Beauty Arrival

“เที่ยวทั่วไทย เท่ทุกที่” นวัตวิถีท่องเที่ยวชุมชน

ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์)
ชวนเที่ยวงาน “เที่ยวทั่วไทย เท่ทุกที่” นวัตวิถีท่องเที่ยวชุมชนระหว่างวันที่ 30 ก.ค. – 2 ส.ค. ศกนี้

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก โรงแรมในเครือโนโวเทล แอคคอร์ พร้อมด้วยพันธมิตรด้านธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย
ตอบสนองมาตรการภาครัฐ ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภาคการท่องเที่ยว ไปกับโครงการ “กำลังใจ” และ “เราเที่ยวด้วยกัน” ร่วมจัดงาน “เที่ยวทั่วไทย เท่ทุกที่” นวัตวิถีท่องเที่ยวชุมชน พบกับแพ็กเกจ เส้นทางการท่องเที่ยวทั่วไทย เชิงคุณภาพ วัฒนธรรม ธรรมชาติ วิถีถิ่น ศาสตร์ศิลป์ ศรัทธาธรรม กรุงเทพฯ-ปริมณฑล - 4 ภาคทั่วไทย อาทิ ทริปการท่องเที่ยวเส้นทาง 2 กรุง 3 เกาะ 4 วัง มหัศจรรย์กรุงเทพฯ-กรุงธนฯ, เดิน วิ่ง ปั่นจักรยานชายคลอง สัมผัสวิถีชุมชนริมคลองประเวศน์ฝั่งเหนือ, สุขใดเล่า จะเท่าน้ำเชี่ยว ไม่เที่ยว ไม่ได้แล้ว จ.ตราด, ปักหมุดชิมกาแฟบนผาฮี้ จ.เชียงราย,เหนือสิ่งอื่นใดคือไข่...เรื่องของไข่...นครศรีธรรมราช ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังมีสินค้า อาหาร ผลิตภัณฑ์ชุมชน ต้นตำรับมาจำหน่ายภายในงาน เช่น เครื่องรางเสริมโชคลาภ,หินมงคล,ดินเกลือบำบัด,หัวโขนจิ๋ว,ตระกร้าสาน,ขนมฝรั่งกุฎีจีน,ขนมดอกโสน, ผัดไทสมหวัง,ทอดมันแห้ว,ข้าวเกรียบยาหน้า,อินทผลัม ฯลฯ


พลาดไม่ได้กับโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษ ที่พักโฮมสเตย์ โรงแรม รีสอร์ท สายการบิน Bangkok Airway,Thai Lion Air และบูทผู้ประกอบการชุมชนท่องเที่ยวมากกว่า 100 บูท ในงาน “เที่ยวทั่วไทย เท่ทุกที่” นวัตวิถีท่องเที่ยวชุมชน ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2563 ณ บริเวณชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก โทรศัพท์ 02 209 5555 Facebook: TheMarketBangkok

Under Armour เอาใจแฟนชาวภูเก็ต เปิด Brand House สาขาใหม่ล่าสุดที่เซ็นทรัล ภูเก็ต

หลังจากเพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ไปเมื่อเร็วๆ นี้ Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่หยุดเดินหน้า ขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้เอาใจนักช้อปสายกีฬาชาวภูเก็ต ด้วยการเปิด Brand House ใหม่ล่าสุดที่ เซ็นทรัล ภูเก็ต พร้อมโปรโมชั่นสูงสุดถึง 40%

Under Armour เดินตามกลยุทธ์ที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ที่จะขยายสาขาไปยังจังหวัดหลักๆ ในแต่ละภูมิภาคเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ โดย Brand House ใหม่ล่าสุดที่ เซ็นทรัล ภูเก็ต นี้มาพร้อมรูปโฉมใหม่ของร้านที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพิ่มไลน์อัพสินค้าและระดับราคา เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการขยายกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคระดับกลางไปจนถึงระดับบน หรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่อาศัยในจังหวัดภูเก็ต

พร้อมกันนี้ยังเดินหน้านำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์แฟนๆ ชาวภูเก็ตที่รักการออกกำลังกาย ทั้งสาย Performance และสายไลฟ์สไตล์ ด้วยสินค้าคุณภาพสูงแต่ยังคงสวมใส่ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นสำหรับวันซ้อม หรือวันลงแข่งขันในสนามจริง อาทิ เสื้อผ้าในไลน์ UA Iso-Chill ที่มอบความรู้สึกเย็นสบายเมื่อสวมใส่ คอลเลกชัน Project Rock สำหรับสาวกของ ดเวย์น “เดอะ ร็อค” จอห์นสัน และพร้อมวางจำหน่ายรองเท้าวิ่งคอลเลกชันใหม่ล่าสุด UA HOVR Phantom 2 ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้

เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวสาขาใหม่เอาใจชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง Under Armour มอบส่วนลดมากมายที่นักช้อปสายสุขภาพไม่ควรพลาด
● ซื้อสินค้าครบ 3,500 บาท รับฟรีหมวก Under Armour เมื่อซื้อสินค้าภายในวันที่ 23 กรกฎาคม ถึง 23 สิงหาคม 2563
● รับส่วนลดสูงสุดถึง 40% และส่วนลดพิเศษเพิ่มเติมอีก 20% เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ และรับส่วนลดเพิ่มเติม 15% เมื่อซื้อสินค้าครบ 3 ชิ้น ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563
● สำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิก Armour Club รับคูปองเงินสด 1,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน Armour Club เมื่อซื้อสินค้าครบ 4,000 บาท ภายในวันที่ 23 – 31 กรกฎาคม 2563 (สามารถใช้คูปองได้ภายในวันที่ 1-31 สิงหาคม 2563)


สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Under Armour และโปรโมชันพิเศษก่อนใครได้ที่ช่องทางต่อไปนี้
- เว็ปไซต์ www.ua.com
- Line Official Account @Underarmourth
- ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Lazada
- ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Shopee

MQDC เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ “LIVING FORWARD by MQDC” ระดมแนวคิดกูรู รู้ทัน วันพรุ่งนี้ เพื่อชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ต่อยอดแนวคิด ‘For All Well-Being’ หรือ การสร้างความสุขให้ทุกชีวิตอย่างยั่งยืน สู่แพลตฟอร์มรายการ LIVING FORWARD by MQDC ในรูปแบบ VDO และ Podcast พร้อมคอนเซ็ปท์ “รู้ทันวันพรุ่งนี้ เพื่อชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” เปิดพื้นที่เเลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาอาชีพที่จะมาแชร์แนวคิดและอัพเดทข้อมูลใหม่ๆ ในหัวข้อต่างๆในทุกวันศุกร์ที่ 4 ของทุกเดือน เพื่อเตรียมพร้อมผู้ชมและผู้ฟังสู่การใช้ชีวิตที่มีความสุขอย่างยั่งยืนตั้งแต่วันนี้และในอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

รายการ LIVING FORWARD by MQDC ดำเนินรายการโดยคุณท๊อฟฟี่ ชญาน์ทัต วงศ์มณี พิธีกรและนักเขียนชื่อดังแห่งยุค พร้อมผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่านที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาแชร์มุมมองและความคิดเพื่อ “รู้ทัน วันพรุ่งนี้ เพื่อชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” อย่างสนุกสนาน เข้าใจง่าย และชวนติดตาม

สำหรับตอนแรกของ LIVING FORWARD by MQDC จะออกอากาศในวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ซึ่งเป็นการพูดคุยในหัวข้อ LIVING FORWARD with Resiliency กับรศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC) และดร.การดี เลียวไพโรจน์ หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ (FutureTales Lab by MQDC) ซึ่งทั้ง 2 ท่านจะมาช่วยไขข้อข้องใจว่า อนาคตหลังวิกฤตโควิด - 19 ชีวิตและโลกของเราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง และเราจะเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ผ่าน 8 หัวข้อที่ควรรู้เพื่อความสุขที่ยั่งยืนของทุกชีวิต ได้แก่ 1.การระบาดของโรค (Epidemic) 2.ภัยธรรมชาติ (Natural disasters) 3.การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) 4.ขยะโลก (Global Waste) 5.การรุกของน้ำเค็ม (Salt Water Intrusion) 6.ความไม่มั่นคงด้านอาหารและน้ำ (Food Insecurity) 7.กรุงเทพจมบาดาล (Sinking Bangkok) และ 8.ปัญหาสุขภาพจิตในการใช้ชีวิตในเมือง (Mental Health Problems in Urban Living)


ผู้สนใจสามารถติดตามเนื้อหาทุกตอนของรายการ LIVING FORWARD by MQDC ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่
Facebook: MQDC – Magnolia Quality Development Corporation
Youtube: MQDC For All Well-Being
Podbean: mqdc.podbean.com
Spotify: MQDC For All Well-Being
Apple Podcast: MQDC For All Well-Being



#MQDC #ForAllWellBeing #MQDCFORALLWELLBEING #LivingForwardbyMQDC #LivingForwardwithResiliency

Booking.com ปล่อยแคมเปญ ‘Rebook’ จองอีกครั้ง

ช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จองที่พักเดิมอีกครั้งพร้อมรับเครดิตเงินคืนนักท่องเที่ยวที่เลือกจองที่พักเดิมอีกครั้ง รับยอดสมนาคุณเครดิตเงินคืน15% ภายหลังการเข้าพัก

ระหว่างที่นักท่องเที่ยวใช้เวลาช่วงต้นปี 2563 วางแผนไปเยือนจุดหมายต่างๆ ตามเช็คลิสต์สถานที่ที่อยากไปเยือน การระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รัฐบาลหลายแห่งออกมาตรการปิดพรมแดนและทำให้นักท่องเที่ยวต้องทนอยู่แต่บ้าน โชคดีที่ข้อบังคับและมาตรการต่างๆ เริ่มถูกผ่อนปรนลงและการออกไปท่องเที่ยวเริ่มกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง โดยผลการสำรวจจาก Booking.com แสดงให้เห็นว่าการกลับไปท่องเที่ยวได้อีกครั้งเป็นสิ่งที่ใครหลายคนให้ความสำคัญอย่างมาก โดยกว่า 2 ใน 3 (66%) ของนักท่องเที่ยวจาก 5 ประเทศกล่าวว่าได้วางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในช่วง 6 เดือนถัดไปไว้แล้ว และกว่า 1 ใน 3 (36%) วางแผนว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนในต่างประเทศระหว่างช่วงดังกล่าว*

เพื่อให้ทุกคนกลับออกไปสัมผัสโลกกว้างอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น Booking.com จึงเปิดตัวแคมเปญ ‘Rebook’ หรือจองที่พักเดิมอีกครั้ง เพื่อส่งเสริมนักท่องเที่ยวที่ต้องจำใจยกเลิกทริปท่องเที่ยวจากนโยบายจำกัดการท่องเที่ยวของรัฐบาล เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19** ให้สามารถกลับไปจองที่พักเดิมพร้อมสิทธิพิเศษสำหรับการเข้าพักในอนาคต เมื่อสถานการณ์กลับมาปลอดภัยอีกครั้ง

ทั้งนี้ ลูกค้าที่มีสิทธิ์รับยอดสมนาคุณจะได้รับรหัสโปรโมชั่นเพื่อจองที่พักเดิมและได้รับเครดิตเงินคืน 15% จากราคาที่จอง (สูงสุด 3,645 บาท) ภายหลังจากการเข้าพัก เพื่อนำไปใช้สำหรับการเข้าพักครั้งต่อไป โดย Booking.com ตั้งเป้าที่จะสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เดินทางให้สามารถออกไปท่องเที่ยวกับทริปที่เฝ้าฝันผ่านแคมเปญนี้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง

โดยแคมเปญนี้ยังเป็นการช่วยสนับสนุนธุรกิจต่างๆ ในชุมชนรอบโลกอีกด้วย ซึ่งลูกค้าที่ต้องการร่วมแคมเปญ Rebook หรือการจองที่พักเดิมอีกครั้งต้องจองที่พักเดิมก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2563 โดยสามารถใช้ได้กับการเข้าพักที่เช็คอินภายในวันที่ 30 เมษายน 2564

มร. อายาน เดคก์ ผู้ดำรงตำแหน่ง รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Booking.com กล่าวว่า “ที่ Booking.com เรามีความมุ่งมั่นที่จะทำทุกอย่างที่เราทำได้เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนลูกค้า ตลอดจนที่พักคู่ค้าระหว่างช่วงเวลาที่เกิดการระบาดขึ้น และเมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ เราต้องการจะช่วยให้ทุกคนสามารถออกไปสัมผัสโลกกว้างอีกครั้ง และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงออกถึงความมุ่นมั่นของเรา เรายินดีที่จะเปิดตัวแคมเปญ Rebook โดยสมนาคุณลูกค้าที่จองที่พักเดิมให้ได้รับเครดิตเงินคืน เพื่อใช้สำหรับการเข้าพักครั้งต่อไปในอนาคต แคมเปญนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องอยู่กับบ้านได้มองหาแรงบันดาลใจในการเดินทาง เพื่อเติมเต็มความปรารถนาในการท่องเที่ยวและสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น แคมเปญนี้จะเป็นอีกก้าวที่ช่วยให้ทุกคนสามารถทำเช่นนั้นได้”



**การสำรวจนี้ดำเนินการโดย Booking.com ผ่านการสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใหญ่ซึ่งได้เดินทางในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามทั้งหมด 3,509 คน โดยมี 609 คนมาจากเยอรมนี 677 คนจากฝรั่งเศส 723 คนจากบริเตนใหญ่ 750 คนจากอิตาลี และ 750 คนจากสหรัฐอเมริกา ผู้เข้าร่วมได้ทำแบบสอบถามทางออนไลน์ระหว่างวันที่ 25-30 มิถุนายน ค.ศ. 2020
**ลูกค้าที่มีสิทธิ์รับยอดสมนาคุณ ต้องอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง และได้ยกเลิกการจองแบบไม่สามารถรับเงินคืน และ / หรือแบบรับเงินคืนได้บางส่วน ระหว่างที่มีการใช้เงื่อนไขแบบเหตุสุดวิสัยโดยลูกค้าจะได้รับอีเมลพร้อมรหัสโปรโมชั่นแบบใช้ครั้งเดียวเพื่อแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับยอดสมนาคุณ และจะต้องเป็นผู้ที่ไม่ได้ทำการจองที่พักเดิมอีกครั้งไปแล้วก่อนที่จะได้รับรหัสโปรโมชั่น ลูกค้าจะต้องสมัครรับข้อความโฆษณาจาก Booking.com เพื่อสามารถรับรหัสโปรโมชั่นได้

โบเตก้า เวเนต้า เผมโฉมบูติกสโตร์ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

โบเตก้า เวเนต้า (Bottega Veneta) แบรนด์แฟชั่นชื่อดังสัญชาติอิตาลี เปิดตัวบูติกสโตร์โฉมใหม่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งบูติกแห่งนี้ได้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2014 วางจำหน่ายสินค้าทั้งสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เครื่องหนังขนาดเล็ก รองเท้า จิวเวลรี่ แว่นตา น้ำหอม แอคเซสเซอรี่ต่างๆ รวมถึงเสื้อผ้าคอลเล็คชั่นใหม่ โดยภายในมีพื้นที่รวมกว่า 1,694 ตารางฟุต

บูติกสโตร์แห่งนี้ ให้ความรู้สึกกว้างขวางและทันสมัย คงคอนเซ็ปต์การตกแต่งที่โปร่ง สบายตา และเน้นความสว่าง ตกแต่งด้วยสีโทนอุ่น ด้วยการทาผนังสีขาวสว่างหรือตกแต่งโดยการใช้หินปูนสีงาช้างพร้อมสร้างลายหินอ่อนโรมันธรรมชาติ โดยพื้นปูด้วยไม้รีเคลม บริเวณชั้นวางและตู้โชว์เคสทำจากไม้โอ๊คโบราณ ภายในร้านยังมีองค์ประกอบต่างๆ ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่ทว่าเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็นราวแขวนทองเหลือง แท่นโชว์ทรงลูกบาศก์สีต่างๆ ม้านั่งหนัง และเก้าอี้ซึ่งสานด้วยเทคนิค Intrecciato อันเป็นเอกลัษณ์

พบกับ “ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย” ในรูปแบบ Virtual Event บน LINE SHOPPING ที่เดียว

นับถอยหลังสู่มหกรรม พบกับ “ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย” 30 ก.ค.นี้ ในรูปแบบ Virtual Event บน LINE SHOPPING ที่เดียว

● พบข้อเสนอและแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาพิเศษ ลดสูงสุด 80% ตั้งแต่ 30 ก.ค. – 28 ส.ค. 63
● “ซื้อไว้ก่อน เที่ยวทีหลัง” เลือกได้ตามใจ สไตล์ผู้บริโภคยุค New Normal
● เปิดโอกาสคนไทยช่วยภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทย ด้วยประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ ง่ายตั้งแต่ต้นจนจบ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ LINE ประเทศไทย โดย LINE SHOPPING จัดมหกรรม “ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย” งานใหญ่แห่งปีของคนชอบเที่ยว ในรูปแบบออนไลน์เพื่อให้สอดรับกับวิถีชีวิต New Normal พบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดแห่งปีจากที่พักชั้นนำมากมาย อาทิ เคป ดารา รีสอร์ท, โรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต, โรงแรมและรีสอร์ตในเครือครอส (Cross Hotels & Resorts) และโรงแรมในเครือแมริออท รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และกิจกรรมสันทนาการ กว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ ให้ขาเที่ยว ขาช้อปชาวไทยได้เลือกสรร ตั้งแต่ 30 ก.ค. – 28 ส.ค. นี้ บน LINE SHOPPING ที่เดียว และสำหรับผู้ที่แม้จะยังไม่มีแผนไปเที่ยวก็สามารถเข้ามาเลือกชมเพื่อซื้อ Voucher ราคาพิเศษที่ถูกใจไว้ล่วงหน้าได้ เพื่อนำไปใช้ในอนาคต

โดยผู้เข้าร่วมงาน “ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย” จะได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่แสนสะดวกสบายบน LINE SHOPPING ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมแหล่งช้อปออนไลน์ จากร้านค้าโซเชียลชื่อดังมาไว้ใน LINE ที่เดียว เปิดโอกาสให้ผู้ใช้กว่า 46 ล้านคนร่วมสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวไทยได้อย่างง่ายดายในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกดูเมนูข้อเสนอจากบูธต่างๆ ในงาน การคลิกสั่งซื้อ และการชำระเงิน นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถสอบถามรายละเอียดผ่านการแชทพูดคุยกับร้านค้าได้โดยตรงอีกด้วย ทั้งหมดนี้กำลังจะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม LINE ตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อชีวิตไร้รอยต่อ (Life Infrastructure) ของคนไทย

เพื่อความสะดวกในการเข้าชม ‘ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย’ ได้สะดวก บูธร้านค้าออนไลน์ได้ถูกแบ่งออกเป็น 6 โซนหลักที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ได้แก่
● โซนอยากเที่ยว: ประกอบไปด้วยข้อเสนอสุดพิเศษจากผู้ประกอบการรถเช่า รถทัวร์ เรือสำราญ แพ็กเกจการเดินทางต่างๆ กิจกรรมสันทนาการรวมไปถึงของใช้จำเป็นสำหรับการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าเดินทาง อุปกรณ์สำหรับการท่องเที่ยว เป็นต้น
● โซนอยากกิน: เอาใจสายกิน โดยมีร้านอาหารจากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นของคาวหวาน กินเล่น กินจริงจัง หรือของกินท้องถิ่นพื้นบ้าน มีตั้งแต่ ร้านอาหารทั่วไป จนถึง ร้านอาหารในโรงแรม หรือจะระดับมิชลินไกด์ คาเฟ่ ขนม เบเกอรี เครื่องดื่มต่างๆ อาหารสด อาหารแห้ง เครื่องปรุง ผัก ผลไม้
● โซนอยากนอน: เป็นส่วนของดีลที่พักทุกแนว ทุกระดับ จากทุกภาคของประเทศไทย ทั้งแนวพักในเมือง แนวธรรมชาติ แนวหรูหรา
● โซนอยากผ่อนคลาย: เป็นการออกร้านของผู้ให้บริการนวดไทย สปา แพ็กเกจเสริมความงามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทำเล็บ สักคิ้ว ต่อขนตา ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม
● โซนอยากช้อป: รวมสินค้าของฝาก ของที่ระลึก อัญมณี เครื่องประดับ งานศิลปหัตถกรรม สินค้าแฟชั่นและความงาม เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งของเสริมมงคล
● โซนของดังประจำภาค: สินค้าดี สินค้าดังประจำถิ่น สินค้า OTOP สินค้าจากวิสาหกิจชุมชน หรือของพื้นเมืองจากทุกภาคทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นอกจากนี้ LINE SHOPPING ยังได้จัดหมวดหมู่การนำเสนอบูธร้านค้าเพื่อให้สะดวกต่อการค้นหา ไม่ว่าจะเป็น หมวด “คอลเลกชันเด็ดทั่วไทย” ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการหาไอเดียในการซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวภายในงาน หมวด ”ส่วนลดพิเศษ” เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบโปรโมชั่นเป็นพิเศษและมองหาส่วนลดเพิ่มเติมจากดีลพิเศษที่จะซื้อ หมวด “แจกโบรชัวร์” ที่ยกเอาเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของงานไทยเที่ยวไทยนั่นก็คือการแจกโบรชัวร์มาไว้ในหมวดนี้ เอาใจผู้เข้าชมงานที่ต้องการอ่านเอกสารรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พัก แหล่งท่องเที่ยว ร้านค้า หรือร้านอาหารต่างๆ หมวด “ร้านยอดนิยม” ที่รวมเอาร้านค้าไฮไลท์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการเลือกช้อปได้ง่ายขึ้น และและสุดท้ายคือหมวด “ร้านค้าภายในงาน” ที่แสดงรายชื่อทุกร้านค้าที่เข้าร่วมงาน

LINE SHOPPING ขอชวนคนไทยร่วมงาน “ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย” ในแบบ Virtual Event ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. – 28 ส.ค. นี้ เพียงเปิด LINE เข้า Wallet (แถบเมนูสุดท้าย) จากนั้น เลื่อนหน้าจอลงมาด้านล่างจะเจอ ทางเข้างาน “ห้าง ททท. ช้อปฟินกินเที่ยวทั่วไทย” ในเมนู "ดีลพิเศษจาก LINE SHOPPING" หรือคลิกเข้าทางลิงก์ https://shop.line.me/event/travel ได้ทั้งทางโทรศัพท์มือถือหรือ PC ไทยช่วยไทยด้วยวิธีง่ายๆ แบบนี้พลาดไม่ได้แล้ว!

หาดทิพย์และโคคา-โคล่า เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำแร่แบรนด์ระดับโลก “บอน อควา”

หาดทิพย์และโคคา-โคล่า เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำแร่แบรนด์ระดับโลก “บอน อควา” เดินหน้ารุกเซ็กเมนต์น้ำแร่ธรรมชาติเต็มกำลัง ชูความต่างด้วยการเป็นตัวเลือกคู่มื้ออาหาร

บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “บอน อควา” (BonAqua) น้ำแร่แบรนด์ระดับโลกที่ผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งพุนพิน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฏร์ธานี การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ถือเป็นการเดินหน้ารุกเซ็กเมนต์น้ำแร่ธรรมชาติเป็นครั้งแรกของโคคา-โคล่าในประเทศไทย และเป็นการตอกย้ำแนวทางการขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มให้ครอบคลุมและหลากหลาย ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ซึ่งในช่วงเริ่มต้น “บอน อควา” จะมีจัดจำหน่ายเฉพาะในเขต 14 จังหวัดภาคใต้ก่อนเท่านั้น

นางสาวมัณฑนา หล่อไกรเลิศ ผู้อำนวยการการตลาด บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โคคา-โคล่า ศึกษาและยึดถือความต้องการของผู้บริโภคเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจเสมอมา ทำให้เราได้อินไซต์ว่าผู้บริโภคยุคใหม่เป็นกลุ่มที่ใส่ใจสุขภาพ แต่มีวิถีชีวิต ประจำวันที่ค่อนข้างยุ่งไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ผู้บริโภคกลุ่มนี้จึงมองหาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ไม่เพียงช่วยเติมความสดชื่น แต่เหมาะกับการดูแลสุขภาพและสามารถดื่มคู่กับอาหารได้ทุกมื้อ ด้วยเหตุนี้ เราจึงเดินหน้ากลยุทธ์ขยายพอร์ตโฟลิโอให้ครอบคลุมและหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้ด้วยการจับมือกับหาดทิพย์เปิดตัว ‘บอน อควา’ น้ำแร่แบรนด์ระดับโลก พร้อมนำร่องจัดจำหน่ายใน 14 จังหวัดภาคใต้”

“บอน อควา” เป็นแบรนด์น้ำแร่ระดับโลกของโคคา-โคล่า ที่ได้รับความนิยมและจำหน่ายมาแล้วใน 28 ประเทศทั่วโลก โดยในประเทศไทย “บอน อควา” ผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติ 100% จาก แหล่งพุนพิน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่น้ำแร่จากแหล่งธรรมชาตินี้มีคุณภาพในระดับแบรนด์ชั้นนำของโลก ผ่านเทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัยของโรงงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานีของหาดทิพย์ ซึ่งได้คุณภาพมาตรฐานระดับโลกของโคคา-โคล่า

พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หาดทิพย์ ดำเนินธุรกิจโดยยึดเอาปรัชญาการดำเนินงานที่มุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจเคียงคู่ไปกับการพัฒนาทางชุมชน สังคม และเศรษฐกิจของพี่น้องชาวใต้การเปิดตัวแบรนด์น้ำแร่ระดับโลกของโคคา-โคล่าอย่าง ‘บอน อควา’ สะท้อนปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของพวกเราอย่างแท้จริง เพราะน้ำแร่ “บอน อควา” ผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งพุนพิน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยศักยภาพและเทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัยตามมาตรฐานระดับโลกของหาดทิพย์ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า น้ำแร่ “บอน อควา” จากโรงงานพุนพินทุกขวด มีคุณภาพมาตรฐานเทียบเท่ากับน้ำแร่ชั้นนำของโลก เราจะใช้เครือข่ายการกระจายสินค้าที่เข้มแข็งของหาดทิพย์ เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์คุณภาพนี้ให้กับผู้บริโภคชาวใต้ ได้ร่วมสดชื่นและภาคภูมิใจไปพร้อมกับเรา”

น้ำแร่ธรรมชาติ “บอน อควา” เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถดื่มได้ทุกมื้ออาหาร มีแร่ธาตุ 9 ชนิดคือแมกนีเซียมแคลเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ไบคาร์บอเนต ฟลูออไรด์ ซัลเฟต ซิลิก้า และคลอไรด์ ช่วยเติมเต็มน้ำซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย พร้อมเป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภคดื่มคู่กับอาหารทุกมื้อไม่มีส่วนเกิน และเพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง หาดทิพย์และโคคาโคล่าได้เตรียมทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางสื่อโฆษณานอกบ้านทั่วภาคใต้ และกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายตลอดทั้งปี

ผู้บริโภคสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์น้ำแร่ “บอน อควา” ได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของหาดทิพย์และโคคา-โคล่า ที่ร้านค้าทั่วไป ร้านอาหาร และแม็คโครใน 14 จังหวัดภาคใต้

RADO True Square รูปทรงใหม่แห่งอนาคต

Rado ไม่ได้เพียงแค่คุ้นเคยกับนาฬิกาไฮเทคเซรามิกในรูปทรงสี่เหลี่ยมเท่านั้น เพราะแรกเริ่มเดิมที ราโด คือผู้ผลิตนาฬิกาทรงเหลี่ยมขึ้นมาก่อนใครในอดีต สำหรับปีนี้เราได้คิดค้นรูปทรงสี่เหลี่ยมขึ้นมาใหม่ซึ่งเป็นรูปทรงที่เรามีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้สวมใส่นาฬิกาในศตวรรษที่ 21 เราจึงภูมิใจนำเสนอคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด คือ True Square ซึ่งได้เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกและพร้อมให้ยลโฉมแล้วในประเทศไทย

และเช่นเคย เรามีการกำหนดมาตรฐานและยกระดับคุณภาพวัสดุและการออกแบบ รวมทั้งก้าวไปสู่อนาคตด้วยนาฬิกาอันล้ำยุคที่แซงหน้าอุตสาหกรรมไปหลายต่อหลายปี

True Square ได้มีการออกแบบมาเพื่อให้ดูดีตลอดอายุการใช้งาน ทั้งตัวเรือนและสายผลิตจากไฮเทคเซรามิกที่ บริสุทธิ์ผุดผ่องของ Rado ซึ่งมีทั้งสีดำ สีขาวและพลาสม่า ไม่มีการออกแบบนาฬิกาใดที่โดดเด่นไปกว่า Rado รูปทรงสี่เหลี่ยมและจะกลายเป็นนาฬิกาที่เป็นไอคอนของ Rado ในเจนเนอเรชั่นถัดไป

True Square มีความเรียบ เบาและสวมใส่สบาย รวมทั้งยังผ่านมาตราฐานทุกประการของ Rado เพราะเหตุใดนาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมนี้จึงมีความแตกต่าง ความลับก็คือเทคโนโลยี ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่ Rado ผลิตคอลเล็คชั่น Ceramica ขึ้นเป็นครั้งแรก นาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมที่โดดเด่นที่สุดของเราในปี 1990 ในยุคนั้นเราสามารถนำเซรามิกมาใช้ได้โดยผ่านวิธีการบีบอัดเท่านั้น นี่เป็นเทคนิคที่นำไปสู่การออกแบบนาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมที่มีสีดำเงาอันโดดเด่น ตัวเรือนผลิตแบบเป็นชิ้นเดียวที่มีมุมโค้งมนอันประณีตนั้นมีทั้งความทนทานและรูปทรงที่ทันสมัย สามารถสวมใส่ได้สบายและตรงตามหลักสรีรศาสตร์

30 ปีต่อมา เราสามารถสร้างตัวเรือนรูปทรงสี่เหลี่ยมแบบเป็นชิ้นเดียวได้ โดยใช้เทคโนโลยีการฉีดขึ้นรูปที่ถือเป็นนวัตกรรมของเราในเวลานั้น นี่เป็นสิ่งที่ เราทำได้แค่วาดฝันเท่านั้นอย่างไรก็ตามแรงบันดาลใจดังกล่าวทำให้ True Square กลายเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตในเวลานี้

True Square มีโครงสร้างตัวเรือนและสายข้อมือที่ทำจากไฮเทคเซรามิก เป็นสัญลักษณ์ใหม่ที่แสดงถึงความทนทาน ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ยืนหยัดอยู่ได้ภายใต้การทดสอบของกาลเวลามีความสวยงามตลอดอายุการใช้งานเหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหานาฬิกาที่ราคาไม่แพงแต่มีคุณภาพสูง มีเพียง Rado เท่านั้นที่มีเทคโนโลยีนี้และเราภูมิใจที่จะเปิดตัวนาฬิกาไฮเทคเซรามิกรูปทรงสี่เหลี่ยมรุ่นแรกที่มีตัวเรือนแบบเป็นชิ้นเดียวที่ผลิตด้วยวิธีการฉีดขึ้นรูป

นอกจากนี้ยังนำเสนอมุมมองที่โดดเด่นของกลไกการเดิน C07 พร้อมกับพลังงานสำรองที่ยาวนานถึง 80 ชั่วโมงผ่านหน้าปัดที่ได้รังสรรค์ขึ้นอย่างสวยงามกับTrue Square Open Heart มาพร้อมรูปลักษณ์ที่สะดุดตาและตราตรึงอยู่ในหัวใจ นี่คือนาฬิกาไฮเทคเซรามิกรูปทรงสี่เหลี่ยมที่มีโครงสร้างแบบสเกเลตันเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น

ความสามารถในการมองเห็นกลไกการเดินถือเป็นประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกา ซึ่งมักดื่มด่ำกับช่วงเวลาในการเฝ้ามองกลไกการเดินที่แม่นยำ การม้วนและการคลายตัวของสปริงปรับสมดุล รวมทั้งการเดินอย่างละมุนละไมของฟันเฟืองและซี่ล้อต่างๆ ในระดับไมโครสเกล เป็นสิ่งย้ำเตือนที่ยอดเยี่ยมซึ่งบ่งบอกว่าเวลามีค่าอย่างแท้จริงเรือนเวลาสีดำและสีพลาสม่ามีรูปลักษณ์ที่ดูไม่หรูหราจนเกินไป ในขณะที่สีขาวมีการประดับตกแต่งอย่างเต็มที่ด้วยการเพิ่มเพชรอันแวววาว 12 เม็ดที่ดัชนีบอกเวลา

True Square เป็นรูปทรงของเทรนด์ ใหม่ในอนาคตอย่างแท้จริง



สัมผัสเรือนเวลาอันโดดเด่นจากคอลเลคชั่นล่าสุดได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป คิงพาวเวอร์ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และ Shopee หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 02-610-0200

ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ชวนเพิ่มโอโซนและพื้นที่สีเขียวให้บ้านและร่วมฝ่าวิกฤตคนท่องเที่ยว

ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) สานต่อแคมเปญ “Happy Savvy” คืนความสุข ปลุกรอยยิ้ม (The Happiness Return) ให้คนไทยทุกคน ผุดไอเดียจัดกิจกรรมเอาใจวงการนักปลูกต้นไม้ในงาน “ตลาด Grow Green #นัดกันปลูก@The Market Bangkok ราชประสงค์” เพิ่มโอโซนและพื้นที่สีเขียวให้บ้านของทุกคน ด้วยการรวบรวมต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่กำลังมาแรงตามแบบฉบับวิถี New Normal นำมาจัดจำหน่ายในงาน ตั้งแต่วันที่ 16 - 22 ก.ค. 63 บริเวณ ชั้น M ลาน R Walk ด้านหน้าทางเข้าศูนย์ นอกจากนี้ ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มกำลังใจให้แก่บุคคลาการแวดวงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ฝ่าวิกฤตไปได้ ด้วยการผนึกกำลังพันธมิตร ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย, ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.), สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA), และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) จัดงาน “รวมพลคนท่องเที่ยว…จับมือไว้แล้วไปเที่ยวกัน” การออกร้านจำหน่ายสินค้าของกิน ของใช้ บริการ พร้อมแพ็คเกจทัวร์ภายในประเทศในพิเศษรวมกว่า 200 บูธ โดยงานจัดตั้งแต่ วันที่ 16 - 22 ก.ค. 63 ณ M Hall และโซน M2 ชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์)

ภายในงานได้รับเกียรติจากคุณชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, คุณวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย, คุณกันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ย่านราชประสงค์), คุณสุฐิตา โชติจุฬางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักกรรมการ บมจ. เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด, คุณพิมพกานต์ พิพิธธนานันท์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานกรุงเทพมหานคร , คุณธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว, คุณวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) และคณะผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ มาร่วมภายในงานครั้งนี้

เริ่มต้นที่งาน “ตลาด Grow Green #นัดกันปลูก@The Market Bangkok ราชประสงค์” ได้มีการ เนรมิตลาน R Walk บริเวณด้านหน้าทางเข้าศูนย์ฯ ด้วยซุ้มอุโมงค์พันธุ์ไม้นานาชนิดบรรจงตกแต่งประดับประดา ไว้อย่างร่มรื่น เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวเปรียบเสมือนโอเอซิสใจกลางเมือง ท่ามกลางความสนใจจากหนุ่มสาวชาว New Normal ที่กำลังหันมานิยมการปลูกต้นไม้ใบหญ้าจนกลายเป็นเทรนด์ฮิตมาแรงอยู่ในขณะนี้ ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้แวะเวียนมาเช็คอิน ถ่ายภาพ และชื่นชมความสวยงามของหมู่แมกไม้กันแบบชิลล์ๆ อีกทั้งไปร่วมช้อปกันต่อกับไฮไลท์ของงานครั้งนี้ที่ทุกคนรอคอย พบกับการออกร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่กำลังอยู่ในกระแส อาทิเช่น ต้นไม้ฟอกอากาศ, ต้นไม้มงคล, ไม้ดอกไม้ประดับ, ไม้ด่าง, ไม้โชด, ไม้อวบน้ำ, แคคตัส และไม้พันธุ์หายาก Rare Item ตลอดจนอุปกรณ์การปลูกต้นไม้ และการตกแต่งสวน จากพ่อค้าแม่ค้าตัวจริงนำมาจำหน่ายภายในงาน พร้อมคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบำรุงดูแลรักษาต้นไม้ต้นโปรดให้แก่สาวกนักปลูกทั้งมือใหม่ มือสมัครเล่น มือฉมัง โดยงานจัดตั้งแต่วันนี้ - 22 ก.ค. 63 ณ ลาน R Walk ชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์)

ถัดมาชวนไปต่อที่งาน “รวมพลคนท่องเที่ยว จับมือไว้แล้วไปเที่ยวกัน” ภายใต้ความร่วมมือจากพันธมิตรชั้นนำด้านธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยในครั้งนี้ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย (สมอท.), ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.), สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA), และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เพื่อร่วมมอบกำลังใจแก่บุคลากร ในแวดวงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบขาดรายได้หลักจากสถานการณ์โควิด19 ให้สามารถฝ่าวิกฤต ในครั้งนี้ไปได้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มมัคคุเทศก์, ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว, กลุ่มรถทัวร์ โดยการจัดพื้นที่ให้บุคลากรเหล่านี้ ร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค แพ็คเกจทัวร์ภายในประเทศ และบริการในราคาพิเศษสุดกว่า 200 บูธ ชิม...อาหารดีรสเลิศจากทั่วฟ้าเมืองไทย และสารพันเครื่องดื่มสุดชิลล์ ช้อป...สินค้าราคาถูกนานาชนิด อาทิ การจำหน่ายไข่ไก่เบอร์ 2 ฟองละ 2 บาท วันละ 4 รอบ / รอบละ 50 แพ็ค, จองห้องพัก และโปรแกรมท่องเที่ยวภายในประเทศในราคาสุดพิเศษ นอกจากนี้ยังมีแพ็คเกจพิเศษไทยเที่ยวไทยในราคา 300 บาท (อยุธยา, พัทยา, สุพรรณบุรี), นวดผ่อนคลายฟรี 30 นาที และกิจกรรมการแสดงจากศิลปินร่วมสร้างสีสันภายในงาน เฉพาะงานนี้เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ – 22 ก.ค. 63 ณ M Hall และโซน M2 ชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์)

ร่วมคืนความสุข ปลุกรอยยิ้มอีกครั้ง กับความรื่นรมย์รอบตัวได้ที่งาน “ตลาด Grow Green #นัดกันปลูก” และ “รวมพลคนท่องเที่ยว จับมือไว้แล้วไปเที่ยวกัน” 16 - 22 ก.ค. ศกนี้ เต็มพื้นที่ชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ทั้งนี้ ทางศูนย์ฯ ยังคงติดตามเฝ้าระวัง และคุมเข้ม มาตรการความสะอาดและสุขอนามัย ครอบคลุมในทุกส่วนพื้นที่ให้บริการอย่างเข้มงวด ติดตามรายละเอียดตลอดการจัดงานได้ที่ FB Page: TheMarketBangkok

Cathy Doll เปิดตัวคอลเลคชั่น K+SURGY นวัตกรรมเมคอัพของการแต่งหน้าสไตล์เกาหลี

เคที่ดอลล์ (Cathy Doll) แบรนด์ในใจสาวไทย ภายใต้บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ขอแนะนำผลิตภัณฑ์เมคอัพคอลเลคชั่น K+SURGY (เคเซอร์จี) ที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่หรือการนำเอา Inspiration จากทำศัลยกรรมแบบเกาหลี รวมถึงคอร์สทรีทเม้นท์ต่างๆในเกาหลีนำมาสู่สินค้าเมคอัพในรูปแบบที่สะดวกใช้อย่าง CATHY DOLL K+SURGY (Korean Surgery Inspired) เป็นการสร้างแรงบันดาลในในการศัลยกรรมเกาหลี เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ต้องการศัลยกรรมแต่ยังมีความกลัว หรือกลุ่มที่ยังไม่พร้อมศัลยกรรมความงาม รวมถึงสถานการณ์ช่วงนี้ที่ยังไม่สามารถเดินทางไปศัลยกรรมที่เกาหลีได้ จึงได้คิดค้นนวัตกรรมสินค้าเมคอัพที่ครอบคลุมทุกความต้องการ อาทิ ปากกาตาฉ่ำวาว (Dolly Eye Stick) /ราคา 295 บาท สร้างดวงตาหวานชวนฝันสไตล์สาวเกาหลี, ปากกาเลือดฝาด (PRP Lip & Cheek Pen) / ราคา 225 บาท ใช้ได้ทั้งปากและแก้มให้มีสีเลือดฝาดดูระเรื่อแบบธรรมชาติราวกับทำทรีทเม้นท์มา, ปากกาปากกระจับ (Baby Thin Lipstick) / ราคา 225 บาท ช่วยสร้างปากกระจับให้ริมฝีปากดูเรียวเล็กตามที่ต้องการ, ปากกาดั้งโด่ง (Easy Nose Up Stick) / ราคา 295 บาท ช่วยสร้างจมูกโด่ง และเพิ่มมิติให้สันจมูกดูเรียว และ ปากกาตา 2 ชั้น (Double Eyelid Eyeliner) / ราคา 250 บาท บอกลาตาชั้นเดียวให้ดูกลมโตเป็นสองชั้น


ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ร้าน KARMART หรือช่องทางออนไลน์ www.karmarts.com, Facebook: Karmartsclub, Facebook: Cathy Doll, Instagram: karmartsclub และ Line: @Karmarts_onlineshop