[REVIEW] HAIR CARE สำหรับผมทำสีและผมเสีย
BbyOnn1048สวัสดีค่าสาวๆทุกคน
วันนี้จะมาทำ hair care review ให้ดูกันนะคะ
ซึ่งคราวนี้จะเป็นแชมพู, ครีมนวด และครีมหมักผมที่ออนใช้ประจำ
ไว้คราวหน้าจะมาทำตัวบำรุงเพิ่มเติมให้ดูกันอีกทีค่ะ
พอดีสัญญาไว้นานม๊ากกแล้ว แล้วก็เบี้ยวตลอด วันนี้เลยจัดมาให้เลย
สภาพผม
ออนเป็นคนที่ผมเส้นเล็ก ผมนิ่ม และลื่น
ดังนั้นผมออนเสียง่ายมากๆค่ะ ถ้าทำสี หรือม้วนอะไรพวกนี้แล้วไม่ดูแล
บำรุงให้ดีๆ ก็พันกันได้เลย ผมออนทำสีอยู่ที่ประมาณ 3-4 เดือน/1 ครั้ง
แต่จะหนักที่ว่าม้วนผม (ด้วยโรลม้วนไฟฟ้า) อาทิตย์ละ 5-6 วันติด
มาดูกันดีกว่าว่าออนใช้อะไรบ้าง
Loreal Paris Color-Vive Protecting Shampoo with light reflecting system
Colored or highlighted hair สำหรับผมทำสี หรือไฮไลท์
ข้อดี
ตัวนี้มีขนาดแบบที่ออนใช้ในรูปและขนาดใหญ่ค่ะ ออนซื้อแล้วแต่ช่วงที่มันลดราคา
ใน Tops Super Market นั่นเอง ตัวนี้กลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อแชมพูสีขาวครีม สระครั้งเดียว
ผมก็นิ่มแล้วค่ะ เพราะบางแชมพู ถ้าสระเปล่าๆ จะผมแข็งสากมากเวลาล้างออก
หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง (มาก) คือไม่ถึงกับขวดละ 300-400 บาท เป็นอะไรที่กลางๆแล้วโอเค
ตัวนี้ใช้มาหลายขวดมากๆแล้ว เพราะเคยเจอบางทีที่แบบใช้ 2-3 ขวดแรกดี แต่พอหลังๆ
แล้วมันไม่ดี ไม่เวิร์ก ผมแข็ง ผมไม่ลื่น
ข้อเสีย
เนื่องจากออนสระผมทุกวัน ดังนั้นแชมพูอาจจะหมดเร็ว เพราะบางทีสระ 2 รอบติด
ก็แอบเปลืองบ้าง แต่โดยรวมก็โอเคค่ะ
Loreal Paris Color-Vive Protecting Conditioner with light reflecting system
Colored or highlighted hair สำหรับผมทำสี หรือไฮไลท์
ข้อดี
เป็นครีมนวดที่ใช้ปริมาณไม่ต้องมาก ผมก็นิ่มลื่นได้ค่ะ แบบว่าสระผม 2 ครั้ง แล้วครีมนวดครั้งเดียว
ก็จบเลย ผมนิ่ม ลื่นสวย ครีมนวดเป็นสีขาวมุกๆครีมๆสีเดียวกับแชมพู แต่จะมีวิ้งๆมากกว่านิดนึง
กลิ่นหอมอ่อนๆ ตามสไตล์ Loreal
ข้อเสีย
อันนี้เป็นความรู้สึกของออนเองคือ ออนชอบบีบครีมนวดเยอะกว่าแชมพู ทำให้ครีมนวดชอบ
หมดเร็วกว่าแชมพู TT ไม่ได้เป็นแค่ยี่ห้อนี้ แต่เป็นทุกยี่ห้อเลย แหะๆ แต่พอสระแชมพู 2 รอบ
แล้วครีมนวดรอบเดียว ก็จะเป็นครีมนวดที่หมดช้ากว่า
ผลการใช้โดยรวมเวลาใช้คู่กัน
หลังจากใช้ 2 ตัวนี้คู่กันแล้ว รู้สึกว่าสีผมที่ทำรู้สึกค่อนข้างติดทนมากขึ้น
เพราะออนเคยเขียนไว้ว่าผมออนสีหลุดเร็วมาก แบบไม่กี่วันก็ fade จากสีดำเป็นสีน้ำตาลแล้ว
ตัวนี้ช่วยให้ตอนที่ออนทำไฮไลท์ออกมาใหม่ๆติดทน ผ่านไปเป็นเดือนๆสีก็ติดทนใช้ได้เลย
ที่สำคัญสีตรงที่ออนทำ low light มันเข้มขึ้นจนเป็น high light เลยทีเดียว
โดยรวมแล้วชอบกับเซ็ตนี้และคิดว่าจะใช้ไปเรื่อยๆ ถ้ายังไม่ได้เจอตัวไหนที่ดีกว่าค่ะ
Lolane Natura Hair Treatment For Dry & Damaged Hair
+ Jojoba Oil & Silk Protein ครีมหมักผม สำหรับผมแห้งเสีย ชี้ฟู ไร้น้ำหนัก
แปะรูปให้ดูค่ะ ต้องขอโทษมากๆ เพราะใช้หมดพอดี ยังไม่ได้ไปซื้อเลย
เนื้อครีมสีขาวข้นแบบในนี้เลยค่ะ กระปุกนี้ก็ใช้ได้เดือนกว่าๆขึ้นไปนะคะ ขนาดหมักทุกวัน
ข้อดี
ตัวนี้เป็นครีมหมักผมที่ออนขาดไม่ได้เลย เรียกว่าบางทีซื้อติดไว้ที่บ้าน 2 กระปุกเลย
มีขนาดแบบในรุป และขนาดใหญ่ค่า ออนซื้อตอนที่เค้ามีแบบใช้เป็นของ Tops Reward Card
อะไรเนี่ยลด ฮ่าๆ ด้วยความงก ตัวนี้ใช้แทนครีมนวดได้เลยตามี่เขียนไว้ แต่ออนจะหมักค่ะ
โดยหลังจากออนสระผมเสร็จ ตามด้วยครีมนวด ล้างออกจนสะอาด
ออนก็จะหมักตัวนี้ทุกเช้าก่อนออกไปข้างนอก หรือก่อนไปมหาลัย ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที
โดยออนจะเน้นช่วงปลายผมที่เสียๆ ฟูๆ ไร้น้ำหนัก ค่อยๆใช้นวดนวดเบาๆที่เส้นผม
ไม่ได้ใช้เวลามาก ดังนั้นใส่ใจกับผมซักนิดเถอะค่า เราทำร้ายผมมาเองแล้ว ทั้งความร้อน
ม้วน ยืด ไดร์ ทำสี ฯลฯ สงสารผม ตัวนี้ใช้ทุกวันผมดีขึ้นจริงๆ ช่วยชลอผมที่ควรจะเสียมากกว่านี้
ให้เสียอยู่ในระดับแบบพอรับได้ คือคนหลายๆคนบอกว่าผมออนดูเงามาก ถ้าไม่ได้มาจับ
จะไม่รู้เลยว่าไม่เสีย T_T คือโชคดีมากๆแล้วที่มันยังไม่พันกัน เพราะออนม้วนผมทุกวัน
ข้อเสีย
แพ๊คเกจจิ้งของยี่ห้อนี้ที่ไม่ได้ดูดีเหมือนยี่ห้ออื่น ทำให้หลายๆคนคิดว่ามันดูไม่น่าใช้
ดูไม่ดี แต่จริงๆแล้วมันดีมากๆเลย ออนว่ามันดีพอๆกับ Loreal ครีมหมักผมกระปุกฟ้าๆเลยแหละ
แต่ราคาประหยัดกว่ากันเยอะ หาซื้อง่ายด้วย ที่ 7/11 ก็มีค่ะ
มาดูรูปผมกับสีผมของออนกันบ้างค่ะ
ผมออนทำสีปีละ 3-4 ครั้ง แต่เป่าและม้วน 90% เรียกว่าแทบทุกวัน เว้นวันอาทิตย์วันนึง
ดังนั้นช่วงด้านบนที่ยังไม่ค่อยโดนความร้อนจะลื่น ผมเส้นเล็ก ดูเงางาม แต่ด้านล่างจะเห็นว่าผมจะมี
เสียๆ ฝอยๆบ้าง แต่ไม่ถึงกับพันกัน แต่ก่อนช่วงที่ทำอะไรกับผมมากๆ เรียกว่าย้อมทุกเดือน
บางทีไม่ถึงเดือนก็ย้อม หนีบผม โน่นนี่สารพัด ตอนนั้นเคยตื่นมาแล้วผมพันกันเป็นลูกปิงปอง
ขนาดเท่านั้นจริงๆค่ะ ไม่ได้โม้ ช่วงด้านหลัง สางเท่าไหร่ก็ไม่ออก ใส่น้ำมัน ครีมนวด ให้คนอื่น
ช่วยแก้ปมให้ก็ไม่ออก ไปให้ร้านดู เค้าก็ให้ตัดทิ้งเลย เรียกว่าตอนนั้นไม่อยากเสียผม ทั้งดึงทั้งสาง
จนหนังหัวแดง ร้องไห้เหมือนคนโดนทุบหัว เพราะมันเจ็บมากๆ ตอนนี้ผมนิ่มลื่นขึ้นเยอะแล้ว
สบายใจ ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ มาดูรูปกันเลย
อันนี้เป็นสีผมใหม่ที่เพิ่งทำมาได้ประมาณ 2 อาทิตย์
ทำที่ร้านที่คาร์ฟูพระราม 4 พอดีวันนั้นไปหาคุณแม่แถวๆนั้น แล้วฝนจะตก
บวกกับรถที่ยังซ่อมในศูนย์ เลยขี้เกียจแบกของเพราะมี macbook อยู่ด้วยไปสยาม
ก็เลยหาร้านเข้าใกล้ๆ เสี่ยงดวงมากๆ ปรากฏออกมาสวยเลย
เรื่องชื่อร้านออนจำไม่ได้จริงๆค่ะ เพราะเดินเข้าไปแบบไม่ได้ดู พอดีเคยไปเล็มผมร้านนั้น
แล้วพนักงานบริการดี ก็เลยลองกลับมาทำสีผมดู ผมขนาดออนหนาและยาวขนาดนี้
ทำสีอยู่ที่ 2,000 บาทค่ะ ตอนล้างสีออก ช่างที่นั่นมีเหมือนทำแบบล้างสารเคมีให้ผมด้วย
จะเย็นๆหัวสบายเหมือนกัน
อันนี้ถ่ายแบบเวลาโดนแสง สีจะเป็นแบบนี้
ออนไม่ได้ทำ low light หรือ high light นะคะคราวนี้ ย้อมทับไปเลย
เพราะว่า low light ที่กลายเป็น high light จากคราวก่อนชัดเจนมาก พอย้อมทับมา
ก็เหมือนกับออนได้ทำ low light ไปในตัวเลย จะเห็นว่าสีผมออนมันจะมีหลายๆสีพอให้ดูมีมิติ
ส่วนเรื่องสีผมออนไม่ทราบอีกเหมือนกันค่ะ เพราะบอกช่างว่า
" พี่คะ .. อยากได้สีผมน้ำตาลอ่อนทองนิดๆ แต่ไม่เอาทองนะคะ ไม่เอาโทนแดงด้วยค่ะ
ถ้ามีเขียวหม่นๆประกายๆด้วยก็ดีค่ะ เอายังไงก็ได้ค่ะ ขอให้หน้าสวย หน้าบลิ๊งค์ "
แล้วพี่เค้าก็เลือกสีให้เลยค่ะ ถ้าใครชอบสีนี้ก็เอารูปไปให้ทางร้านที่จะทำดูก้ได้ค่ะ
เผื่อช่างจะได้พอมีไอเดียว่าจะเอาสียังไง แล้วปรับให้เข้ากับหน้าของเรา
เอาเป็นว่าวันนี้ออนจบกันไปแค่นี้ก่อนนะคะ
ตอนแรกจะเขียน BEAUTY BIBLE พูดถึงการดูแลรักษาเส้นผม รวมถึงเทคนิคโน่นนี่
ที่ออนได้เรียนรู้มาจากตอนไป BlindTestShampoo แต่พอดีเวลาไม่ทัน เลยแปะไว้เท่านี้ก่อน
เดี๋ยวจะรีบมาทำ How To/Review/Beuaty Bible อื่นๆอีกนะคะ มีดองไว้เต็มเลยค่า
อย่าลืมคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้กันนะคะ
ใครตามมาจาก Pantip ก็ให้กำลังใจกันด้วยนะค้า :(
ขอบคุณมากๆค่า
Discussion (48)
แต่แชมพูใช้สูตรสีขาวค่ะ
แต่ทรีทเมนต์นี่เป็นอะไรที่แรงมาก สิวผดเต็มหน้าผากเลย อาจจะเพราะล้างออกไม่หมด ประกอบกับ ชอบล้างหน้าก่อนสระผม แล้วพอสระผมมเสร็จมันก็ตกค้างอยู่ที่หน้าผาก T^T