Beauty Arrival

DIOR FOREVER - DIORMANIA GOLD EDITION COUTURE CUSHION

DIOR FOREVER มอบประกายสว่างสดใส ทวีความงดงามให้ผิวพรรณของผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าวิถีการดำเนินชีวิต หรือสภาพผิวของพวกเธอจะเป็นแบบใดก็ตาม หนึ่งในไอคอนของ HOUSE OF DIOR อันเป็นสุดที่รักของผู้หญิงทั่วเอเชีย DIOR FOREVER COUTURE PERFECT CUSHION รองพื้นสูตรถนอมผิวที่มอบผลลัพธ์แนบสนิทติดทนนานในรูปแบบคุชชันสะดวกพก เผยโฉมใหม่ในตลับแฟชันรุ่นพิเศษ มีจำนวนจำกัดเฉพาะฤดู DIORMANIA GOLD EDITION กระนั้น ก็ยังคงคุณสมบัติแนบสนิทติดทนนานหลายชั่วโมง อันส่งผลให้คุชชันรุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งในการเติมความสมบูรณ์แบบ คืนประกายสดใสให้ผิวพรรณได้ทุกที่ ทุกเวลาตลอดวัน เนื้อสัมผัสบางเบา คลี่ตัวแต่งผิวแม็ตนวลเนียน ต้องแสงทอประกายเปล่งปลั่ง งดงามตามธรรมชาติ ติดทนนานตลอดวัน

● พฤกษศาสตร์วิทยาแบบฉบับ DIOR คือหัวใจแห่ง FOREVER
ตลอด 50 ปี แผนกห้องทดลองค้นคว้า DIOR LABORATORIES อาศัยแรงบันดาลใจจากมวลพฤกษาในการเสาะแสวงวัตถุดิบอันทรงประสิทธิภาพอย่างที่สุด และวันนี้ พวกเขานำความรู้ ความเข้าใจในประเด็นนี้มาใช้กับรองพื้นสูตรคุชชัน ด้วยสารสกัดดอกแพนซีป่า (WILD PANSY EXTRACT) ซึ่งมีอยู่ในผลิตภัณฑ์ DIOR FOREVER ทุกรุ่น ถูกนำมาใช้ในการเกื้อหนุนให้กระบวนการผลิตอะควาโปรินของผิวพรรณดำเนินไปอย่างราบรื่น ตามปรกติเพื่อพลิกฟื้นกระบวนการทำงานของสองกลไกสำคัญอันจำเป็นต่อการขับเคลื่อนกระแสไหลเวียนของน้ำหล่อเลี้ยงผิว นั่นก็คือช่องทางลำเลียงตัวโมเลกุลน้ำ และการเก็บกักน้ำภายในผิว ซึ่งช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื่นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

● คงความสมบูรณ์แบบต่อเนื่องหลายชั่วโมง
สูตรผลิตภัณฑ์อุดมส่วนผสมเชิงซ้อนหลอมรวมโพลีเมอร์อัจฉริยะนานาชนิด ก่อตัวเป็นโครงตาข่ายกระจายตัวราบรื่น เนียนผิว เพื่อให้เนื้อผลิตภัณฑ์เต็มไปด้วยความยืดหยุ่น รองรับการเคลื่อนไหวทางสภาพผิว อำนวย DIOR FOREVER COUTURE PERFECT CUSHION มอบผลลัพธ์การแต่งผิวนวลเนียน สม่ำเสมอแนบสนิทติดทนนานตลอดวัน ผิวพรรณแลดูหมดจด สดใส ทอประกายกระจ่าง งดงามอย่างเต็มที่

● ผลลัพธ์แบบแม็ตเนียนกระจ่างสว่างสดใสต่อเนื่องหลายชั่วโมง
สูตรผสมเข้มข้นเต็มพิกัดด้วยการหลอมรวมเม็ดแป้งเนื้อแม็ตขนาดเล็กละเอียดเป็นพิเศษเข้ากับน้ำมันเนื้อบางเบา และเกล็ดอณูสะท้อนแสง ส่งผลให้คุชชันมอบผลลัพธ์สมบูรณ์แบบทั้งในแง่ของการเติมประกายสว่างสดใส และแต่งผิวแม็ตเนียนละไม เฉดสีต่างๆ ได้รับการออกแบบ และพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อให้กลมกลืนเข้ากับโทนผิวเอเชียได้อย่างแนบเนียนโดยเฉพาะ ผิวพรรณเผยความกระจ่างใสในสัมผัสเรียบเนียน สม่ำเสมออย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง

● ถนอมผิวต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง
สูตรผสมระดับปรากฏการณ์ คือบทบรรจบระหว่างคุณสมบัติแนบสนิทติดทนานเข้ากับประสิทธิภาพมอบความชุ่มชื่นต่อเนื่องหลายชั่วโมง ก่อสภาพผิวละเอียดนวลเนียน เผยความงดงามอย่างเต็มที่ นอกจากสารสกัดดอกแพนซี สูตรผลิตภัณฑ์ยังมีสารสกัดผลกุหลาบ (ROSEHIP EXTRACT) ซึ่งช่วยลดการรุกรานจากปัจจัยก่อความเครียด ควบคู่ไปกับปฏิบัติการกระชับรูขุมขน

● งานออกแบบใหม่สำหรับตลับแฟชัน DIORMANIA GOLD EDITION
ฤดูกาลนี้ สูตรสัมผัสละเอียดเนียนของรองพื้น DIOR FOREVER COUTURE PERFECT CUSHION เผยความงดงามอยู่ในตลับบรรจุรุ่นใหม่ที่แสดงออกถึงความเป็นแฟชันยิ่งขึ้น และเปี่ยมเสน่ห์หรูหรายิ่งกว่า ด้วยงานปั๊มลาย DIORMANIA อันทรงแบบฉบับในลีลาคู่โทนสีที่กลมกลืนรองรับโลโก้ใหม่ ตราสัญลักษณ์แห่ง DIOR สีทองรองเรืองสุดตระการตา


#diorforever
@diormakeup
@peterphilipsmakeup
@diorbeautylovers

Jurlique’s Exclusive Edition Rose Body Oil; Live life in full bloom. Happy New Year

เริ่มต้นปี 2021 ด้วยผิวสวยเปล่งปลั่งกระจ่างใส มอบการปรนนิบัติผิวด้วย Exclusive Edition Rose Body Oil จาก Jurlique ด้วยขนาดขวดที่ใหญ่กว่าบอดี้ ออยล์ รุ่นยอดนิยมของแบรนด์ถึงสองเท่า โดยรุ่น Exclusive Edition นี้ ตัวน้ำมันมีเนื้อสัมผัสบางเบา นุ่มลื่น ทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยในการฟื้นบำรุงและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้อย่างล้ำลึก พร้อมอบอวลด้วยกลิ่นหอมจากธรรมชาติที่ช่วยให้ผ่อนคลายของดอกกุหลาบ Rosa Gallica อันเป็นกุหลาบสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติมากมายที่ดีต่อผิว ปลูกด้วยกระบวนการไบโอไดนามิคภายในฟาร์มของเจอร์ลีค ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของน้ำมันดอกคำฝอย แมคคาเดเมีย และโจโจ้บา ที่อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นสูง ช่วยให้ผิวรู้สึกนุ่มนวล คืนสมดุล และได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว

ในส่วนของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของ Jurlique’s Exclusive Edition Rose Body Oil ที่สวยงามนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากกลีบดอกกุหลาบ Rosa Gallica อันเป็นส่วนประกอบสำคัญและทรงพลังที่อันแน่นอยู่ในบอดี้ ออยล์แต่ละขวด นับเป็นของขวัญที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ (และผิวของคุณ) สำหรับปีใหม่นี้

Exclusive Edition Rose Body Oil วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน Jurlique และทางออนไลน์ที่
1) เจอร์ลีค สาขา เกษร วิลเลจ ชั้น 2 โทร 02-656-1480
2) เจอร์ลีค สาขา กรูฟ เซ็นทรัลเวิลดิ์ ชั้น 2 โทร 090-906-1134
3) เจอร์ลีค สาขา เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 1 โทร 064-184-2730
4) เจอร์ลีค สาขา เซ็นทรัล พระราม 2 ชั้น 1 โทร 090-906-1802
5) เจอร์ลีค สาขา เมญ่า เชียงใหม่ ชั้น G โทร 064-184-2731
6) เจอร์ลีค สาขา เซ็นทรัล ภูเก็ต ชั้น 1 โทร 063-850-4403
7) สยาม พารากอน Beauty Hall ชั้น M โทร 097-061-9062
8) เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ชั้น 1 โทร 093-809-7264
Instagram: @Jurlique_th/ Facebook: JurliqueThailand / Line: @Jurliquethailand / Lazada: Jurlique Official

# jurliquethailand #NatureEvoved #Jurlique

แพนทีนสูตรใหม่! สุดยอดนวัตกรรมจากญี่ปุ่น เนรมิตผมสวยสุขภาพดีแข็งแรงจากภายใน

แบรนด์ผู้นำผลิตภัณฑ์ด้านการดูแลเส้นผมระดับโลก เปิดตัวสูตรใหม่ล่าสุด ชูสุดยอดนวัตกรรม เจแปนนิส ไรซ์ออยล์ เอสเซนส์ (Japanese Rice Oil Essence) สารสกัดน้ำมันรำข้าวญี่ปุ่น จากเมืองวากายาม่า ที่อุดมไปด้วย วิตามิน บี 3 วิตามิน อี และสารต้านอนุมูลอิสระ ส่วนผสมพิเศษอันเป็นเคล็ดลับเส้นผมที่งดงามของหญิงสาวชาวญี่ปุ่น ผสานพลังกับโปร-วิตามิน บี 5 พัฒนาเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่จะช่วยฟื้นบำรุงผมเสีย ให้เส้นผมดูแข็งแรง ลดการเปราะขาดของเส้นผมแม้ในขณะผมเปียก ให้เส้นผมกลับมาสวยสุขภาพดี เปล่งประกายจากโคนจรดปลาย

สัมผัสสุดยอดนวัตกรรมดูแลเส้นผมใหม่จากแพนทีน ผสานสูตรโปร-วิตามิน และ เจแปนนิส ไรซ์ออยล์ เอสเซนส์ ในรูปแบบ
1) แชมพู สูตรใหม่ที่ได้ค้นคว้ามานานกว่า 30 ปี จนได้เป็นเทคโนโลยี Lipid Replenishing ที่ไม่เพียงแค่ชะล้างสิ่งสกปรกเหมือนแชมพูทั่วไป แต่จะช่วยเติมเต็มลิพิด หรือ ไขมันที่ช่วยยึดเกาะไฟเบอร์ในเส้นผม ปกป้องเส้นผมจากมลพิษ และสารเคมีต่างๆ พร้อมเติมเต็มลิพิดถึง 2 เท่าในสูตร โททัล แดมเมจ แคร์
2) ครีมนวดผม สูตรใหม่ที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ด้านโมเลกุลจากเยอรมัน จนได้เป็นเทคโนโลยี Smart Cuticle Repair ที่ช่วยเคลือบเส้นผม และซ่อมแซมเกล็ดผมที่ถูกทำร้ายให้กลับมาแข็งแรง จนสามารถกักเก็บไฟเบอร์ในเส้นผมได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สัมผัสประสบการณ์ผมสวยสุขภาพดี ในแบบฉบับหญิงสาวชาวญี่ปุ่น กับแพนทีน สูตรใหม่ ได้แล้ววันนี้ ทั้งแชมพู และ ครีมนวดผม ขนาด 410 มล. ราคา 159 บาท ณ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ และออนไลน์

ติดตามความเคลื่อนไหว กิจกรรมและโปรโมชั่นดี ๆ จากแพนทีน ได้ที่ FACEBOOK: PANTENE THAILAND
#ผมพร้อมก็พร้อมไปต่อ

เอาใจสายคิวท์ Wacoal X Sahred Toy โปรฯ พรีเมี่ยมลายเที่ยวไทยลิมิเต็ดอิดิชัน

อยู่ที่ไหนก็แฮปปี้กับโปรโมชันเอาใจสายคิวท์ Wacoal X Sahred Toy คอลเลกชันของพรีเมี่ยมลายเที่ยวไทยลิมิเต็ดอิดิชัน ผลงานการวาดของ Sahred Toy ศิลปินนักวาดภาพชื่อดังของไทย จากแรงบันดาลใจเที่ยวทุกที่แฮปปี้ทุกคัพไซซ์จัดให้เฉพาะลูกค้าวาโก้ เพียงซื้อสินค้าวาโก้ 2,500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับฟรีแก้วน้ำพกพา จำนวน 1 ใบ มูลค่า 390 บาท หรือซื้อสินค้าครบ 5,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับฟรีผ้าห่มพกพาเนื้อผ้านาโน จำนวน 1 ผืน มูลค่า 990 บาท เริ่มวันที่ 15 มกราคม 2564 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564 ณ วาโก้ช็อปและเคาน์เตอร์วาโก้ ทุกสาขาทั่วประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Line @wacoal thailand หรือ Call Center 02-296- 9979

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Keds Life on the Skateboard

สำหรับสาวๆ ที่เป็นแฟนของรองเท้าสนีกเกอร์เคดส์ (Keds) จะทราบกันดีว่าหัวใจหลักของแบรนด์คือ การออกแบบรองเท้าสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แตกต่างกันออกไปของพวกเธอ หนึ่งในไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นสำหรับสาวเคดส์คือ การเล่นสเก็ตบอร์ด (Skateboard) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของสาวๆ สายสปอร์ตในปัจจุบันนี้ ด้วยการดีไซน์ที่เข้ากับรูปทรงเท้าและพื้นรองเท้าด้านใน (insole) ที่นุ่มสบายกับพื้นรองเท้าที่ผลิตจากยางซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้เหมาะแก่การทรงตัวบนบอร์ดที่เคลื่อนไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วได้ดี เคดส์ขอแนะนำรองเท้า 5 รุ่น สำหรับคนที่กำลังมองหารองเท้าสนีกเกอร์คู่ใหม่สำหรับกิจกรรมสุดคูลแบบนี้

● รุ่น Champion - รองเท้ารุ่นเด่นของแบรนด์ เปิดตัวครั้งแรกในปี 1916 เป็นรองเท้าผ้าใบที่ทำจากยางและมีการปรับเปลี่ยนงานดีไซน์ตามกาลเวลาเพื่อให้สอดรับกับรูปร่างเท้าที่แตกต่างกันของผู้หญิง และความสะดวกสบายที่ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่รูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์นั้นส่วนใหญ่ยังคงงานดีไซน์อันโดดเด่นอันเป็นชื่นชอบเอาไว้ (Champion Core CVO White 1,850 บาท)

● Crew Kick 75 - เป็นรองเท้าสไตล์ย้อนยุคที่เรียกว่ามีความเท่แบบแมนๆ แต่ไม่แมนจนผู้หญิงไม่สามารถใส่ได้ งานดีไซน์เป็นแนวย้อนยุคถูกนำมาจากงานออกแบบรุ่นก่อนของแบรนด์ ส่วนบนได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์ วินเทจ พร้อมเพิ่มกันชนยางนิ้วเท้า และโลโก้ “Sporty Wave” ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากช่วงปี 1970 (Crew Kick75 Canvas Black 2,250 บาท)

● Kickstart - เป็นรองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจและการออกแบบมาจากรองเท้าเทนนิส ที่สามารถเป็นคู่ที่สาวๆ เลือกใส่ได้กับเสื้อผ้าหลากสไตล์ ตัวรองเท้าผลิตจากผ้า Canvas รูร้อยเชือกรองเท้า 6 รู พื้นรองเท้าด้านในผลิตและบุด้วยเทคโนโลยี Dream Foam™ ที่มีความนุ่มสบาย ช่วยรองรับน้ำหนักช่วงฝ่าเท้าได้ดี (Kickstart Seasonal Solid White 1,850 บาท)

● Chillax - รองเท้ารุ่นยอดนิยมสำหรับสาวๆ ที่ชอบความนุ่มสบาย สวมใส่ง่าย ไม่ต้องมาผูกชือกด้านหน้าให้วุ่นวาย อีกทั้งช่วงพื้นรองเท้ายังผลิตจากยางที่มีความยืดหยุ่นและทรงตัวได้ดี จึงเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สาวๆ ชื่นชอบ (Chillax White Canvas 1,850 บาท)

● Crew Kick75 Slip On – รองเท้าสไตล์สลิปออนที่ขึ้นแท่นหนึ่งในรองเท้ารุ่นยอดนิยม ที่สาวๆ สายสเก็ตบอร์ดเลือกใส่ ด้วยความนุ่มเบาสบาย ใส่ง่ายไม่ยุ่งยาก แถมยังสามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย เรียกว่าคู่เดียวคุ้มสุดๆ (Crew Kick 75 Slip on Canvas 2,250 บาท)

แวะไปเลือกช้อปรองเท้าสำหรับทรงตัวสบายๆ บนบอร์ดได้ที่ www.keds.co.th ทาง LINE :@KedsThailand หรือคลิกได้เลยที่ http://bit.ly/KedsLine หรือที่ร้าน Keds, เคานท์เตอร์ Keds และร้าน Ikon ทุกสาขา ติดตามข่าวสารจาก Keds Thailand ได้ที่ Facebook และ Instagram : @KedsThailand

CAPTURE TOTALE RICH CREME ใหม่ & SUPER POTENT SERUM

CAPTURE TOTALE THE NEW RICH CREME ใหม่
& SUPER POTENT SERUM

เนื้อสัมผัสเข้มข้นของ RICH CRÈME ใหม่ สำหรับใช้ร่วมกับ SUPER POTENT SERUM มอบการฟื้นบำรุง ถนอมเนื้อผิวดูแน่นกระชับ

● CAPTURE TOTALE RICH CRÈME 50 ml 3,700 บาท

การค้นพบของ DIOR
เพราะสภาพผิวซึ่งขาดความชุ่มชื่น เทียบเท่ากับสภาพผิวที่ขาดการบำรุงสูงสุด สมรรถนะในการปกป้องตนเองให้พ้นปัจจัยรุกรานพื้นฐานในชีวิตประจำวันย่อมบกพร่อง ส่งผลให้กระบวนการทำงานตามธรรมชาติอ่อนด้อย ชะลอตัว นำมาซึ่งสภาพปรากฏของริ้วรอยแห่งวัย

แผนกวิจัย DIOR ได้ระบุถึงผลกระทบสำคัญจากความแห้งทางสภาพผิวในแง่ของการเป็นปัจจัยเร่งกระบวนการก่อตัวริ้วรอยแห่งวัย
ในระหว่างดำเนินกรณีศึกษา ซึ่งไม่เคยมีปรากฏมาก่อน กับสภาพผิวจำลองที่ตกเป็นเป้าทำร้ายจากความเครียดเพราะภาวะผิวแห้งอย่างรุนแรงเพราะขาดความชุ่มชื่นหล่อเลี้ยง ทีมนักวิจัยของ DIOR ได้สังเกตพบว่า ระดับการไหลเวียนของกระแสพลังงาน (ปริมาณการสังเคราะห์หน่วยจ่ายพลังงาน ATP) ลดลง ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มระดับน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อบรรเทาสภาพแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื่นของผิว จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการชะลอกระบวนการก่อตัวริ้วรอยแห่งวัย

* ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ

ผลสำเร็จจากการขึ้นสูตรผสม
162 การทดสอบโดย 5 ผู้ชำนาญซึ่งอาศัยเวลาการทำงานถึง 1,000 ชั่วโมง ส่วนผสมจากธรรมชาติในปริมาณสัดส่วนสูงถึง 88%* สืบเนื่องจากการใช้เวลาเพิ่มระดับอุณหภูมิเป็นลำดับอย่างช้าๆ ระหว่างดำเนินการหลอมสูตร บรรดาเนยสกัดจากพืชธรรมชาติ ซึ่งถูกคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ร่วมกับไขแว็กซ์จากพืชชนิดต่างๆ จึงรวมตัวเข้าด้วยกันเป็นเนื้อครีมเข้มข้น ให้สัมผัสหรูหรา ปราศจากความเหนอะหนะ คลี่ตัวอย่างทะนุถนอม เพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองเพราะผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื่น พร้อมมอบความรู้สึกสบายผิวระหว่างลำเลียงสารบำรุงความงามลงสู่ผิวพรรณอย่างล้ำลึก และต่อเนื่องระยะยาว

เนื้อสัมผัสสบายผิวอุดมสารบำรุง เพื่อผิวดูแน่นกระชับ ดูเรียบเนียนราวกับปราศจากริ้วรอยย่น
ประสิทธิภาพระดับสูงอันหลอมรวมจาก 3 ส่วนผสมปฏิบัติการต่อจุดตั้งต้นการก่อตัวริ้วรอยแห่งวัย กลีเซอรีน (GLYCERINE), แว็กซ์ และเนยสกัดจากพืช ร่วมกันมอบสัมผัสสบายผิวพร้อมป้อนกรดไขมันไลพิดที่ผิวปรารถนา ให้การฟื้นบำรุงความงามล้ำลึก

ในขณะเดียวกัน สารสกัดจากน้ำมันดอกPEONY หรือ PEONY BLOSSOM OIL EXTRACT)** ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองผิวที่แห้งกร้าน อำนวยให้กระบวนการซ่อมแซมความเสียหายด้วยตัวเองตามธรรมชาติของสภาพผิว
ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นเป็นปรกติ เนื้อผิวแลดูแข็งแรง เต็มไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวาราวกับแบ็ตเตอรีผิวได้รับการชาร์จพลังงานใหม่ และ BIO CELLULAR TECHNOLOGY** เป็นวิทยาการ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นโดยความรู้จากงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการยึดตัวเกาะกันของเนื้อเยื่อผิวชั้นต่างๆ เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์สูตรผลิตภัณฑ์ที่มอบการฟื้นบำรุงความงามอย่างล้ำลึก เผยความอ่อนเยาว์จากเนื้อแท้แห่งสภาพผิวที่แข็งแรงจากภายใน

นับจากครั้งแรกที่ใช้*** รู้สึกได้ว่าสภาพผิวชุ่มชื่นขึ้น
หลัง 1 สัปดาห์*** รู้สึกว่าสภาพผิวแลดูสม่ำเสมอยิ่งขึ้น
หลัง 1 เดือน*** รู้สึกว่าริ้วรอยย่นแลดูลดเลือนลง

*ตามมาตรฐาน ISO 16128
** ทดสอบส่วนผสมในห้องปฏิบับติการ
*** ผู้หญิง 32 คนทดลองใช้ และให้คะแนนประเมินผลด้วยตัวเอง

● CAPTURE TOTALE SUPER POTENT SERUM 75 ml 5,800 บาท

ซีรั่มลดสภาพปรากฏของริ้วรอยแห่งวัย มอบผลลัพธ์ทางการเปลี่ยนแปลงอันน่าประทับใจ
จะเป็นอย่างไรถ้าไม่ต้องเลือกระหว่างความเป็นธรรมชาติกับประสิทธิภาพอีกต่อไป?

สุดยอดวิทยาการ
ระหว่างที่อายุเพิ่มขึ้น พลังงานหล่อเลี้ยงสมรรถนะการทำงานของผิวลดลงมาก การค้นพบนี้มาจากการร่วมงานระหว่าง HOUSE OF DIOR กับ CiRA ศูนย์วิจัยชั้นนำอันโด่งดังจากการใช้วิทยาการรุดหน้าที่สุดของโลก เพื่อดำเนินงานวิจัยระดับบุกเบิกภายใต้การดูแลของศาสตราจารย์ยามานากะ (รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ และยา)

20 ปีของการทำวิจัยกับ 10 สิทธิบัตรและ 6 หน่วยงานร่วม
CAPTURE TOTALE ถือกำเนิดขึ้นโดยอาศัยวิทยาการ ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาเพื่อหาหนทางขับเคลื่อนกระแสพลังงานหล่อเลี้ยงให้มีการไหลเวียนอย่างราบรื่น สม่ำเสมอ เพราะในภาวะเช่นนั้นย่อมหมายความว่า 6 กระบวนการทำงานสำคัญทางสภาพผิว ย่อมสามารถดำเนินไปได้ตามปรกติ นั่นก็คือการจ่ายพลังงานใหม่, ซ่อมแซมส่วนที่ปรากฏความเสียหาย, เยียวยา ส่วนที่สึกหรอและการเพิ่มระดับความแข็งแรงเพื่อต้านทานปัจจัยรุกรานได้ด้วยตัวเอง

ได้ทำการประเมินผลเพื่อตรวจวัดประสิทธิภาพโดยดำเนินกับผิวจริง และเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในหลอดทดลอง (ใช้ระบบไบโอเมตริกตรวจวิเคราะห์สภาพผิว, แพทย์ผิวหนังทำการประเมินเพื่อให้คะแนน, ประเมินผลด้วยตัวเอง และใช้วิทยาการ DEEP LEARNING) ชุดการตรวจวิเคราะห์นำไปสู่การประมวลผล อันบ่งชี้ตรงกันว่า หลังใช้ ใบหน้าแลดูเปล่งปลั่ง เป็นประกายสดใส บ่งบอกถึงสุขภาพภายใน ขณะเดียวกัน สภาพผิวก็แลดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น

สุดยอดส่วนผสม
ลองโกซา (LONGOZA) เป็นพืชสายพันธุ์พิเศษ มีสมรรถนะในการเติบโตได้ดีท่ามกลางภาวะสุดขั้วทางกายภาพ และ/หรือธรณีเคมีอันเป็นโทษต่อสิ่งมีชีวิตทั่วไป นั่นทำให้พืชดอกออกผลชนิดนี้สามารถเจริญงอกงามได้เป็นอย่างดีแม้กระทั่งเพาะปลูกบนพื้นดินที่ร้อนแล้งสุดกันดาร ในสวนกสิกรรม DIOR GARDENS ภาคพื้นมาดากัสการ์ กระบวนการแปรรูปผลผลิตอันคำนึงถึงระบบนิเวศธรรมชาติเคร่งครัด นำมาซึ่งโมเลกุลปฏิบัติการสกัดจากเมล็ดของลองโกซา สำหรับหลอมรวมเป็นหัวใจสำคัญของสูตรผสม
ส่วนผสมประสิทธิภาพของลองโกซาในการเร่งทวีสมรรถนะ การช่วยต่อต้านริ้วรอย เมื่อมาอยู่ในรูปแบบของพฤกษาสกัด จึงเท่ากับเป็นส่วนผสมธรรมชาติที่ช่วยให้กระแสพลังงานหล่อเลี้ยงผิวไหลเวียนได้อย่างราบรื่นตามปรกตินี้ได้รับการจดสิทธิบัตรคุ้มครองเป็นของแผนกวิจัย และพัฒนา LVMH RESEARCH AND DEVELOPMENT จนถึงปี 2026

“ LIPO-3X ” คือหน่วยนำการลำเลียงสาร หรือส่วนผสม ซึ่งแตกแขนงมาจากไลโปเพพไทด์ (LIPOPEPTIDE) เป็นเสมือนกลไกนำร่อง และนำส่งบรรดาส่วนผสมปฏิบัติการสูตรน้ำสกัดจากลองโกซา ให้ลำเลียงตัวลงสู่ผิวอย่างล้ำลึก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของส่วนผสมเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้นกว่าที่เคยเป็น

กรดไฮยาลูรอนิกสูตรพัฒนาใหม่ที่เรียกว่า ACETYLATED HYALURONIC ACID มีรูปแบบเป็นอณูโมเลกุลที่เล็กกว่าเดิมถึง 4 เท่า ให้การซึมซาบได้ดียิ่งขึ้นหลายเท่า** จึงลำเลียงตัวลงสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก กระจายตัวได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น ให้การฟื้นบำรุงได้อย่างต่อเนื่อง ยาวนานขึ้น

* ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการโดยใช้ลำเลียงวิตามิน ซีเป็นส่วนผสมอ้างอิง
** ผลการทดสอบส่วนผสมในห้องปฏิบัติการ

สุดยอดของความเป็นธรรมชาติ
สูตรเข้มข้นระดับสูง หลอมรวมไว้ด้วยบรรดาส่วนผสมสกัดจากธรรมชาติในปริมาณสูงถึง 91%* นั่นหมายความว่าแผนกห้องทดลองค้นคว้า DIOR LABORATORIES รุดหน้าไปอีกขั้นในแง่ของประสิทธิภาพ และการผสมสูตร
ส่วนผสมที่เหลือในสัดส่วน 9% ของสูตรผลิตภัณฑ์คือสารที่ช่วยในการรวมสูตรให้เนื้อสัมผัสมีเอกภาพ สม่ำเสมอเป็นหนึ่งเดียวตลอดเวลา อีกทั้งยังมอบความรู้สึกสบายผิวสูงสุดในทันทีที่ใช้
สำหรับ DIOR ประสิทธิภาพสำคัญเทียบเท่ากับความรู้สึก: ต้องอาศัยบททดสอบการขึ้นสูตรนับร้อยๆ ครั้งเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสปฏิบัติการที่สามารถซึมซาบลงสู่ผิวได้ล้ำลึกขึ้น รวมตัวกับส่วนของหนังกำพร้าได้อย่างกลมกลืน มอบปฏิบัติการเชิงประสิทธิภาพได้ต่อเนื่อง ยาวนานขึ้น ก่อสภาพผิวที่แลดูแน่นกระชับ ต้องแสงเป็นประกายกระจ่าง สดใส

สุดยอดผลลัพธ์สำหรับทุกคน
SUPER POTENT SERUM ได้รับการทดสอบ และเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทั้งหลาย เหมาะสำหรับสภาพผิวทุกประเภท และทุกโทนสีผิว

นับจากหยดแรก รู้สึกได้ถึงความงดงามทางสภาพผิว โทนผิวแลดูสว่างขึ้น นับจากใช้ครั้งแรก*
หลังใช้ต่อเนื่องเป็นประจำจนหมดหนึ่งขวด รู้สึกว่าเนื้อผิวอิ่มเอิบ มีสุขภาพดีขึ้น เห็นได้จากโทนผิวที่แลดูสม่ำเสมอขึ้นถึง 31%*
ปฏิบัติการต่อริ้วรอยย่นเป็นที่น่าพึงพอใจ และเห็นได้ชัดหลังจากใช้ต่อเนื่องเป็นประจำ 3 เดือน*

* ตามมาตรฐาน ISO 16128
** ผลทดสอบจากการให้คะแนนด้วยตัวเอง

GIORGIO ARMANI - CREMA NERA #essenceผิวอิ่ม & #essenceผิวใส

CREMA NERA ACQUA PANTELLERIA #essenceผิวอิ่ม
& The New CREMA NERA ACQUA REVISCENTALIS #essenceผิวใส

Revealing skin’s beauty and vitality สองเอสเซนส์ผสานวิทยาการแห่ง ‘พืชฟื้นชีพ’

2 เอสเซนส์ เพื่อแก้ไข 2 ปัญหาใหญ่แห่งผิว ความหมองคล้ำ และ ความแห้งกร้าน ด้วย Reviscentalis™ วิทยาการพืชฟื้นชีพ อันเป็นส่วนผสมเชิงซ้อนพัฒนาจากพฤกษาสกัดปาฏิหาริย์

ในยุคปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงไปของผิวพรรณ ซึ่ง Armani beauty ได้ค้นพบว่ากลุ่มคนในช่วงวัยทำงานมักมีปัญหาผิวสองประการหลัก ๆ นั่นคือ ผิวหมองคล้ำจากการสัมผัสแสงแดด มลภาวะ รวมไปถึงการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่ช้าลงตามวัยที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผิวนั้นดูไม่กระจ่างใส และอีกปัญหานั่นคือผิวแห้งกร้าน จากการใช้ชีวิตอยู่ในห้องปรับอากาศ รวมไปถึงการพักผ่อนที่น้อยลง การดื่มน้ำที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน ไม่อิ่มฟู เปล่งปลั่ง เรียบเนียน


GIORGIO ARMANI CREMA NERA ACQUA PANTELLERIA 150ml. 5,000 Baht
GIORGIO ARMANI CREMA NERA ACQUA REVISCENTALIS 150ml. 5,000 Baht


ช่องทางการติดตามและซื้อผลิตภัณฑ์
#ArmaniBeauty | www.facebook.com/armanibeautyTH
ARMANI BEAUTY Boutique เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 1 หน้าแผนก Central Beauty Galerie
ARMANI BEAUTY Boutique เซน ชั้น 1 หน้าแผนก Zen Beauty @ Central World
ARMANI BEAUTY Boutique สยาม พารากอน ชั้น M

NARS Chinese New Year 2021 Collection

NARS เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนกับ The Chinese New Year Collection 2021 คอลเลกชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ผสมผสานความงดงามจากประเพณีดั่งเดิมเข้ากับสไตล์ของคนรุ่นใหม่ สะท้อนผ่านดีไซน์แพ็กเกจจิ้งผลิตภัณฑ์โทนสีแดงเข้มรับกับลวดลายดอกไม้ที่ออกแบบมาอย่างละเอียดอ่อน ด้วยลิปสติก 4 เฉดสี (2 เฉดสีใหม่และ 2 เฉดสียอดนิยม) ตอบโจทย์ความต้องการเติมเรียวปากให้ชวนหลงใหลตั้งแต่สีนู้ดไปจนถึงสีเข้ม พร้อมด้วย Quad Eyeshadow เฉดสีใหม่ให้สีสันอ่อนนุ่มดุจกลีบดอกไม้ และ Iconic Product อย่าง Light Reflecting Setting Powder ตลับสีแดงสุดอินเทรนด์ควรค่าแก่การสะสม คอลเลกชั่นพิเศษพร้อมบานสะพรั่งความงดงามและความโชคดีให้ทุกความโดดเด่นกลับมาอีกครั้ง

THE COLLECTION

● LIGHT REFLECTING SETTING POWDER ราคา 1,650 บาท
แป้งโปร่งแสงสูตรอัดแข็งไร้น้ำหนัก ช่วยล็อคเมคอัพให้ติดทนผ่านสัมผัสเนื้อแป้งบางเบา เบลนได้ง่ายดาย มอบฟินิชลุคแบบซอฟแมตต์ที่ดูเปล่งประกายในทุกสภาพแสง โดยไม่รู้สึกถึงเนื้อแป้งบนผิว ไม่ก่อให้เกิดคราบ ช่วยเลือนอำพรางริ้วรอยย่น รูขุมขน ร่องริ้วเส้นบางให้เนื้อผิวแลดูเนียนเรียบละเอียด และช่วยตรึงรองพื้นให้แนบสนิทติดทนนาน
SHADE: Crystal (translucent) คริสตัล (สีโปร่งแสง)

● LIPSTICK ราคา 1,100 บาท
ดื่มด่ำกับเรียวปากที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพิกเม้นต์ทรงประสิทธิภาพ ด้วยส่วนผสมของน้ำมันมะรุมผสานกับน้ำมันเมล็ดเสาวรส ช่วยมอบความสดชัดให้เฉดสีดูมีชีวิตชีวา พร้อมฟื้นบำรุงผิวริมฝีปากและมอบสัมผัสบางเบาแบบไม่เคยสัมผัสมาก่อน ในคอลเลกชั่นลิมิเต็ดนำเสนอ 4 เฉดสี (2 เฉดสีใหม่และ 2 เฉดสียอดนิยม) ตอบโจทย์ความต้องการเติมเรียวปากให้ชวนหลงใหลตั้งแต่สีนู้ดไปจนถึงสีเข้ม
SHADES (จากซ้ายไปขวา): WEN WO (warm nude) สีนู้ดโทนอุ่น, CHINA ROSE (warm peach brown) สีน้ำตาลพีชโทนอุ่น, INTRIGUE (scarlet red) สีแดง, BANNED RED (satin mulled wine) สีไวน์ซาติน

● QUAD EYESHADOW ราคา 2,200 บาท
เติมเต็มความมั่งคั่งด้วยสีสันสดชัดรับกับเนื้อสัมผัสหรูหรานุ่มนวลตอบรับการสร้างสรรค์ลุคอย่างไร้ขีดจำกัดจาก Quad Eyeshadow เฉดสีใหม่ในแบบเฉดสีอ่อนดุจกลีบดอกไม้ พร้อมให้คุณได้พกพาเพื่อประดับความงามบนเปลือกตาผ่านเม็ดสีที่คลี่ตัวลื่นเนียน ให้ความชัดเจน สมจริงแห่งสีสันอย่างต่อเนื่อง
SHADE: DEEP SUNRISE


#NARSThailand

- ROUGE DIOR 2021 -

“นอกจากผู้หญิง ดอกไม้คือสิ่งงดงามที่สุดที่พระเจ้ามอบให้แก่โลกใบนี้” คริสเตียน ดิออร์

ดอกไม้อยู่กลางใจของ DIOR
นับจากวันแรก เราอาศัยแรงบันดาลใจจากความงดงาม และพลังอำนาจแห่งมวลพฤกษามาใช้ออกแบบผลงานสร้างสรรค์อันสุดงดงามอย่างไม่จบสิ้น

บนริมฝีปากกับรอยยิ้มทุกหนแห่งคือ Rouge Dior ซึ่งถือกำเนิดจากความรัก และแรงปรารถนาของคริสเตียน ดิออร์ ที่จะแต่งเติมความงามให้แก่การแต่งกาย และรอยยิ้มของผู้หญิงทั้งหลาย ลิปสติกรุ่นแรกของห้องเสื้อชั้นสูงระดับตำนาน ถูกสรรค์สร้างขึ้นเมื่อปี 1953 ด้วยการถ่ายทอดทุกทักษะ ความชำนาญ และสไตล์อันทรงเอกลักษณ์ของ Dior ผ่านสีสันเจิดจ้า สว่างสดใสในฐานะตัวแทนจากโลกแฟชัน เป็นเวลากว่าหลายปีที่ลิปสติกแฟชันนี้ ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่องหลายพันเฉดสี มอบรอยยิ้มนับครั้งไม่ถ้วนให้ผู้หญิงทั่วโลก

ปีเตอร์ ฟิลิปส์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และภาพลักษณ์ประจำแผนก Dior Makeup ได้เผยแง่มุมใหม่ในลิปสติกระดับไอคอนิกเพื่อแสดงออกถึงความเป็น ‘ลิปสติกแฟชัน’ ได้อย่างชัดเจนกว่าที่เคย ในปลอกบรรจุรุ่นใหม่เปลี่ยนรีฟิลล์ได้ ซึ่งมาพร้อมงานออกแบบอันทันสมัยท้าทายทุกสายตา คือสูตรผสมทรงเอกลักษณ์ทางการเน้นความชัดเจนสมจริงแห่งสีสัน อุดมไปด้วยบรรดาส่วนผสมพฤกษาสกัดปฏิบัติการถนอมผิวริมฝีปาก บทบรรจบอันลงตัวระหว่างความหลากหลายทางเฉดสี และเนื้อสัมผัสกับผลลัพธ์ทางการแต่งเติม รองรับทุกสไตล์การแต่งหน้า และแต่งกาย เหนืออื่นใดคือ ช่วยทวีความงดงามให้แก่ทุกโทนผิว

"Rouge Dior คือที่สุดแห่งลิปสติกเจ้าของภาพลักษณ์อันทรงแบบฉบับ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ปัจจุบัน ลิปสติกนี้ได้กลายเป็นไอคอนที่ตอบรับกับกระแสความนิยมของทุกยุคสมัย ซึ่งไม่เคยหยุดสร้างความอัศจรรย์ใจ” ปีเตอร์ ฟิลิปส์


● Rouge Dior บทรังสรรค์ผลงานร่วมสมัยระดับไอคอน
คริสเตียน ดิออร์ ผู้เคยฝันถึงการเป็นสถาปนิก ประสบความสำเร็จในการสรรค์สร้างลิปสติกรุ่นแรกให้เผยโฉมในรูปแบบของศิลปะวัตถุด้วยบรรจุภัณฑ์ทำจากวัสดุสีทอง และแก้วใส จำลองแบบเสาอนุสาวรีย์ในกลางจัตุรัสกองกอร์ดเพื่อยกย่องหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งมหานครปารีส ในขณะที่กาลเวลาผันผ่าน ลิปสติกนี้ก็ได้รังการรังสรรค์ขึ้นใหม่ตามยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งไม่ต่างอะไรจากการสร้างปรากฏการณ์หักล้างแนวคิดดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นปลอกบรรจุสีทอง หรือสีเบจ จนมาถึงสีน้ำเงินเข้มสดดุจท้องน้ำในมหาสมุทร และมาหยุดอยู่ที่ปี 2005 กับความงามสง่ารูปโฉมใหม่ในปลอกลิปสติกสีน้ำเงินเข้มอมน้ำอย่างที่เรียกว่า “มิดไนท์บลู” รองรับลายขัดสาน (cannage) หนึ่งในสัญลักษณ์ประจำห้องเสื้อ Dior

ล่าสุด Rouge Dior ใหม่สืบสานตำนานที่ยังมีชีวิตด้วยความทันสมัยยิ่งขึ้น และมีแบบฉบับยิ่งกว่า ด้วยการคาดวงแหวนรองรับอักษรย่อ Dior เพื่อเป็นบทสะท้อนความคอดกิ่วของส่วนเอวในเสื้อผ้าแฟชัน ซึ่งครองความโดดเด่นในแต่ละคอลเลคชันของแต่ละฤดูกาล ขณะเดียวกัน ปลอกบรรจุรุ่นใหม่ที่ยังประดับงานเดินของสีเงินกับอักษรย่อ CD ตามนามของผู้สร้างสรรค์ และก่อตั้ง ยังหลอมรวมงานออกแบบรูปทรงเพรียวบาง โฉบเฉี่ยว เข้ากับความภูมิฐานในฐานะเครื่องประดับแฟชันซึ่งอยู่เหนืออิทธิลของกระแสความนิยมทางยุคสมัย

นอกจากนั้น Rouge Dior รุ่นใหม่นี้ ยังขานรับนโยบายอนุรักษ์ระบบนิเวศอย่างยั่งยืนของ House of Dior ด้วยการกลับมาใช้บรรจุภัณฑ์ปลอกลิปสติกแบบเปลี่ยนรีฟิลล์ได้อีกครั้ง ตามวิสัยทัศน์ก้าวไกลแต่แรกเริ่มของคริสเตียน ดิออร์ ผู้สรรค์สร้างลิปสติกรุ่นแรกของตนในรูปแบบปลอกบรรจุแบบรีฟิลล์

● อานุภาพแห่งสีสัน ได้รับแรงบันดาลใจจากมวลพฤกษาของ Dior
ด้วยการจัดสัดส่วนระหว่างเม็ดสีกับส่วนผสมถนอมผิวริมฝีปากให้ได้สมดุลอย่างลงตัว Rouge Dior ทวีความงดงามแก่รอยยิ้มของผู้หญิงทุกคนภายใต้เนื้อสีชัดเจน สมจริงอย่างหมดจดจากการทาเพียงครั้งเดียว สูตรผสมอันเป็นที่รัก ได้รับการรังสรรค์ใหม่โดยอาศัยพฤกษศาสตร์วิทยาของ Dior เป็นแกนนำ ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา แผนกห้องทดลองค้นคว้าของแบรนด์ ได้รับแรงบันดาลใจจากวิทยาการแขนงนี้ในการนำไปสู่วัตถุดิบอันทรงอานุภาพอย่างที่สุด บรรดาส่วนผสมจากพฤกษาธรรมชาติ หลอมรวมประสิทธิภาพทางการปกป้อง ถนอมผิวริมฝีปากลงสู่ Rouge Dior เพื่อช่วยเร่งความคมชัดของเฉดสี ฟื้นบำรุงความงามของริมฝีปากอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน

- คุณสมบัติทางการปกป้องจาก red peony หนึ่งในดอกไม้ซึ่งคริสเตียน ดิออร์รัก และชื่นชมอย่างที่สุด พฤกษาสกัดนี้ช่วยเก็บกักความชุ่มชื่นตามธรรมชาติของผิวริมฝีปากเพื่อจุดประกายสดใสแห่งสีสัน เร่งระดับความสว่างให้เฉดสีของลิปสติกที่แต่งเติม
- สารสกัดจากดอกทับทิม ปฏิบัติการล้ำลึกในการฟื้นบำรุงความงามผ่านสัมผัสสบายผิว ริมฝีปากนุ่มละมุน แน่นกระชับ บรรดาริ้วรอยเส้นบางราวเลือนจาง ในขณะที่เนื้อสีผนึกแนบไม่ลอกตัว เลือนจาง หรือแตกริ้ว มอบความชัดเจนสมจริงได้นานต่อเนื่องยิ่งกว่าเคย
- เชียบัตเตอร์ เติมเต็มประสิทธิภาพทางการปกป้องของบรรดาพฤกษาสกัด มอบการบำรุงล้ำลึก เพราะผิวริมฝีปากที่เรียบเนียน ย่อมมอบความมั่นใจในการคลี่ตัวอย่างสม่ำเสมอของเนื้อลิปสติก รับประกันผลลัพธ์ความงามจากการแต่งเติม

● 34 เฉดสีจากห้องเสื้อแฟชันประดับความงามให้ทุกรอยยิ้ม
สีแดงคือสีแห่ง Dior อย่างที่คริสเตียน ดิออร์เคยกล่าวไว้ว่า “สีแดงคือสีแห่งชีวิต”
เมื่อปีค.ศ. 1947 สีแดงในฐานะสัญลักษณ์แห่งความปรารถนา และความเป็นผู้หญิง เติมความงามสง่าให้บรรดาผลงานการออกแบบของคริสเตียน ดิออร์ ตลอดจนจุดประกายสว่างไสวให้แก่การแสดงแบบเสื้อผ้าบนรันเวย์ด้วยชุดอันโด่งดังอย่าง ‘Coups de Trafalgar.’ ‘Zinnia’, ‘Satan’ และ ‘Sourire’ เหล่านี้เป็นตัวอย่างบางส่วน ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจอย่างต่อเนื่องให้แก่เหล่านักออกแบบรุ่นต่อมาของห้องเสื้อ ในขณะเดียวกัน ก็ยังช่วยเล่าขานเรื่องราวความเป็นมาในแต่ละยุคของวงการแฟชัน

เพื่อสะท้อนถึงความรักอันดื่มด่ำ กับพลังแห่งความปรารถนานี้ ปีเตอร์ ฟิลิปส์ได้ศึกษา และทบทวนทุกแง่มุมของลิปสติกอันทรงแบบฉบับ สัญลักษณ์ประจำแบรนด์ เพื่อรังสรรค์คอลเลคชันสีขึ้นใหม่ด้วยการมอบตัวเลือกถึง 35 เฉดสี แต่ละเฉดล้วนแฝงประกายไล่ลำดับความเข้มสลับแสงเงาเพื่อประดับความงามแก่รอยยิ้มของผู้หญิงทั้งหลาย ตลอดจนเป็นตัวแทนแนวคิดล้ำยุคที่ต้องการหักล้างกฎเกณฑ์ ขนบนิยมดั้งเดิม หรืออีกนัยหนึ่ง แสดงถึงความกล้าที่จะท้าทายกระแสความนิยมของแต่ละยุคสมัย เพื่อเป็นความพิเศษเหนือธรรมดาอย่างแท้จริง

ท่ามกลางความหลายหลากมากมายของสรรพสี นู้ด หรือสีเนื้อ เป็นเสมือนแขกรับเชิญผู้ทรงเกียรติในคอลเลคชัน “สีแดงบ่งบอกถึงตัวตน บุคลิก หรือความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริง ในขณะที่นู้ด กลายเป็นเฉดสีประจำวัน” คือคำอธิบายของปีเตอร์ ฟิลิปส์ ผู้จัดลำดับแต่ละเฉดสีให้ไล่เรียงกันอย่างสมดุล “สีนู้ด มีความแตกต่างกันไปสำหรับผู้หญิงแต่ละคน ผลลัพธ์ก็หลากหลายตามลักษณะของสีปาก ดังนั้น จึงสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบเฉดเพื่อให้มีจำนวนตัวเลือกสีที่เหมาะสม จากสีเบจอ่อนไปจนถึงสีเนื้อเข้มอมโทนชมพูกุหลาบอย่างที่เราเรียกว่าสีไม้พะยูง หรือสีโรสวูด มั่นใจได้ว่าผู้หญิงทุกคนจะพบเฉดสีซึ่งช่วยทวีความงดงามให้แก่ตนได้อย่างกลมกลืนที่สุด” ปีเตอร์ ฟิลิปส์กล่าวเสริม

● 4 เนื้อสัมผัสจากแฟชัน มอบความครบครันให้ผลลัพธ์
ความต่างทางเฉดสี ยังทวีความหลากหลายด้วยเนื้อสัมผัส จากซาตินทอประกายสว่างเป็นเงางามอันโด่งดังระดับตำนาน และเนื้อแม็ตอุดมเม็ดสีเข้มข้น มาสู่เนื้อสัมผัสใหม่เพิ่มเติมอีกสองผลลัพธ์ นั่นคือแม็ตพิเศษเนื้อ ‘กำมะหยี่’ มอบสัมผัสสบายผิว ติดทนนานกับ ‘เมทัลลิก’ แวววาว สดสว่าง ท้าทายทุกสายตา ลิปสติกแต่ละเฉดล้วนมีเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากหนึ่งใน 4 เนื้อผ้าอันถือเป็นมรดกทางการสร้างสรรค์ในประวัติความเป็นมาของ Dior

‘กำมะหยี่’ หรือ velvet คือผลลัพธ์ซึ่งสะกดสายตาอย่างที่สุด ด้วยการขยายขอบเขตคำจำกัดความของ ‘ความแม็ต’ ออกไปโดยอาศัยการหลอมรวมความรักดื่มด่ำอันมีต่อสีสัน เข้ากับนวัตกรรมเครื่องสำอางเพื่อมอบสัมผัส และผลลัพธ์ที่แม็ตเนียนสูงสุด โดยไม่บั่นทอนประสิทธิภาพทางการถนอมผิวริมฝีปาก อีกทั้งยังมอบความรู้สึกสบายผิวต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง1 ไม่ทำให้ริมฝีปากแห้ง เนื้อสีไม่แตกริ้ว หรือลอกเลอะ มีเพียง Dior เท่านั้น ที่สามารถเก็บงำความลับทางการจัดสัดส่วนสมดุลเชิงคุณสมบัติให้ลงตัวได้เช่นนี้

Rouge Dior 4 เฉดก้าวขึ้นครองตำแหน่งไอคอนแห่งเมคอัพในที่สุด:
- 999 Velvet: สีแดงสดเข้ม เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน และอยู่เหนือกระแสความนิยมของยุคสมัย ผลงานรังสรรค์ลำดับสามจากลิปสติกสองรุ่นแรกของคริสเตียน ดิออร์ นั่นคือ 9 และ 99 ปัจจุบันครบครันด้วย 4 เนื้อสัมผัสเพื่อผลลัพธ์แบบฉบับ Rouge Dior
- 100 Nude Look: ถ่ายทอดสีเทาอมเบจของชุดนิวลุคปี 1947 ที่คริสเตียน ดิออร์ออกแบบ สร้างสรรค์มาสู่ลิปสติกสีนู้ดเฉดใหม่ ร่วมสมัย ให้ความคมชัดแก่รูปปากอย่างงดงาม
- 080 Red Smile: สีแดงสุกสว่างรุ่งโรจน์ และโชติช่วงดั่งดวงเพลิง อาศัยหนึ่งในสีแดง Dior รุ่นแรกปี 1950 เป็นต้นแบบการจุดประกายความงามสดใสให้รอยยิ้ม
- 525 Chérie: สีนู้ดโรสวูด ซึ่งตั้งชื่อตามคำเรียกน้องสาวผู้เป็นที่รัก และหนึ่งในหญิงซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของคริสเตียน ดิออร์

● กิจวัตร Rouge Dior
- Dior Contour: ก่อรูปปากคมชัดด้วยผลลัพธ์ระดับแฟชัน
เพื่อผลลัพธ์สุดประณีต พิถีพิถัน และสะดุดตาอย่างเหนือชั้น ปีเตอร์ ฟิลิปส์พัฒนาหลาก เฉดสีใหม่สำหรับไลเนอร์เขียนขอบปากให้รองรับกับลิปสติกแต่ละเฉดได้อย่างกลมกลืน ปลายทิปสัมผัสอ่อนนุ่มเหลือเชื่อเคลื่อนตัวอย่างราบรื่น ง่ายดายไปบนผิวริมฝีปาก มอบประสิทธิภาพตรึงเนื้อสีติดทนนานยิ่งขึ้น และเร่งความชัดเจนสมจริงของทุกเฉดสีให้ทวีความโดดเด่น สูตรผสมอุดมสารสกัดจากดอกpeony และดอกทับทิม ร่วมกันมอบความรู้สึกสบายผิว เมื่อใช้ร่วมกับลิปสติก ไลเนอร์ Dior Contour นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพติดทนนานยิ่งขึ้นอีก 2 ชั่วโมง2

- Dior Vernis: สัญลักษณ์แฟชันประดับเรียวเล็บ
เผยความงดงามด้วยสีสันจากห้องเสื้อแฟชันอย่างครบครันจนถึงปลายนิ้วด้วยสูตรผสมเร่งความระดับความเข้มทางการกระจายตัวเม็ดสีในเนื้อเจลเงางามวามวาวติดทนนานเป็นอย่างยิ่ง และเป็นครั้งแรกที่ Dior Vernis ผสมสูตรร่วมกับสารสกัดจากpeonyและพิสตาชิโอเพื่อบำรุงความแข็งแรงให้ผิวเล็บ

- Rouge Dior…
ความงดงามตราตรึงดึงดูดทุกสายตาด้วยลีลาหาญกล้าสุดท้าทาย Rouge Dior ได้ประดับริมฝีปากของทุกคนเพื่อสืบสานความปรารถนาของคริสเตียน ดิออร์ที่จะ “เติมแต่งความงามให้รอยยิ้มของอิสตรี” ในปี 2021 ปีเตอร์ ฟิลิปส์ได้จารึกบทใหม่ลงในหน้าประวัติศาสตร์ของแบรนด์ด้วยคอลเลคชันอันมีความเป็นแฟชันชัดเจนยิ่งขึ้นกว่ากาลก่อน

เหมือนเป็นการหวนคืนสู่รกรากที่มา ลิปสติกสีแดงอันทรงแบบบับได้เผยความงดงามใจกลางมหานครซึ่งมีความเป็น Dior สูงสุด: กรุงปารีส

รับบทโดยนาตาลี พอร์ตแมน ไอคอนแห่งวงการภาพยนตร์ ตำนานบทใหม่แห่งลิปสติกสืบทอดความหาญกล้า เจิดจรัส และสดใสในความงามสง่าแบบ Dior ด้วยสไตล์โฉบเฉี่ยว คล่องตัวจากบรรดาเครื่องประดับแฟชัน3 และริมฝีปากเฉิดฉายภายใต้เนื้อสีลิปสติก Rouge Dior นาตาลี พอร์ตแมนท์มอบคำจำกัดความใหม่ของ Parisian chic ผ่านเลนส์กล้องภาพยนตร์ของอิเนซ์ แอนด์ วินูห์

เสน่ห์เย้ายวนในความสุข สดใส สะกดทุกสายตาด้วยท่วงท่า และสีหน้าเล่นกับกล้องของกอร์ดอน วอน สไตเนอร์ แสดงให้เห็นถึงรอยยิ้มที่มอบชีวิตชีวาให้แก่ทุกเฉดสีของ Dior


#WeWearRouge #RougeDior @diormakeup @diorbeautylovers


1อาสาสมัคร 60 คนให้คะแนนประเมินผลจากการทดลองใช้ด้วยตัวเอง
2อาสาสมัคร 20 คน ประเมินผลทันทีใช้
3เครื่องประดับที่ผลิตขึ้นโดยปราศจากการใช้วัตถุดิบจากสัตว์ และก่ออันตรายใดๆ ต่อสัตว์โลกในระบบนิเวศ สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับนาตาลี พอร์ตแมนเป็นการเฉพาะ

CASETiFY ร่วมมือกับ Disney สร้างเมจิกคอลเลกชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

คอลเลกชั่นเปิดตัวด้วยอุปกรณ์เสริมอิเล็กโทรนิกส์ใหม่ทั้งหมด ร่วมกับอุปกรณ์แอปเปิ้ลและซัมซุง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราว "Mickey Mouse Club 2021"

แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกอย่าง CASETiFY ได้จับมือร่วมกับ Disney เพื่อออกอุปกรณ์เสริมอิเล็กโทรนิกส์ซีรีส์ใหม่ล่าสุดช่วงหน้าหนาวนี้ โดยดิสนีย์ได้นำรูปแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์มาพร้อมกับตัวละครดิสนีย์ที่น่ารัก อวดลวดลายลงบนสินค้ายอดนิยมของเคสซิฟาย พร้อมส่งทั่วโลกบนเว็บไซต์ www.CASETiFY.com/disney ในวันที่ 20 มกราคมนี้

ใน Disney x CASETiFY ซีรีส์ใหม่นี้ เคสซิฟายได้นำเรื่องราวคลาสสิกเบื้องหลังกลุ่มเพื่อนดิสนีย์ มาเล่าในยุคสมัยใหม่ ผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีอุปกรณ์เสริมอิเล็กโทรนิกส์ โดยเปิดตัวด้วยคอลเลกชั่นที่ใช้สำหรับไอโฟน12 และเครื่องอื่นๆ ภายใต้ชื่อ "มิคกี้เม้าส์คลับ" ซึ่งสินค้าเหล่านี้มาพร้อมกับกล่องมิคกี้เม้าส์ลวดลายลิมิเต็ด ในหลายหลายสีสันที่มีเสน่ห์ให้เลือกซื้อ ราคาเริ่มต้นที่ 35 ดอลล่าร์สหรัฐ

ในซีรีส์นี้ แฟนๆ ยังได้ตื่นเต้นกับการออกแบบลวดลายได้ด้วยตัวเองทั้งแบบโมโนแกรม รวมถึงใส่ข้อความที่ต้องการลงบนหลากหลายวัสดุทั้งแบบเคสหนังรักษ์โลก แบบเคสกระจก และแบบเคสกันกระแทกพิเศษ นอกจากนั้นนักช้อปยังได้คำเชิญพิเศษเพื่อเป็นกลุ่มแรกที่เข้าไปสัมผัสกับ Mickey Mouse Club Member's Badge Case แบบลิมิเต็ดในครั้งนี้ พร้อมวางจำหน่ายในวันเปิดตัว ราคา 70 ดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าอุปกรณ์เสริมทั้งหมดครอบคลุมทั้ง มือถือไอโฟน ซัมซุง แอร์พอต แมคบุ๊ค ไอแพต นาฬิกาข้อมือแอปเปิ้ล ที่ชาร์จแบตไร้สาย ที่ตั้งมือถือ และล่าสุดกับเครื่องฆ่าเชื้อโรคบนอุปกรณ์มือถือของ CASETiFY

"พวกเราตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับหนึ่งในบริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งทั้งเคสซิฟายและดิสนีย์แบ่งบันแรงผลักดันเพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการร่วมกันเกิดคอลเลกชั่นใหม่นี้" นาย Wesley Ng ซีอีโอ CASETiFY กล่าว "การร่วมมือกันกับดิสนีย์ยังเรียกได้ว่าเป็นการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ ที่นำเอาความทันสมัยมารวมกับความคลาสสิกของตัวละครดิสนีย์"

Disney x CASETiFY คอลเลกชั่นจะเปิดตัวออนไลน์เพื่อให้ลงทะเบียนเข้าคิวจองในวันนี้ และแฟนๆ ยังสามารถเข้ามาซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมนี้เป็นต้นไป โดย Disney x CASETiFY ซีรีส์เป็นส่วนนึงของโปรแกรมความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์ภายใต้ชื่อว่า CASETiFY Co-Lab ที่จะนำเอาการร่วมแบรนด์ครั้งนี้มาเชื่อมโยงกับการสร้างประสบการ์ณในร้านค้า รวมถึงของชำร่วยลิมิเต็ดต่างๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าคอลเลกชั่นนี้ และ อัพเดทข่าวสาร สามารถเยี่ยมชมเวปไซต์ www.CASETiFY.com/disney และช่องทางไอจี เฟสบุ๊ค และทวิตเตอร์ @CASETiFY