อีฟแอนด์บอย ชวนคนรักน้ำหอมทั่วไทยร่วมดื่มด่ำกับความหอมสุดพิเศษจากน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลกที่รวบรวมมากว่า 500 แบรนด์ ในงาน ‘EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME’ พบกับนิทรรศกาลน้ำหอมสุดปัง 5 คอนเซ็ปต์ The Air, The Stream, The Floral, The Botanic และ The Oriental ผ่านเทสเตอร์น้ำหอมที่ดีไซน์มาแบบพิเศษชิ้นต่อชิ้น ร่วมสัมผัสได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 28 มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น. ที่ SIAM SQUARE 1 ชั้น LG หน้าร้าน EVEANDBOY
น้ำหอม เป็นไอเท็มที่เป็นมากกว่าเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นที่นิยมของคนจำนวนมากในปัจจุบัน เพราะเป็นเสมือน ไอเท็มที่จะช่วยเสริมเสน่ห์ เพิ่มความมั่นใจ โดยแต่ละกลิ่นก็จะมีความแตกต่างกันออกไป แล้วแต่คนชอบและโอกาส ซึ่งนั่นทำให้การฉีดน้ำหอมสามารถบอกถึงตัวตนและเอกลักษณ์ของคนนั้นได้ด้วย โดยสำหรับ EVEANDBOY เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าว่าเป็นดั่ง Beauty Destination ที่มีสินค้าความงามหลากหลายให้เลือกสรร ทั้งสกินแคร์ เครื่องสำอางที่โดดเด่นถูกใจนักช้อปทั้งคนไทยและต่างประเทศ ทั้งยังเป็นศูนย์รวมน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลก มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ Masstige Brand, Luxury Brand และ Niche Brand ซึ่งนอกจากความหลากหลายแล้ว ยังการันตีว่าเป็นน้ำหอมแท้จากบริษัทผู้นำเข้าชั้นนำ 100% เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำ Beauty Destination อีฟแอนด์บอย จึงจัดนิทรรศการ ‘EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME’ เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกลิ่นหอมในรูปแบบ Art Exhibition ที่แตกต่างและไม่เหมือนใครมาจัดแสดงครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง รวบรวมน้ำหอมในดวงใจหลายๆ คนกว่า 1,000 รุ่นให้กับคนรักน้ำหอมทั่วไทยได้มาทดลอง สัมผัสความหอมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมโปรโมชั่นที่มีเสน่ห์เกินต้านทาน เรียกได้ว่ามางานนี้งานเดียวจะต้องได้รับน้ำหอมกลิ่นที่ถูกใจกลับไปอย่างแน่นอน
ภายในงาน ตื่นตาตื่นใจกับสวนน้ำหอมสไตล์ Art Exhibition ครั้งแรกของเมืองไทย ‘EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME’ กับ 5 คอนเซ็ปต์สุดปังที่ต้องไปเช็คอินและดื่มด่ำความหอมทุกจุด
● The Air คอนเซ็ปต์ที่ให้คุณได้สัมผัสความหอมสดชื่นเบาสบาย ที่ลอยอยู่ในอากาศ
● The Stream คอนเซ็ปต์ที่นำเสนอความหอมที่มาในรูปแบบของหยดน้ำหอม ที่กลั่นตัวเป็นสายน้ำ
● The Floral คอนเซ็ปต์ที่ให้คุณมีความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนดอกไม้ที่กำลังผลิบานผัดกลิ่น
● The Botanic คอนเซ็ปต์ที่จะมอบความสดชื่นเหมือนกำลังอยู่ท่ามกลางป่าและธรรมชาติ
● The Oriental คอนเซ็ปต์ที่จะปลุกพลังชีวิตกับคลื่นพลังความหอมสุดร้อนแรง จากฝั่งตะวันออก
โดยสามารถทดลองกลิ่นหอมของทั้ง 5 คอนเซ็ปต์ ผ่านเทสเตอร์น้ำหอมที่ดีไซน์มาแบบพิเศษและประณีตที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของคอนเซ็ปต์นั้นๆ พร้อมศึกษาน้ำหอมกลิ่นที่สนใจ ด้วยแผ่นเทสน้ำหอมและข้อมูลที่จะบรรยายรายละเอียดของกลิ่นต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ
พบน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 1,000 กลิ่น ลดสูงสุดถึง 60% พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปสำหรับลูกค้า คนพิเศษให้ได้ร่วมสนุก และโปรโมชั่นสุดปัง!
ปังที่ 1 : รวมน้ำหอมแบรนด์ดังลดสูงสุด 60%
ปังที่ 2 : เพียงซื้อน้ำหอมที่ร่วมรายการครบ 4,500 บาท รับเพิ่มฟรีน้ำหอม 1 ขวด ยิ่งซื้อยิ่งแถม
ปังที่ 3 : เพียงซื้อน้ำหอมใดๆ ที่ร่วมรายการ 1 ชิ้น รับของสมนาคุณสุดพิเศษทันที
ปังที่ 4 : เพียงช้อปน้ำหอมครบ 3,500 บาท ร่วมสนุกรับของสมนาคุณสุดพิเศษในตู้ Lucky Box ทันที
ปังที่ 5 : FRAGRANCE EXHIBITION ขนน้ำหอม COUNTER BRAND ระดับโลกมาท้าพิสูจน์ความหอมแบบจัดเต็ม
ปังที่ 6 : EXCLUSIVE SMELLING STRIPS แผ่นเทสน้ำหอมลวดลายเฉพาะแบรนด์ไม่เหมือนใคร เฉพาะงานนี้เท่านั้น
ปังที่ 7 : ร่วมกิจกรรม WORKSHOP สุดพิเศษ กับแบรนด์น้ำหอมชั้นนำ อาทิ BVLGARI , MONTBLANC , COACH , LANVIN สัมผัสกลิ่นหอมตราตรึงใจ และกิจกรรมดีๆ ได้ในงานนี้ ที่เดียวเท่านั้น
พิสูจน์ความหอมจากน้ำหอมในดวงใจจากแบรนด์ดังที่ชื่นชอบได้ใน นิทรรศการ ‘EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME’ ระหว่างวันที่ 19 – 28 มีนาคม 2564 เวลา 10.00 น. – 22.00 น. ณ SIAM SQUARE 1 ชั้น LG หน้าร้าน EVEANDBOY
Keds (เคดส์) ต้อนรับปีใหม่ด้วยคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2021 ที่นำความสดใสและกลิ่นอายของธรรมชาติมาสะท้อนผ่านโปรดักซ์ใหม่นี้ โดยได้ 1 ใน Global Brand Ambassador ประจำคอลเลคชั่นนี้อย่าง โบว์-เมลดา สุศรี ที่เคยร่วมงานกับเคดส์ในฐานะ Brand Endorser เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในซีซั่นนี้โบว์นำความสดใสเบอร์ใหญ่มาพร้อมกับรองเท้าคอลเลคชั่นล่าสุดในคอนเซ็ปต์ A Lady with the Nature โดยแมทช์รองเท้าทั้ง 7 รุ่น 7 สไตล์กับลุครับหน้าร้อนในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าสไตล์ชังกี้อย่างรุ่น Triple Kick Amp Leather White และรุ่น Crew Kick Alto Leather Cream-Leopard หรือจะเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบายอย่างรุ่น Double Decker Organic Cotton Print และรุ่น Trio Eco Sandal Sage นอกจากนี้ยังมีรุ่นยอดนิยมอย่าง Champion TRX Marble, Triple Up Marble และรุ่นพิเศษอย่าง Ladies Print Organic Cotton อีกด้วย
ซึ่งทั้งในฐานะหนึ่งใน Global Brand Ambassador และแฟนรองเท้าเคดส์ นางเอกคนสวยกล่าวว่า “ปกติโบว์เลือกใส่สนีกเกอร์ของเคดส์ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วค่ะ เพราะด้วยบุคลิกเราเป็นคนที่ไมได้เรียบร้อยมาก จะชอบทำอะไรรวดเร็ว เลยชอบรองเท้าที่ให้ทั้งความสบายและคล่องตัวในคราวเดียวกัน แล้วยิ่งในด้านการดีไซน์ด้วยแล้ว เคดส์ที่มีทั้งความเฟมินิลและความสปอร์ตทำให้แมทช์กับเสื้อผ้าได้หลากสไตล์อีกด้วย”
เตรียมพบกับคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2021 ได้ในเดือนเมษายนนี้ และที่ Facebook และ Instagram : @KedsThailand
ลอรีอัล มุ่งมั่นพลิกโฉมฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม (R&I) ครั้งสำคัญ ด้วยการใช้หลัก ‘วิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม’ (Green Sciences) ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นไปตามความตั้งใจของบริษัทที่จะนำเสนอสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเคารพต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยภายในปี 2573 ส่วนผสม 95% ของผลิตภัณฑ์ลอรีอัลจะมาจากพืชที่สามารถปลูกทดแทนได้ แหล่งแร่ธาตุที่ใช้แล้วไม่หมดสิ้น หรือกระบวนการผลิตแบบหมุนเวียน ขณะที่การพัฒนาสูตรต่างๆ ทั้ง 100% จะพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำเป็นสำคัญ
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ดีทั้งต่อสุขภาพและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้น และการปกป้องโลกเป็นประเด็นที่สำคัญยิ่งในขณะนี้ การปรับเปลี่ยนการทำงานของฝ่าย R&I ของลอรีอัลนั้นมีเป้าหมายที่ท้าทายมาก โดยลอรีอัลจะใช้ธรรมชาติเป็นแรงขับเคลื่อน เพื่อสร้างสรรค์ส่วนประกอบทางเลือก ซึ่งมาจากวัตถุดิบที่สามารถปลูกทดแทนหรือหมุนเวียนได้ เพื่อทดแทนส่วนผสมที่ผลิตหรือมีส่วนประกอบจากปิโตรเลียมซึ่งเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป
ลอรีอัลจะใช้วิทยาการด้านวิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อมล่าสุด เพื่อให้การผลิตส่วนผสมต่างๆ เป็นไปอย่างยั่งยืน และสกัดสิ่งที่ดีที่สุดจากธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในปี 2563 ที่ผ่านมา วัตถุดิบ 80% ของลอรีอัล กรุ๊ป สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ขณะที่วัตถุดิบ 59% เป็นวัตถุดิบที่สามารถผลิตทดแทนหรือหมุนเวียนได้ และ 34% เป็นวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ หรือมีต้นกำเนิดจากธรรมชาติ โดยส่วนผสม 29% ที่ใช้ในสูตรต่างๆ ของลอรีอัลนั้น ได้รับการพัฒนาขึ้นตามหลักการของเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Chemistry)[1]
นิโคลา ฮิโรนิมุส รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวว่า “ลอรีอัลกำลังก้าวเข้าสู่การพลิกโฉมฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมของบริษัทด้วยวิทยาการวิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของบริษัทนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เราตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2573 เราจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ความงามที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นและปลอดภัย สำหรับผู้บริโภคทั้งหญิงและชายทั่วโลก พร้อมทั้งปกป้องสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป”
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ลอรีอัลได้ทุ่มเทและใช้ทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงวิทยาการความก้าวหน้าล่าสุดในด้านวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งพัฒนาการใหม่ๆ ในด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ด้านการพัฒนาสูตรต่างๆ และเครื่องมือในการสร้างแบบจำลอง นอกจากนี้ บริษัทกำลังเดินหน้าการสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับมหาวิทยาลัย สตาร์ทอัพ และซัพพลายเออร์วัตถุดิบของบริษัท
บาร์บารา ลาเวอร์นอส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี กล่าวเสริมว่า “วิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราสามารถตั้งเป้าหมายด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิคที่ท้าทายได้ หลักการที่อิงตามเศรษฐกิจหมุนเวียนจะทำให้เราสามารถคิดค้นและยกระดับประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ในมาตรฐานใหม่ และค้นพบประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ความงามอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยใส่ใจต่อโลกและไม่ทำให้คุณภาพหรือความปลอดภัยลดลง”
ณ ปัจจุบัน ลอรีอัล มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในแต่ละขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกมากกว่า 100 ขั้นตอน ครอบคลุมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นคอนเซปต์ของผลิตภัณฑ์ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด มีกระบวนการพัฒนาและทดสอบคุณสมบัติของตัวผลิตภัณฑ์ ให้คงคุณภาพตลอดอายุการใช้งาน โดยผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ใน ลอรีอัล กรุ๊ป ส่วนใหญ่มีอายุอย่างน้อย 3 ปี นับจากเดือนปีที่ผลิต โดยผลิตภัณฑ์ของลอรีอัลทั่วโลกได้รับการทดสอบและรับรองคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยตลอดระยะเวลาของอายุผลิตภัณฑ์
● ยึดหลักความโปร่งใสมากยิ่งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจและเลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีความรับผิดชอบ
ลอรีอัลยังคงยึดมั่นในหลักความโปร่งใส โดยจะริเริ่มโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงข้อมูล และการสื่อสารกับผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถสะท้อนคุณค่าที่ผู้บริโภคยึดมั่น
- ลอรีอัลจะรักษาความโปร่งใสตามคำประกาศ โดยการสื่อสารผ่านเว็บไซต์ “Inside Our Products” เพื่อให้ข้อมูลที่ตอบข้อสงสัยของผู้บริโภคเกี่ยวกับส่วนผสมที่ใช้ในสูตรต่างๆ และส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ซึ่งครอบคลุมส่วนผสมเกือบ 1,000 รายการ เผยแพร่ใน 45 ประเทศ ใน 8 ภาษา และจะมีการความตระหนักรู้ของข้อมูลเพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ใน 20 ประเทศ
- ข้อมูลความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์จะได้รับการเผยแพร่เพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์แบรนด์หลักต่างๆ อาทิ ลอรีอัล ปารีส,
การ์นิเย่, ลา โรช-โพเซย์, เมย์เบลลีน นิวยอร์ก, เคเรสตาส และ YSL
- บริษัทได้ทำแคมเปญสื่อสารข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมจากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเมื่อเดือนมิถุนายน 2563 ภายใต้โปรแกรม L'Oréal for the Future นำร่องโดยแบรนด์ การ์นิเย่ และในอนาคตทุกแบรนด์ของลอรีอัลจะทยอยทำการสื่อสารข้อมูลดังกล่าวอย่างครอบคลุม
● พัฒนาความปลอดภัยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
ความปลอดภัย และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานของลอรีอัล
ลอรีอัลได้บุกเบิกการทดสอบทางเลือก ที่นำมาใช้ทดแทนการทดลองผลิตภัณฑ์กับสัตว์ด้วยการสร้างโครงสร้างผิวหนังจำลองเสมือนจริงขึ้น เพื่อประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ลอรีอัลได้ยกเลิกการทดลองผลิตภัณฑ์กับสัตว์ในปี 2532 ก่อนที่การทดลองกับสัตว์จะถูกประกาศว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในอีก 14 ปีต่อมา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ถึงวิธีการทดสอบทางเลือกนี้ในจีน ซึ่งในปี 2557 ทางการจีนได้ประกาศยกเลิกการทดลองกับสัตว์สำหรับเครื่องสำอางประเภทพื้นฐาน
(non-functional) ที่ผลิตภายในประเทศ และในปีนี้ การดำเนินการในเรื่องดังกล่าวมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรัฐบาลจีนได้ยกเลิกข้อกำหนดการทดลองกับสัตว์ในส่วนเครื่องสำอางที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยให้ใช้ใบรับรองมาตรการ GMP แทน
ลอรีอัลมีการปรับปรุงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของสูตรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2538 บริษัทได้สร้างห้องปฏิบัติการวิจัยเพื่อประเมินและจำลองรูปแบบผลกระทบของผลิตภัณฑ์ต่อระบบนิเวศ (น้ำและดิน) และความหลากหลายทางชีวภาพ ตามโครงการเพื่อความยั่งยืน L’Oréal for the Future ลอรีอัลตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2573 ส่วนผสม 95% ของบริษัทจะมาจากแหล่งชีวภาพหรือกระบวนการผลิตแบบหมุนเวียน โดยสูตรทั้ง 100% ที่ได้รับการพัฒนาจะต้องผ่านการทดสอบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายให้กับความหลากหลายของระบบนิเวศทางน้ำทั้งในทะเล และแหล่งน้ำจืด
เตรียมตัวนับถอยหลัง ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับงานเปิดตัว Vivo Y72 5G สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดจากตระกูล Y Series ที่พร้อมจะเผยโฉมให้ได้รับชมกันอย่างเป็นทางการ ใน วันที่ 22 มีนาคม นี้ โดยจุดเด่นของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้มาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 64 ล้านพิกเซล อัดแน่นด้วยฟีเจอร์กล้องขั้นเทพที่สามารถเก็บทุกภาพความประทับใจได้อย่างน่าทึ่ง วันนี้ Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก จะพาไปชมตัวอย่างภาพบางส่วนที่ถ่ายด้วยสมาร์ตโฟนรุ่นนี้กัน
- เอาอยู่ทุกช็อตประทับใจ แม้ในพื้นที่แสงน้อย
- เก็บภาพคมชัดทุกรายละเอียดด้วยกล้องหลักคุณภาพสูง
- ถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ได้สวยงามระดับมืออาชีพ เก็บครบทุกสีสัน แม้ในเวลากลางคืน
- สร้างสรรค์ภาพถ่ายในมุมมองใหม่ เก็บภาพสิ่งเล็กๆ รอบตัวให้มีชีวิตชีวามากขึ้น
- ถ่ายภาพเซลฟีด้วยกล้องหน้าในความละเอียดสูง สวยโดดเด่น สะดุดตา ในทุกสภาพแสง จะกลางวันหรือกลางคืนก็เอาอยู่
สามารถเข้ารับชม Exclusive Online Launch งานเปิดตัว Vivo Y72 5G พร้อมกันได้ ผ่านทาง Live Streaming 3 ช่องทาง ทั้ง เฟซบุ๊กเพจ Vivo Official ช่องยูทูบ Vivo official Channel และ LINE Official Vivo Thailand ในวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2564 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป สายถ่ายภาพตัวจริง ห้ามพลาด!
#VivoY725GLaunch #5Gเข้าถึงทุกที่ทุกเวลา
จากประสบการณ์ Beauty Makeup กูรูในวงการมากว่า 10 ปี คุณพิมผกา มณีไทย ได้ปั้นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สำหรับคนเป็นสิวผิวแพ้ง่าย และยิ่งโดยเฉพาะในช่วง COVID-19 ที่ทุกคนจะต้องใส่หน้ากากอนามัยจะพบกับปัญหาสิวภายใต้หน้ากากและเครื่องสำอางอุดตันผิว จึงเป็นที่มาของการเกิดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคุณภาพสูงอย่าง PURRETTY PURE POWDER SPF 15 PA+++ แป้งที่ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง 5 ชนิด (FREE 5 FORMULA) ได้แก่ สารทัลคัม ซิลิโคน แอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน อีกทั้งคุณพิมผกายังคิดค้นคัดสรรหาสารสกัดและนวัตกรรมใหม่เข้ามาผสมผสาน เพื่อยังคงผลลัพธ์การเป็นแป้งที่คุมสิวได้อย่างลงตัว โดยได้นำ ซิลเวอร์นาโน (Silver Nano) เข้ามาใส่เป็นส่วนผสมหลักเพื่อช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ผิว ลดการอักเสบของผิว อีกทั้งยังใช้แร่ธรรมชาติบริสุทธิ์อย่าง ไมก้า (Mica) ที่นำไปผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อนำมาใช้กับใบหน้าของเราได้ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ให้ความโปร่งแสง และมีส่วนผสมเสริมต่างๆเข้ามาช่วยบำรุงและปกป้องผิว อาทิ ซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide) คอลลาเจน (Collagen) และน้ำมันลาเวนเดอร์ (Lavender Oil)
จึงเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกของแบรนด์ “PURRETTY” (เพอเรตตี้) ที่มาพร้อมสโลแกน #BePureSkin เป็นแบรนด์เครื่องสำอางประเภทเวชสำอาง (Cosmeceutical) เพื่อผิวแพ้ง่ายและผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายโดยเฉพาะ อีกทั้งแบรนด์ PURRETTY ยังได้รับเกียรติจากเหล่ากูรูชื่อดังผู้คร่ำหวอดในวงการด้านความงามมาเป็นที่ปรึกษาให้กับแบรนด์ทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ คุณฟลุค-รพี ชูสุวรรณ บิวตี้กูรู และเมคอัพอาร์ติส ผู้มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับแบรนด์เครื่องสำอาง Luxury มากมาย คุณดุจฤทัย ศานดิวงศ์สกุล บรรณาธิการความงาม นิตยสารสุดสัปดาห์กว่า 12 ปี คุณแพร ทยานุวัฒนา บรรณาธิการความงาม นิตยสาร HELLO! คุณศิริมา คงทอง Makeup artist & Hair stylist for L'Officiel และคุณนิธิภัค ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา Alwaysfluke Content Editor ที่มาเสริมทัพคอยให้คำปรึกษารังสรรค์ผลิตภัณพ์ที่มีคุณภาพ เลือกส่วนผสมให้เหมาะกับผิวที่แพ้ง่ายอย่างแท้จริง รวมถึงออกแบบแพคเกจให้ดูน่าใช้ทันสมัยอีกด้วย
● Ready to know
แพคเกจจิ้งตลับแป้งสีขาวลายน้องแมวที่ดูน่ารักเอาใจทาสแมวกันแบบสุดๆ อีกทั้งความหมายของ PURRETTY ซึ่งเป็นชื่อแบรนด์ ก็ยิ่งตอกย้ำความเป็นแบรนด์เครื่องสำอางประเภท Cosmeceutical เพื่อผิวแพ้ง่าย อีกด้วย
PURR = เสียงของแมวที่แสดงว่ากำลัง “มีความสุข”
PURE+ PRETTY = มาจากความบริสุทธิ์และความน่ารัก
PURRETTY PURE POWDER SPF 15PA+++ แป้งฝุ่นอัดแข็งโดยปราศจากสารทัลคัมและซิลิโคนเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการอุดตันและเกิดสิว FREE 5 FORMULA
- TALC-FREE ไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ มะเร็งปอด ก่อให้เป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ หรือเด็ก
- SILICONE-FREE ไม่ก่อให้เกิดผิวอุดตัน และเกิดสิว
- ALCOHOL-FREE ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่ทำให้ผิวแห้งขาดน้ำ
- FRAGRANCE-FREE ไม่มีน้ำหอม ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
- PARABEN-FREE ไม่มีสารกันเสียที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และระคายเคือง
● ถอดรหัสลับส่วนผสม
- Mica ไมก้า คือแร่ธรรมชาติบริสุทธิ์ ใช้เป็นส่วนผสมเพื่อให้มีความโปร่งแสง ที่ผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อทำให้ปลอดภัย และนำมาใช้กับใบหน้าของเราได้ ซึ่งนำมาทดแทน TALC ที่เป็นส่วนประกอบในแป้งทั่วไปในท้องตลาด
- Silver Nano ซิลเวอร์นาโน ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบของผิว สร้างเกราะป้องกันผิวจากแบคทีเรีย
- Zinc Oxide ซิงค์ออกไซด์ ช่วยป้องกันผิวจากรังสี UV และไม่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง ปกป้องผิวไม่ให้เกิดผดผื่น
- Collagen คอลลาเจน ช่วยบำรุงผิวให้เรียบเนียบ เต่งตึง ชุ่มชื่น อิ่มน้ำ แลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
- Lavender Oil น้ำมันลาเวนเดอร์ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการเกิดริ้วรอย
● Texture & Colors
แป้งเนื้อเนียนละเอียด เบาสบายผิว ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้อย่างดี และป้องกันผิวจากรังสี UVA และ UVB พกพาสะดวก มาพร้อมแปรงทรงใบพัดขนนุ่มพิเศษ ไม่ระคายเคืองผิว เนื้อแป้งเกาะกับขนแปรงทำให้เกลี่ยแป้งให้ผิวเรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ เข้าถึงร่องต่างๆ บนใบหน้า ทำให้หน้าไม่เป็นคราบ
แป้งมีให้เลือกทั้งหมด 3 เฉดสี
01 PAWSOME (พอร์ซั่ม) สำหรับสีผิวสว่าง
02 KITTENME (คิทเท่นมี) สำหรับผิวกลาง ถึงผิว 2 สี
03 PURRTY (เพอร์ตี้) สำหรับผิว 2 สี ถึงผิวเข้ม
เหมาะที่สุดสำหรับสาวไทย และสาวเอเชียโดยเฉพาะ ขนาด 10 กรัม ราคา 795 บาท
ติดตามแบรนด์ PURRETTY ได้ที่
Facebook : Purretty >> https://www.facebook.com/Purretty-101562801951827
Instagram : Purretty_Cosmetic >> https://www.instagram.com/purretty_cosmetic/
Line : @Karmart
สั่งซื้อสินค้าได้ที่ : KARMART Shop , Karmart Online Click >> https://bit.ly/2Myb1e0
“นอกจากผู้หญิง ดอกไม้คือสิ่งงดงามที่สุดที่พระเจ้ามอบให้แก่โลกใบนี้”
คริสเตียน ดิออร์
● ดอกไม้อยู่กลางใจของ DIOR
ความงดงาม และพลังอำนาจแห่งมวลพฤกษามอบแรงบันดาลใจในการออกแบบผลงานสร้างสรรค์อันสุดงดงามอย่างไม่จบสิ้น
ผลงานเติมแต่งความงามระดับไอคอน ซึ่งอยู่เคียงข้างผู้หญิงทั่วโลกมานับตั้งแต่ปี 2007 และได้รับการรังสรรค์อย่างต่อเนื่องโดยปีเตอร์ ฟิลิปส์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และภาพลักษณ์ประจำแผนก Dior Makeup คอลเลคชัน Forever คือผลิตภัณฑ์รองพื้นอันทรงประสิทธิภาพโดดเด่นในการทวีความงดงาม เสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้หญิงทั้งหลายมาตลอดสมกับความหมายของคำว่า Forever
ไม่สำคัญว่าวิถีการดำเนินชีวิตของพวกเธอจะเต็มไปด้วยกิจกรรมอันยุ่งเหยิงมากเท่าใด ทุกคนก็วางใจในคุณสมบัติติดทนนาน หลาย ชั่วโมง* ซึ่งได้รับการพิสูจน์ผลลัพธ์แล้วภายใต้ทุกสภาวการณ์
ไม่สำคัญว่าความจำเป็นทางสภาพผิวของพวกเธอจะเป็นเช่นไร ผลิตภัณฑ์ก็มอบประสิทธิภาพด้านฟื้นบำรุงความงามควบคู่กันไปสืบเนื่องจากสูตรผสมอุดมพฤกษาสกัดธรรมชาติในสัดส่วนเข้มข้นถึง 86%**
และไม่สำคัญว่าเธอผู้นั้นจะมีโทนผิวในกลุ่มสีอะไร ทั้งคอลเลคชันก็หลากหลายไปด้วยตัวเลือกเฉดตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะบุคคล ซึ่งล้วนได้รับการออกแบบ คำนวณค่าสีอย่างพิถีพิถัน และเป็นที่ชื่นชอบ ยอมรับจากผู้หญิงทั้งหลาย
ไม่ว่าสภาพผิวจะจัดอยู่ในประเภทใด รองพื้นคอลเลคชันนี้ก็มอบตัวเลือกรองรับกับความต้องการนั้นผ่านเนื้อสัมผัสสำหรับผลลัพธ์สองประเภทคือ Dior Forever matte กับ Dior Forever Skin Glow
และเพื่อเติมเต็มกิจวัตรความงาม ฤดูกาลนี้คอลเลคชัน Forever ได้มอบผลงานใหม่* เพื่อทวีประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์สูตรประจำ นั่นคือ Dior Forever Skin Veil SPF 20 ไพรเมอร์รุ่นแรกของเราที่ช่วยตรึงผลลัพธ์การแต่งเติมให้ติดทนนาน พร้อมสูตรเพิ่มความชุ่มชื้นเต็มพิกัด, Dior Forever Cushion Powder แป้งคุชชันขั้นตอนสุดท้ายของกิจวัตรการแต่งหน้าในสไตล์แฟชันบรรจุตลับสะดวกพก ซึ่งมาพร้อมสัมผัสเย็นสดชื่นอย่างที่มิเคยมีปรากฏมาก่อน และ Dior Forever Perfect Fix สเปรย์ตรึงเมคอัพสูตรครอบคลุมทุกปฏิบัติการ-ใน-หนึ่งเดียวรุ่นใหม่ เซ็ทเมคอัพติดทนในทันที พร้อมกับมอบความชุ่มชื่นผ่านละอองฉ่ำชื่นให้ผิวพรรณ
● ประสิทธิภาพติดทนนาน
มอบความมั่นใจในความงดงามสมบูรณ์แบบตลอดหลาย ชั่วโมง*
Dior Forever หลอมรวมความสมบูรณ์แบบเข้ากับประสิทธิภาพ อันนำมาซึ่งความไว้วางใจ และมั่นใจในผลลัพธ์ต่อเนื่องตลอดวัน ภายใต้ความงดงามหมดจดสมบูรณ์แบบ รองพื้นมอบปฏิบัติการที่รองรับทุกสภาวการณ์ในชีวิตประจำวัน ครอบคลุมผลกระทบจากทุกกิจกรรมในการดำเนินชีวิตอันรีบเร่ง เต็มไปด้วยความเครียด ความเหนื่อยล้า และเรื่องพลิกผันไม่คาดคิด ทั้งหมดก็เพื่อให้ผลลัพธ์ทางการแต่งเติมคงความสม่ำเสมอ และกลมกลืน ทั้งในแง่ของเนื้อสัมผัส และโทนสี ถึงแม้ชีวิตในแต่ละวันไม่หยุดนิ่ง หนึ่งสิ่งซึ่งมั่นใจได้คือ Dior Forever ยังคงทนหลายชั่วโมง* กับประสิทธิภาพติดทนนานท่ามกลางทุกสภาวการณ์, ทนต่อความร้อน และอากาศอบอ้าว**
หลายชั่วโมง* กับผิวพรรณอันแลดูสม่ำเสมอภายใต้ปฏิบัติการต่อบรรดาริ้วรอยข้อบกพร่องหลายชั่วโมง*** กับผลลัพธ์แบบแม็ตนวลเนียน และแบบโกลว์เงางามตามธรรมชาติ
● ประสิทธิภาพถนอมผิว
สูตรผสมฟื้นบำรุงความงามอุดมพฤกษาสกัดธรรมชาติเข้มข้นถึง 86%**
ด้วยบทพิสูจน์เพื่อยืนยันถึงคุณภาพความงามผิวจากประสิทธิภาพฟื้นบำรุง และทวีความงดงามให้แก่ผู้หญิงในแต่ละวัน ทำให้ Dior Forever เป็นยิ่งกว่าผลิตภัณฑ์เมคอัพทั่วไป
ความรักที่คริสเตียน ดิออร์มีต่อมวลพฤกษา นำมาซึ่งแรงบันดาลใจให้แผนกห้องทดลองค้นคว้าของ House of Dior ทำการคัดเลือกเฉพาะบรรดาส่วนผสมคุณภาพสูงสุด เพื่อให้แผนกวิทยาศาสตร์ Dior Science นำมาใช้หลอมรวมลงสู่สูตรผสมรุ่นต่างๆ สารสกัดดอกแพนซีป่า (Wild Pansy Flower extract) ปฏิบัติการด้านความชุ่มชื่น คือหัวใจสำคัญของกิจวัตร Dior Forever เพราะเราเชื่อว่าเมื่อมีน้ำหล่อเลี้ยงให้ผิวชุ่มชื่น มีน้ำมีนวล ละเอียดเนียน ต้องแสงเป็นประกายกระจ่างสดใส สภาพผิวย่อมเผยความงดงามในเนื้อแท้ให้ปรากฏอย่างต่อเนื่องยิ่งขึ้นในแต่ละวัน
Dior Forever เพื่อผิวที่แลดูละเอียดนวลเนียน ปราศจากความมันในแต่ละวัน
สภาพผิวแลดูละเอียด นวลเนียนยิ่งขึ้นในทันที*
ภายใน 1 สัปดาห์ รู้สึกได้ว่าความมันทางสภาพผิวลดน้อยลง**
ภายในเวลาเพียง 1 เดือน รู้สึกได้ว่ารูขุมขนแลดูกระชับ ลดขนาดลง*
Dior Forever Skin Glow เพื่อผิวที่แลดูเปล่งปลั่ง เป็นประกายเงางามยิ่งขึ้นในแต่ละวัน
สภาพผิวแลดูอิ่มเอิบอย่างเห็นได้ชัดในทันที***
ภายใน 1 สัปดาห์ รู้สึกว่าผิวชุ่มชื่นขึ้น****
ภายในเวลาเพียง 1 เดือน รู้สึกว่าเนื้อผิวมีน้ำมีนวล ต้องแสงเป็นประกายสดใส***
● มอบการปกป้องระหว่างวัน
การทะนุถนอม ดูแลผิว ย่อมกินความรวมถึงการปกป้องเพื่อคงความงดงามอย่างต่อเนื่อง นี่คือสาเหตุที่ Dior Forever มอบความมั่นใจในการปกป้องผิวให้พ้นจากปัจจัยก่อความเครียดระหว่างวันถึงสามระดับ:
- ปกป้องผิวให้พ้นการรุกรานของรังสียูวี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยูวีเอ สาเหตุของการก่อตัวริ้วรอยแห่งวัยทางสภาพผิว
- ปกป้องผิวให้พ้นจากสารมลภาวะ ต้นตอของปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ก่อความเสียหายต่อสภาพผิว
- ได้รับการพัฒนาสูตรร่วมกับส่วนผสมถนอมผิว ลดความเสียหายอันเป็นผลกระทบจากแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอ LED
● รองพื้นซึ่งผู้หญิงหลายล้านคนเลือกใช้
24 เฉดสีรองรับความต้องการเฉพาะบุคคลกับ 2 เนื้อสัมผัสที่ผ่านการประเมินผลลัพธ์กับตัวแทนโทนสีผิว 100%
ทักษะ ความชำนาญด้านสีสันของปีเตอร์ ฟิลิปส์นำไปสู่การพัฒนา และออกแบบตัวเลือกเฉดสุดพิถีพิถันถึง 24 สีให้รองรับกับความแตกต่างทางโทนผิวอย่างครอบคลุม
ด้วยความชำนาญเฉพาะด้านในการผสมสูตรเม็ดสีสกัดจากแร่ธาตุธรรมชาติ (mineral pigment) ส่งผลให้รองพื้นมอบเนื้อสัมผัสบางเบา มอบผลลัพธ์ทางการปกปิดระดับสูงเต็มพิกัด นอกจากนั้น เม็ดสีที่ผ่านการเคลือบผิวด้วยพฤกษาสกัดสูตรปกป้อง ยังมอบความหมดจดในการแต่งเติมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Dior ให้ความมั่นใจเหนือชั้นในการจับคู่อย่างลงตัวระหว่างเฉดสีกับสภาพผิวของผู้หญิงทั้งหลาย โดยอาศัยกรณีศึกษา ซึ่งดำเนินขึ้นเป็นครั้งแรก** กับกลุ่มผู้หญิงอาสาสมัครตัวแทนจำนวนโทนสีผิวที่ผ่านการประเมินด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์*ทั้งหมด 110 โทน ผลการตรวจสอบบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า Dior Forever มีเฉดสีซึ่งเหมาะสำหรับผู้หญิงแต่ละคน และทุกคน และความกลมกลืนจากการจับคู่เฉดสีกับโทนผิวนี้ ก็ได้รับความชื่นชอบ ยอมรับจากผู้หญิงทุกคนที่ร่วมดำเนินการศึกษาวิจัยครั้งนี้
Dior Forever Skin Veil SPF 20
ไพรเมอร์ที่เหนือกว่าไพรเมอร์
Dior Forever Skin Veil SPF 20 เป็นไพรเมอร์สูตรแรก*ที่หลอมรวมคุณสมบัติติดทนนาน 24 ชั่วโมงเข้ากับปฏิบัติการมอบความชุ่มชื่น รวมถึงประสิทธิภาพแต่งผิวเปล่งปลั่ง สดใสเป็นเงางามนานถึง 24 ชั่วโมงเพื่อก่อผลลัพธ์ของสภาพผิวซึ่งแลดูนวลเนียน กระจ่างใสตลอดวัน นอกจากปฏิบัติการปกป้องคุณภาพผิวให้ดูสดชื่น และสดใสแม้ตกอยู่ท่ามกลางปัจจัยก่อความเครียด สูตรผสมยังมอบค่า SPF20 ป้องกันรังสียูวีเอ-ยูวีบี
สูตรผสมหลอมรวมน้ำมันก่อประกายสว่างสดใส (illuminating oil) หลากชนิดเข้ากับสารสกัดดอกแพนซีป่า (wild pansy extract) ส่งผลให้ไพรเมอร์รุ่นนี้ทวีความงดงามให้ผิวพรรณต้องแสงเป็นประกายสว่างสดใสจากเช้าจรดค่ำคืน หนึ่งเฉดสีที่รองรับกับทุกสภาพโทนผิวระดับสากล กับเนื้อสัมผัสละเอียดอ่อนนุ่ม ละลายตัวกลมกลืนกับผิวพรรณ มอบผลลัพธ์การแต่งผิวเรียบ สม่ำเสมอ ปราศจากริ้วรอยข้อบกพร่องได้อย่างหมดจด และแนบเนียน
เมื่อใช้ก่อนลงรองพื้น Dior Forever สูตรใดๆ ไพรเมอร์รุ่นนี้จะช่วยทวีความชุ่มชื้น ส่งผลให้รองพื้นบดบังริ้วรอยข้อบกพร่องได้หมดจด แนบเนียน และติดทนนานยิ่งขึ้น ผิวพรรณต้องแสงทอประกายเปล่งปลั่งเป็นเงางาม
มอบความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นถึง 7 เท่า*ด้วยการใช้ Dior Forever Skin Veil SPF 20 ร่วมกับรองพื้นเนื้อฟลูอิดสูตรใดๆ ของ Dior Forever
Dior Forever Cushion Powder
แป้งฝุ่นยุคใหม่*
อณูละอองแป้งเล็กละเอียดเป็นพิเศษ มอบสัมผัสเย็นสดชื่น และติดทนนานเป็นอย่างยิ่งของแป้งฝุ่น Dior Forever Cushion Powder ซึ่งรังสรรค์สูตรใหม่โดย Dior จะช่วยตรึงเมคอัพที่แต่งเติมให้แนบสนิทติดทนนานผ่านผลลัพธ์สภาพผิวละมุนละไมดุจแพรใยกำมะหยี่
วิทยาการล้ำสมัยขนานแท้ของสูตรผลิตภัณฑ์รุ่นนี้อยู่ที่การเป็นแป้งฝุ่นรุ่นแรกจาก Dior* อันอุดมไปด้วยสัดส่วนของน้ำสูงกว่า 25% มอบสัมผัสสดชื่นสบายผิวระหว่างกระจายตัวอณูละอองแป้งไปบนพื้นผิวอย่างสม่ำเสมอ และทั่วถึง อีกทั้งยังกลมกลืนกับผิวพรรณอย่างหมดจด และแนบเนียน ดูหนา หรือทิ้งตัวเป็นคราบขาว สภาพผิวแลดูละเอียด เนียนละไม ไร้ซึ่งริ้วรอยข้อบกพร่องภายใต้ประสิทธิภาพเลือนอำพรางความคมชัด ให้ผิวเผยความงดงามตามธรรมชาติอย่างแท้จริงจากเช้าจนค่ำคืน
สูตรผสมอุดมสารสกัดแพนซีป่า (wild pansy extract) ช่วยเก็บกักน้ำหล่อเลี้ยงผิวให้คงความชุ่มชื่น สดใสอย่างต่อเนื่อง
แป้งฝุ่นรุ่นนี้ยังเหมาะแก่การพกติดตัวเพื่อมอบความสะดวกในการแต่งเติมระหว่างวันผ่านกลไกใช้งานแบบใหม่*ในตลับคุชชันตกแต่งลวดลายขัดสาน (cannage) หนึ่งในสัญลักษณ์ประจำห้องเสื้อแฟชัน Dior
*ที่ Dior
ใช้ Dior Forever Cushion Powder เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังลงรองพื้นเนื้อฟลูอิดของ Dior Forever เพื่อช่วยตรึงเมคอัพ ทวีความสมบูรณ์แบบให้แก่ผลลัพธ์การแต่งเติม สี่เฉดสีของเนื้อโปร่งใสเป็นเงางามไล่ลำดับตัวเลือกจากโทนสว่างถึงโทนเข้ม กลมกลืนกับผิวพรรณอย่างแนบเนียน สำหรับสีม่วงลาเวนเดอร์ ได้รับการออกแบบมาสำหรับขจัดริ้วรอยข้อบกพร่อง ก่อสภาพผิวที่ดูหมดจด สม่ำเสมอยิ่งขึ้น
Dior Forever Perfect Fix
ตรึงเมคอัพติดทนในขั้นตอนเดียว
ขั้นตอนสุดท้ายของกิจวัตรการแต่งเติมความงามให้ผิวพรรณ สเปรย์เซ็ทเมคอัพ Dior Forever Perfect Fix มอบละอองบางเบาเพื่อตรึงเมคอัพแต่งผิวให้ติดทนนานได้อย่างหมดจด และแนบเนียนผ่านสัมผัสชุ่มชื่น คืนความสดใสให้สภาพผิวในทันที ท่ามกลางความรู้สึกสบายผิวคือผลลัพธ์ละเอียดเนียน สม่ำเสมอ และติดทนนาน คงความกระจ่างใสในโทนสี โดยไม่ลอกตัว เลือนจาง ให้ความหมดจดสมบูรณ์แบบอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง
รองพื้นที่ไม่ธรรมดา
“ให้ผู้หญิงทั้งหลายได้โดดเด่น ดึงดูดทุกสายตาด้วยความงามตามแบบฉบับที่เธอเป็น...ตลอดไป”
ในปี 2021 เพื่อทวีความโดดเด่นในความงามที่แตกต่างกันไปตามแบบฉบับเฉพาะตัวของผู้หญิงแต่ละคน โฆษณา Dior Forever ได้รับการรังสรรค์ใหม่ด้วยฝีมือของอิเนส์ แอนด์ วินูห์ (Inez and Vinoodh) บนฉากพรมแดง และห้องแต่งหน้าหลังเวทีแฟชัน ดินแดนซึ่งมีความผูกพันกับ House of Dior อย่างใกล้ชิด นาตาลี พอร์ตแมนจรัสเสน่ห์ความงามอย่างหรูหราอยู่หน้ากล้องถ่ายภาพของกอร์ดอน วอน สไตเนอร์ ท่ามกลางความงามอันแตกต่างของนางแบบทั้งห้า เธอยืนหยัดอย่างมั่นใจ และภาคภูมิ เพื่อยกย่องพลังแกร่งแห่งความเป็นหนึ่งเดียวของพวกเธอ...ในฐานะ “ผู้หญิง”
@DIORMAKEUP
@PETERPHILIPSMAKEUP
@DIORBEAUTYLOVERS
#DIORFOREVER
#FOREVERSISTERHOOD
#LOVEMYDIORSKIN
มูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมกับ ศิลปินนักวาดภาพ “นัส” พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล ชวนส่งต่อธารน้ำใจช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยการอุดหนุนของที่ระลึกคอลเลกชัน LOVE PEACE ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ นอกจากต้องดูแลเอาใจใส่สุขภาพกาย สุขภาพใจก็สำคัญไม่แพ้กัน “LOVE” จึงสื่อถึงความรักที่มีให้แก่ตนเอง และ “PEACE” คือความสงบสุขภายในใจ สองสิ่งนี้เป็นเสมือนภูมิต้านทานที่จะทำให้เราผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้ เปรียบได้ดั่งแมวเก้าชีวิต พร้อมดึงเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) มาผสมผสาน เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Artivive ผ่าน Appstore หรือ Playstore เมื่อมองลวดลายผ่านแอปฯ ดังกล่าว จะทำให้เห็นแมววิ่งเล่นอยู่ในสวนไม้ดอกนานาพันธุ์ เติมความสดใสในช่วงหน้าร้อน
สำหรับของที่ระลึกคอลเลกชัน LOVE PEACE ประกอบด้วย เซตกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน อาทิ กระเป๋าพับเก็บ กระเป๋าถือผ้าแคนวาส กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเครื่องสำอางค์ นอกจากนี้ยังมี หน้ากากอนามัย ผ้าพันคอ ร่มกันแดด กระบอกน้ำสแตนเลส ใส่ได้ทั้งร้อน-เย็น สมุดโน้ต และเสื้อยืดสุดคูล ราคาเริ่มต้น 69-399 พิเศษ! มูลนิธิรามาธิบดีฯ นำคอลเลกชัน LOVE PEACE ไปออกบูธรับบริจาคที่งาน Heart Craft & Garden Market ตั้งแต่วันที่ 25 – 28 มีนาคมนี้ ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว หรือที่จุดจำหน่ายของที่ระลึกมูลนิธิรามาธิบดีฯ และสั่งซื้อออนไลน์ที่ www.ramafoundation.or.th โทร 0 2201 2222
ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ สานต่อโครงการ The Platinum Fashion Mall Empowering SME เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการร้านค้า SME ในศูนย์ฯ ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ล่าสุดเปิดบริการช่องทางแพลตฟอร์มหน้าร้านออนไลน์ “The Platinum Fashion Mall : E-Catalog Website” เพื่อเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการ SME พร้อมแข่งขันในโลกธุรกิจยุคใหม่
ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ มองว่าปัจจุบันช่องทางบนโลกออนไลน์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่าย ทางศูนย์การค้าจึงเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ ภายใต้แนวคิด E-Catalog Website ซึ่งจะทำหน้าที่เสมือนเป็นโบรชัวร์หรือแคตตาล็อตสินค้าทางออนไลน์ นำเสนอสินค้าแฟชั่นคุณภาพเยี่ยมของผู้ประกอบการภายในศูนย์ฯ เฉกเช่นเป็นอีกหนึ่งช่องทางหน้าร้านออนไลน์ เสริมหน้าร้านค้าออฟไลน์จริงของผู้ประกอบการ เพื่อลูกค้าทั่วประเทศ หรือทั่วโลก จะสามารถเข้ามาเลือกดูรายละเอียดสินค้าได้ตลอด 24 ชม สร้างความพึงพอใจ และเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด
สินค้าทุกชิ้นที่นำเสนอในช่องทางแพลตฟอร์มหน้าร้านออนไลน์ The Platinum Fashion Mall : E-Catalog Website ล้วนเป็นสินค้าที่โดดเด่นด้วยคุณภาพ วัสดุชั้นเยี่ยม ตัดเย็บปราณีต ผสานกับงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร จากฝีมือผู้ประกอบการร้านค้าภายในศูนย์ฯ ครอบคลุมหลากหลายของหมวดหมู่สินค้าที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ แฟชั่น ทั้งหญิงชายและเด็ก
โดยปัจจุบันมีร้านค้าใน เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ สมัครเข้าโครงการเพื่อขึ้นอยู่บนแพลตฟอร์มโดยทยอยนำสินค้าอัพเดตแล้วมากกว่า 200 รายการ อาทิ
● เสื้อผ้าคุณสุภาพสตรี มีทั้งแนวแฟชั่นอินเทรนด์ ชุดทำงานเรียบง่าย ชุดหรูออกงานปาร์ตี้ มีให้เลือกหลากสไตล์ โดยคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ เกรดพรีเมี่ยม มีให้เลือกหลากหลายร้านค้าทั้งแบบสำเร็จรูปและสั่งตัดเฉพาะ ได้แก่ Trust Studio (ทรัสต์สตูดิโอ) พิกัด ชั้น 2 โซน 1 ซ. Oxford 11, MOMO FORTE พิกัด ชั้น 3 โซน 1 ซ.Nathan 2, Newly collection พิกัดชั้น 2 โซน 2 ซ.Oxford 7
● เสื้อผ้าคุณสุภาพบุรุษ หลากหลายสไตล์ ทั้งเสื้อเชิ้ต แจ็คเก็ต สมาร์แคทชวล สูท สปอร์ตแวร์ หรือกางเกงทรงสลิม ที่มีเนื้อผ้าหลากหลายรูปแบบให้เลือก ได้แก่ ZASUM พิกัดชั้น 4 โซน 1 ซ. Camden 6, NO PROBLEM พิกัดชั้น 2 โซน 2 ซ.Oxford 7
● เสื้อผ้าแนวสปอร์ต อย่าง ชุดว่ายน้ำ เสื้อกีฬา หรือ กางเกงออกกำลังกาย ได้แก่ 7-ELEPHANT พิกัด ชั้น 4 โซน1 ซ.Camden 7
สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด และสั่งซื้อสินค้าได้โดยตรงด้วยการแชทผ่านช่องทางโซเซียลมีเดียของร้านค้าได้ทันทีตามรายละเอียดช่องทางการติดต่อของร้านค้าที่ระบุไว้ เลือกชมและช้อป ได้แล้ววันนี้ที่ The Platinum Fashion Mall : E-Catalog ได้ที่ http://bit.ly/2Nvs5BT หรือสแกน QR CODE
สายลม แสงแดด คลื่นซัดสาด หรือทุ่งดอกไม้แสนหอมหวาน บรรยากาศของซัมเมอร์กำลังกวักมือเรียก แค่จินตนาการก็อยากพาตัวเองไปอยู่ขอบสระ ริมทะเล หรือสวนดอกไม้แล้ว แต่หากต้องการให้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่กับเราได้ตลอดโดยไม่ต้องเดินทางไปไหน เพียงมี เมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) ผู้นำเครื่องหอมบ้านระดับพรีเมียมจากประเทศฝรั่งเศส สร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ทุกมุมในบ้าน ลองเลือกกลิ่นน้ำหอมที่คุณโปรดปรานทั้งในรูปแบบตะเกียงน้ำหอมและก้านกระจายความหอม ก็นำพาคุณได้สัมผัสบรรยากาศ The Essence of Summer ได้ดั่งใจนึก
เมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) ขอแนะนำน้ำหอม 6 กลิ่น ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้ในช่วงซัมเมอร์เพื่อสร้างบรรยากาศความหอมสดชื่นภายในบ้านและยังมาพร้อมคุณสมบัติด้าน Aromatherapy ได้แก่ Fresh Mint at The Riad กลิ่นเย็นสดชื่นของใบมิ้นท์ ชาเขียว สร้างสมาธิ ช่วยให้จิตใจสงบ กระตุ้นระบบทางเดินอาหาร Garden on the French Riviera กลิ่นสดชื่นธรรมชาติจากในสวน ช่วยให้จิตใจสงบ ช่วยในเรื่องการนอนหลับ Lolita Lempicka กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ สดใสมีเสน่ห์เหมือนสาวแรกรุ่น มีคุณสมบัติช่วยลดความวิตกกังวล ลดความเครียด ช่วยในเรื่องการนอนหลับ Delicate Osmanthus กลิ่นหอมของดอกไม้แถบเอเชีย ดอกหอมหมื่นลี้ มะลิ ช่วยให้อารมณ์ดี ลดความเครียด สร้างบรรยากาศแห่งรัก Water Fruits กลิ่นสดชื่น หวานละมุนของผลไม้และดอกไม้แถบเอเชีย แก้วมังกร ดอกบัว ช่วยให้สดชื่น ช่วยระบบการหายใจ และระบบย่อยอาหาร และExtreme Orange กลิ่นหอมสดชื่นมีชีวิตชีวา และกำจัดกลิ่นอับออกแบบมาเพื่อหน้าร้อนโดยเฉพาะ ด้วยส่วนผสมหลักจากส้มฟลอริด้า และดอกฟรีเซีย ช่วยลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความกระฉับกระเฉง
พร้อมกันนี้ ยังมีตะเกียงน้ำหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เมซอง แบร์เช่ ปารีส ที่ไม่เพียงแต่กระจายความหอมสร้างบรรยากาศให้สดชื่นได้ดังใจ แต่ยังมีคุณสมบัติช่วยฟอกอากาศ จำกัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และมีให้เลือกหลากหลายคอลเลคชั่น ให้คุณได้เติมเต็มบรรยากาศแห่งซัมเมอร์ได้สุดพลังยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ZELINE LAMP ตะเกียงทรงสูง ลายริ้วรอบขวดตะเกียง ใช้เทคนิคการไล่เฉดสีแบบ Two Tone Gradient ไล่ระดับเข้มอ่อนของสองโทนสี มี 2 สี คือ เขียว-น้ำตาล และ แดง-น้ำตาล SERENITY LAMP ตะเกียงทรงโค้งมน ได้แรงบันดาลใจจากความยืดหยุ่นของท่าโยคะ มี 2 สี คือ น้ำตาลเกาลัด และ เทาอ่อน STONE LAMP ตะเกียงทรงอิสระ ได้แรงบันดาลใจจากก้อนหิน ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ มี 2 สี คือ เทาอ่อน และ ขาว
พบกับสินค้าและโปรโมชั่น The Essence of Summer จากเมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) ได้ที่ เมซอง แบร์เช่ ปารีส สาขาสยามพารากอน ชั้น 1 เมกาบางนาชั้น 1 ไอคอนสยาม ชั้น 2 เซ็นทรัลชิดลม ชั้น 5 เซ็นทรัลเฟสติวัลอีสวิลล์ ชั้น 1 แฟชั่นไอส์แลนด์ ชั้น 1 และ เดอะ เบดรูม คอมพานี ถนนชิดลม และช่องทางออนไลน์ ได้แก่ www.maisonbergerthailand.com, FB maisonbergerthailand, IG maisonbergerthailand, @line maisonbergerthai สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 672 2088
แคท คิดสตัน (Cath Kidston) แบรนด์ไลฟ์สไตล์สัญชาติอังกฤษ ที่โดดเด่นด้วยลายปริ้นท์เอกลักษณ์แนววินเทจ ร่วมกับ บีทริกซ์ พอตเตอร์ นักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ ปลุกความน่ารักของตัวการ์ตูนคาแรคเตอร์ที่ครองใจเด็กทั่วโลกมากว่า 100 ปี อย่าง ปีเตอร์ แรบบิท (Peter Rabbit) เจ้ากระต่ายน้อยแสนซน กับครอบครัว จากวรรณกรรมเยาวชนประเทศอังกฤษ ที่โด่งดังไปทั่วโลก ให้มาโดดแล่นบนลายปริ้นท์อันเป็นเอกลักษณ์ของแคทคิดสตันเป็นครั้งแรก
สำหรับคอลเลคชั่นนี้ ดีไซเนอร์ได้แรงบันดาลใจจากลายเส้นและภาพวาดคาแรคเตอร์ของนิทานต้นฉบับ นำมาออกแบบ โดยมีปีเตอร์ แรบบิท ครอบครัวและผองเพื่อนเป็นไฮไลท์ อยู่บนลายปริ้นท์โทนสีฟ้า ซึ่งเป็นสีเสื้อแจ็คเก็ตของปีเตอร์ แรบบิทที่ทุกๆคนจดจำได้ดี เพิ่มดีเทลดอกดิสซี่ (Ditsy) สไตล์แคท คิดสตัน ทำให้คอลเลคชั่นนี้ดูอบอุ่น ละมุนและสนุกสนาน น่ารักยิ่งขึ้น
บอกเล่าเรื่องราวสนุกๆในวัยเยาว์ของคุณกับลูกๆ ผ่านลายปริ้นท์สุดน่ารัก หรือจะชวนกันไปผจญภัย เพลิดเพลินกับธรรมชาติแบบปีเตอร์ แรบบิท ด้วยกระเป๋าเป้, Kids Half Moon Hand Bag กระเป๋าสะพายสำหรับเด็กผู้หญิง, ขวดน้ำพับได้, กล่องใส่อาหาร ฯลฯ
แฟนๆของกระต่ายแสนซน ห้ามพลาดกับคอลเลคชั่นสุดพิเศษ Cath Kidston x Beatrix Peter Rabbit ที่มาพร้อมสินค้าหลากหลายให้เลือกอาทิ กระเป๋า, แอคเซสซอรี่, Home และสินค้าสำหรับเด็ก ในราคาเริ่มต้นที่ 390 บาท รับรองว่าจะทำให้ทุกๆคนหลงรักเจ้ากระต่ายน้อย Peter มากขึ้นแน่นอน
หาซื้อได้แล้วตั้งแต่วันที่ 23 มีค.นี้ ที่ร้านแคท คิดสตันทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปหรือช้อปสบายๆผ่านทางเว็บไซต์ที่ www.cathkidston.co.th
#CathKidstonTH #TANACHIRA
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม