รู้ทัน คน...อื่น จะได้ไม่เจ็บตัวนะคะ

สวัสดีค่ะ .... ชื่อ รถเมล์ค่ะ

กระทู้รีวิว เมื่อเช้า --- เหมือนจะถูกมองว่า ขายของ งั้นก็ขอลบข้อความออกเพื่อความสบายใจ ของทุกท่านดีกว่า
ไม่ค่อยมีสาระ ได้รับประโยชน์น้อย เลยขอเปลี่ยนหัวข้อกระทู้เองใหม่   ให้ดูมีสาระนะคะ
  เพราะ แจ้ง Admin ช่วยลบ....แต่ยังไม่เห็นลบซะที 

# ลืมแจ้งอีกเรื่องค่ะ พิสูจน์แล้วนะคะ ได้ความจริงว่า ถ้าอยู่ที่ทำงานเดียวกัน ใช้คอมหรือมือถือคนละเครื่่อง แต่ ใช้ Wifi  Username และ password เดียวกัน เลข IP จะเป็นเลขเดียวกันทั้งตึกเลยค่ะ ไม่สามารถไปแบ่งแยก IP ได้นะคะ นอกจากจะแยกใช้ wifi   # ใช้เพื่อนหลายๆคนทดลองแล้ว ได้ผลเช่นนี้นะคะ!!!  แจ้งสำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้ค่ะ  

   

 
เดี๋ยวจะโดนหาว่า กระทู้ไม่มีสาระ เริ่มด้วยเรื่องนี้กันเลย


>>>  ขออธิบายเรื่อง อย. ซึ่ง.. ใครๆก็รู้จักกันดี  แต่...

..... ตอนนี้มีครีมออกมาขายกันมากมาย บางยี่ห้อไม่มีเลขจดแจ้งอย. แต่อ้างว่ามี GMPอย่างเดียวก็พอ หรือ บางยี่ห้ออ้างว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ ขอขึ้นทะเบียนอย. เลยเอามาขายก่อน
 
              ปกติแล้ว ถ้าอยู่ระหว่างขึ้นทะเบียนอย. ก็ไม่สามารถเอาสินค้ามาวางขายได้นะคะ ถือว่าผิด...อยู่ดี จะต้องรอให้ได้เลขจดแจ้ง อย.ก่อนถึงจะวางขายในท้องตลาดได้ เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของผู้บริโภคน่าจะดีกว่า

           ....เพราะถึงแม้ ครีมหรือสินค้านั้นๆจะผ่านมาตรฐาน GMPจากโรงงานที่ผลิต แต่การบรรจุใส่กระปุก//หลอด//หรือบรรจุภัณฑ์ก็มีความเสี่ยงได้ ถ้าไม่ได้รับการตรวจสอบก่อน นำมาวางขาย เช่น
ซื้อมาเป็น กิโลๆแล้วบรรจุเอง ไม่สะอาด เกิดภาวะการติดเชื้อได้ง่าย
-  สารในครีมนั้นๆบางตัวทำปฏิกิริยากับหลอด//กระปุกที่ใส่ ทำให้เกิดสารเคมีที่มีอันตราย
-  สารเปลี่ยนสภาพเมื่อถูกแสง//เมื่อถูกออกซิเดชั่นจากอากาศ. และความชื้นที่ไม่เหมาะสม กลายเป็นสินค้าไม่มีคุณภาพ


เพราะคนขายบางคนก็ไม่ได้อยากจะทำผิด แต่ไม่ทราบข้อมูลนี้ และผู้บริโภคก็ไม่ทราบเช่นเดียวกัน

อย.จึงเป็นหน่วยงานที่ดูแล เรื่องยิ๊บย่อยพวกนี้ให้ผู้บริโภค คล้ายการคัดกรองด่านแรก ว่าปลอดภัยได้มาตราฐาน ก่อนถึงมือผู้บริโภค       #แต่อย.ก็ไม่ได้การันตีคุณภาพสินค้านะคะ บางคนอาจจะเข้าใจผิด

# เรื่องสำคัญที่ต้องบอกให้ทราบทั่วถึงกันเพราะบางคนอาจจะไม่รู้
(ที่เคยเกิดคดีความขึ้นมา เกี่ยวกับครีมชื่อดัง.....)
...... เนื่องจากความไม่รู้........ถึงแม้ครีมนั้นๆจะเคยผ่าน อย. และมีเลขจดแจ้งแล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ ก็ต้องยื่นเรื่อง ขอรับการตรวจสอบใหม่อีกรอบนะคะ ซึ่งจะได้เลขจดแจ้งอย.ใหม่ ไม่ใช่เลขเดิมค่ะ เพราะ
-- ก็อย่างที่บอกไปว่า บรรจุภัณฑ์ที่เปลี่ยน อาจมีผลและทำปฏิกิริยากับสารต่างๆในครีมได้ --ถึงแม้จะเป็นครีมตัวเดิมก็ตาม  เอาเลข อย.เดิมไปสวมแทน ไม่ได้นะคะ....ผิดอยู่ดี

 
 
>>> ส่วนเรื่อง ที่บอกว่าครีมมี GMPคืออะไร? ใช้แทนเลขจดแจ้งอย.ได้รึเปล่า???

....  จริงๆแล้ว การผ่านมาตรฐานGMP ส่วนใหญ่จะใช้กับโรงงานผู้ผลิตมากกว่า คือ การที่มีวิธีปฏิบัติที่นำมาใช้ในการผลิตที่ดี เครื่องจักรและสถานที่ผลิต หรือขั้นตอนกระบวนการการผลิตทุกขั้นตอนได้มาตราฐานโรงงาน  ซึ่งเป็นคนละส่วนกับอย. แต่ก็ควรจะผ่านการตรวจสอบทั้งคู่อยู่ดี ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังนั้นจะอ้าง ไม่ได้นะคะว่า  ครีมผ่านมาตรฐาน GMPก็พอแล้ว เพราะมันก็ผ่านเฉพาะโรงงาน และขั้นตอนการผลิต

 

 
@ ส่วนเรื่องสินค้านำเข้ามาจากต่างประเทศ
 
.....  ซึ่งก็พบว่ามีการปลอมแปลงมาก..... จริงๆก็ต้องขอจดแจ้ง อย. อยู่ดีนะคะ ก่อนจะวางจำหน่าย และต้องมีฉลากภาษาไทยกำกับให้ผู้บริโภคอ่านเข้าใจ มีเลขจดแจ้งอย.อยู่ด้วย ไม่ใช่หิ้วมาขายเฉยๆ
# ถ้าเป็นของแท้ก็ดีไป แต่ถ้าไม่ใช่  ...ผู้บริโภคจะตรวจสอบหรือหาคนรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหาขึ้น  เห็นทีจะยาก เพราะถือว่า เราเองที่ตัดสินใจเลือกใช้สินค้านั้นๆ  แบบจงใจซึ่งรู้อยู่ก่อนแล้วว่า..สินค้าไม่ผ่านการตรวจสอบจาก อย.และไม่ถูกต้อง

 

-- แต่ก็ต้องแล้วแต่ผู้บริโภค ต้องเคารพการตัดสินใจ เพราะเหตุผลที่ซื้อสินค้า ของแต่ละคนแตกต่างกัน --

### กระทู้นี้เพียงแค่ให้ ข้อมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกซื้อสินค้าให้เท่าทัน....คน




 
จริงๆ ถ้าสินค้าแบรนด์ไหนยังไม่ผ่าน อย. 
.....  
ผู้จัดจำหน่ายสามารถติดต่อกับโรงงานผู้ผลิต ขอจดแจ้งขึ้นทะเบียน อย. ได้นะคะ ปัจจุบันส่วนใหญ่เค้าบริการจดแจ้งให้อยู่แล้ว แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งก็ไม่ได้แพงมาก และใช้เวลาไม่นานนัก ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ


ขอแค่สินค้ามีคุณภาพ มีมาตรฐานปลอดภัย จะไปกลัวอะไรกับการขอขึ้นทะเบียนจดแจ้ง อย. 
ปล. ข้อมูลจากเพื่อนดีเทลบริษัทผลิตครีมและยา 
 
 


 





 

Discussion (19)

ไม่เนียนนะคะ - -*

การพัฒนากรรมวีธีในการรักษาที่จะทำให้ใบหน้าเรียวขึ้น จากที่เราเคยใช้แค่การทำทรีตเม้นต์หรือการฉีดโบท็อกซ์ ซึ่งเห็นได้ว่าใบหน้าแฟบลงจริง แต่ไม่ได้ทำให้ใบหน้าตึงกระชับ ก็พัฒนาไปสู่การทำหน้าเรียวในแบบวีเชฟที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราเอาส่วนผสมของการใช้ไหมร้อยเข้าไป ร่วมกับการฉีดโบท็อกซ์ และปิดท้ายด้วยการลดไขมันใต้คาง ซึ่งทำให้เห็นผลชัดเจนว่าใบหน้าจะเรียวขึ้น สวยขึ้น และได้รูปคมขึ้น ตามขอบคางจะเห็นสันคางชัดเจนขึ้น

โดยปกติจะสามารถคงผลอยู่ได้ประมาณ 1 ปี จากนั้น จะค่อยๆ คลายตัวไปเรื่อยๆ บางคนอาจอยู่ได้ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับกล้ามเนื้อใบหน้าและองค์ประกอบของแต่ละบุคคล

เมื่อลองเสิรช์เข้าไปในอินเตอร์เน็ตจะพบอุปกรณ์ที่อ้างว่า สามารถทำให้ใบหน้าเรียวเล็กได้มากมาย เช่น หน้ากากหน้าเรียว เจลหน้าเรียว เข็มขัดหน้าเรียว แผ่นแปะหน้าเรียว ลูกกลิ้งหน้าเรียว

ข้อมูลจาก นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ

เห็บบบบบบ!!!!!!!

ใช้ดีจริงๆค่ะ