รีวิว ครีมกันแดด

ความสำคัญของครีมกันแดดกับผิว  มีมากน้อยแค่ไหน  ขอตอบว่าสำคัญมากนอกจากป้องกันปัญหามะเร็งผิวหนังแล้ว  ยังช่วยป้องกันริ้วรอยก่อนวัยอันควรด้วย  ยกตัวอย่างให้นึกภาพ    นาง A  เป็นผู้หญิงวัย 45 ที่อยู่ในกรุงเทพฯ   กับนาง B ผู้หญิงวัย 45  ที่อยู่ต่างจังหวัด  คุ ณคิดว่าใครจะดูแก่กว่ากัน  ใช่ค่ะ  นาง B จะดูแก่กว่า  เพราะสิ่งแวดล้อมในเมืองทำให้คนให้ความสำคัญของครีมกันแดดมากกว่าคนต่างจังหวัด     แต่ก็ไม่ใช่จะทุกคนนะคะ      บางคนใส่ใจดูแลตัวเองดีมากกว่าคนในเมืองด้วยซ้ำไป
 
เมื่อเราเห็นความสำคัญของครีมกันแดดที่มีต่อผิวแล้ว      การเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวจะเลือกอย่างไร  นั่นคือคำถามถัดมาค่ะ  เพราะครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวจะทำให้กันแดดอย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ทาแล้วรู้สึกสบายผิวไม่เหนอะ ไม่เยิ้ม
 
อันดับแรก    ดูที่ผิวเราก่อนค่ะ     สังเกตการทนต่อแดดของผิวเรา      ว่าผิวที่ไม่ได้ทาครีมกันแดด  จะทนแดดได้โดยไม่ร้อนแดง  นานแค่ไหน   ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสีผิวด้วย  -- ผิวสีเ้ข้ม = มีเมลานินมาก = ทนได้นาน
 
อันดับต่อมา    ดูความต้องการใช้ในวันนั้นๆค่ะ    เช่น  วันปกติธรรมดา   โดนแดดเล็กน้อยเฉพาะตอนออกไปทานมื้อเที่ยงนอกนั้นทำงานอยู่ในออฟฟิศหน้าคอมพิวเตอร์   (ซึ่งมีรังสีอัลตร้าไวโอเลตด้วยเหมือนกัน) ให้เลือก   SPF 30 PA +++
 
แต่ถ้าเป็นวันหยุด  ไปทะเล  ไปตีกอล์ฟ  ไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง  ที่จะต้องมีเหงื่อไหลไคลย้อยให้เลือก SPF 50 PA+++    
 
ค่า SPF  มากกว่านี้คือไม่จำเป็นค่ะ  เพราะอะไร  มาดูกัน
 
SPF 50    จะเท่ากับ    50เท่า ของผิวที่ไม่ทากันแดด 
 
สมมติถ้าเมื่อโดนแดด    ผิวจะร้อนแดงใน15นาที  
จะเท่ากับ  15 * 50 = 750 นาที หรือ 12.5 ชั่วโมง
แปลว่า  ถ้าเราครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ผิวจะทนแดดได้ 750 นาที = 12.5 ชั่วโมง  
วันหนึ่งๆเราจะออกแดดนานขนาดนั้นหรือเปล่าคะ  ตอบว่าไม่   แต่ทำไมต้องเลือกที่มีค่า SPF สูงๆเพราะมันจะทนน้ำ(เหงื่อ)ได้ดีกว่าเล็กน้อย   เพราะจะมีส่วนผสมของน้ำมันมากกว่า แต่ก็จะทำให้เกิดสิวอุดตันได้ง่ายกว่าครีมกันแดดที่มีค่า SPF ต่ำกว่านั้น
 
ส่วนค่า SPF 30 ก็จะเท่ากับ 15*30 =450 นาที หรือ7.5 ชั่วโมง
 
อย่างไรก็ตามเมื่อโดนเหงื่อบ่อยๆซ้ำๆ   ครีมกันแดดก็จะหายไปได้ระหว่างวันอยู่ดี  จึงควรทาซ้ำบ่อยๆ   ในเมื่อต้องทาซ้ำๆบ่อยๆเมื่อโดนเหงื่อก็ทาแบบที่มีค่า  SPF 30   ไปเลยดีกว่าเพราะจะเหนอะน้อยกว่าอยู่แล้ว
 
แล้วค่า PA ที่ต่อท้ายคืออะำำำำไร  PA ย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA หรือระดับการป้องกันแสง UVA   เอาง่ายๆเลือก PA+++ เพราะกันได้สูงสุด    ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ    ไม่ใช่ตัวเลข SPF    เพราะรังสี ยูวีเอ   นั่นแหละที่ทำร้ายผิว    ทำให้แก่ก่อนวัย    สาเหตุที่สำคัญของ ฝ้า กระ และมะเร็งผิวหนัง
 
วิธีการทาครีมกันแดดก็สำคัญ   ควรทาก่อนออกแดดประมาณ20-30 นาที  ไม่ใช่ทาปุ๊บออกไปทะเลเลยจ้า  อัันนั้นครีมกันแดดยังไม่ทำงานเลย   แล้วทารอไม่ไหวทำยังไง  คำตอบคือให้เลือกครีมกันแดดที่เป็นPhysical Sunscreen ที่มีแค่สารกันแดด   Titanium Dioxide & Zinc oxide    อันนี้จะเหมาะกับคนท้องที่กังวลเรื่องสารเคมีด้วยค่ะ    แต่ข้อเสียของครีมกันแดดประเภทนี้คือ    ทาแล้วหน้าวอก  และไม่กันน้ำและเหงื่อ    เพราะฉะนั้นออกกลางแจ้งต้องเติมบ่อยมากๆ     เท่าที่เห็นในท้องตลาด    ครีมกันแดดแบบ  Physical Sunscreen  คือ สมูทอีนะคะ  ไม่เคยลองใช้เหมือนกัน  
 
สรุป    ผิวมัน   ผิวผสม              ไม่ได้มีกิจกรรมกลางแจ้ง  จงเลือก SPF 30 PA +++
       ผิวมัน       ผิวผสม   มีสิว    ไม่ได้มีกิจกรรมกลางแจ้ง  ยังเป็น SPF 30 PA +++            
       ผิวแห้ง     ไม่ได้มีกิจกรรมกลางแจ้ง        เลือกได้ทั้ง SPF 30 PA +++ และ SPF 50 PA +++ 
       ผิวแห้ง              มีกิจกรรมกลางแจ้ง        เลือกได้ทั้ง SPF 30 PA +++ และ SPF 50 PA +++ 
 
จำไว้ว่า    ไม่ว่าจะผิวประเภทไหน    เมื่อเหงื่อออกต้องเติม    และต้องทำความสะอาดด้วยคลีนเซอร์ประเภท    น้ำนมหรือน้ำมัน   เพราะน้ำมันต้องล้างออกด้วยน้ำมัน
 
ค่าSPF  มากๆไม่ได้จำเป็น  คือเลขเยอะไม่ได้แปลว่ากันแดดได้เยอะกว่าแค่กันแดดได้นานกว่า  และไม่เหมาะกับคนที่เสี่ยงเป็นสิว
 
ค่าPA +++   ต่างหากที่เราต้องเลือก   ให้เลือกที่มีเครื่องหมาย  +  สามอัน
 
มาดูครีมกันแดดที่ใช้อยู่ช่วงนี้บ้าง  ปกติครีมกันแดดจะมีทั้งทาที่หน้าและทาที่ตัวค่ะ    ที่ทาตัวจะมันกว่าอยู่แล้ว   ที่เราจะเลือกกันเยอะๆคือ  ครีมกันแดดทาหน้ามากกว่า  ปัญหาอันดับแรกคือ ความมัน  ทาแล้วเยิ้มหรืิอไม่  จ๋อมทดสอบให้ดูด้วยการเทสต์ลงบนแผ่นฟิล์มซับมัน  ผลการทดสอบได้ตามภาพค่ะ






 
ชิ้นแรก   Biore UV Aquarich SPF 50 PA +++  อันนี้ทาตอนไปทะเล  เหมือนจะมันแต่ไม่มัน  เนื่องจากเป็นสูตรน้ำ   คนผิวผสมและผิวมัน  แนะนำอันนี้
 
ชิ้นที่สอง  ZA  SPF 40 PA +++   เยิ้มพอควร  ไม่เหมาะกับคนผิวมัน  แนะนำสำหรับสาวผิวแห้ง
 
ชิ้นที่สาม ลูกรัก  Biore UV Aquarich  Water Jelly Water base  สูตรน้ำเนื้อเจล  ทาแล้วเย็นสบายผิวเหมาะกับหน้าร้อน  ในชีวิตปกติประจำวัน  ได้ทุกผิวค่ะ  ทาตัวก็ได้นะ ข้อเสียคือไม่กันน้ำแต่ด้วยความที่เนื้อเป็นเจลทำให้เติมในระหว่างวันได้ง่าย  ทาทับเครื่องสำอางได้เลย
 
ชิ้นที่สี่ ใช้ล่าสุด  ตอนลองตกใจที่มันเยิ้มลงบนฟิล์มอย่างรวดเร็ว  ต้องมันแน่ๆ  แต่ไม่ใช่เลยเมื่อได้ทาจริง ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนผิวเลย  หน้าไม่มันระหว่างวัน


 
ส่วนผสมลำดับต้นๆเป็นน้ำนี่เอง  นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของอโลเวรา และสมุนไพรต่างๆด้วย  มิน่าทาแล้วรู้สึกดีมากๆ  ขึ้นมาเป็นลูกรักอีกตัวนึงเลย  ราคา 420 บาท ขนาด 60 ml ซื้อที่วัตสันค่ะ  ลืมบอกชื่อ มันคือHawaiian Tropic Facial Sunscreen Lotion SPF 50 UVA/UVB PA+++







 
 





















 
ใช้นิดเดียวก็ทาได้ทั่วทั้งหน้าแล้วค่ะ  ลองเทสต์ให้ดูที่แขนบีบเยอะไปหน่อยทาได้ทั้งแขนเลย  ไม่เหนอะ  ไม่เยิ้มระหว่างวัน  แนะนำอีกตัวเลยสำหรับคนที่มองหาครีมกันแดด
 
ที่รีวิวมาทั้งหมด  คือครีมกันแดดที่ใช้จริง  คนที่กำลังเลือกครีมกันแดดอยู่เอาข้อมูลที่ให้ไปประกอบการตัดสินใจดูนะคะ    เลือกที่เหมาะและจำเป็นกับผิวเราจริงๆ และ ทำความสะอาดให้หมดจดด้วยค่ะ  จะได้ไม่เป็นสิวอุดตัน
          
                          ขอบคุณที่อ่านจนจบค่า   พบกันใหม่รีวิวหน้าค่ะ 
 



 

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (13)

น่าลองค่ะ
เห็นที่วัตสัน น่ารักมากอยากลอง กราบขอบพระคุณงามๆสำหรับการรีวิวดีๆ เพื่อการตัดสินใจค่า โฮะๆ ปัตจจุบันใช้บีโอเรอันที่สาม ทำไมหน้ามันจังอ่ะ TT_TT เสียใจที่ซื้อ แต่ก่อนใช้บีโอเรอันแรกปลื้มมาก แต่ตอนไปมันไม่มีเลยได้สูตรวอเทอร์เจลมา เสียดายตัง -3-
จริงค่า ตอนนี้วัตสันก็ลดแล้ว เหลือ210฿ ไปสอยมาตุนด่วยค่า กันแดดดีมาก ไม่มันเลย
อ้าว ไหนบอกว่า ZA คุมมันสุดยอด ตกลงคุมมันไหมเนี่ย

@ Saoploii  จริงป่าวลดเยอะนะคะ ไปมั่งๆ