โยโย่เอฟเคมา 20 ก.ก. ช่วยทีค่ะ

สวัสดีค่ะ  คือเพิ่งเคยทำกระทู้ครั้งแรก แต่ก่อนมีน้ำหนัก 52 ก.ก. พออายุ18ปี ไปฝึกงานมีภาคค่ำ กินข้าวประมาน5คาบ มารู้อีกทีน้ำหนักขึ้นเป็น 58 ก.ก. ค่ะ เลยไม่รู้จะทำไงดี เลยกินยาลดน้ำหนักอ้างว่าเป็นสมุนไพร เหลือประมาน55-56 ก.ก. ค่ะ หยุดกินมา 3เดือน น้ำหนักเพิ่มขึ้น 2-3ก.ก. ไม่เท่าไหร่ค่ะ กินยาใหม่ ก็ลงอีก หยุดกินก็เพิ่ม2-3ก.ก.เหมือนเดิม มีพี่แนะนำยาตามเฟสบุ๊คให้ เป็นแคปซูลสีนั่นนี่ ลดไปนิดเดียว (อาจดื้อยามั้งคะ) เลยไม่กินอะไร ตอนนี้มาชั่งน้ำหนักอีกที(มีคนทักอ้วนบ่อย) แม่เจ้า หนัก71ก.ก. ค่ะ แทบร้องไห้ ไม่ทราบว่าพอมีเคล็ดลับ เมนูอาหาร อะไรแนะนำหน่อยนะคะ ไม่มีกำลังใจออกกำลังกายเลย ทั้งเหนื่อยใจเหนื่อยกาย น้ำหนักไม่ลง :(

Discussion (7)

ตอนนี้เรากินจตุผลค่ะ เป็นยาที่ทำมาจากสมุนไพร เราทานมาได้อาทิตย์นึงแล้ว ต้นขา หน้าท้อง ต้นแขนกระชับขึ้นค่ะ น้ำหนักจาก 53 เหลืออยู่ประมาน 49 เราไม่กินข้าวตามปกตินะไม่ได้อด กำลังกายเราก็ไม่ได้ออก แล้วอีกอย่างคืนเราเป็นคนที่ชอบกินขนมปัง หรือพวกแป้งมากๆ แต่น้ำหนักเราก้ยังลดลง เราเลยว่าตัวนี้โอเครมากๆ เหมือนเป็นการดีท็อกทุกวันเลยอะไรที่ทานไปก็ออกมาหมด หน้าท้องยุบเลยตอนนี้ น้ำหนักลดจริงๆไม่มีผลข้างเคียงด้วยค่ะ เรานะกินแทบไม่หยุดเลย 555 สู้ๆนะคะ น้ำหนักขึ้นได้ ต้องลดได้จ้าาา
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เป็นประโยชน์มากๆเลย รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทันที สู้ๆฮึบๆ ><~
เจอเรื่องนี้ทีไร ร่ายยาวทุกที ขอโทษนะคะ แต่อยากให้สู้ค่ะ
 
ระหว่างที่กินยา เราไม่รู้สึกอยากอาหาร และบวกกับกินยาตระกูลขับปัสสาวะ จะทำให้สิ่งที่หายไปจากร่างกาย คือ น้ำ และมวลกล้ามเนื้อ สิ่งเหลืออยู่เหมือนเดิมคือไขมันค่ะ ร่างกายเราก็ฉลาด พอเข้าสู่ภาวะกินยาลดน้ำหนัก ร่างกายรับรู้ได้ว่ารับพลังงานน้อยลง ร่างกายก็ป้องกันตัวเอง โดยการลดการเผาผลาญเช่นกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ รับพลังงานเข้าไป 1000 ร่างกายจะเผาผลาญ800 หลังหยุดกินยา ร่างกายยังเผาผลาญที่ 800 เท่าเดิมค่ะ เพราะฉะนั้น แม้เราจะกิน น้อยหลังจากหยุดยา เรากินแค่ 1000 แคล ร่างกายเราก็ยังเบิร์นไม่หมด และเป็นที่มาของน้ำหนัก รวมถึงน้ำที่กลับเข้ามาอยู่เข้าที่เข้าทางตามเดิม ยิ่งจะทำให้น้ำหนักมากกว่าตอนกินยาลดหรือมากกว่าก่อนกินยาด้วยซ้ำ...

เคยผ่านมาค่ะ ก่อนลด55 หลังลด 51 เลิกกินยา 65ค่ะปัจจุบัน ลดลงแล้วแต่ยังไม่เท่าตอนก่อนลดเลยค่ะอาจจะเพราะอายุก็เข้าเลข3 แล้วด้วยแระไม่ยอมหยุดกินขนมหวานด้วยค่ะแหะๆ

ช่วงแรกๆร่างกายก็กำลังปรับตัว การกินยากดความหิวก็ทิ้งผลร้ายคืออาการหงุดหงิดง่ายและขี้กังวลไว้ค่ะ ตัวเร่งเดียวที่ทำให้สิ่งต่างๆเข้าที่เข้าทาง(กลับสู่สภาพก่อนกินยาได้)คืออกกำลังกายค่ะ

ให้เข้าใจในหลักการข้างบนที่กล่าวมา มันไม่ง่ายที่จะพาตัวเองกลับมายืนจุดเดิมก็จริงแต่เมื่อร่างกายกลับมาจุดเดิมได้ ตอนนั้นถึงจะเริ่มลงค่ะ ถ้าเราใจร้อนกลับไปกินยาอีก ก็เท่ากับว่าสิ่งที่พยายามทำมา ไม่มีประโยชน์ค่ะ

ถ้าชั่งน้ำหนักอาจจะยิ่งเครียด เปลี่ยนเป็นควบคุมสิ่งที่จะกินเข้าไป และพยายามเพิ่มการเผาผลาญออกไปด้วยการออกกำลังกาย เกณฑ์ง่ายๆข้าวราดแกงหรือกับข้าวหนึ่งจาน ประมาณ500แคล ก๋วยเตี๋ยว 300(ยกเว้นเส้นใหญ่และบะหมี่ที่จะได้แคลมากกว่านั้น) ถ้าจะลดช่วงแรกต้องไม่เกิน 1000ต่อวัน ซึ่งไม่ได้จะทำให้น้ำหนักลงนะคะ แค่ทรงๆ ต้องออกกำลังกายเพิ่มอีก ทุกอย่างต้องสู้ๆ ค่ะ ไม่มียา หรือ วิทยาการ อะไร มาทำให้สิ่งที่เรากินเข้าไป ออกมาได้ นอกจากเราจะหยุด (กิน)หรือดึงออกด้วยตัวเอง(ออกกำลังกาย)

จากคนที่ทรมานกับการกินยาลดน้ำหนักมา เกิน3 ปีค่ะ
ต้องใจแข็ง มีวินัยออกกำลังกาย ทานอาหารดีๆนะคะ ช่วงแรกๆ ซึ่งอาจจะหลายเดือน น้ำหนักจะยังไม่ลง หรืออาจขึ้นต่อ ก็ปล่อยไปให้สุดทาง แล้วการออกกำลัง การเลือกทานอาหารทีเหมาะสมถึงจะส่งผลค่ะ พยายามเข้านะคะ