สาวๆๆที่อยู่กรุงเทพ ต้องอ่าน!!

จาก Forword Mail in my Blog : นิมิตหลวงพ่อโอภาษี

พอดีเมื่อวานมีเพื่อนส่งเมลล์มาให้

อยากให้เพื่อนๆได้อ่านกัน

อ่านไปหลังๆแล้วขนลุกมาก

ถ้าเคยอ่านแล้วขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

.....

เครดิต - จากใครซักคน -*-


พอดีเมื่อวานไปถวายเทียนพรรษา

ที่วัดหลวงพ่อโอภาษีครับ



คิดว่าเพื่อนๆที่อยู่แถวพระราม2 คงรู้จักกันทุกคน

เข้าเรื่องเลยนะครับ

ผมก็ไปกับที่บ้านรวม 5 คน เข้าไปถึงกุฎิที่พ่อผมบอกว่า


เป็นพี่ชายของเจ้าอาวาส

เป็นหลวงพ่อ อายุราวๆ 70 ตาซ้ายเสียอ่ะครับ


เห็นบอกว่าองค์นี้เก่งมากก็เข้าไปถวายเทียนพรรษา

พร้อมๆกับอีกหลายๆคน ที่มาหาหลวงพ่อเช่นกัน
พอถวายเทียนเสร็จหลวงพ่อท่านก็เล่าว่าท่านนิมิต(ฝัน)ว่า


ท่านได้ไปนรกครับไปเจอเท้าเทพสุวรรณ(ยมฑูต)
ท่านก็เล่าว่า ท่านถามสุวรรณว่าท่านตายแล้วเหรอ?


สุวรรณบอกว่าท่านยังไม่ตายแต่จะพาไปเที่ยว
แล้วเค้าก็พาหลวงพ่อเดินไป เดินไปเรื่อยๆ
จนถึงระยะหนึ่ง หลวงพ่อหยุดเดิน สุวรรณที่เดินนำ

ก็เดินกลับมาครับ แล้วถามว่า หยุดทำไม?


ท่านก็ตอบว่า เดินตั้งนานแล้วในนรกไม่เห็นมีอะไรเลย
ระหว่างนั้นท่านก็บรรยายบรรยกาศของนรกว่า

นรกมีไฟเพลิงสีส้มแดง แต่ไม่มีควัน แล้วก็ไม่ร้อน

ที่ท่านไม่ร้อนเพราะท่านมีบุญดีอยู่
แล้วสุวรรณก็ถามต่อครับว่า อยากเห็นอะไรละ?

ท่านตอบว่า อยากเห็นต้นงิ้ว และกะทะทองแดง
สุวรรณบอกว่าไม่มีหรอก มนุษย์อุปโหลกขึ้นมาเองทั้งนั้น

ในนี้มีแต่ไฟโลกัณฑ์ เดินไปอีกหน่อยแล้วจะรู้เอง

ท่านก็ได้เดินต่อไป สิ่งที่ท่านเห็นก็คือ เหวที่มีไฟแดงฉาน

อยู่ข้างล่าง

สุวรรณบอกว่า ใครทำกรรมชั่วมากก็จะอยู่ข้างล่างสุด
ทำกรรมชั่วน้อยก็จะอยู่ข้างบน ซึ่งข้างล่างจะร้อนกว่าข้างบน

คราวนี้เดินต่อไปเรื่อยๆ ท่านก็เห็นทางสามแพร่ง

มีน้ำกันอยู่ จึงได้ถามสุวรรณว่านี้คืออะไร
สุวรรณตอบว่านี่คือทางไปนรก สวรรค์ โลกมนุษย์

ซึ่งมีคนยืนในช่องทางไปโลกเยอะมากๆ
มีบางคนแอบซุกเพื่อหลบน้ำที่จะต้องผ่าน

ท่านจึงถามว่าน้ำนี่คืออะไร
สุวรรณตอบว่าน้ำนี่ใช้ชะล้างจิตใจ ให้ลืมอดีต

แล้วไปเกิดใหม่ คนที่หลบหลีกน้ำนี้ไปได้จะต้องเป็นทุกข์

(ที่เข้าใจคือระลึกชาติได้)


แล้วท่านก็เล่าว่า พวก สส.ที่มันได้ดีเพราะมันกินบุญเก่า

เหมือนปลูกต้นแอปเปิ้ลไว้ ตัวเองปลูกตัวเองก็ได้กิน
เมื่อต้นแอปเปิ้ลหมดก็อดกิน ก็เหมือนกับพวก สส.

ที่กินบุญเก่าอยู่ เราไม่สามารถไปทำอะไรเค้าได้ ต้องรอ

ให้เค้าหมดบุญไปเอง


หลวงพ่อท่านก็ถามสุวรรณต่อว่าวิญญาณมนุษย์

ไปเกิดก็เยอะ แล้ววิญญาณที่ยังอยู่ที่โลกก็เยอะ
ทำไมไม่จับมาให้หมด สุวรรณก็ตอบว่า
จับมาไม่ได้เพราะเค้ายังไม่หมดอายุขัย ร่างกายคนเรา

มี สังขาร (ร่างกาย) และจิตวิญญาณ เมื่อละสังขารแล้ว
แต่ยังไม่ละจิตวิญญาณ คือยังไม่ถึงที่ตาย เช่นพวก

ฆ่าตัวตาย หรือถูกรถชนตาย วิญญานก็จะต้องวนเวียนอยู่

ในโลกไปจนกว่าจะถึงเวลาที่ละวิญญาณแล้ว

ถึงจะไปรับมาได้ ท่านจึงถามต่อว่า


พ่อหลวงจะมีอายุยืนยาวไหม?
สุวรรณตอบว่า ท่านสิ้นอายุขัยแล้วแต่มีคนต่ออายุขัยให้ท่าน
ซึ่งก็คือพี่สาวของท่านเอง




แล้วประเทศไทยละจะเป็นอย่างไรต่อไป?
สุวรรณตอบว่า บอกไม่ได้

แล้วหลวงพ่อก็เดินต่อไปอีก..


คราวนี้ไปเจอแอ่งน้ำลักษณะเหมือนเขื่อน

ซึ่งมองไปที่กำแพงกั้นน้ำ สิ่งที่ท่านเห็นคือ

ม้าตัวผอมเซียว ซึ่งมี พระเจ้าตาก และ พระปิยะมหาราช ยื่นขวางลำน้ำอยู่!!

ท่านบอกว่า ที่เห็นอยู่คือกษัตริย์เก่าๆช่วยไม่ให้กรุงเทพฯ ถูกน้ำท่วม

จริงๆกรุงเทพฯต้องถูกน้ำท่วมไปนานแล้วแต่ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ม้าจะหมดแรง

จากความหนาวของน้ำและการอดอาหารมานาน


หลวงพ่อท่านพูดจบ

น้ำตาท่านก็ไหลออกมา


แล้วบอกให้ทุกคนที่ได้รับฟัง

เรื่องราวของท่านว่า เป็นนิมิตของท่าน
จะเชื่อหรือไม่ก็ได้ เพราะท่านก็ยังคิดว่า

เป็นความฝันของท่าน...


แต่ท่านก็กำชับกับทุกๆคนเอาไว้ว่า

เวลาไปที่วงเวียนใหญ่ หรือพระบรมรูปทรงม้า
หรือที่ไหนก็แล้วแต่ที่มี พระบรมรูป

ให้กราบไหว้โดยนำ หญ้าที่ม้ากิน
ล้างให้สะอาดไปถวายด้วย
เพื่อให้ม้ามีกำลังยืนต่อไปได้


ผมก็คิดว่านี่เป็นสิ่งที่ทุกคนมองข้ามไปจริงๆ
เพราะคนส่วนมากเวลาไปไหว้

ก็จะนำแต่ดอกไม้ไปไหว้เท่านั้น


สิ่งหนึ่งที่ผมคิดคือมันแปลกมากที่อยู่ๆ
เข้าไปถวายเทียนแล้วท่านก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

ในเมื่อมีโอกาสได้รับรู้ก็ควรเผยแพร่

แก่ทุกๆคนครับ


ก็อยากจะฝากเพื่อนๆ แต่อันนี้

สุดแล้วแต่ความเชื่อครับ

Discussion (7)

ขอบคุณทุกๆ คอมเม้นนะคะ
พลอย มาที่นี่ทุกเช้าเลยค่ะ เพราะต้องต่อรถไปมหาลัยที่นี่ และทุกเช้า
ก็จะเห็นยายแก่ๆ ที่มีรถเข็นขาย ดอกไม้ ธูปเทียน แต่ไม่รุว่าเค้าทราบเรื่องนี้รึป่าว
เลยว่าจะลองไปเล่าไห้คุณยายคนนั้นฟังดู แล้วบอกเค้าไห้เอาหญ้ามาขาย..บ้าง
แล้วไห้ ช่วยบอก ผู้คนที่มาซื้อของไหว้-ดอกไม้กับยายแก ไห้เพิ่มหญ้าเข้าไปไหว้ด้วย

บางทีอย่าลบหลู่เรื่องที่มองไม่เห็น ม้านั่นก้อม้าทรง (ม้าคู่บารมี) แหละค่ะ^^
สัตว์ของไทย ถ้าสังเกตุตามตำนานต่างๆ สัตว์เหล่านั้นได้ช่วยรักษาและปกป้องแผ่นดินแทบทั้งสิ้น เช่น ช้างเผือกทรง ม้าทรง ขนาดว่าสิ้นชีพไปแล้วยังใช้บุญบารมีที่สั่งสมมา รักษาประเทศชาติเลยนะ ไม่งั้นเราคงไม่มีแผ่นดินอยู่ตั้งนานแล้ว พวกเราโชคดีนะที่เป็นคนไทย

จะลองคุยกับพ่อแม่ดูค่ะ เพราะที่บ้านก็ไหว้พระเจ้าตาก
แต่ก็ไม่เคยรู้เลยว่า ต้องเอาหญ็าไปให้ม้ากินด้วย
เพราะคนเรามองข้ามความสำคัญของม้าไป

เหมือนกับเราชอบไปขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธ์ แต่ไม่เคยทำบุญกรวดน้ำให้พวกท่านเลยนั่นแหละ
ฝากเพื่อน ๆ ที่อยู่ กทม. ด้วยนะคะ
ก็ไม่ได้เสียหายอะไรกับการทำอย่างที่อ่าน ..
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่คะ

เคยได้เหมือนกัน อ่านแล้วขนลุกเลย
ส่วนมากเวลาผ่านไปกับเพื่อนจะเล่าให้ฟังทุกคนแล้วบอกให้ช่วยกันบอกต่อ
เป็น FWM. ที่ดีมากๆเลยค่ะ
 

ดีมาค่ะ

ไปไหว้ที่ไรก้อไม่เคยเอาหญ้าให้ม้ากินเรย

ต่อไปเด๋วจะซื้อให้กินเนอะ


^u^