Review ยาทาเล็บ Nude Nude

สวัสดีค่าา สาวๆ วันนี้จะขอมา review ยาทาเล็บ ในคลัง

ขอแจ้งไว้ก่อนนะคะ เราทาเล็บไม่ค่อยสวย

ในหลายๆรูปทาเพื่อรีวิว เลยไม่ได้เก็บให้เนี๊ยบเท่าไร ^^ 

มองข้ามๆไอ้ที่มันเลอะๆ กับมือเหี่ยวๆ ไปละกันเนอะ

ยาทาเล็บที่เรามี ส่วนมากจะเป็นโทน นู้ด น้ำตาล เทา (มีสีอื่นหลุดมานิดหน่อย) บางทีดูจากรูปดูยากมากๆ ถ่ายยังไง ก็ไม่เหมือนสีจริง บรรยายไม่เก่งแต่จะพยายามอธิบายนะคะ

มาเริ่มกันเลยดีกว่า...

1)  Estee lauder เบอร์ 12 สี White Beige


ขวดนี้ได้มาในครอบครองนานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  นานจนไม่รู้ว่าตอนนี้ที่เคาเตอร์ยังมีขายอยู่อีกหรือไม่ (สาวๆพอจะรู้ม้ยคะว่ายังมีขายอยู่มั้ย) ตอนสมัยเอ๊าะๆไม่ชอบเลยนะสีนี้ ตั้งไว้งั้น ไม่ค่อยหยิบมาทา ชอบแต่สีแปร๋นๆ แต่ตอนนี้ก็คงเป็นไปตามวัย - -" ขอสีสุภาพ สะอาดๆ ดีกว่า

โทนสี: เป็นสีนู้ดน้ำตาล อมชมพูจิ๊ดเดียว (ชมพูกว่าในรูปนิ๊ดดดดดเดียว) สวยมากก ทาแล้วดูสะอาดสะอ้าน

เนื้อ: เป็นเนื้อครีม ทาสองชั้นก็ทึบไม่เห็นสีเล็็บแล้ว

ความยากง่ายในการทา: เหมือนว่าขวดนี้จะเป็นไซต์ทดลอง ขวดจิ๋วเดียว แปรงก็เลยเล็กจิ๋วตามไปด้วย ทำให้ทาค่อนข้างยาก และเป็นรอยแปรงนิดหน่อย

ความคิดเห็น: แห้งช้าได้โล่ห์ ช้ามากก ทาตั้งแต่เย็น ประคับประคอง จนคิดว่าแห้งดีแล้ว นอนไปตื่นเช้ามาเล็บยับ - -" อีกข้อคือสีมันลอกเร็วมาก ขนาดทา base coat ด้วย สระผมทีเดียวปลายเล็บลอกแล้ว เป็นเหตุที่ทำให้เริ่มหายาทาเล็บที่สีเหมือนกันแต่แห้งง่ายกว่า

 
2) OPI Trickel My Frence-Y

โทนสี: เป็นสีนู้ดน้ำตาลชมพูอมม่วง ทาทับสามชั้นจะเห็นออกเป็นม่วงจางๆ

เนื้อ: เป็นเนื้อครีมไม่ข้นมาเท่าไร ทาสองชั้นก็ทึบไม่เห็นสีเล็็บแล้ว แต่สามชั้นจะสวยกว่า

ความยากง่ายในการทา: ขวดนี้ทาง่ายมากก ไม่เป็นรอยแปรง ทาไปมั่วๆก็ออกมาสวย เงางาม แทบไม่ต้องทา top coat ซ้ำเลย

ความคิดเห็น: ชอบสีนี้ สวย เข้ากับเสื้อผ้าง่าย ทาแล้วมือขาว คิดอะไรไม่ออกจะหยิบขวดนี้มาทา
ข้อเสีย ยังคิดไม่ออก

 

3) OPI Dulce De leche

โทนสี: เป็นสีนู้ดชมพู

เนื้อ: เป็นเนื้อครีม ทาสองชั้นก็ทึบไม่เห็นสีเล็็บแล้ว ทาแล้วไม่ค่อยเงาเท่า Trickel My Frence-Y

ความยากง่ายในการทา: ทายากอ่ะ มันหนืดๆ เป็นตั้งแต่ซื้อมาเลย ต้องปิดฝาเขย่าบ่อยๆ ไม่รู้ว่าเป็นขวดเราขวดเดียวหรือเปล่า

ความคิดเห็น: หวานแบบสุภาพ ไม่หวานแหววแบบสาวน้อยสีชมพู บางครั้งทาออกมาแล้วชมพู้ ชมพู บางครั้งก็ไม่ชมพูมาก งง สงสัยเขย่าขวดไม่ดี 


4) OPI Barefoot in Barcelona

โทนสี: เป็นสีน้ำตาลอมชมพู สีมันจะเข้มกว่า Trickel My Frence-Y และ Dulce De leche จะออกน้ำตาลชัดกว่า สีจะเหมือนรูปซ้ายมากกว่า

เนื้อ: เป็นเนื้อครีม ทาสองชั้นก็ทึบไม่เห็นสีเล็็บแล้ว 

ความยากง่ายในการทา: ทาง่าย เงางาม

ความคิดเห็น: สีนี้พึ่งได้มา เท่าที่ลองทา ทำรีวิวไปหนึ่งเล็บ ก็สวยถูกใจ ดูเข้มข้นกว่าสีอื่นๆ


คั่นเวลาด้วยรูปเปรียบเทียบสี

ดูเดี่ยวๆสีอาจจะคล้ายๆกันหมด  มาลองดูรูปเปรียบเทียบกันจ้าาา

นิ้วโป้ง OPI Barefoot in Barcelona

นิ้วชี้ OPI Trickel My Frence-Y

นิ้วกลาง OPI Dulce De leche

นิ้วนาง Estee lauder White beige

นิ้วก้อย Essie Jazz



5) San Tan-tonio
 

โทนสี: สีชาลิปตันใส่นม เด๊ะๆ เห็นแล้วอยากกินเลย

เนื้อ: เป็นเนื้อครีม ทาสองชั้นก็ทึบไม่เห็นสีเล็็บแล้ว แต่สามชั้นสวยกว่า

ความยากง่ายในการทา: ทาง่าย เงางาม

ความคิดเห็น: สี Texas collection 2011 ของ opi จริงๆสีนี้ทำให้นึกถึงทะเลทราย ต้นกระบองเพชร พึ่งได้มา ลองทาไปหนึ่งเล็บ สวยดีค่ะ ทาแล้วมือขาว



6) OPI Chocolate Moose



โทนสี: สีช้อคโกแลตนม ในหลายๆรีวิว จะดูออกเป็นน้ำตาลอมแดง แต่จริงๆ มันคือสีช้อคโกแลตนมเลยค่ะ เห็นแล้วอยากกินช้อคโกแลต (เรื่องกินอีกแล้ว)

เนื้อ: เป็นเนื้อครีม ทาสามชั้นถึงจะสวยค่ะ สองชั้นไม่ค่อยทึบเท่าไร

ความยากง่ายในการทา: ทาง่าย เงางาม ไม่ต้อง top coat ก็เงาค่ะ

ความคิดเห็น: เป็นสีที่ทาแล้วมือขาวมากก แต่มีผลกับน้ำหนักตัว เพราะจะทำให้อยากกินช้อคโกแลต 5555 (จริงๆนะ มันน่ากินมาก ยิ่งทา top coate เงาๆ)


7) OPI Java Mauve-A



โทนสี: สีน้ำตาลแดง แนวๆสีปูนแดง กินหมาก ชอบมากก ในขวดจะดูไม่แดงเท่าตอนอยู่บนเล็บ

เนื้อ: เป็นเนื้อครีม ทาสองชั้นก็สวยแล้วว

ความยากง่ายในการทา: ทาง่าย เงางาม ไม่ต้อง top coat ก็เงาค่ะ

ความคิดเห็น: เป็นสีโทนออกแดงที่สุภาพเพราะว่ามีน้ำตาลปนอยู่ด้วย ทาแล้วมือขาวออร่า 


8) OPI Over the taupe


โทนสี: สีน้ำตาลอมเทา

เนื้อ: เป็นเนื้อครีม ทาสองชั้นก็สวยแล้วว

ความยากง่ายในการทา: ทาง่าย เงางาม ไม่ต้อง top coat ก็เงาค่ะ

ความคิดเห็น: ทาได้เรื่อยๆ ไม่เข้มเกินไป เหมาะกับคนที่อยากทาเล็บสีเข้มแต่ไม่อยากทาสีดำ เอามาทาเล็บเท้าสวยมากๆๆ


9) OPI Suzi loves Cowboy



โทนสี: สีน้ำตาลเข้ม Dark chocolate (เปรียบเทียบกับของกินอีกแล้ว)

เนื้อ: เป็นเนื้อครีม ทาสามชั้นจะสวยกว่าสองชั้น

ความยากง่ายในการทา: ทาง่าย เงางาม ไม่ต้อง top coat ก็เงาค่ะ แอบเลอะแล้วเช็ดยาก เพราะว่าสีมันเข้ม ทาเกินนิดเกินหน่อยเห็นชัด

ความคิดเห็น: จริงๆสีนี้เข้มนะคะ แต่ทาแล้วดูไม่เหมือนสีดำ ยังดูออกว่าเป็นสีน้ำตาลอยู่


10) OPI You Don't Know Jacques! Suede



โทนสี: สีน้ำตาลอมเทา มี glitter

เนื้อ: เป็นเนื้อด้าน ทาปั๊ปจะเงาแต่พอแห้งแล้วจะด้านๆ

ความยากง่ายในการทา: ทาง่ายมากๆๆ ไม่ต้องคิดมาก ปาดๆไป แห้งแล้วสวยเอง ไม่เป็นรอยแปรง แห้งไวกว่าแบบเนื้อครีม

ความคิดเห็น: คิดว่าแบบ suede สวยกว่าแบบ matte


11) OPI Jade is a new black



โทนสี: เขียวๆ เข้มๆ ไม่นีออน ไม่แปร๋น

เนื้อ: เป็นเนื้อครีม ขวดนี้หนืดๆอีกแล้ว ต้องปิดฝาเขย่าบ่อยๆ

ความยากง่ายในการทา: ทายาก เป็นรอยแปรง ต้องค่อยทา

ความคิดเห็น: เป็นเขียวที่กำลังดี ทาไปทำงานได้ เจ้านายไม่เหล่ 555


12) OPI Ink


โทนสี: น้ำเงินอมม่วง มีglitter มากมาย ในรูปจะดูเป็นน้ำเงิน(กล้องจับสีม่วงไม่ได้) แต่จริงๆจะอมม่วงด้วย สีเหมือนหมึกปากกาแลนเซอร์เวลาหัวลูกลื่นแตกแล้วเลอะมือ - -"

เนื้อ: มีglitter ละเอียดมากๆ ผสมอยู่ เวลาทาแล้วไม่ขรุขระเหมือนยาทาเล็บที่มี glitter ใหญ่ๆ

ความยากง่ายในการทา: ทาง่ายมาก สองรอบเข้ม สวยยยย

ความคิดเห็น: ทาแล้วมือขาว ยังไม่ได้ลองทาเต็มๆ คิวยาวววว


13) OPI significant other color

โทนสี: สีม่วงใสๆเหลือบๆ มองซ้ายมองขวา สีจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

เนื้อ:  เนื้อใสมากๆ ทางสองรอบแล้วยังเห็นเนื้อเล็บ มีglitter ละเอียดมากๆ ผสมอยู่ เหลือบๆ สวยดี คิดว่าน่าจะเหมาะทาทับสีอื่นมากกว่า

ความยากง่ายในการทา: ทาค่อนข้างยาก เป็นรอยแปรง

ความคิดเห็น: ยังไม่ได้ลองทาทับสีอื่นๆดู ลองแล้วจะมารีวิวนะคะ


14) Essie Jazz

 


โทนสี: สีนู้ด เนื้อ ไม่มีชมพูเลย

 
เนื้อ:  เนื้อครีม เนื้อของ ยี่ห้อ Essie ทาง่ายเหมือนกันค่ะ แต่แปรงสู้ OPI ไม่ได้ เป็นแปรงกลมๆ เราเล็บใหญ่ ต้องทาหลายรอบกว่าจะเต็มเล็บ

ความยากง่ายในการทา: ทาค่อนข้างยาก แปรงมันเล็ก แต่ไม่เป็นรอยแปรง

ความคิดเห็น: เป็นสีที่กลืนๆกับผิวเลย ทาแล้วเรียบร้อยมาก แต่เพื่อนที่ออฟฟิสเห็นนึกว่าป่วย เล็บซืด - -"
 
15) Essie Chinchilly
 



โทนสี: สีเทาอมน้ำตาลนิ๊ดดดนึง จะไม่ได้เทาเพียวๆ นะคะ

 

เนื้อ:  เนื้อครีม เนื้อของ ยี่ห้อ Essie ทาง่ายเหมือนกันค่ะ แต่แปรงสู้ OPI ไม่ได้ เป็นแปรงกลมๆ เราเล็บใหญ่ ต้องทาหลายรอบกว่าจะเต็มเล็บ

ความยากง่ายในการทา: ทาค่อนข้างยาก แปรงมันเล็ก แต่ไม่เป็นรอยแปรง

ความคิดเห็น: เป็นสีเทาอมน้ำตาลนิดนึง สวย สีเหมือนคอนกรีตเปียกๆ


16) Essie Flirt


โทนสี: แดงอมส้ม นีออนค่ะ ทาแล้วไม่แก่

 
เนื้อ:  เนื้อครีม เนื้อของ ยี่ห้อ Essie ทาง่ายเหมือนกันค่ะ แต่แปรงสู้ OPI ไม่ได้ เป็นแปรงกลมๆ เราเล็บใหญ่ ต้องทาหลายรอบกว่าจะเต็มเล็บ

ความยากง่ายในการทา: ทาค่อนข้างยาก แปรงมันเล็ก แต่ไม่เป็นรอยแปรง

ความคิดเห็น: สีมันนนนนนนนนนนนน!!! แบบแรงงงงงเกิน ไม่ค่อยทาสีแนวนี้ แต่อยากได้สีแดงน่ารักๆ ไม่แก่ เลยลองเลือกสีนี้มา แต่เป็นสีที่โดนแบน แฟนไม่ชอบ เพื่อนที่ออฟฟิสไม่ชอบ เจ้านายเหล่ - -" เก็บไว้ทาเสาร์อาทิตย์ก็ได้
 


หมดแล้วจ้าาา ยังมีที่ไม่ได้ถ่ายรูปอีก แต่วันนี้ไม่ไหวแล้ว ล้างเล็บจนเปื่อย ไว้คราวหน้ามาต่ออีกจ้าาา

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (23)

ที่ไหนมีขายคะ
OPI Over the taupe ทาแล้วมือขาวมั้ยคะ ถ้าเทียบกับ chocolate moose อันไหนทาแล้วขาวกว่ากัน กำลังตัดสินใจระหว่างสองตัวนี้ไม่รู้จาเอาสีไหนดี ขอบคุณคะ
สวยทุกสีเลยค่ะ ^^
สวัสดีจ้าา ขอบคุณสาวๆทุกคนที่เข้ามาชมนะคะ มีสากว OPI เพียบเลย สีสวย ทาง่าย จริงๆ

คุณkazepha คะ ขอบคุณมากค่าาา เดี๋ยวจะลองค่ะ
สีสวยๆทั้งนี้นเลย ^^