[[กำลังไดเอท อย่าเข้าค่ะ]] "โบ.ลาน" (Bo.lan) by DRM [@Jimlim]

ขอฝากผลงานรีวิว/วิจารณ์ ร้านอาหารด้วยนะคะ

ชอบ/ไม่ชอบ ยังไงติชมกันได้ค่ะ

ไม่เก่งเรื่องแต่งหน้า แต่เก่งเรื่องอัพภาพอาหารยั่วค่ะ ^^





ชั่งใจอยู่นานเชียวค่ะว่าจะเขียนหรือไม่เขียนถึงดี เพราะการเขียนถึงอาหารไทยก็เหมือนกับการเขียนถึงย่ายายของตัวเอง รู้ไปหมดกับอาหารต่างชาติแต่อาหารไทยกลับไม่รู้อะไรเลย ทั้งที่เป็นอาหารที่ดิฉันคุ้นชินตั้งแต่ยังนั่งเล่นดินโคลนอยู่ใต้ถุนบ้าน และเรื่องราวที่ทุกคนกำลังไล่เรียงทุกบรรทัด คืออาหารที่วนเวียนกันอยู่ในชีวิตทั้งนั้น

ประกอบกับความกลัวที่จะเกิดความเห็นจริงจังและการถกเถียงว่าอาหารไทยทำไมจึงแพงระยิบระยับขนาดนั้น (จะต้องมีแน่ๆใช่ไหมคะ) ส่วนตัวแล้วก็อยากให้ผู้อ่านทุกท่านตัดเรื่องราคาทิ้งไปก่อน มาดูในสิ่งที่ "โบ.ลาน" นำเสนอ, เจตนาที่จริงแท้ของร้านอาหารร้านนี้ และรสชาติที่ว่าเป็นดั้งเดิมจะถูกปากเราๆหรือไม่

แม้ว่าจะได้อ่านรีวิวของหลายๆท่านเกี่ยวกับร้าน โบ.ลาน แต่การที่จะเชื่อเลยโดยไม่ไปพิสูจน์ก็ดูจะเสียนิสัยไปหน่อย 

ภาพนี้คือ "ต้นตำหรับสายเยาวภา" ค่ะ หนังสือที่รวบรวมสูตรอาหารของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท ด้านในหนังสือถ้าได้เคยลองเปิดอ่านดูแล้ว จะพบว่ามีชื่อเรียกส่วนผสมที่ไม่คุ้นนัก เช่น น้ำสะเออะ, ส้มเหม็น หรือชื่อทางเคมีก็มีด้วยนะคะ แต่ใครจะมานั่งเปิดอ่านระหว่างทานอาหารล่ะคะ หนามากๆ




[บรรยากาศในร้าน]

แต่การจะบอกว่าเพราะเจอคนอื่นรีวิวก็เลยอยากไปนั้นก็ไม่ถูกนักค่ะ เพราะดิฉันเคยนั่งดูรายการทีวี "ฉันรักเมืองไทย" ตอนที่เชฟดีแลนท์ ไปตามหาน้ำตาลมะพร้าวกับคุณแอนดี้ เขมพิมุก เห็นว่าเชฟท่านนี้เปิดร้านอาหารในเมืองไทย จึงคิดว่าต้องมีดีอะไรแน่ๆ (หรือเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อกันนะ) ประกอบกับดูรายการ "กิน อยู่ คือ" ทาง TPBS มาก่อน แล้วค่อนข้างวางใจว่าวัตถุดิบในวันนี้จะต้องคัดกันมาแล้วอย่างถึงที่สุด ความอยากไปที่ร้านเริ่มตั้งแต่บัดนั้นค่ะ

จะเห็นว่าเพดานประดับด้วยกระด้งเต็มไปหมด เรือนไม้มีกลอนเกี่ยวกับการอนุรักษ์อาหารไทยอยู่รอบร้าน แต่ที่สะดุดตาดิฉัน เห็นจะเป็นชุดของบริกรนี่แหละค่ะ  ใช้เข็มขัดคุณยายด้วย น่ารักดีค่ะ


--------------------------------------------------------------------------------

* หมายเหตุ >> ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

- โบ.ลาน ไม่อนุญาตให้คุณสั่งอาหารแบเดี่ยวๆคนนึง แล้วก็คอร์สอีกคนนึงนะคะ ไม่ทราบถึงเหตุผลที่แท้จริิงเหมือนกัน สันนิษฐานเอาว่าอยากให้ได้รับประสบการณ์ในอาหารไทยได้อย่างเต็มที่, หรือไม่คุ้ม? หรือมันจะเต็มโต๊ะอาหารกันแน่นะคะ

- ถ้าคุณมาเยือนที่นี่ครั้งแรก "โบ.ลาน บาลานซ์" (Bo.lan Balance) เป็นชุดอาหารที่ดิฉันเห็นว่าเหมาะสมดี เพราะคุณจะได้ทานอาหารครบทุกภาคค่ะ แต่อาหารก็เปลี่ยนแปลงไปทุกๆสามเดือน ดังนั้นอาจจะไม่ตรงกับที่ดิฉันกล่าวอีก่อไปแล้ว ถ้าคุณเผลอมาอ่านเข้าหลังจากสามเดือนต่อจากนี้

- การทานอาหารคู่กับไวน์เป็นเรื่องที่เรารับเอามาจากฝรั่ง ดิฉันมีความเห็นว่าไม่มีอะไรเข้ากับอาหารไทยได้ดีกว่าน้ำเย็นๆสักขัน แต่ถ้ามันช่วยไม่ได้ ไวน์ที่นี่มีให้คุณไม่มากนักต้องพกมาเอง รายชื่อไวน์ที่นี่มีไวน์ไทยจาก มอนสูนวัลเล่ย์ด้วยนะคะ ถ้าจะหิ้วมาเองลองเลือกไวน์ที่ติดเผ็ดร้อนพริกไทยนิดๆ ก็จะเข้ากันได้ อาหารหลากหลายทำให้ต้องใช้ไวน์หลายตัวอยู่ พิจารณาจากรสชาตินะคะ

ปล. มีไวน์เซ็ตด้วยนะคะแต่ไม่มีในภาพหรอกค่ะ ได้ดื่มราวๆ 4 แก้วซึ่งดิฉันไม่ขอพูดถึงดีกว่า


ชุดอาหารที่กำลังจะโพสต่อไปนี้ เป็นชุด โบ.ลานบาลานซ์ ประจำเดือน เมษายน - มิถุนายน 56 นะคะ ข้าวสามารถเติมได้เรื่อยๆค่ะ
 

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (19)

น้ำลายจะไหล

เห็นละอยากบินกลับไทยเลยทีเดียว

ว้าว ว้าว ว้าว อยากทานขนมทั้งหมดนั่นเลย ชอบขนมไทยสุดๆ เลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ คงหมดแล้วไม่มีอะไรจะพูดถึงเกี่ยวกับอาหารที่โบ.ลาน แล้วค่ะ

สิ่งที่จะเห็นได้จากร้าน >>

เลี่ยงการแกะสลักเป็นการจัดจานแบบสมัยใหม่ : ดิฉันคิดว่าสมัยก่อนที่เห็นตามในละครที่ต้องห่อข้าวใส่ใบบัวไปกินกันในป่าคงไม่มีใครมานั่งแกะสลัก แต่ว่านี่ก็ไม่เชิงเป็นอาหารแบบนั้นนะคะ โบ.ลาน ไม่ใช่ร้านอาหารไทยโบราณ เป็นร้านอาหารที่ขายรสชาติอาหารไทยแท้ เค้าว่าอย่างนั้นค่ะ (แล้วอาหารไทยแท้มันก็มาจากตำหรับตำราในหลายปีก่อน)

รสชาติอาหารถูกปรับปรุงผ่านการตีความของเชฟ : เห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่เกือบหลุดมาตรฐานไปแล้ว พูดง่ายๆก็คือไม่ถูกปากนั่นเองค่ะ แต่บางเมนูอร่อยจัดจนทำเอาสะดุ้ง เราเองก็ไม่ใช่คนยุคนั้นเลยบอกไม่ได้ว่าช่วงเวลานั้นอาหารมันเป็นแบบนี้หรือเปล่า ทราบแต่ว่าถูกปากหรือไม่ถูกปากค่ะ

เพราะทุกวันนี้อาหารก็ผิดเพี้ยนไปพอสมควร ปรับรสกันไปเรื่อยๆให้ถูกปากกับคนท้องถิ่นจนไม่ค่อยเหลือเค้าเดิมในบางเมนู กับข้าวแถวที่ดิฉันอาศัยอยู่คือพิษณุโลกก็มีหลายเจ้าที่ติดหวานมากจริงๆ แต่พัฒนาการของอาหารเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับอาหารไทยไป คือเราชินจนคิดว่าเป็นอาหารของเราเอง เช่นมัสมั่น หรือพริกจากโปรตุเกสค่ะ

ความพยายามในการคัดสรรวัตถุดิบ : ถ้าต้องเอาเรื่องราคามาคิดด้วยในครั้งนี้ ดิฉันก็จะต้องคิดแน่ว่าเอ... ผักแบบนี้เราปลูกได้เองที่บ้านหรือหาไม่ยากเท่าไรทำไมเมนูละตั้งหลายร้อยแพงจังเลย ความอร่อยก็ไม่ต่างกับร้านถูกๆอีกต่างหาก สิ่งที่เรามองข้ามไปก็คือความปลอดภัยและสุขภาพที่เชฟมอบให้ ความเป็นออร์แกนิคที่ร้านอาหารรุ่นใหม่ต้องให้ความสำคัญ หรือสโลว์ฟู้ดค่ะ

ฝรั่งกับอาหารไทย : ฝรั่งเองก็คิดว่าอาหารไทยเป็นอย่างที่เค้าเจอนะคะ ดังนั้นโบลานก็มีเจตนาดีที่จะนำเสนอความสำคัญเรื่องเล็กๆน้อยๆให้เขารู้ ตรงนี้ฝรั่งคงชอบมาก (ดูจากโต๊ะอื่นๆในร้าน) อย่างที่เคยเจอมาฝรั่งเค้าก็ยังไม่รู้เลยว่ายำปลาดุกฟูใช้เนื้อปลาจริงๆเพราะเขาคิดว่าเป็นเกล็ดขนมปัง เราต้องช่วยกันอธิบายในเรื่องนี้ค่ะ

ชักจะยาวแล้ว พอแค่นี้ดีกว่านะคะ ^^' เรื่องราคาในวันนี้ก็ถือว่าหนักสำหรับอาหารที่เราคุ้นชินทั้งรสชาติและราคา มาทานแบบนี้จ่ายเองคงสะอึกไปหลายวันค่ะ สวัสดีค่ะ

 

"ขนมหวานอย่างแห้ง" (ฺBo.lan Dessert du Jour)

ความพึงพอใจ : ★★★★

 

 

ขนมพวกนี้เอามาดักแก่หรือเปล่านะ อิอิ พอจะเดาออกไหมคะว่ามีอะไรบ้าง ดิฉันไม่เคยทานสัมปันนีมาก่อนชอบเพราะมีความหอมกะทิค่ะ ตังเมก็อร่อยดี , ลูกหยี, กระยาสารท, สังขยา, ข้าวเกรียบว่าวมีตรงแข็งๆอีกแล้ว, วุ้น, กล้วยแขก, ขนมต้ม, ถั่วแปบ ฯลฯ เยอะไปหมดเลยค่ะ แล้วจะตัดสินยังไงล่ะ? 555

ดีไหมดิฉันว่าก็ดีนะคะ รู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่ในสนามเด็กเล่น ได้ทานอย่างละนิดละหน่อยเหมือนได้ย้อนไปในอดีตด้วย (มีใครน้ำตาซึมไหมคะเนี่ย)