Beauty Arrival

TAG Heuer เปิดตัว TAG HEUER CARRERA GREEN SPECIAL EDITION โฉมใหม่สุด

ลา โชซ์-เดอ-ฟงด์, สวิตเซอร์แลนด์ : แบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิสเปิดตัว TAG Heuer Carrera Green Special Edition ใหม่ล่าสุดได้จังหวะเหมาะเจาะกับช่วงหน้าร้อนพอดี ทั้งยังมาในเฉดสีเขียวเข้มอมน้ำเงินแฝงประกาย และผลิตเพียง 500 เรือนเท่านั้น นาฬิกาใหม่ล่าสุดนี้เป็นการผสมผสานขนบที่สืบทอดต่อมาจากจากนาฬิกา Heuer Carrera รุ่นแรกๆ เข้ากับความสง่างามทันสมัยในสไตล์ริเวียร่าที่ยากจะหาใดเปรียบ

คอลเลกชั่น TAG Heuer Carrera เป็นการแสดงคารวะต่อประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งรถผ่านการสร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟสปอร์ตสง่าไร้กาลเวลา นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 60 กว่าปีก่อนภายใต้วิสัยทัศน์ของแจ๊ก ฮอยเออร์ นาฬิกาซึ่งโดดเด่นด้วยเส้นสายสะอาดตาและสัดส่วนที่สมบูรณ์ลงตัวนี้ก็ได้กลายเป็นผลงานไอคอนที่ทุกคนจดจำในทันที และผลงานใหม่ที่ผ่านการปรับแต่งให้ทันสมัยด้วยความเชี่ยวชาญนี้ก็เป็นการสืบสานจิตวิญญาณของผลงานรุ่นออริจินัลในปี 1963

นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟ TAG Heuer Carrera Green Special Edition ยังคงเอกลักษณ์ของนาฬิกา Heuer Carrera ref. 2447 ทั้งขาตัวเรือน ดีไซน์ตัวเรือน ปุ่มกดที่ขัดแต่งสวยเนี้ยบ และหน้าปัดที่โดดเด่นเช่นเดียวกับรุ่นก่อน แต่ก็มีรายละเอียดใหม่อื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา และขนาดตัวเรือนที่ขยายใหญ่ขึ้นจาก 36 มม. เป็น 39 มม. เพื่อให้รับกับสมัยนิยม หน้าปัดใช้โครงสร้างแบบ tricompax ดูเรียบหรู หน้าปัดย่อยตกแต่งด้วยลายเส้นหมุนวนเป็นก้นหอย หน้าปัดจับเวลา 30 นาทีอยู่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา หน้าปัดจับเวลาชั่วโมง ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และแสดงวินาที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ส่วนเข็มชั่วโมงและนาทีดีไซน์เป็นเหลี่ยมมุมสวยงาม เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เพื่อการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน และส่วนกระจกแซฟไฟร์คริสตัล ‘ทรงกล่อง’ สไตล์เรโทร นั้นได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกา Heuer Carrera รุ่นออริจินัล หน้าปัดประดับโลโก้ Heuer และชื่อ Carrera

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้โดดเด่นไม่เหมือนใครก็คือหน้าปัดเฉดเขียวเข้มขัดแต่งแบบซันเรย์ เฉดสีนี้ซึ่งไม่ค่อยปรากฏในนาฬิกาของ TAG Heuer เป็นส่วนผสมของสีน้ำเงินและสีเขียว ทำให้นาฬิกาดูครีเอทีฟ ทันสมัย และโดดเด่น เมื่อพลิกดูที่ฝาหลังตัวเรือนซึ่งเป็นกระจกแซฟไฟร์คริสตัลใส จะเห็นการแต่งแต้มด้วยสีเขียวสุดพิเศษบริเวณชิ้นส่วนคอลัมน์วีลของกลไก และบนตัวอักษรที่สลักคำว่า Calibre Heuer 02 และ Swiss Made บนโรเตอร์

สายถ่ายภาพเตรียมเฮ! X60 Pro 5G สมาร์ตโฟน Vivo รุ่นแรกพร้อมเลนส์ ZEISS เตรียมลงตลาดประเทศไทย

หลังจากประกาศความร่วมมือระหว่าง Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนระดับโลก และ ZEISS บริษัทผู้พัฒนาอุปกรณ์เลนส์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม เพื่อร่วมสนับสนุนและพัฒนาทางวิศวกรรม (Co-Engineer) สำหรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีกล้องสมาร์ตโฟนในปีที่ผ่านมา ล่าสุด Vivo เตรียมประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นแรกจากความร่วมมือระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เพื่อส่งมอบประสบการณ์การถ่ายภาพระดับมืออาชีพสู่มือผู้บริโภคในประเทศไทย กับ Vivo X60 Pro สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นท็อปที่สุดของ Vivo ที่จ่อเปิดตัวเร็วๆ นี้

โดยสเปกเบื้องต้นคาดว่า X60 Pro จะมาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวที่ผสานการทำงานร่วมกับเลนส์ที่ครบถ้วน ทั้งเลนส์หลักที่คาดว่าจะมีความละเอียดสูงถึง 48MP พร้อมรองรับระบบกันสั่นสุดล้ำ Gimbal Stabilization 2.0 VIS แบบ 5 แกน พัฒนาขึ้นมาจากรุ่นก่อนหน้า ให้ภาพและวิดีโอที่มีมิติและลื่นไหลกว่าที่เคย เลนส์สำหรับถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ความละเอียด 13MP พร้อมโหมดที่ช่วยให้ถ่ายโบเก้ (Bokeh) ได้สวยเนียนเป็นธรรมชาติ และเลนส์มุมกว้าง Super Wide Angle ความละเอียด 13MP เก็บภาพได้ครบทุกองศา ซึ่ง Vivo X60 Pro จะถือเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่เกิดจาก Vivo ZEISS Imaging Lab ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีกล้องสำหรับสมาร์ตโฟนระดับเรือธงของ Vivo ที่มุ่งคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อพัฒนาด้านการถ่ายภาพบนมือถืออย่างสมบูรณ์แบบและยกระดับเลนส์กล้องสมาร์ตโฟนของ Vivo ขึ้นไปอีกขั้น

คาดว่า X60 Pro ที่มาพร้อมเลนส์สุดพรีเมียมจาก ZEISS จะเปิดตัวในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์การถ่ายภาพแบบมือโปรด้วยมือถือที่ทั้งสะดวกและง่ายดายกว่าที่เคย สายถ่ายภาพเตรียมอดใจรอกันอีกไม่นาน

คุ้ม 2 ต่อ! วัตสัน ส่งโปร Watsons Online B-Day Sale ลดสูงสุด 70% พร้อม On Top เพิ่ม 15% ทั้งเว็บ และแอปฯ

วัตสัน ผู้นำร้านค้าเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย ฉลองครบรอบ 6 ปี วัตสันออนไลน์ เอาใจขาช้อปส่งโปรดัง Watsons Online B-Day Sale มาให้ช้อปกันให้สะใจลุยไปไม่ต้องยั้ง ปังจริงไม่จกตา ลดสูงสุด 70% ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 – 2 มิถุนายน 2564 นี้ พร้อม On Top ส่วนลดเพิ่มให้อีก 15% ทั้งเว็บ และแอปฯ ลดแล้วก็ลดเพิ่มไปอีก! พิเศษสำหรับสมาชิกของวัตสัน เริ่มช้อปได้ก่อนใครในวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ซึ่งก็คือวันนี้ สำหรับลูกค้าทั่วไป รับส่วนลด on top 15 % เพิ่มอีกในวันที่ 1- 2 มิถุนายน 2564 นี้ เพียง 2 วันเท่านั้น ซึ่ง 2 วันนี้ลูกค้าวัตสันก็ยังช้อปกันต่อได้อีก หนึ่งปีมีครั้งเดียว สายช้อปออนไลน์เตรียมตัวรอเลย! นอกเหนือจากนั้นแล้ว สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกวัตสันคือ คุณสามารถเบิร์นคะแนนของคุณได้เลย เพราะทุก ๆ 250 คะแนน เท่ากับ 25 บาท เรียกว่าลดแล้วก็ลดเพิ่มไปอีก! คุ้มมากจริง ๆ

ไม่ว่าจะอยู่บ้าน หรืออยู่ที่ไหน ก็ช้อปสุขใจเหมือนไปซื้อเอง ไม่ต้องระวังโควิด เจอรถติดให้กวนใจ สั่งซื้อออนไลน์แล้วรอรับของอยู่บ้านแบบชิว ๆ ได้เลย สั่งสินค้าได้ที่ แอปฯ วัตสันออนไลน์ ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore หรือจะสั่งซื้อหน้าเว็บ www.watsons.co.th ก็ได้เช่นกัน และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH และ แอปพลิเคชัน WatsonsTH

เวสป้าฉลองครบรอบ 75 ปีด้วยรุ่นพิเศษ "VESPA 75th ANNIVERSARY SPECIAL EDITION"

“เวสป้า” สกู๊ตเตอร์ที่เผยโฉมครั้งแรกในปี 1946 และในเวลาต่อมาเวสป้าได้พิสูจน์แล้วว่าเวสป้าไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ ด้วยระยะเวลาตลอด 75 ปี เวสป้าได้พลิกโฉมการเดินทางบนท้องถนนทั่วโลก กลายเป็นผู้นำกระแสใหม่ เป็นสัญลักษณ์แห่งความอิสระและวิถีชีวิตร่วมสมัยที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์รวมถึงเทคโนโลยีแบบอิตาเลียนอย่างแท้จริง และเพื่อเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 75 ในฐานะหนึ่งในพลเมืองของโลก เวสป้ามาพร้อมกับรถสกู๊ตเตอร์รุ่นพิเศษ “Vespa 75th Anniversary Special Edition” ที่มาในรุ่น Vespa Primavera 150 i-Get ABS 75th Anniversary Special Edition และ Vespa GTS 300 HPE 75th Anniversary Special Edition ที่มาพร้อมกับเฉดสีดึงดูดสายตา "สีทอง Giallo 75th" สีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้ โดยสื่อถึงเฉดสีแบบร่วมสมัยที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสีที่ได้รับความนิยมในยุค ‘40s "สีทอง Giallo 75th" ยังชวนให้รำลึกถึงความสำเร็จ จิตวิญญาณแห่งการสร้างนวัตกรรม และความหลงใหลในสไตล์แฟชั่นของเวสป้า พร้อมลายกราฟิกเลข 75 สัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น

ฟีเจอร์และดีไซน์ “Vespa 75th Anniversary Special Edition” ของทั้ง 2 รุ่น ได้แก่
- จอแสดงผล TFT (Full-Colour TFT Display) ขนาด 4.3 นิ้ว พร้อมเรือนไมล์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์การขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- ตัวถังเหล็กและบังโคลนหน้าประดับด้วยหมายเลข 75 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำรุ่น เล่นมิติด้วยเฉดสีที่เข้มกว่าเล็กน้อย
- เน็กไทเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่มาพร้อมสีทองทึบแสง “Giallo Pirite” เพิ่มมิติให้กับตัวรถ
- ล้อสีเทาผสานการตกแต่งขอบสีเงิน ยกระดับความคลาสสิกได้เป็นอย่างดี
- ตะแกรงหลังโครเมี่ยมพร้อมกระเป๋าสัมภาระทรงกลมดีไซน์จากกล่องเก็บยางอะไหล่สุดคลาสสิก
- เบาะหนังนูบัคแบบพิเศษสีดำพร้อมมือจับกันตกสีเทา Grigio Fumo
- แผ่นเพลทประจำรุ่นเพิ่มความพิเศษ

● Vespa Primavera 150 i-Get ABS 75th Anniversary Special Edition สกู๊ตเตอร์รุ่นคลาสสิกระดับตำนาน เอกลักษณ์เฉพาะตัวพร้อมไฟหน้าทรงกลม
- ครั้งแรกของโมเดล Primavera ที่นำจอแสดงผล TFT (Full-Colour TFT Display) ขนาด 4.3 นิ้ว พร้อมเรือนไมล์แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบมาอยู่บนตัวรถ
- ระบบอัจฉริยะ VESPA MIA ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสมาร์ทโฟนผ่านทาง Application Vespa เพื่อมอบประสบการณ์และความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่
- ตอบโจทย์การขับขี่ด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ด้วยเครื่องยนต์
- i-Get ขนาด 154.8 ซีซี. พร้อมไฟหน้า - ท้ายแบบ LED ขับขี่มั่นใจในทุก เส้นทางด้วยระบบเบรก ABS
ราคา 159,900 บาท (ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. และประกันรถหาย และ Welcome kit)

● Vespa GTS 300 HPE 75th Anniversary Special Editionที่สุดของเวสป้าเฟรมใหญ่สไตล์สปอร์ต จากตระกูลจีทีเอส (GTS) มาพร้อมสุดยอด สมรรถนะและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากเวสป้า
- เครื่องยนต์ HPE (High Performance Engine) ขนาด 300 ซี.ซี. แรงขึ้นกว่าเดิมถึง 12%
- จอแสดงผล TFT (Full-Colour TFT Display) ขนาด 4.3 นิ้ว พร้อมเรือนไมล์แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ
- ระบบอัจฉริยะ VESPA MIA ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสมาร์ทโฟนผ่านทาง Application Vespa เพื่อมอบประสบการณ์ความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่
- ไฟหน้า – ไฟท้ายแบบ LED ขับขี่มั่นใจด้วยระบบเบรก ABS พร้อมด้วยระบบป้องกันการลื่นไถล (ASR)
ราคา 259,900 บาท (ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. และประกันรถหาย และ Welcome kit)

● Vespa 75th Anniversary Special Edition เน้นย้ำความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย Vespa 75th Anniversary Welcome Kit ประกอบไปด้วย
1. Welcome Card
2. คู่มือรถ
3. แผ่นเพลทเวสป้าสไตล์วินเทจ
4. โปสการ์ดเวสป้าจำนวน 8 ใบ บอกเล่าประวัติศาสตร์ตลอด 8 ทศวรรษของเวสป้า
และ 5. กระเป๋าสัมภาระทรงกลมจากดีไซน์กล่องเก็บยางอะไหล่รุ่นคลาสสิก (พร้อมผ้าหุ้มกันน้ำ)
เป็นอีกสองรุ่นพิเศษที่เหล่านักสะสมและแฟนคลับตัวยงของเวสป้าห้ามพลาด


ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายเวสป้าทั่วประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account : vespathailand รวมถึงติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.vespa.co.th เฟซบุ๊ก Vespa และอินสตาแกรม @vespathailand

NARS THE BRONZING COLLLECTION 2021

ผยผิวดูสวยเจิดจรัสไร้ที่ติภายใต้แสงอาทิตย์ ที่กระทบผิวดูเปล่งประกายอย่างหรูหรามีระดับ กับ The Bronzing Collection ที่ NARS จะพาคุณก้าวข้ามประสบการณ์ใหม่อีกขั้นของ Bronzing ที่เปลี่ยนผิวให้ดูสวยโดดเด่นในทุกมิติของผิวที่ต้องกระทบแสง และจะทำให้ซัมเมอร์นี้ของคุณน่าจดจำกว่าที่เคย โดย The Bronzing Collection ประกอบไปด้วย Bronzing Duo ที่ประกบคู่กันของ Highlighting Powder และ Bronzing Powder ได้อย่างลงตัว และคอลเลคชั่นนี้ยังมีนวัตกรรม Cream-to-Powder ที่อยู่ผลิตภัณฑ์ Bronzing Cream ที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์เนื้อครีมเปลี่ยนเป็นแป้งบางเบาบนผิวในลุค ที่ดูเนียนนุ่ม อบอุ่น แบบแมตต์ฟินิช ได้อย่างเย้ายวนไร้ที่ติ ปิดท้ายเพื่อ Complete ลุคด้วย Eyeshadow Palette ที่ช่วยให้ดวงตาดูสวยหรูหรารับซัมเมอร์ ด้วยโทนสีประกายทองสลับกับเฉดสีบรอนซ์และน้ำตาลได้อย่างงดงาม พร้อมเม็ดสี ที่เด่นชัดอันเป็นเอกลักษณ์ของนาร์สที่ ไม่ว่าจะ ปัดหรือไล่เฉด เนื้อสีก็สามารถกระจายบนเปลือกตาได้อย่างเรียบเนียน และนี่คือทุกสิ่งที่คุณจะหาได้จากคอลเลคชั่นนี้ ดังคำล่าวของ คุณฟรองซัว นาร์ส ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ ที่กล่าวไว้ว่า “Bronzed Skin Should Look Dimensional, With Soft Contour and Warm Glow”

The Bronzing Collection ประกอบไปด้วย

● Summer Solstice Eyeshadow Palette ราคา 2,000 บาท
โดดเด่นด้วย 9 เฉดสี ที่เต็มไปด้วยประกายอบอุ่น ในหนึ่งพาเลทเดียว จุดประกายดวงตาให้เปล่งประกายดูมีเสน่ห์งดงาม น่าค้นหาในทุกมิติ แต่งได้กับทุกลุค เผยความโดดเด่นรับซัมเมอร์ได้อย่างไร้ที่ติ Summer Solstice Eyeshadow Palette มาพร้อมนวัตกรรมสุดล้ำ Liquid Binding System (กระบวนการกระจายเม็ดเพื่อมอบความเด่นชัด สมจริงในเนื้อลิควิดอย่างสม่ำเสมอทั่วถึงก่อนผ่านกระบวนการอัดแข็ง) เพื่อผลลัพธ์ของการแต่งเติมสีสันได้สดชัดสะดุดตาด้วยการปาดบนเปลือกตาเพียงแค่ครั้งเดียวด้วยประกายหรูหราดั่งทองคำ

● Summer Solstice Cheek Duo ราคา 1,900 บาท
อีกขั้นของความงามในทุกมิติ ด้วย 2 เฉดสียอดนิยมตลอดกาลที่มาพร้อมส่วนผสมและเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของนาร์สกับ Summer Solstice Cheek Duo ประกอบไปด้วย Bronzing Powder (ด้านล่าง) คลีเอทลุคที่ดูสวยโดดเด่นเปล่งประกายแต่ซ้อนความอบอุ่นนุ่มนวลได้อย่างไร้ที่ติ Highlighting Powder (ด้านบน) ฉ้ำประกายด้วยเฉดสีทองหรูหรามีระดับด้วย Seamless Glow Technology ที่พัฒนาสูตรก้าวล้ำไปอีกขั้นจากการหลอมรวมอณูมุกเข้ากับเม็ดแป้งโปร่งใส ที่ช่วยทอประกายผิวให้ดูเปล่งปลั่งเป็นเงางามเป็นธรรมชาติ จึงเป็นคู่บลัชที่ถูกสร้างสรรค์มาอย่างลงตัวเพื่อเนรมิต ผิวให้ดูสวยโดดเด่นเสมือนได้ผิวใหม่อีกครั้ง

● Sunkissed Bronzing Cream 2 เฉดสี ราคาชิ้นละ 1,700 บาท
NARS ขอแนะนำประสบการณ์สัมผัสบางเบารับซัมเมอร์ ครั้งแรกของแบรนด์นาร์สกับ Bronzing ในรูปแบบครีม เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน ที่เปลี่ยนเป็นเนื้อแป้งละมุนดุจกำมะหยี่เมื่อสัมผัสผิว (Cream-to-Powder) มอบผลลัพธ์แบบซอฟ์ทแมตต์ ราวกับผิวบ่มแดด ดูสุขภาพดีเนื้อสัมผัสเกลี่ยงานเบลนด์เข้ากับผิวได้อย่างเรียบเนียน และยังช่วยเก็บกักความชุ่มชื่นให้กับผิวพร้อมเบลอและอำพรางข้อบกพร่องของผิวและรูขุมขนได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกลิ่นหอมของ Monoï de Tahiti Oil (น้ำมัน โมนอย เดอ ตาฮิติ) จาก French Polynesian อันเป็นกลิ่นที่สัญลักษณ์ของ NARS ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ Sunkissed Bronzing Cream ถูกรังสรรค์ด้วย 2 เฉดสีประจำแบรนด์นั่นก็คือ Laguna และ Casino ที่สามารถเข้าได้กับทุกสไตล์ไม่ว่าจะแต่งหน้าแบบไหน Sunkissed Bronzing Cream ก็พร้อมที่จะทำให้ซัมเมอร์นี้คุณดูสวยเย้ายวนเกินกว่าใครจะทานไหว

● Cream Bronzer Brush ราคา 2,100 บาท
อีกขั้นของแปรงที่ถูกรังสรรค์จากประสบการณ์อันยาวนานรวมเข้ากับศิลปะขั้นสุด ของคุณฟรองซัว นาร์ส จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างสรรค์การแต่งหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นการ ปัด เบลนด์ และสร้างลุค (Brush. Blend. Build.) ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ใช้งานง่ายสามารถใช้คู่กับ Sunkissed Bronzing Cream ได้อย่างลงตัว ด้วยเส้นใยสังเคราะห์ที่แน่นแต่ให้สัมผัสที่นุ่มนวล ช่วยให้ลงผลิตภัณฑ์ประเภทครีมได้อย่างเรียบเนียน ไร้ร่องรอย พร้อมกับการออกแบบมาเพื่อมอบองศาในการแต่งหน้าได้อย่างดูเป็นธรรมชาติ พร้อมด้ามจับสี Metallic Bronze สุดหรูหรา ที่จะกลายเป็น Must Have Item ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับการแต่งหน้าให้กับซัมเมอร์นี้คุณโดดเด่นกว่าที่เคย

The Bronzing Collection: มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่เคาน์เตอร์ NARS ทุกสาขา, NARS Boutique Store (Siam Center & Emquartier) และทางออนไลน์ www.nars.co.th


#NARSThailand #TheBronzingCollection #Narsunderthesun #Narsissist @Narsissist

การ์มิน เปิดตัว “APPROACH S12” จีพีเอสสมาร์ทวอทช์เรือนล่าสุด เติมเต็มกลุ่มสินค้าซีรีส์ APPROACH

การ์มิน ประเทศไทย ภายใต้ Every Beat of Life – นวัตกรรมที่ก้าวทันทุกจังหวะของชีวิต ตั้งเป้าดัน GARMIN GOLF ECOSYSTEM เจาะตลาดกอล์ฟไทย ชู 3 จุดเด่นของสินค้าการ์มินกลุ่มกอล์ฟ ได้แก่ 1) แบตเตอรี่ทรงพลัง 2) ที่สุดของความแม่นยำกับเทคโนโลยีสำรวจดาวอังคารระบบ LIDAR-Lite 3) พัฒนาทักษะการเล่นได้อย่างตรงจุดกับแอปพลิเคชั่น GARMIN GOLF ตอกย้ำวิถีการพัฒนาของการ์มินภายใต้นวัตกรรมอันเป็นเอกลักษณ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักกอล์ฟได้อย่างครบครัน

วันนี้การ์มินพร้อมเติมเต็มสินค้าซีรีส์ APPROACH ให้ครบครันมากยิ่งขึ้น เดินหน้าเปิดตัว APPROACH S12 สมาร์ทวอทช์ระบบจีพีเอสสำหรับนักกอล์ฟ ตอบรับความต้องการของผู้ใช้งานด้วยการพลิกโฉมสเปกดีไซน์ที่มาพร้อมหน้าจอ ความละเอียดสูงอ่านง่ายแม้อยู่ใต้แสงอาทิตย์ พร้อมฟีเจอร์ที่รวบรวมข้อมูลสนามกอล์ฟกว่า 42,000 สนามทั่วโลก และฟีเจอร์มุมมองอุปสรรค (Hazard View) พร้อมช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจสนามมากขึ้น รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน ช่วยให้ผู้เล่นสนุกไปกับเกมกอล์ฟได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เหล่านักกอล์ฟยังสามารถอัปโหลดสถิติการเล่นของตนเองผ่านแอปพลิเคชั่น GARMIN GOLF เพื่อรีวิวและพัฒนาทักษะการเล่นของตนเองให้ดีมากยิ่งขึ้น

สำหรับจุดเด่นของสินค้าการ์มินกลุ่มกอล์ฟ ที่ทำให้ GARMIN GOLF ECOSYSTEM นั้นแตกต่างและโดดเด่น ทั้ง 3 ข้อ ได้แก่ 1) แบตเตอรี่ทรงพลัง - ใช้งานได้อย่างยาวนาน มอบความสนุกให้กับนักกอล์ฟได้อย่างต่อเนื่องในทุกๆ เกม 2) ที่สุดของความแม่นยำกับเทคโนโลยีสำรวจดาวอังคารระบบ LIDAR-Lite – เทคโนโลยีสำหรับกล้องเลเซอร์วัดระยะของการ์มินได้รับเลือกจากองค์กร NASA ในภารกิจสำรวจดาวอังคาร 3) พัฒนาทักษะการเล่นได้อย่างตรงจุดกับแอปพลิเคชั่น GARMIN GOLF - อัปโหลดสถิติการเล่นได้แบบเรียลไทม์ ใช้สำหรับรีวิวผลการเล่นเพื่อพัฒนาทักษะการเล่นได้อย่างตรงจุด

GARMIN GOLF ECOSYSTEM จะทำให้ผู้เล่นได้สนุกไปกับเทคโนโลยีสุดล้ำของการ์มินที่พร้อมจะยกระดับการตีกอล์ฟให้เหนือไปอีกขั้นในทุกๆ เกม

● APPROACH S12 – นาฬิกากอล์ฟระบบจีพีเอสรุ่นใหม่ล่าสุดที่ช่วยวางแผนการเล่นให้มั่นใจขึ้นในทุกสนาม โดดเด่นด้วยหน้าปัดทรงกลมแบบใหม่ขนาดใหญ่ 1.3 นิ้ว แสดงผลผ่านหน้าจอที่มีความละเอียดสูงเพื่อให้ผู้เล่นอ่านข้อมูลได้อย่างง่ายดายแม้อยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ ซึ่งมาพร้อมกับข้อมูลสนามกอล์ฟกว่า 42,000 สนามทั่วโลก ผู้เล่นสามารถเดินเกมได้อย่างมั่นใจขึ้นด้วยโหมดการแสดงตัวเลขที่ชัดเจน (Big Numbers Display Mode) ทำให้สามารถอ่านค่าหลาในสนามได้อย่างแม่นยำ และมีความสะดวกมากขึ้นเมื่อใช้คู่กับแอปพลิเคชั่น GARMIN GOLF ที่สามารถอัปเดตข้อมูลสนามที่นักกีฬาเล่นบ่อยที่สุดไว้ให้พร้อมอยู่เสมอ นอกจากนี้ด้วยแบตเตอรี่ในตัวแบบชาร์จซ้ำได้ ทำให้ APPROACH S12 ช่วยให้ผู้เล่นสนุกกับเกมกอล์ฟได้ต่อเนื่องนานสูงสุด 30 ชั่วโมงในโหมดจีพีเอส

● APPROACH S62 – นาฬิกากอล์ฟระบบจีพีเอสระดับพรีเมี่ยม รวมทุกความต้องการเพื่อเกมที่เหนือชั้นของนักกอล์ฟ ถูกออกแบบได้อย่างเรียบหรูด้วยการเลือกใช้ตัวเรือนเป็นวัสดุเซรามิกชนิดกันรอยขีดข่วนที่จะช่วยเสริมบุคลิกภาพของนักกอล์ฟให้ดูโดดเด่นทั้งในและนอกสนาม มาพร้อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัส ที่รวบรวมข้อมูลสนามกอล์ฟแบบสีกว่า 41,000 สนามและเหนือชั้นด้วยฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ ฟีเจอร์ระยะ PlayLikes ที่ช่วยให้การตีช็อตขึ้นหรือลงเนินเขาเป็นไปได้อย่างแม่นยำ และฟีเจอร์มุมมองอุปสรรค (Hazard View) ที่ให้ผู้เล่นหลีกเลี่ยงแต่ละอุปสรรคบนแผนที่และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วในแต่ละเกม รวมถึงฟีเจอร์แคดดี้เสมือนจริง (Virtual Caddie) โดยฟีเจอร์นี้จะช่วยวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญพร้อมให้คำแนะนำในแต่ละเกม เช่น ความเร็วและทิศทางลม ช่วยเลือกไม้กอล์ฟที่เหมาะกับระยะทางที่ผู้เล่นมักจะสวิงได้ในระยะนั้นๆ ในแต่ละช็อต เพื่อให้นักกอล์ฟพัฒนาจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งของตนเองได้อย่างตรงจุด

● APPROACH G80 - เรดาร์ติดตามความเร็วระบบจีพีเอสแบบออลอินวัน สะดวกในการออกรอบด้วยปุ่มลัดเข้าถึงการใช้เรดาร์เพื่อเปิดฟีเจอร์ Launch Monitor ติดตามความเร็วของหัวไม้ ความเร็วลูก Smash Factor เทมโปการสวิง และระยะทางโดยประมาณ เพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว พกพาง่ายด้วยรูปทรงการออกแบบที่เพรียวบางพร้อมเป็นเพื่อนคู่ใจไปในทุกสนามเพื่อพัฒนาฝีมือของนักกอล์ฟ ทั้งโหมดวอร์มอัพที่พร้อมให้คำแนะนำในการเล่นอย่างทันที และโหมดการออกรอบเสมือนจริงที่ช่วยจำลองการตีกอล์ฟในสนามที่มีการโหลดไว้แล้วกว่า 41,000 สนาม ให้ผู้เล่นได้ทดสอบตัวเองพร้อมพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้น

● APPROACH Z82 – กล้องเลเซอร์วัดระยะระบบจีพีเอส ยกระดับการเล็งเพื่อให้ทุกการสวิงเข้าเป้าได้อย่างแม่นยำ ด้วยฟีเจอร์หาตำแหน่งธง (Flag Finder) ที่ช่วยระบุตำแหน่งของหลุมได้อย่างง่ายดาย พร้อมเสริมความมั่นใจในการตีด้วยฟีเจอร์กรีนวิว (Green View) บอกระยะทางจากด้านหน้า ตรงกลาง และด้านหลังของกรีน รวมถึงฟีเจอร์ที่จะช่วยให้ข้ามอุปสรรคในแต่ละเกมไปได้อย่างเหนือชั้นกับฟีเจอร์วัดข้อมูลแรงลม พร้อมแนะนำไม้กอล์ฟและทิศทางที่เหมาะกับการสวิงให้ลงหลุม รวมถึงฟีเจอร์การแสดงตำแหน่งของพิน (Pin Pointer) ช่วยบอกทิศทางการตีในจุดบอดที่ผู้เล่นมองไม่เห็นลูกได้อย่างแม่นยำ

การ์มิน ประเทศไทย จัดงาน ‘GARMIN APPROACH DAY – THE GREATEST SWING EXPERIENCE’ เปิดตัว APPROACH S12 นาฬิกากอล์ฟรุ่นใหม่ล่าสุด อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีเหล่านักกอล์ฟและผู้ชื่นชอบกีฬากอล์ฟชั้นแนวหน้าของไทยเข้าร่วมงานมากมาย อาทิ โปรเจย์ – วันปีย์ สัจจมาร์ค กูรูชื่อดังแห่งวงการกอล์ฟ, โปรชุ้ง - อรรณพ ตั้งกมลประเสริฐ นักกีฬากอล์ฟและผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ที่มาร่วมสร้างสีสันและเพิ่มความตื่นเต้น ด้วยการดวลวงสวิงไปกับ APPROACH S12 กันภายในงาน สร้างภาพความสนุกสนานและความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงาน

APPROACH S12 และสินค้าซีรีส์ APPROACH เปิดให้ทุกคนเป็นเจ้าของแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของการ์มินทุกสาขา ติดตามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.garmin.co.th/minisite/garmin-technology/golf-science/

Jurlique’s New Activating Water Essence+

เพราะหัวใจสำคัญของผิวสุขภาพดีไม่ใช่แค่การเติมเต็ม แต่การโอบอุ้มความชุ่มชื้นภายในผิวยิ่งสำคัญกว่า

นี่คือเหตุผลที่เราอัพเกรดผลิตภัณฑ์เอสเซ้นส์ยอดนิยม
เพราะเราได้ค้นพบวิธีที่ดียิ่งกว่าในการเติมเต็มและโอบอุ้มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยส่วนผสมอันทรงพลังจากธรรมชาติ

Jurlique (เจอร์ลีค) ได้แรงบันดาลใจจากนวัตกรรมและค้นหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาให้รูปลักษณ์ ความรู้สึกสัมผัสตลอดจนการทำงานภายในผิวคุณให้ดีขึ้นกว่าเดิม เราอยากขอแนะนำ Activating Water Essence+ ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Jurlique เป็นการยกระดับเอสเซนส์ให้ความชุ่มชื้นยอดนิยมของแบรนด์ ที่อัดแน่นด้วยคุณค่าของพืชพรรณจากไบโอไดนามิคฟาร์มอันทรงพลัง ซึ่งมอบผลลัพธ์ในการให้ความชุ่มชื้นและความกระจ่างใสที่ดียิ่งขึ้น พร้อมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซนต์

Activating Water Essence+ คือผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพและทำให้ผิวชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็ว:
● สารสกัดจากรากมาร์ชแมลโลว์ (Marshmallow Root) อันทรงพลังสองชนิดที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวแต่ยังช่วยโอบอุ้มความชุ่มชื้นไว้อย่างต่อเนื่องยาวนาน
● Jurlique Radiance Blend ของแบรนด์ มาจากส่วนผสมของพืชพรรณจากไบโอไดนามิคฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็น ดอกลาเวนเดอร์, โรซ่ากัลลิก้า, คาเลนดูล่า และรากมาร์ชแมลโลว์ ทั้งหมดล้วนเป็นส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสและปกป้องผิวด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ
● เพิ่มส่วนผสมที่ช่วยเสริมการโอบอุ้มความชุ่มชื้น เพื่อให้ผิวอิ่มฟู อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมพร้อมรับการบำรุงผิว
● สูตรการทำงานเพื่อผิวสวยเปล่งปลั่งอย่างยั่งยืน ปราศจากสารระคายเคืองที่พบได้บ่อย เช่น Silicones, Petrolatum, Mineral Oil, Paraffin Wax, PEGs, Synthetic Glycols, Parabens, Formaldehyde Donors, GMOs, สีสังเคราะห์ และน้ำหอม จึงปลอดภัยและเหมาะกับทุกสภาพผิว

การทดสอบทางคลินิกพบว่าสูตรปรับปรุงใหม่ของ Jurlique ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่าช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ถึง 155 เปอร์เซนต์ทันทีหลังการใช้ โดยผลิตภัณฑ์ Activating Water Essence+ ให้ความชุ่มชื้นมากกว่า Activating Water Essence รุ่นเดิมมากถึง 29 เปอร์เซนต์ เพียงใช้ Activating Water Essence+ บนผิวหลังทำความสะอาดและฉีดพรมมิสท์ (Mist) การใช้เอสเซนส์สูตรใหม่นี้ก่อนทาเซรั่มและมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ยังช่วยเพิ่มการความสามารถของผิวในการรับการบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สัมผัสกับขั้นตอนเตรียมผิวกับ Jurlique Activating Water Essence+ ผลิตภัณฑ์สูตรใหม่อันเป็นกุญแจสำคัญในการมีผิวสวย เปล่งปลั่ง เปล่งประกายอย่างมีสุขภาพดี และมีความสุขที่สุด
Jurlique Activating Water Essence+ Size 150 ml 2,400 THB และ Size 75ml 1,500 THB

*ผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองไบโอไดนามิก (Biodynamic) โดย National Association for Sustainable Agriculture ประเทศออสเตรเลีย ผลิตภัณฑ์และฟาร์มของ Jurlique ไม่ได้รับการรับรองหรือเป็นพันธมิตรกับ Demeter® USA หรือ Demeter International ** จากการศึกษาในหลอดทดลองโดยใช้การเพาะเลี้ยงเซลล์ผิวหนังเป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมงและ 3 วัน ที่ดำเนินการโดยบริษัท POLA Chemical Inc
** อ้างอิงจากผู้ทดลอง Activating Water Essence + จำนวน 32 คน หลังจากผ่านไป 10 นาที
*** อ้างอิงจากผู้ทดลอง 32 คนที่ใช้ Activating Water Essence+ และ Activating Water Essence สูตรเดิมหลังจากผ่านไป 10 นาที


Experience the essential skin-prep step: NEW Jurlique Activating Water Essence+ is available in store and online at
1) Jurlique Gaysorn Village FL.2 Call 02-656-1480
2) Jurlique Groove Central World FL.2 Call 090-906-1134
3) Jurlique Central Ladprao FL.1 Call 064-184-2730
4) Jurlique Central Phuket FL.1 Call 063-850-4403
5) Jurlique Beauty Hall Siam Paragon FL. M Call 097-061-9062
6) Jurlique The Mall Ngamwongwan FL.1 Call 093-809-7264
Instagram: @Jurlique_th/ Facebook: JurliqueThailand / Line: @Jurliquethailand / Lazada: Jurlique Official

#jurliquethailand #Jurlique

MUJI เปิดสาขาใหม่ซีคอนบางแค รุกตลาดออฟไลน์-ออนไลน์ เปิดหน้าร้านเต็มรูปแบบบน Lazada พร้อมปรับราคาสินค้าลงสูงสุด 52%

มูจิ ประเทศไทย (MUJI) เดินหน้ากลยุทธ์ขยายช่องทางการจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ล่าสุดเปิดตัวสาขาใหม่ ซีคอนบางแค เป็นสาขาที่ 22 ในประเทศไทย 29 พฤษภาคม นี้ ให้แฟนมูจิฝั่งธนบุรีเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ชูบริการปรึกษาออกแบบภายใน บริการตัดขากางเกงฟรี และ MUJI Coffee Corner สาขาที่ 5 ของประเทศไทย พร้อมสินค้าใหม่กลุ่มเครื่องดื่มที่หาซื้อไม่ได้ในออนไลน์ พร้อมจับมือ Lazada แพลทฟอร์มอีมาร์เกตเพลสแถวหน้าของเมืองไทย ด้วยสินค้ากว่า 398 รายการ ส่งแคมเปญ MUJI Super Grand Opening Day อัดโปรโมชั่นพิเศษฉลองเปิดตัวบนแพลทฟอร์มด้วยสินค้า 184 รายการ พิเศษเฉพาะวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 เดินหน้ากลยุทธ์ราคา ประกาศปรับราคาสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าและของใช้ในบ้านลง 40 – 52% รวม 333 รายการ ตั้งแต่ 28 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ร่วมตกลงที่จะเปิดร้าน MUJI สาขาใหม่กับ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ทั้งที่ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ และศูนย์การค้าซีคอนบางแคนั้น ล่าสุด MUJI ได้เปิดตัวสาขาใหม่เป็นสาขาที่ 22 ในประเทศไทย ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าซีคอนบางแค บนพื้นที่ให้บริการ 1,310 ตารางเมตร ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ โดยยังคงการออกแบบสาขาที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยสไตล์ “มินิมัลลิสต์” จัดพื้นที่เป็นสัดส่วนให้เลือกชมและซื้อผลิตภัณฑ์รวมทั้งบริการของ MUJI ได้ง่ายขึ้น ครบถ้วนทุกบริการโดย MUJI Coffer Corner ร้านกาแฟ MUJI สาขาที่ 5 ของประเทศไทย พร้อม บริการ MUJI Interior Consultation Service ให้ปรึกษาด้านออกแบบภายใน โดยลูกค้าสามารถปรึกษาหรือขอคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ หรือปัญหาด้านการจัดเก็บพื้นที่ที่จำกัดเอาใจคนชอบแต่งบ้านสไตล์มินิมอล และบริการตัดขากางเกงฟรี!

นอกจากนี้ ที่ MUJI สาขาศูนย์การค้าซีคอนบางแค ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ กลุ่มเครื่องดื่มวางจำหน่ายในสาขา ตั้งแต่น้ำแร่ (Mineral water) มัชชะลาเต้ (Matcha Latte) โฮจิชะลาเต้ (Hojicha Latte) น้ำมัลเบอรี่ (Mulberry Juice) น้ำแพชชั่นฟลุต ( Passion Fruit) ชาอู่หลง (Oolong Tea) น้ำมะม่วงมหาชนก (Mahachanok Mango Juice) และน้ำผลไม้รวมต่าง ๆ ในตู้แช่เย็นพร้อมดื่ม หรือซื้อกลับบ้าน

“นอกจากกลยุทธ์ปรับราคาสินค้าเป็นราคาที่ผู้บริโภคคนไทยเข้าถึงได้ง่ายแล้ว MUJI ยังเดินหน้ากลยุทธ์ขยายช่องทางการจำหน่ายในส่วนออนไลน์และออฟไลน์ ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องอีกด้วย การเปิดสาขาที่ 22 ในซีคอนบางแคนับเป็นสาขาแรกที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของกรุงเทพฯ หรือ ฝั่งธนบุรี MUJI มองเห็นศักยภาพในการขยายสินค้าและบริการให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคคนไทยได้มากขึ้น ทำเลดังกล่าวนับเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ มีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นทำเลที่มีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อกันหลายสาย ได้แก่ รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า ที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าเส้นทางหลัก สามารถเชื่อมต่อไปยังศูนย์กลางทางธุรกิจได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังมีเส้นทางรถไฟฟ้า (MRT) สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค ที่เข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนในทำเลฝั่งธนบุรี พื้นที่ดังกล่าวยังมีอาคารเก่าแก่ที่ควรอนุรักษ์ รวมถึงสถานีรถไฟสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว จนกลายเป็น “สถานที่ท่องเที่ยว” เป็นแหล่งของกินราคาถูกและอร่อย คนกรุงเทพฯ จึงนิยมท่องเที่ยว จนเกิดการจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์” นายอกิฮิโร่ กล่าว

นายอกิฮิโร่ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการเปิดสาขา MUJI ใหม่ในศูนย์การค้าซีคอนบางแคแล้ว MUJI ยังเดินหน้ากลยุทธ์ขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านทางออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ โดยจับมือกับ Lazada แพลทฟอร์มอีมาร์เกตเพลสแนวหน้าของประเทศไทย โดยมีสินค้าและผลิตภัณฑ์ MUJI กว่า 398 ราย ให้เลือกสรร และยังได้จัดแคมเปญพิเศษ Muji Super Grand Opening Day เพื่อฉลองเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยสินค้าราคาพิเศษจำนวน 184 รายการ ในหมวดสินค้าเสื้อผ้า และหมวดสินค้าครัวเรือน เฉพาะวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 เพียงวันเดียวเท่านั้น บนลิงค์ https://www.lazada.co.th/shop/i/landing_page/voucher?spm=a2o4m.10453683.0.0.a2438413trtHHB&sellerId=100190586262&voucherId=900000000638409&wh_weex=true และก่อนหน้านี้ MUJI ได้ขยายตลาดออนไลน์ บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นของเซ็นทรัล โดยการเพิ่มช่องทางขายผ่านออนไลน์เป็นหนึ่งในแผนการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนิวนอร์มอล ที่นิยมการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ล่าสุด MUJI ยังได้ประกาศปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าและกลุ่มของใช้ในบ้านอีก รวม 333 รายการ ประกอบด้วย ปรับลดราคาสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าสูงสุด 40% รวม 98 รายการ อาทิ รองเท้าผ้าใบ รองเท้าใส่ในบ้าน รองเท้าแตะ ร่มพับ เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด กางเกงยีน และกางเกงขาสั้น รวมทั้งได้ปรับลดราคาสินค้ากลุ่มของใช้ในบ้านสูงสุด 52% รวม 235 รายการ ได้แก่ กล่องเก็บของโพลีโพรพิลีน อุปกรณ์จัดเก็บแบบอะคริลิก อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร และสินค้าจากไม้อะคาเซีย เริ่มตั้งแต่ 28 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไปได้ ที่ MUJI สาขาใหม่ ณ ศูนย์การค้าซีคอนบางแค และ MUJI ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทั้งที่ Lazda: https://www.lazada.co.th/shop/muji/ หรือ www.central.co.th/en/muji และ Central ในแอปพลิเคชั่น http://centralapp.central.co.th/app.php

RADO เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ Captain Cook x Marina Hoermanseder

หลังจากใช้เวลาหลายปีในการเฟ้นหาวัสดุที่อยู่เหนือกาลเวลา เพียบพร้อมด้วยที่สุดแห่งความแข็งแกร่ง และแฝงด้วยความลึกลับที่น่าหลงใหล ล่าสุด Rado ผู้ผลิตนาฬิกาจากสวิสเซอร์แลนด์ได้เปิดตัวไลน์คอลเลคชั่นใหม่เพื่อผู้หญิงและใส่ความเป็นผู้หญิงในรูปแบบต่างๆ มากมาย โดยในครั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุได้ผนึกกำลังร่วมกับ Marina Hoermanseder นักออกแบบชาวฝรั่งเศส- ออสเตรีย (เกี่ยวกับความพิเศษของสสารในครั้งนี้) เพื่อรังสรรค์นาฬิการุ่นใหม่ของ Captain Cook ให้มีความโดดเด่นและเพิ่มขีดความสง่างามให้กับเรือนนาฬิกา เพื่อก้าวไปข้างหน้าต่อไป โดยการทดลองในครั้งนี้ Marina ได้รวบรวมความชื่นชอบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสีสัน รูปแบบ และวัสดุ จนกลายเป็นการออกแบบที่เร้าใจและน่าทึ่ง ในกลไก การเดิน และความล้ำสมัยของนาฬิการุ่นใหม่จากราโด

ความแข็งแกร่ง ความกล้าหาญ และความคิดริเริ่ม ถือเป็นจุดเด่นทั้งหมดของสุภาพสตรีที่ RADO ใส่ใจมาโดยตลอด โดยได้มุ่งเน้นคุณค่าเหนือกาลเวลาควบคู่ไปกับ Marina Hoermanseder ในรูปแบบที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทำให้คอลเลคชั่นนี้เป็นการเฉลิมฉลองที่สนุกสนานและสะท้อนบุคลิกที่แท้จริง

RADO Captain Cook x Marina Hoermanseder นาฬิการุ่นใหม่มีสไตล์ขนาด 37 มม. มีองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของ Marina เช่น หัวเข็มขัดที่เป็นสัญลักษณ์การค้าของเธอ สายหนังสีชมพูที่แสดงออกถึงความมีชีวิตชีวาและความร่าเริง พร้อมตัวเรือนนาฬิการูปทรงกลมที่เข้ากันได้อย่างลงตัว มีการประดับประดาด้วยโลโก้ของ Marina Hoermanseder นาฬิการุ่นนี้เป็นนาฬิกาที่มีทั้งความสง่างามและทรงพลังในหนึ่งเดียว โดยใส่ความกล้าในการสร้างสรรค์ผลงาน และรวมเอาสไตล์ทุกอย่างของ Marina เข้าไว้ด้วยกัน สิ่งเหล่านี้เองที่คนดังระดับโลกหลายต่อหลายคนพากันหลงใหลในสไตล์ของเธอ ไม่ว่าจะเป็น Lady Gaga หรือ Paris Hilton เห็นได้ชัดว่าในฐานะผู้หญิงแล้ว นี่เป็นตัวอย่างที่สะท้อนถึงคาแร็กเตอร์ ความคิดริเริ่ม และความกล้าหาญซึ่งเป็นแง่มุมที่ Rado ต้องการมุ่งเน้นในการทำงานร่วมกับนักออกแบบที่มีพลังในหลายแง่มุม นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่นาฬิการุ่นนี้ยังได้แสดงออกถึงศิลปะ ถือเป็นการทำงานในระยะยาวของแบรนด์ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันวิจิตรงดงาม เช่น รายละเอียดของสีโรสโกลด์ในเข็มนาฬิกา ตัวบ่งชี้เวลา และตัวเรือน เป็นต้น

สำหรับตัวเลือกต่างๆ ที่เป็นความชื่นชอบของผู้หญิง นาฬิกา Rado รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับสายนาฬิกาให้เลือกถึงสามแบบในสายสีชมพู สีดำ และสีชมพูแบบดั้งเดิม ที่มีความยาวเป็นพิเศษ เพื่อการพันสองรอบบนข้อมือ การออกแบบอย่างชาญฉลาดนี้ทำให้นาฬิกาและหัวเข็มขัด MH อยู่ที่ด้านเดียวกันบนข้อมือผู้สวมใส่ ซึ่งเป็นสัมผัสที่ให้ความเนี๊ยบและมีลูกเล่นสนุกสนาน สายนาฬิกาทั้งหมดเป็นแบบ Easy Clip สามารถเปลี่ยนสายได้อย่างรวดเร็ว ตามอารมณ์ของผู้สวมใส่ ทุกชิ้นส่วนมีสไตล์ที่ลงตัว และส่วนประกอบต่างๆ สามารถจัดเก็บได้อย่างปลอดภัยบรรจุในกระเป๋าสีชมพูสุดหรูที่มาพร้อมกับหัวบัคเคิ้ลสำหรับเปิดปิด

ดื่มด่ำความงามได้ด้วยตัวของคุณเองกับการรองรับระดับความลึกได้ถึง 100 เมตร ในโลกที่สนุกสนาน และกล้าหาญไปกับนาฬิการุ่นใหม่ Rado Captain Cook x Marina Hoermanseder

พบกับ Captain Cook x Marina Hoermanseder รุ่นใหม่ล่าสุด ได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ช่องทางออนไลน์ Shopee และ Lazada หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official: @Radothailand หรือ โทร. 02-610-0200

- ROUGE DIOR - FOREVER LIQUID LONG-LASTING TRANSFER-PROOF COLOUR

ในฐานะผลิตภัณฑ์ความงาม อันทรงแบบฉบับด้วยการทำหน้าที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์ หรือตัวแทนบ่งบอกถึงสไตล์ และบุคลิกเฉพาะตัว Rouge Dior ได้รับการรังสรรค์สูตร และเฉดโทนแห่งสีสันให้รองรับกับวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้หญิงทั้งหลายทั่วโลกมานับแต่แรกเริ่มวางจำหน่ายเมื่อปี 1953

สำหรับผู้หลงรักสีสันอันหรูหรา บ่งบอกถึงรสนิยม และให้ความชัดเจน สมจริงระดับสูงผ่านเนื้อสัมผัสที่ไม่อาจห้ามใจหยุดยั้งในการแต่งเติม ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤติของโลกปัจจุบัน ด้วยการชี้นำจากปีเตอร์ ฟิลิปส์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และภาพลักษณ์ประจำแผนก Dior Makeup ลิปสติกอันทรงเอกลักษณ์ของ Dior ได้มาถึงยุคปฏิวัติ สู่การเป็น Rouge Dior Forever Liquid ผ่านสูตรลิควิดอุดมเม็ดสีที่มอบความชัดเจน สมจริงระดับสูงในปริมาณเข้มข้น ติดทนนาน ไม่ลอกตัวเลอะติดวัตถุใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาสก์ หรือหน้ากากอนามัย

“Rouge Dior Forever Liquid โดดเด่นเหนือชั้นด้วยสูตรกันเลอะสุดอัศจรรย์ ที่ช่วยให้ผู้หญิงทั้งหลายสามารถใช้เฉดสีที่ตนชื่นชอบทาปากได้ผลลัพธ์ซึ่งแสดงถึงความชัดเจน สมจริงผ่านเนื้อสัมผัสบางเบา คลี่ตัวราบรื่น เนียนผิว ทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์ที่ทำให้ Rouge Dior Forever Liquid กลายเป็นความคลาสสิกสำหรับชีวิตวิถีใหม่ขนานแท้ด้วยคุณสมบัติติดทน ไม่ลอกเลอะติดมาสก์” ปีเตอร์ ฟิลิปส์

● สูตรกันเลอะระดับปรากฏการณ์
Dior แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในเชิงวิทยาการชั้นนำผ่าน Rouge Dior Forever Liquid ลิปสติกเนื้อลิควิด ซึ่งขยายขอบเขตคุณสมบัติแนบสนิทติดทนนานผ่านสูตรผสมกันเลอะ มอบสัมผัสบางเบา สบายผิวเป็นอย่างยิ่ง

ด้วยการพัฒนาสูตรอันทรงแบบฉบับ*หลอมรวมบรรดาน้ำมันอุดมเม็ดสีเข้ากับสารประกอบก่อพันธะยึดตัวระหว่างส่วนผสม เนื้อสีสว่างสดใสจึงคลี่ตัวเคลือบผิวริมฝีปากอย่างกลมกลืน และแนบเนียนจนไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของการแต่งเติม ในขณะเดียวกันก็ไม่ฝังตัวลองร่องเส้นริ้วรอยบนผิวริมฝีปาก ไม่จับตัวเป็นก้อน หรือเลือนจาง คงความชัดเจน สมจริง และสดใสสะดุดตาอย่างต่อเนื่องจากสูตรติดทนนานกันลอกตัวเลอะเพราะสัมผัสกับวัตถุอื่น

Rouge Dior Forever Liquid มอบความรู้สึกสบายผิวล้ำลึกผ่านเนื้อสัมผัสบางเบาราวกลีบดอกไม้ อันเป็นผลจากการใช้ส่วนผสมซึ่งมีความยืดหยุ่นในระดับพิเศษ ริมฝีปากนุ่มละมุน ต้องแสงเป็นประกายสว่างสดใสด้วยเนื้อสีที่ยืดหยุ่น เคลือบตัวอย่างสม่ำเสมอรองรับทุกอณูรูปทรงผิวริมฝีปากอย่างกลมกลืน และแนบเนียน ไม่รู้สึกเหนอะหนะ หรือหนักผิวราวปราศจากการแต่งเติม

งานออกแบบทิป หรือแอพลิเคเตอร์สำหรับแต่งเติมซึ่งผลิตจากอณูใยโฟมเนื้อละเอียดแบบฉบับ Dior ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของกลีบดอกไม้ มอบความมั่นใจในการลำเลียงเนื้อสีให้คลี่ตัวเคลือบผิวริมฝีปากอย่างสม่ำเสมอ และทั่วถึงผ่านการทาเพียงครั้งเดียว แอ่งเว้าของรูปทรงกลีบดอกไม้ อำนวยต่อการลำเลียงผลิตภัณฑ์ลงสู่ผิว ในขณะที่ส่วนโค้งช่วยเกลี่ยไล้ให้กลมกลืน และปลายแหลมเรียวมอบความแม่นยำในการลากเส้นขอบปาก

Rouge Dior Forever Liquid เผยความงดงามของสีสันผ่านขวดใสประดับแถบคาดสีเงินลายขัดสานสไตล์ Dior งานออกแบบประกอบโลหะเคลือบเงาตัวแทนความทันสมัย แสดงให้เห็นเฉดสีต่างๆ ของ Rouge Dior Forever Liquid ผ่านหลอดบรรจุได้อย่างงดงาม

*ที่ Dior

● สีแฟชันสะกดสายตา
สูตรผสมระดับปฏิวัติกรรมของ Rouge Dior Forever Liquid สร้างแรงบันดาลใจให้ปีเตอร์ ฟิลิปส์ออกแบบ 11 เฉดสีใหม่เนื้อแม็ตทอประกายสว่างสดใสภายใต้ความชัดเจนสมจริง และแนบสนิทติดทนนาน ไม่ว่าจะเป็นโทนสว่าง หรือโทนกลาง สีอ่อน หรือสีเข้ม ก็ล้วนโดดเด่น เต็มไปด้วยความหมายจากสีนู้ดจนถึงน้ำตาลอมแดงอย่าง Forever Unique อันเหมาะแก่การสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้แก่ลุคการแต่งหน้า หรือสีฟูเชียสดสว่างของ Forever Glam ตัวแทนเสน่ห์หรูหราของสีชมพู พร้อมกันนั้น ยังมีสองเฉดสีที่ทรงแบบฉบับ อันได้แก่สีนู้ดของ 100 Forever Nude ซึ่งเป็นการนำสีเบจอมเทารุ่นต้นแบบจากชุดนิวลุคที่คริสเตียน ดิออร์ออกแบบไว้เมื่อปี 1947 มารังสรรค์ใหม่ให้คงความร่วมสมัย และที่สุดแห่งสีแดง Forever Dior ผลงานรุ่นเนื้อลิควิดของเฉด 999 สีแดงอันอยู่เหนือกระแสความนิยมของยุคสมัย ซึ่งถูกตั้งชื่อด้วยการใช้เลข 9 สามตัวจากลิปสติกสองเฉดในยุคแรกที่คริสเตียน ดิออร์เริ่มวางจำหน่าย นั่นคือเฉดสีหมายเลข 9 และ 99

ไม่ว่าลุคการแต่งหน้า และสไตล์การแต่งกายของคุณจะเป็นอย่างไร มีสีผิวอยู่ในโทนไหน หรือมีความปรารถนาเช่นใด Rouge Dior Forever Liquid ก็สามารถเติมเต็มทุกความต้องการของคุณได้ครบครัน

“11 เฉดสีได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการอันหลากหลาย ผู้หญิงทุกคนจะได้พบกับเฉดสีที่ตนชื่นชอบจากคอลเลคชันนี้” ปีเตอร์ ฟิลิปส์

● ตัวแทนแห่งความเป็นผู้หญิง
Rouge Dior เริ่มจารึกบทใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์ของตนเมื่อปี 2020 และต่อเนื่องมาจนถึงยุคของ Rouge Dior Forever Liquid ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่นาตาลี พอร์ตแมนได้มาสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้หญิงทั่วโลกด้วยบทบาท และสถานภาพของการเป็นนักแสดง, แม่ และนักกิจกรรม ทูตความงามตัวแทนความเป็นผู้หญิงยุคใหม่เผยมุมมองอันสดใส กับทัศนคติสุดท้าทายของเธออย่างโดดเด่น เช่นเดียวกับสูตรติดทนนานของ Rouge Dior Forever Liquid ที่ก้าวผ่านจากการเป็นเมคอัพมาสู่สถานะของเครื่องประดับแฟชัน รองรับแง่มุมอันหลากหลายในชีวิตประจำวัน

เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญอันจะขาดเสียมิได้สำหรับชีวิตวิถีใหม่ของผู้หญิงทั้งหลายที่เหมือนกับนาตาลี พอร์ตแมน นั่นก็คือหนึ่งวันกับบทบาทชีวิตที่มากมาย

@DIORMAKEUP
@PETERPHILIPSMAKEUP
@DIORBEAUTYLOVERS
#ROUGEDIOR
#WEWEARRROUGE