Review : ใช้แล้วชอบ Clinelle Whitenup Brightening

      สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ช่วงนี้เบียร์ทดลองใช้สกินแคร์ใหม่ๆเยอะมาก ทั้งราคาถูกและแพง หลักๆเลยก็โดนป้ายยามาจากห้องรีวิวเครื่องสำอางแพงจนจะล้มละลายแล้วจ้า ส่วนที่อื่นๆก็จะมีไปสิงในทวิตเตอร์บ้าง ในเฟสบุคบ้าง รวมถึงในบ้านจีบันด้วย ส่วนเรื่องที่เบียร์กังวลเกี่ยวกับสภาพผิวหน้าตอนนี้ก็คือริ้วรอย จุดด่างดำ และปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอค่ะ อาจจะเป็นเพราะช่วงก่อนหน้านี้แพ้ฝุ่น pm 2.5 หนักมากค่ะ พอสิวหายก็ทิ้งรอยดำๆไว้ให้รักษาต่อ แถมพอลาออกจากงานกลับมาอยู่บ้าน เหมือนโดนแดดมากขึ้นกว่าตอนทำงานออฟฟิศ เลยทำให้ผิวดูคล้ำลงนิดหน่อย เลยต้องหาครีมในกลุ่ม whitening มาช่วยปรับสภาพผิวสักหน่อยค่ะ

      วันนี้เลยจะมาแชร์สกินแคร์ที่ใช้แล้วรู้สึกชอบตัวนึงให้เพื่อนๆได้ฟังกันค่ะ เค้ามีชื่อว่า Clinelle Whitenup Brightening (คลีเนล ไวท์เทนอัพ ไบรท์เทนนิ่ง) เป็นสกินแคร์ในกลุ่มไวท์เทนนิ่งที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของเบียร์พอดี ตัวนี้ไปเจอที่วัตสันมาค่ะ แพคเกจดูดี เลยลองหารีวิวนั่งอ่านแล้วคิดว่าน่าสนใจดีแฮะ ผลิตจากอเมริกา ราคาไม่แพงด้วย เลยซื้อเป็นตัวเซรั่ม กับครีมทากลางคืนมาเพราะว่าครีมทากลางคืนที่ใช้อยู่หมดพอดีค่ะ 

       Clinelle Whitenup Brightening เค้ามีส่วนผสมหลักที่สำ คัญ 3 ตัวด้วยกัน เดี๋ยวเบียร์จะมาไล่เลียงให้ฟังที่ละตัวนะคะ

  1. Purple rice extract สารสกัดจากเมล็ดข้าวสีม่วง มีส่วนช่วยให้ผิวตึงกระชับขึ้น และทำให้วิตามินซีทำงานได้ดี 100%

  2. Vitamin C อย่างที่เราทราบๆกันดีอยู่แล้วว่า วิตามินซีเนี่ยเค้ามีส่วนช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น ช่วยลดเลือนจุดด่างดำต่างๆ โดยคลีเนลเค้าเคลมว่าผสมวิตามินซีมากกว่า skincare สูตรปกติถึง 10 เท่า จึงทำให้รอยดำต่างๆลดเลือนเร็วขึ้น ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้นค่ะ

  3. Daisy Flower Extract สารสกัดจากดอกเดซี่ ซึ่งในเยอรมันมีการทดลองว่าสารสกัดจากดอกเดซี่ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวเราผลิตเม็ดสีมากจนเกินไป ก็จะทำให้ผิวคล้ำน้อยลงด้วยค่ะ                   

      นอกจากนี้เค้ายังปราศจากสารอันตรายที่ทำร้ายผิวทั้ง 7 ตัว หรือ 7Nos (ปราศจากน้ำหอม, สี , Lanolin , แอลกอฮอล์, Mineral Oil, สารที่ก่อให้เกิดสิ่งอุดตัน และสารกันบูด) อ่อนโยนกับผิว และปลอดภัยด้วยค่ะ

      ตัวเซรั่มเนื้อบางเบา หอมอ่อนๆคล้ายกลิ่นเลม่อน พอทาแล้วรู้สึกผิวเฟรช สดชื่นมากๆค่ะ เบียร์ใช้ประมาณ 2-3 ปั๊ม ทาทั้งเช้าและเย็นให้ทั่วบริเวณใบหน้าและลำคอ หลังจากลงพวกน้ำตบค่ะ หลังจากนั้นตามด้วยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ และครีมกันแดด นอกจากจะช่วยในเรื่องของผิวขาวกระจ่างใสแล้ว ตัวนี้เบียร์รู้สึกว่าเค้าเข้าไปช่วยเติมน้ำให้ผิวด้วยนะคะ ดูผิวชุ่มชื่นเปล่งปลั่งหลังใช้ดีค่ะ

      ส่วนตัวไนท์ครีมก็เข้มข้นแต่ทาแล้วไม่หนักหน้านะคะ กลิ่นหอมคล้ายๆตัวเซรั่ม ทาแล้วผิวสดชื่นเช่นกันค่ะ ซึ่งนอกจากสารสกัดทั้ง 3 ชนิดข้างต้นที่เบียร์ได้พูดถึงแล้วเค้ายังมีส่วนผสมจาก ดอกมัลเลน ที่ไม่ได้แค่ช่วยปกป้องผิวหน้าจากแสงไฟ แสง Blue light จากหน้าจอมือถือเท่านั้น แต่ยังช่วยดูดแสงสีฟ้าหรือ Blue Light แล้วมาเปลี่ยนเป็นต้นกำเนิดที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสจากภายในด้วยค่ะ


      วิธีใช้ก็ทาหลังจากลงเซรั่ม ใช้เฉพาะช่วงกลางคืน ทาแล้วนวดๆผิวเล็กน้อยค่ะ ให้ครีมซึบซาบไปบำรุง และเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว เสริมประสิทธิภาพของตัวเซรั่มด้วย พอตื่นนอนตอนเช้ารู้สึกผิวมันสดชื่นนะคะ ถึงแม้ว่าตอนกลางคืนจะต้องตื่นมาให้นมลูกอยู่ลายๆครั้ง แต่ก็ไม่รู้สึกว่าตื่นมาแล้วผิวล้าเลยค่ะ รู้สึกเหมือนผิวได้พักผ่อนเต็มที่ ผิวไม่โทรม 

      หลังทดลองใช้มาระยะหนึ่งสังเกตว่า คลีเนลเค้าช่วยลดรอยสิวได้ดีมากๆค่ะ อาจจะเพราะไม่ใช่แค่มีวิตามินซี แต่ยังมี Purple Rice Extract ที่ช่วยเสริมการทำงานของวิตามินซีให้คงที่ ส่วนเรื่องความขาวนั้นอาจจะต้องใช้ต่ออีกสักระยะนึงนะคะ เพราะครีมเค้าเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติต้องใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 1-2 เดือนค่ะถึงจะเห็นผลในเรื่องของความขาวกระจ่างใส แต่โดยรวมชอบเพราะผิวดูใสขึ้น รอยดำรอยแดงจากสิวจางลงแบบชัดเจนมากภายใน 2 สัปดาห์ และรู้สึกว่าเค้าเข้าไปช่วยเติมน้ำให้ผิว ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำดีค่ะ

      เพื่อนๆที่สนใจคลีเนล ไวท์เทนอัพ สามารถหาซื้อได้ที่วัตสันนะคะ ราคาไม่แพงค่ะ เซรั่ม 1,000 บาท ไนท์ครีม 780 บาท เบียร์แอบเห็นว่าเค้ามีโปรชิ้นที่ 2 บาทเดียวอยู่ด้วย อยากไปลองสอยให้ครบไลน์ ทั้งโฟมล้างหน้า โทนเนอร์ และ Daily Mask ขอบคุณสำหรับการติดตาม พบกันใหม่กระทู้หน้านะคะ บ๊าย บาย

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (7)

น่าลองมากเลยค่ะ
เคยได้มาลองใช้จากจีบัน ชอบเหมือนกันค่า^^