ขอวิธีคิดในการใช้เงินซื้อ สกิลแคร์ แพงๆหน่อยครับ

รู้นะครับว่า สกิลแคร์ที่ราคาแพง จะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่า แต่ก็นั่นแหละครับ ตามหัวข้อกระทู้เลย เพื่อนๆมีวิธีคิดยังไงในการตัดสินใจซื้อสกิลแคร์ที่มีราคาสูง 

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (21)

เอมผิวแพ้ง่าย แต่ก็ชอบลอง ตื่นเต้นเวลาเห็นกสินแคร์ออกใหม่ๆ สุดท้ายต้องมาซ่อมหน้า บางทีค่ารักษาแพงกว่าค่าครีมอีก ถถถถถถ หลังๆ เปลี่ยนมาใช้วิธี หาซื้อเทสเตอร์ หรือ ไซส์มินิก่อนค่ะ เอามาเทสต์ก่อน ถ้าดีจริง ชอบจริง เข้ากับผิวเราจริง ค่อยซื้ออันใหญ่ ซึ่งช่วยประหยัดเงินได้มากเพราะบางทีสกินแคร์ที่ออกใหม่เราก็แค่อยากลอง บางทีซื้อไซส์เล็กยังใช้ไม่หมดเลย ทำให้ประหยัดส่วนต่างจากที่จะไปซื้อไซส์ใหญ่ได้เป็นพันๆ เลยค่ะ เซฟเงินไปเยอะมากกก (ถึงแม้การซื้อไซส์ใหญ่จะคุ้มกว่าเมื่อวัดปริมาณที่ได้ แต่เอมมองว่า ถ้าใช้ไม่หมดแล้วเหลือทิ้ง ก็เหมือนทิ้งเงินอยู่ดีค่ะ)
คือเราผิวแพ้ง่ายมากๆ มักจะขอ Tester ก่อน ถ้าไม่แพ้และเห็นผลและราคารับไหวก็ซื้อเลยค่ะ
ส่วนตัวจะดูตามกำลังซื้อของตัวเองก่อนค่ะ ว่าเราไหวแค่ไหน แล้วก็เลือกสกินแคร์ในระดับราคาที่รับได้
ดูของที่ต้องการใช้ค่ะ เปรียบเทียบราคาในแต่ละแบรนด์ดูความคุ้มค่า ที่สำคัญต้องเหมาะกับเรา แต่แอบให้ความสำคัญกับการถูกป้ายยาด้วย อิออ
เป็นคนนึงที่เคยคิดว่าเสียดายกับการลงทุนซื้อสกินแคร์แพงๆ แต่.... พอได้ลองเปิดใจซื้อครั้งนึง ก็เข้าใจเลยค่ะว่าทำไมเราถึงควรลงทุนกับมัน การซื้อครั้งแรกอาจจะรู้สึกว่า แพงจังวะ แต่ครีม Counter Brand ต่างๆ เท่าที่เคยใช้มา อย่างต่ำๆ เลย ใช้ได้ประมาณ 3 เดือน แต่ถ้านานๆ หน่อยใช้ได้เกือบปีกว่าจะหมด เพราะมันใช้นิดเดียวก็เกลี่ยได้ทั่วหน้าแล้ว แถมเห็นผล เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนด้วย เราเคยลองมาหารเฉลี่ยต่อเดือนเล่นๆ บางอย่างถูก และคุ้มกว่าครีมแบรนด์ทั่วไป ส่วนตัวครีมของแบรนด์ทั่วไปกระปุกใหญ่สุดเราใช้ได้อยู่ที่ประมาณ 1- 1.5 เดือนค่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่เคยใช้จริง Hada Labo Lotion ขวดขาว  170 มล. ราคา 520 บาท คิดที่ 3 เดือน (ตามที่เคยใช้จะอยู่ประมาณนี้ +- นิดหน่อย) ตกเดือนละ 173 กว่า น้ำตบเห็ด Origins 200 มล ราคา 1800 (ราคาซื้อจริงเราซื้อได้ถูกกว่านี้ แต่ขอใช้ราคาเต็มแล้วกัน) อันนี้เราใช้ได้ประมาณ 11 เดือน ตกเดือนละ 164 บาทโดยประมาณ แล้วถ้าคิดตามราคาจริงๆ ที่เราซื้อได้ก็จะถูกลงไปอีก 30 - 40%  นี่คือเหตุผลที่บอกว่ามันคุ้มกว่า และถูกกว่า ยังไงก็ลองดูค่ะ มันขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ และมุมมองของแต่ละคนด้วย