปซื้อของเข้าบ้านทีไร ก็จะเป็นเราที่จ่าย พอเราพูดไปเค้าก็จะบอกเราคำเดียวว่า ก็เราได้เงินเดือนเยอะกว่า เค้าได้เงินเดือนนิดเดียว คือเค้าได้เงินเดือนประมาณ หมื่นห้าค่ะ แต่ค่าใช้จ่าย อะไรไม่มีนะค่ะ ทางบ้านเค้า ก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ได้ให้เงินแม่เค้าใช้ ก็แค่ค่ากินส่วนตัวของเค้า ส่วนของเวลาไปกินข้าวกันก็จะผลัดกันจ่าย แต่เราจะจ่ายบ่อยกว่า บางทีพอเค้าเริ่มจ่ายค่าอาหารให้เราเกิน 3 ครั้งติด ก็จะบอกว่า ลืมกระเป๋าตังค์บ้าง ไม่ได้เอาเงินมาบ้าง เราก็ต้องควักค่ะ ทั้งๆที่ในความรู้สึกเรา ก็แค่รู้สึกว่า อืมมมม เค้าไม่ได้ช่วยเราออกค่าใช้จ่ายอะไรเลยในบ้าน แค่เลี้ยงข้าวเราติดๆกัน ก็ไม่น่าจะเยอะอะไร เพราะเราไม่ได้กินของแพงอะไรอยู่แล้ว จะมีก็แค่ ไปรับไปส่ง จากคอนโดไปบีทีเอสทุกวัน แต่ค่าน้ำมันเบิกบริษัทได้ไงค่ะ แต่เค้าไม่ยอมบอกเราว่าเค้าเบิกได้ แต่เราเห็นเค้าขอบิลเงินสด และใบเสร็จทุกครั้ง บางทีก็คิดน้อยใจนะคะ ทำไมเค้าต้องโกหกเรา ทำไมเค้าไม่มีน้ำใจที่จะช่วยออกค่าใช้จ่ายบ้าง พอพูดไปก็หาว่า เราคิดแต่เรื่องเงิน เค้าได้เงินเดือนน้อย ดิฉันควรทำไงดีค่ะ

    และอีกปัญหาที่หนักใจคือ อายุมากแล้วค่ะ อยากแต่งงาน สร้างครอบครัวสักที แล้วทางบ้านเราก็ไม่ได้รับรู้ว่า เราอยู่กับแฟน อยากทำอะไรให้มันถูกต้องตามประเพณี คิดๆไปก็ไม่น่าใจอ่อน อยู่กับแฟนเลย เพราะพ่อแม่เราค่อนข้างหัวโบราณหน่ะคะ พอเริ่มพูดกับเค้าเรื่องแต่งงาน เค้าก็บอกว่า ยังไม่พร้อม ขอเวลาหน่อย เราก็บอกเค้าว่าอีกนานแค่ไหน เราอายุมากขึ้นเรื่อยๆ อีกปี ก็จะ 30 แล้วนะ พอพูดบ่อยๆ ก็กลายเป็นทะเลาะกัน ว่าเราพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่เราต้องการความแน่นอนจากเค้าหน่ะค่ะ แล้วอีกอย่างรอให้พร้อม พร้อมอะไรเหรอค่ะ เพราะคอนโดก็มีแล้ว ซึ่งเราเป็นคนผ่อนอยู่ เราทำงานได้เงินเดือน เรารับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เค้าไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ตอนนี้เครียดมากค่ะ ไม่รู้จะทำยังไงดี รับภาระอยู่ฝ่ายเดียว และเค้าก็ยังไม่ยอมแต่งงานกับเราสักที บอกแต่ว่าขอเวลาๆ ยังไม่พร้อมตอนนี้ ขอคำแนะนะด้วยค่ะ จนเราคิดแล้วค่ะ 

 เนื่องจากเรากับแฟนก็อายุใกล้ ๆ 30 อยู่ในวัยทำงาน อยู่กินด้วยกันแล้ว แต่ยังไม่ได้แต่งงาน

เราก็จะแนะนำได้ตามความคิดส่วนตัวนะคะ

 แนะนำให้พูดคุยกันเลยค่ะ คุยกันแบบที่คุณเล่ามาทั้งหมดนี้ ให้เ้ค้าเข้าใจว่าเรากังวลอะไร ต้องการอะไร และอยากให้อนาคตเป็นแบบไหน และถามเค้ากลับไปว่า เค้าคิดยังไง ต้องการอะไร เช่นกัน

  คบกันมาขนาดอยู่กินด้วยกันแล้ว เราคิดว่าคุณสองคนก็ต้องมองอนาคตร่วมกันได้แล้วใช่ไหมค่ะ เพราะฉะนั้น อย่าไปเก็บ-คิด คนเดียวค่ะ ต้องคุยกัน แชร์กัน วางแผนร่วมกัน

  หากเค้าไม่อยากไปต่อกับเรา เค้าก็จะแสดงออกมาเองด้วยความคิดเห็น และคำพูด พอถึงตอนนั้น แนะนำให้ตัดสินใจให้เด็ดขาด

  ฝากให้คิดนะคะ สถานการณ์ของเรากับแฟน คือ เราสองคนเก็บเงินร่วมกันมา หลายปีแล้ว เป้าหมาย ซื้อที่ดินและปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ เก็บเดือนละ 70% ของเงินเดือนเท่ากัน (เงินเดือนแฟนเราเยอะกว่า แต่เราสองคนไม่ต้องส่งให้ทางบ้าน ไม่ได้ผ่อนรถ ผ่อนหนี้อะไร) ค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เป็นของส่วนรวม+ค่าห้องพัก หารครึ่ง ซึ่งบางครั้งจ่ายเกิน-น้อย บ้าง ก็แล้วแต่ แต่ส่วนมาก แฟนเราจะจ่ายมากกว่า เราไม่เคยยุ่งเรื่องเงินแฟนเรา แต่เราสองคนจะรู้รายจ่ายของกัน เพราะต้องบันทึก รายรับ-รายจ่ายทุกวัน (ทำไฟล์ excel ง่ายๆ ถึงห้องก็บันทึก) เงินเหลือก็เก็บแยกบัญชี ไว้สะสมไปเที่ยว ซื้อของให้พ่อ-แม่ ของอยากไ้ด้ส่วนตัว แต่เราบอกแฟนเราว่า หากแต่งงานแล้ว เราจะต้องเป็นคนจัดการเงินทั้งหมด เค้าก็ตกลง

  เรื่องแต่งงาน แฟนเรากับครอบครัวแฟนอยากให้แต่งแล้ว แต่เราอยากให้ทำบ้านเสร็จก่อน อันนี้จึงตกลงกันไว้แล้ว เป็นอันเข้าใจทั้งสองฝ่าย

  จะเห็นว่าทุกเรื่องที่เป็นเรื่องของอนาคต เรากับแฟนจะคุยและตกลงกันไว้ ไม่ต้องกั๊ก เพราะเหตุผลของเราสองคนคือ เราตัดสินใจที่จะอยู่ร่วมกันแล้ว จะไม่มีเรื่องของใคร แต่จะมีแต่เรื่องของ เราสองคน ต้องคุยกันค่ะ!!

   สุดท้ายนี้ แนะนำให้คุยกัน เปิดอก กันไปเลยค่ะ ทุกอย่างจะได้เคลียร์ !!

มันเป็นปัญหาที่มีมานานค่ะ หากรายได้หรือฐานะทางสังคมของแฟนหรือเราไม่เท่ากัน ปัญหาเร องเงินๆทองๆจะเกิดทันทีค่ะ ส่วนใหญ่ถ้าฝ่ายชายมีฐานะกว่าก็ไม่น่ามีปัญหาค้ะ แต่ถ้าฝ่ายหญิงมีฐานะมากกว่าส่วนใหญ่ปัญหาจะเกิดค่ะ เพราะฝ่ายชายถูกกำหนดมาห้เป็นหัวหน้าครอบครัวค่ะ หนูเห็นหลายรายแล้วค่ะ พี่ น้อง คนรอบตัว เราต้องคุยกันอะค่ะ ต้องเปิดอก ถ้าถึงขนาดว่าแกล้งลืมกระเป๋าตังหนูว่า ไม่ใช่อะค่ะ แฟนหนูเงินเดือนออกมาถึงน้อยแต่ก็จะให้เราหมดอะค่ะ พอเงินเค้าหมด กลางๆเดือนไปก็จะเป็นเงินหนูส่วนใหญ่ ข้าวของถ้าอยากได้อะไร ก็ซื้อให้ค่ะ แต่มีข้อแม้ว่าเดือนนึงซื้อของใหญ่ ( พวกเสื้อผ้า ครีม ฯล) ได้แค่อย่างเดียว และหนูจะเป็นคนจัดการเงินเก็บ แบบนี้ดีกว่านะค่ะ ถึงเงินเค้าน้อย แต่แค่แสดงความรับผิดชอบมาสักนิด ผญ อย่างเราคงไม่คิดเยอะขนาดนี้ใช่มั้ยค่ะ คบกันแรกๆ แฟนหนูคล้ายแฟน จขกท เลยค่ะ อะไรๆก็เรา แต่พอนานไปก็เริ่มคุยกัน เราต้องแสดงให้เค้ารับรู้ค่ะ ว่าเค้าคือหัวหน้าครอบครัวนะ ต้องดูแลเรานะ แล้วเค้าจะเกิดแรงผลักดันค่ะ ผช เค้าชอบการยกย่องค่ะ 555 บ้ายอ จขกท ลองคุยเปิดอกกับแฟนนะค่ะ แต่อย่าทะเลาะกันนะค่ะ ใช้เหตุผลเยอะค่ะ ♥ ^_^

คุยแล้วค่ะ ลองหลายที่แต่ ฝ่ายนั้นเค้าไม่ยอมเปิดเผยอะไรเลย เราไม่รู้เรื่องของเค้า เงินเคยบอกว่า ให้เราไหม เค้าก็ไม่ค่ะ เค้าบอกว่า เงินเค้าน้อย เค้าก็ต้องเก็บไว้ใช้ เหมือนเรื่องที่บอกหน่ะค่ะ ว่าน้ำมันเบิกได้ แต่เค้าบอกว่าเบิกไม่ได้ เคยถามเค้าแล้วค่ะ เค้าก็โกหกบอกว่า เบิกไม่ได้ ทั้งๆที่เราก็รู้อยู่แก่ใจว่าเค้าเบิกได้ ในเมื่อเค้าไม่บอกความจริง เราก็ไม่รู้จะทำไงแล้วค่ะ เคยเปิดอกคุย แต่เค้าก็ไม่เปิดเผยอะไรเลย รู้สึกเศร้าค่ะ ไม่รู้ว่าเค้าจริงใจกับเราแค่ไหน 

ความจริง แฟนของ จขกท เปนฝ่ายที่มีรายได้น้อยกว่า และ จขกท ก้ เข้าใจได้ในข้อนี้ดี 

แต่ ต้องการให้แฟน แสดงความรับผิดชอบในเรื่อง ค่าใช้จ่ายหลักๆในบ้านบ้าง และมันก้ควรที่จะเปนแบบนั้น แต่ แฟนก้ไม่ได้แสดงน้ำใจในจุดนี้เลย ทั้งที่ก้เคยได้พูดคุยกันแล้ว ....

และอีก ด้านของชีวิตผู้หญิง มักจะคิดไปเองว่า อายุ 30  แล้ว ก้น่าที่จะแต่งงานได้แล้ว 

เราอยากให้ จขกท ได้ ลองคิดนะคะว่า ตอนยังไม่แต่งยังเปนแบบนี้เลย 

การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะ ขนาดค่าใช้จ้ายเล็กๆน้อยๆเดือนนึงไม่กี่พัน เค้ายังไม่เคยคิดแสดงความรับผิดชอบบ้างเลย บอกว่าเค้าก้ต้องเก็บไว้ใช้ ...ไม่ได้คิดจะเสียสละเรื่องส่วนตัวเลย แต่งงานต้องใช้เงินเยอะค่ะ

ต่อให้จัดงานเล็กๆ ก้ไม่แปลกใจคำตอบของแฟนคุณเลยค่ะ ดูเหมือนเค้าคิดถึงแต่ตัวเองนะ (ถ้าเราพูดแรงไปเราขออภัยด้วยนะ) ถ้าแต่งงานไป จขกท ไม่ต้องเหนื่อยและเครียดไปมากกว่าเดิมหรอคะ จะไหวหรอคะถ้าต้องแบกรับภาระทุกอย่างไว้เพียงคนเดียว ถ้ามีลูกด้วยกันไม่ต้องเลี้ยงลูกอยู่คนเดียวหรอ  การแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของอายุค่ะ ถ้าอีกฝ่ายไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบชีวิตของคู่ชีวิตตัวเองแล้ว เราว่านั้นแหละคือ

ความไม่พร้อมของแฟนคุณ  ผู้นำครอบครัว เสาหลักครอบครัวก้ไม่จำเปนต้องเปนผู้ชายเสมอไป หากฝ่ายหญิงมีความพร้อมมากกว่า แต่เค้าควรจะแสดงให้คุณและครอบครัวของคุณเหนว่า ถึงแม้รายได้เค้าจะน้อยกว่า แต่เค้าก้พร้อมจะเสียสละและพร้อมที่จะลำบากและสู้เพื่อครอบครัว เพื่อคุณ .....

 

 

 

ทำไมสามีฝ้ายเค้าคิดต่างกับแฟนเจ้าของกระทู้มาก คือฝ้ายได้พ่อหม้ายลูกติดมา ภาระก็เยอะ ส่งลูกเค้า2 บ้านที่ลูกเค้าและแม่เค้าอยู่ รถ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ลูกเรา และคอนโดที่อยู่ด้วยกัน รับผิดชอบหมด เงินเดือนเยอะแค่ไหนก็หมด ฝ้ายขอไปทำงานช่วย แต่พอเค้าเห็นเราเหนื่อย ทั้งงานบ้าน งานนอก เค้าก็ในเราหยุด บอกว่าสงสาร ทั้งๆที่ค่าใช้จ่ายบ้างทีก็ไม่ค่อยพอ และส่วนตัวก็อยากช๊อปปิ้ง แต่ทุกวันนี้ต้องลดลง เพราะไม่ได้เทำงานประจำแล้ว ลำพังแค่เย็บผ้า ไม่พอใช้ ใจก็อยากไปทำงาน แต่งานบ้านก็บกพร่องสุดๆ เลยต้องอดทนเอาอย่างเดียวตอนนี้ ฝ้ายว่า ชีวิตคู่ มันต้องเปิดอกคุยกันจริงๆนะคะ ดีกว่า เดินมาจนไกล แต่สุดท้ายไปต่อไม่ไหว ยิ่งมีลูกด้วยกัน ยิ่งจะมีคนที่บาดเจ็บมากมายเลยนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ยังไงก็ต้องคุยค่ะ ถ้าคิดว่าเดินไปต่อไม่ไหวแน่ๆ ก็หยุดซะแต่เนินๆค่ะ จะได้ลดการบาดเจ็บลง แต่ก็ไม่มีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ อยู่บนโลกใบนี้หลอกนะคะ

เป็นแบบนี้ยังอยากจะร่วมชีวิตแต่งงานด้วยหรือคะ อายุเยอะไม่ได้แปลว่าหมดสิทธิ์เลือกสิ่งดีๆ ให้ชีวิตนะคะ นึกถึงอนาคตถ้าปัญหาเหล่านี้ยังมีอยู่ แต่ต้องมีลูกตัวเล็กๆ มารับรู้ด้วย น่าเสียใจจริงๆ

ผู้ชายเหนแก่ตัวงี้ ยังคิดอยากใช้ชีวิตร่วมอีกหรอคะ อายุไม่ใช่ปัญหานะคะ ผู้ชายเลวแต่รักเราก็ยังดีกว่าผู้ชายงกเห็นแก่ตัวนะคะ:)

แค่บอกว่า ไม่ได้ส่งเงินให้แม่ใช้ ก็แย่มากแล้วค่ะ เงินเดือน 15000 ก็ไม่ใช่น้อยๆนะ ภาระอะไรก็ไม่มี อีกอย่างคนเงินเดือนไม่กี่พัน เค๊ายังส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่ได้เลย เงินเดือนเท่าไหร่ไม่ใช่ข้ออ้างค่ะ

 

อ่านจนจบ ผู้ชายคนนี้เห็นแก่ตัวจัง แถมยังงกมากๆ ทำตัวเหมือนเกาะผู้หญิงกินเลย ถ้าต่อไปจะเอามาทำสามี เป็นพ่อของลูก ก็คิดให้เยอะๆหน่อยละกันค่ะ 

แฟนเราก็เป็นค่ะ....เป็นคนเอื่อยๆเฉื่อยๆ....ปากก็พูดดีเหมือนจะเป็นผู้นำนะ...แต่ในเรื่องใหญ่ๆเราก็มักจะเป็นผู้นำเสมอ(ปัญหาเข้าทีไรเอ๋อแดก)...ไม่ค่อยมีความคิดก้าวหน้า...ชอบมีไอเดียนั้นโน้นนี่...แต่ไม่เคยทำซักอย่าง

แต่แฟนเราจะมีความคิดดีเรื่องเล็กๆน้อย...เช่น..ค่าห้อง...หารกัน เวลาไปกินข้าว...เขามักจะจ่ายก่อน (และแอบหวังเล็กๆว่าเราจะช่วยหาร...เราพอจะดูออก...และเราก็ช่วยเขาทุกครั้ง)

เนื่องจากเราอายุยังไม่ถึง 30 ก็อยู่ๆกันไปก่อน...แต่อย่างแฟน จขกท เราว่าอายุเยอะแล้วจิงๆแหละ อายุขนาดนั้น รายรับ 15000 ควรอย่างมาก...ที่จะคิดขยับขยาย แต่แฟน จขกท ยังทำไปเรื่อยๆเฉื่อยๆ ไม่คิดเติบโต ยังไม่คิดเรื่องแต่งงานไม่เท่าไหร่....ความรับผิดชอบในการอยู่ร่วมกันยังไม่มีเลย

เราว่า...หาก จขกท คิดถึงแต่งงานจิงๆ เราว่า จขกท จะเหนื่อยเองนะคะ ขนาดก่อนแต่งยังเหนื่อยขนาดนี้

หลังแต่งทวีคูนเลยนะ...คิดดูดีๆ...เราก็อยู่ด้วยกันกะแฟนนะ...แต่เราไม่คิดเรื่องแต่งเลยนะ..เพราะแฟนเราก็เป็นซะแบบนี้...ไม่คิดเรื่องอนาคต..เอาว่ะ..มันไม่คิดตูก็ไม่คิด...เราคิดงี้แหละ...เราก็เก็บๆเงินของเราไป...ไว้เลี้ยงตัวเอง..และพ่อแม่เรา...ไม่หวังพึ่งมันหรอก...ผุ้ชายสมัยนี้..ห่วยยยยยย

 

และถ้าเราต้องมานั่งฟังคำพูดว่า...ก็เงินเดือนเราน้อย.....แบบ จขกท นะ เราก็จะสวนกลับเรย..แล้วทำไมไม่เคยคิดที่จะพัฒนาตัวเองให้มันได้เยอะกว่านี้...คิดจะเลี้ยงแต่ตัวเองไปทั้งชีวิต..ก็อยู่คนเดียวไปเถอะ..

 

ถ้าแรงไปขอโทษด้วยนะคะ..จขกท

ถ้าแฟนเราไม่ให้เงินแม่ตัวเองใช้ เราโกรธอ่ะค่ะ 

แต่แม่เค้าอาจจะไม่รับก็ได้ อันนั้นเว้นไว้

 

แต่ใกล้ 30 เนี้ยควรจะวางแผนเรื่องของอนาคตได้แล้วนะคะ 

ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย เงิบเก็บต่างๆ 

ทั้งคุณ จขกท. กับแฟนควรจะวางแผนเรื่องนี้ได้แล้วนะคะ

 

อยากรู้มากเลยว่าแฟนคุณ จขกท. เก็บเงินไว้ทำอะไร

ขนาดคนที่จะเป็นว่าที่คู่ชีวิตยังไม่ยอมบอก

 

 

เป็นผู้ชายที่ไม่เอาไหนมาก เหมือนเกาะชายกระโปรงคุณ เค้ารักคุณหรือป่าวเคยถามไหมค่ะ

ขอโทษนะค่ะ ที่พูดตรงๆ มันเป็นการเอาเปรียบ เงินเดือนมากน้อยกว่าไม่สำคัญ 

ถ้าเค้าเป็นคนมีความรับผิดชอบ มีศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย เค้าก็ควรจะช่วยค่าใช้จ่าบ้าง ไม่ใช่ให้แต่เราออก

ใช้ไม่ได้ค่ะ รู้นะค่ะว่า จขกท รักแฟนมาก แต่ผู้ชายแบบนี้ยังอยากแต่งงานด้วยอีกหรอค่ะ

อายุ 30 ก็เลือกได้นะค่ะ อย่าตัดสิทธฺตัวเองขนาดนั้น

เหมือนเห็นแก่ตัวค่ะ (อย่าโกรธนะ) เค้าคงยังไม่อยากมีภาระ หรือสร้างคอรบครัวมากกว่าน่ะ 

เค้ารักตัวเอง มากกว่ารักเราค่ะ.. ไม่แมนเลย
กลับกัน ถ้าเราไม่มีเงินบ้างเค้าจะทนแบบที่เราทนได้มั้ย กะแค่ค่าข้าวยังคิดเล็กคิดน้อยเลย
ไม่ไหวค่ะแบบนี้ ร่วมสุขแต่ไม่ร่วมทุกข์
ถึงเค้าไม่มี หรือมีน้อย แค่แสดงออกว่าอยากช่วยเราบ้าง เราก็แฮปปี้แล้วค่ะ

วัดใจนะคะเรื่องแบบนี้ อยู่กันทั้งชีวิต คิดดีๆ  เป็นห่วงค่ะ
ปล.แฟนเราใช้เงินกระเป๋าเดียวกันค่ะ ไม่มีเรื่องแบบนี้เลย  แต่แอบหงุดหงิดแทน -*-

ออกแนวเห็นแก่ตัวนะคะ เหมือนที่ทุกๆท่านพูดอ่ะค่ะ เค้าคงยังไม่คิด อยากจะเดินหน้าต่อไปกับเรา ถ้าเป็นแบบนี้ อนาคตไม่รุ่งแน่ค่ะ ตามหลักแล้ว ผู้ชายเป็นผู้นำครอบครัว ควรจะมีความเป็นลูกผู้ชายบ้าง

ส่วนตัว.. เคยเจอค่ะ คนแบบนี้ แต่เราจะดูตั้งแต่แรกเริ่มคบเลยนะ และเราก็มักจะลองใจเค้าในหลายๆเรื่อง เริ่มคบเราจะแฟร์ๆ ช่วยออก หรือถ้าครั้งก่อนเค้าเคยเลี้ยงเรา ครั้งต่อไปเราก็จะเลี้ยงเค้า ((แบบว่า มันเป็นการดูปฏิกิริยาของเค้าด้วย ถ้าเค้าไม่ยอม ก็นะ ถือว่าก็ยังดี ยังมีความเป็นลูกผู้ชาย แต่บางคน พอเราทำว่าเราจะเลี้ยงเอง ก็เออ ดี ! อะไรอย่างนั้น เราต้องดูๆไปค่ะ ตั้งแต่แรกเริ่ม  อย่างที่เราเจอ บางคนเห็นแก่ตัวมาก เราลองใจหลายรอบแล้ว เค้าก็ยังเหมือนเดิม เราก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกใช่มั้ยคะ?    ที่พูดนี่คือไม่ได้ว่าจะให้เลือกแต่คนที่เลี้ยงเรานะ เราแฟร์พอ เราแค่อยากแนะนำ ว่าให้ดูความแมนของเค้า ความเป็นผู้นำ มันมีผลต่ออนาคตนะคะ

และเราบอกได้เลย ถ้าเราเจอแบบนี้นะ ต่อให้เราอายุ30แล้ว เราก็จะขอเปิดอก คุยตรงๆ ถ้ายังไม่ยอมเปิดใจกับเรา  เราว่า..เราขอหยุดความสัมพันธ์ดีกว่าค่ะ  เพราะดูท่า.. คบไปก็เท่านั้น เค้าไม่ใจกับเรา มันเป็นการเอาเปรียบกันเกินไปอ่ะ อย่างนี้คุณลองคิดดูนะ ว่าอนาคตล่ะ??? คุณจะฝากชีวิตกับเค้าได้หรอ?   ถ้าวันนึงคุณเกิดไม่ไหวขึ้นมา คุณไม่ได้ทำงาน หรือเปลี่ยนงาน เงินเดือนน้อยลง แต่ค่าใช้จ่ายเท่าเดิม แล้ว เค้าจะไม่รีบชิ่งเลยหรอ??   แนะนำนะคะ อย่าไปหลงแต่งด้วยเลย และคิดว่าเค้าก็คงจะไม่คิดจะแต่งกับคุณหรอก ((ขอโทษด้วยนะคะ ถ้าพูดแรงไป แต่เราเอาตามความเป็นจริง))  ไหนจะค่าใช้จ่ายในการแต่ง ตัวเค้าเองยังไม่มีความรับผิดชอบเลย ไม่คิดจะทำให้ชีวิตก้าวหน้า อนาคตก็มืดมนค่ะ

 แล้วอย่างแฟนเรา คบกันมาซักพัก เค้าไม่ได้ทำงาน เรียนอย่างเดียว แต่เค้าก็หางานทำ เพื่อให้มีรายรับเพิ่ม เพื่อเลี้ยงเรา ให้เราไม่ลำบาก  แต่ เราก็ไม่ได้อยากเอาเปรียบ เราก็จะหางานทำ แต่เค้ากลับบอกว่าไม่เป็นไร อยู่เฉยๆดีแล้ว ไม่อยากให้ลำบาก เราคนเดียวเค้าเลี้ยงได้ แต่เราก็ไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่ และลองดูต่อไป พอทำงานมาไม่นาน เค้าก็ให้เราถือATM ของเค้า อันนึงเก็บ อันนึงไว้ใช้ กลายเป็นให้เราถือเงิน เวลาเค้าจะใช้ก็จะให้เราจัดการ แม้กระทั่งค่าข้าว เค้าออกให้เรา90%เลย มีแค่ไม่กี่ครั้งที่เราออก ในบางที หมุนไม่ทันเราก็แอบเอาของเราสมทบไป ส่วนเรื่องที่พัก เค้าจ่ายเองหมด รวมทั้งซื้อของใช้  แต่เราไม่อยากรบกวนไปมากกว่านี้ พวกของส่วนตัว เครื่องสำอางค์ เสื้อผ้าเราอยากได้ก็ซื้อ ออกเอง เพราะเท่านี้ที่เค้าทำให้ก็เยอะแล้ว เรียนก็ยังไม่จบแต่ก็ยังคิดถึงอนาคต ไม่นานก็จบแล้ว เค้าก็คิดจะแอคทีฟตัวเอง และอยากทำให้ครอบครัวของเรายอมรับเค้า ก็ถือว่าดี เราฟังเราก็แอบยิ้มในใจ แต่ทำเป็นเฉยๆ

อนาคตมันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนค่ะ เราก็ไม่ได้ว่าจะมีแฟนดีขนาดนั้น ก็ดูๆกันไป   แต่อยากจะให้คิดดูให้ดีๆนะคะ  ถ้าเค้าออกอาการอย่างนี้.... แสดงว่าเค้าไม่เหมาะสมกับเราค่ะ อย่างน้อยแฟร์ๆแชร์กันบ้าง ใจเขาใจเรา และถ้าเค้ารักเรา เค้าควรคิดถึงใจเราบ้าง และคิดเรื่องอนาคตบ้าง ไม่ใช่เอาแต่อยู่กับที่ ใช้ชีวิตให้ผ่านไปวันๆ    เรื่องแต่งงานไม่ต้องคิดเลยค่ะ ไม่ควรอย่างยิ่ง ขืนคบไป ตอนนี้เป็นขนาดนี้ แล้วอนาคตมีสมาชิกเพิ่ม...???  ภาระตกเป็นของคุณแน่นอนค่ะ  เพราะฉะนั้น ควรหาสิ่งที่ดีให้กับชีวิตนะคะ คนเรามันไม่หมดหนทาง ไม่มีใครมาบังคับคุณ แต่คุณต้องมองเป็นกลางและ คิดตามความเป็นจริง !!

ตัดสินใจซะนะคะ   ไม่ใช่ว่าเลิกกับเค้า เราจะหมดหนทาง เราเป็นคนดีซะอย่าง ยังไงก็มีคนรักแน่นอนค่ะ  เปิดโลก เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ไม่แน่..คุณอาจจะเจอคนที่ดี คนที่ใช่สำหรับคุณ และพร้อมจะเดินก้าวไปข้างหน้ากับคุณก็เป็นได้  สู้ๆนะคะ  เรื่องนี้สำคัญไปถึงอนาคตเลยนะ  คิดให้ดีๆค่ะ

แสดงความคิดเห็น

กระทู้นี้อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น