#ออเจ้าต้องรู้ แฟชั่นสาวสยาม ในยุคอโยธยา 
จากจดหมายเหตุ ลา ลูแบร์

อินกับละครบุพเพสันนิวาส จนต้องไปหาจดหมายเหตุบันทึกประวัติศาสตร์ราชอาณาจักรสยามมาอ่านกัน บอกเลยว่า ยังมีเรื่องราวที่นอกเหนือจากละครที่เรายังไม่รู้อีกมาก เลยหยิบเอามาฝากกัน กับ “แฟชั่นสาวสยามในยุคอโยธยา” จากจดหมายเหตุ ลา ลูแบร์


จากพงศาวดารว่าด้วยราชอาณาจักรสยาม บอกไว้ว่า ชาวสยามมีความเป็นอยู่เรียบง่าย ในวันปกติที่อากาศร้อน พวกเขาและเธอมักจะนุ่งห่มผ้าน้อยชิ้น และจะไปไหนมาไหนด้วยเท้าเปล่า ไม่สวมหมวก แต่จะใช้ผ้าโพกหัวไว้ยามที่ต้องลงเรือ จนกลายเป็นธรรมเนียม

คราวนี้มาดูต่อว่า แฟชั่นในยุคนั้นต่างจากตอนนี้ยังไงบ้าง

​

ผ้านุ่ง


สาวสยามจะนุ่งผ้าตามความยาวของผืน เลียนแบบกระโปรงแคบๆ ให้ชายตกลงมาครึ่งแข้ง และนิยมปล่อยตัวล่อนจ้อน เกือบจะเปลือยหมด มีแต่คนมั่งมีเท่านั้นที่จะมีสไบ ผ้าม่วงไหม และผ้าลายเนื้อดี ผ้าแบบนี้นุ่งได้เฉพาะคนที่ได้รับพระราชทานเท่านั้น ส่วนสไบจะใช้วิธีห่มแบบปัดชายสไบเฉียงไปคลุมต้นแขน ส่วนหญิงสามัญชนจะนุ่งผ้าสีดำ สไบผ้ามัสลินสีขาว ตอนกลางคืนจะเปลี่ยนมาห่มตะเบงมานแทน และผลัดผ้านุ่งเข้านอนแทนที่จะเปลือยกายทั้งหมด



เครื่องประดับ


สาวสยามนิยมสวมแหวนที่นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย ของมือทั้งสองข้าง และสวมแหวนมากกว่า 1 วง หรือมากเท่าที่จะมากได้ พวกเธอจะใส่ต่างหูรูปร่างเหมือนลูกปัวร์ หรือลูกแพร์ ทำด้วยทองคำ เงิน หรือกาไหล่ทอง และสวมเล็บที่ทำด้วยทองเหลือง ส่วนเด็กผู้ดีจะสวมกำไลข้อมือ และข้อเท้าจนถึงอายุ 7 ขวบ



ทรงผม


สาวสยามมักไว้ผมสั้นเสมอใบหูด้านบน หรือไม่ก็กร้อนเกรียนติดหนังศีรษะ สีผมดำสนิท และหวีผมตั้งไว้บนหน้าผาก ส่วนสาวชาวรามัญในยุคนั้นจะปล่อยผมให้ยาวไปข้างหลัง แล้วขมวดเป็นมวยไว้ที่ท้ายทอย สระผมด้วยน้ำและใส่น้ำมันจันทร์ และชอบหวีผม



ความสะอาด


สาวสยามมักอบร่ำร่างกายด้วยสุคนธรส หรือเครื่องหอม ริมฝีปากสีด้วยขี้ผึ้งหอมทำให้ปากดูซีดกว่าปกติ ในยุคนั้นสาวสยามนิยมอาบน้ำบ่อย (วันละ 3-4 ครั้ง) และชอบที่จะประแป้งขาวให้เห็นเด่นชัดว่า อาบน้ำมาแล้ว



ย้อมฟัน


สาวสยามจะใช้วิธีอมซีกมะนาวไว้ในกระพุ้งแก้ม และที่ฟันหน้าราวหนึ่งชั่วโมงหรือนานกว่านั้น เพื่อให้ฟันน่วม แล้วใช้น้ำยางจากรางไม้บางชนิด หรือกะลามะพร้าวถูให้ฟันดำ เพื่อกันไม่ให้น้ำหมากพลูที่มาจับกับฟันสีขาวตามธรรมชาติดูน่าขยะแขยง



ย้อมเล็บนิ้วก้อย


สาวสยามไม่ทำเล็บ แต่รักษาความสะอาด และนิยมย้อมเล็บมือนิ้วก้อยให้เป็นสีแดง โดยใช้วิธีขูดผิวเล็บออก แล้วใช้น้ำยาชนิดที่ทำจากข้าวบดในน้ำมะนาวผสมกับใบไม้ชนิดหนึ่ง คล้ายๆ กับใบทับทิมทาทับ




จดหมายเหตุลาลูแบร์ ว่าด้วยราชอาณาจักรสยาม (Du Royaume de Siam) เป็นจดหมายเหตุพงศาวดารที่กล่าวถึงราชอาณาจักรสยามในปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พ.ศ. 2230 โดยซีมง เดอ ลา ลูแบร์ อัครราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามาทูลพระราชสาส์น ณ ประเทศสยาม ราว 3 เดือน 6 วัน ซึ่งอาศัยความรู้จากหนังสือที่ชาวตะวันตกซึ่งมากรุงสยามแต่ก่อน และสอบถามจากคนที่ไม่มีความรู้บ้าง ฟังจากคำบอกเล่าซึ่งจริงบ้างไม่จริงบ้าง บางเรื่องก็คาดเดาเอาเอง

สำหรับสาวๆ คนไหนที่อยากจะดูกระทู้เกี่ยวกับบุพเพสันนิวาสอื่นที่ #ออเจ้าต้องรู้ ก็สามารถเลือกคลิปได้ตามลิงค์เลนนะจ๊ะ


สูตรมาสก์หน้าแบบไทยๆ

http://www.jeban.com/topic/249617

บ่าวไพร่ในอโยธยา

http://www.jeban.com/topic/249354

แฟชั่นในอาณาจักรในยุโรปที่ตรงกับช่วงเวลา"บุพเพสันนิวาส"

http://www.jeban.com/topic/249459

ช็อตฟิน บิวตี้บล็อกเกอร์ เมื่อเจอคุณพี่หมื่น !

http://www.jeban.com/topic/250150

Discussion (8)

ตะลึงตรงอาบน้ำวันละ 3-4 ครั้ง เขาถึงบรรยายว่านางในวรรณคดีตัวหอม ผิวหอม

ถ้ายุคนี้ยังตัดผมเกรียนอยู่ เราคงตบเกรียนกันมันเลยทีเดียว 555

ขอบคุณเจ้าค่ะ