รองพื้นไม่ง้อแป้ง 𝕃𝕒𝕓𝕣𝕒𝕣𝕪 𝔸𝕔𝕟𝕖 𝕄𝕒𝕥𝕥𝕖 𝕃𝕚𝕢𝕦𝕚𝕕 𝔽𝕠𝕦𝕟𝕕𝕒𝕥𝕚𝕠𝕟 ที่สาวเป็นสิว/ผิวมันต้องลอง!
Minipp5519สวัสดีค่ะสาว ๆ
วันนี้มิ้นท์มีรองพื้นแบรนด์ไทยที่รู้สึกว่าน่าสนใจเลยจะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันค่ะ
นั่นก็คือ รองพื้นของแบรนด์ Labrary นั่นเอง
Labrary Acne Matte Liquid Foundation SPF30 PA+++
รองพื้นไม่ง้อแป้ง ที่มิ้นท์ได้ลองเป็นสูตร Acne Matte ซึ่งเหมาะสำหรับสภาพผิวที่มีปัญหาสิว
เพราะมี Salicylic Acid หรือที่รู้จักกันในชื่อของ BHA มีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคือง
ลดการอักเสบของสิวและไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน นอกจากนี้ยังช่วยปกปิดรอยดำ/รอยแดงจากสิว
ทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน ให้ความรู้สึกบางเบา ช่วยประหยัดเวลาในการแต่งหน้า
ด้วยนวัตกรรมรองพื้นเซทตัวเป็นแป้งไม่ต้องทาแป้งซ้ำนั่นเอง
ส่วนในเรื่องของสีรองพื้น บอกเลยว่าเค้ามีให้เลือกถึง 3 เฉดสี ที่เข้ากับผิวคนไทยมากที่สุด คือ
??♀️ 021 Creamy
??♀️ 023 Vanila
??♀️ 025 Honey
โดยสีที่มิ้นท์ใช้จะเป็นสี 023 Vanila ค่ะ
จริง ๆ แล้ว รองพื้นของแบรนด์ Labrary นั้นมีให้เลือก 2 สูตรด้วยกันค่ะ คือ
สูตรปราบสิว Acne Matte Liquid Foundation SPF30 PA+++ (เหมาะสำหรับผิวเป็นสิว/ผิวแพ้ง่าย) และ สูตรแมต Mat Matte Cover Foundation SPF30 PA +++ (เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว)
ซึ่งทั้ง 2 สูตรนี้ใช้ได้ตัวเดียวจบ ไม่ต้องเซ็ตแป้งเลยค่ะ ช่วยประหยัดเวลาในการแต่งหน้ามาก ๆ
อย่างที่บอกว่าสูตรที่มิ้นท์เลือกมาเป็นสูตร Acne Matte ค่ะ เพราะมิ้นท์เป็นคนผิวมัน
ผิวอุดตันง่ายมาก ๆ และเป็นสิวง่าย ช่วงนี้มิ้นท์มีสิวอักเสบที่ทายาอยู่ค่ะ
ผิวบริเวณสิวอักเสบเลยจะค่อนข้างแห้ง มีสิวอุดตันและรอยแดงฝากไว้ให้คิดถึงกันอยู่ค่ะ
ก่อนใช้ขอบอกก่อนว่าตัวแพคเกจน่ารักมากค่ะ เป็นหลอดบีบมีฝาปิด ใช้งานง่าย
ควบคุมปริมาณรองพื้นได้ดี น้ำหนักเบาและพกพาสะดวกด้วยค่ะ
พอบีบผลิตภัณฑ์ออกมาแล้ว สัมผัสแรกคือเนื้อผลิตภัณฑ์ค่อนข้างเข้มข้นแต่เกลี่ยง่าย
มิ้นท์ใช้ฟองน้ำที่ได้มาคู่กันในการลงรองพื้นบนผิวหน้าค่ะ เราไปดูเลยดีกว่าว่าจะเป็นยังไง…
ขั้นแรกขออภัยในหน้าที่พึ่งตื่นค่ะ55555 มันเช้ามากจริง ๆ หลังลงรองพื้นแล้วแปลงร่างเลยค่ะ
บอกก่อนนะคะว่ามิ้นท์ลงรองพื้นในปริมาณน้อยมาก ใช้ฟองน้ำลงบาง ๆ แค่ 1 ชั้นเท่านั้น
และใช้นิ้วกดลงในบริเวณที่ต้องการการปกปิดมากขึ้น คือตรงจุดที่เป็นรอยแดงจากสิว
สิ่งที่ได้ คือ ผิวยังเป็นผิวจากการลงรองพื้นที่บาง แต่บริเวณที่เน้นการปกปิดคือกริบสุด
สังเกตได้จากรอยแดงบริเวณขมับและคางหายไปเลย แต่บริเวณผิวของสิวที่แห้งนั้นอาจจะ
ปกปิดได้ไม่มิด 100% ซึ่งมิ้นท์มองว่าเป็นเรื่องปกติเพราะผิวบริเวณที่แห้งจากสิว
มักไม่เกาะรองพื้นอยู่แล้ว แต่ในส่วนของรอยดำรอยแดงบริเวณอื่นนั้นทำได้ดีมากค่ะ
หลังทารู้สึกว่าสบายผิว ผิวแมตไปเลย บางเบาแต่ปกปิด
ซึ่งรองพื้นตัวนี้หลังทาจะดรอปลง 1 เฉดนะคะ
วันนี้มิ้นท์ก็ใช้ชีวิตแบบไม่เซ็ตแป้งนี่แหละค่ะ
กิจกรรมวันนี้ท้าทายรองพื้นวันนี้ คือ มิ้นท์ตื่นมาเดินออกกำลังกายตอนเช้าตอน 7 โมงครึ่งค่ะ
ยืนเม้ามอยกับเพื่อนบ้าน อาบน้ำน้องหมา อยู่หน้าเตาทำอาหารเช้าและนั่งพักผ่อนหน้าทีวี
โดยไม่เปิดแอร์จนถึงเวลาประมาณบ่ายโมง รวมแล้วประมาณ 6 ชั่วโมงที่รองพื้นอยู่บนผิวหน้า
เดี๋ยวมาดูผลลัพธ์กันว่าผิวมิ้นท์จะเป็นยังไง…
นี่คือผิวที่ได้หลัง 6 ชั่วโมงผ่านไป โดยไม่ผ่านการซับหน้าเลยค่ะ เป็นไงบ้างคะ
มิ้นท์ว่าพอมีความมันออกมาระหว่างวันก็ทำให้ได้ผิวที่เป็นธรรมชาติอยู่นะ
ผิวหน้ามีความมันเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่ถึงกับมันเยิ้มการปกปิกยังดีอยู่ อาจจะมีหลุดไปบ้าง
บริเวณผิวที่แห้งจากยาทาสิวและบริเวณคางนิดหน่อย แต่บริเวณแก้มไปจนถึงบริเวณขมับ
รองพื้นยังเกาะแน่นอยู่ สำหรับรองพื้นที่อยู่บนหน้า 6 ชั่วโมง โดยที่ไม่เซ็ตแป้ง
มิ้นท์ว่าโอเคเลยนะ แต่ถ้าใครที่ต้องทำกิจกรรม Outdoor หนัก ๆ เหงื่อออกเยอะ ๆ
ก็อาจจะลงเป็นแป้งฝุ่นบาง ๆ บริเวณ T Zone หรือทั่วหน้าก็ได้ค่ะ
ช่วงเวลาที่รองพื้นอยู่บนผิวหน้ามิ้นท์ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอาการระคายเคืองอะไร
สิวที่เป็นไม่ได้อักเสบเพิ่ม สบายผิวด้วย ถือว่าชอบเลยค่ะ
คิดว่าจะได้หยิบมาใช้บ่อย ๆ ในวันสบาย ๆ แน่นอน
สำหรับใครที่สนใจตัวรองพื้นของแบรนด์ Labrary นี้ สามารถเข้าไปช็อปกันได้ที่เพจ Facebook ของ Labrary Bangkok เลยนะคะ นอกจากนี้ยังมีขายในแอป Shopee และ Lazada อีกด้วย
แอบกระซิบบอกว่าช่วงนี้เค้ามีโปรซื้อ 1 แถม 1 สำหรับรองพื้นทั้ง 2 สูตรเลยนะ!
ราคาปกติ 690 บาท โปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 450 บาท
(รองพื้น 2 หลอดคละสีได้ + ฟองน้ำ 1 ชิ้น)
สุดท้ายมิ้นท์หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ
สำหรับสาว ๆ ที่กำลังเลือกหารองพื้นกันอยู่นะคะ
แล้วเจอกันใหม่น้า บ๊ายบายค่า
พกจีบันไว้ใกล้ตัว
อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป
Discussion (19)