แชร์ items ดีๆ รักษาสิวด้วยตัวเอง ราคาประหยัด

--------สวัสดีชาวจีบันทุกๆ คนนะครับ นี่เป็นกระทู้แรกที่ผมมาแชร์ประสบการณ์ดีๆ เกี่ยวกับการรักษาสิว หากผิดพลาด ผิดตก หรือไม่เหมาะสมประการใดก็ขออภัยด้วยนะครับ--------

ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่จะเอามาแบ่งปันในที่นี้คือผลิตภัณฑ์ที่ผมใช้กับตัวเองและได้ผลดีมาก่อน บางตัวก็ยังคงใช้ต่อเนื่อง แล้วอยากแนะนำให้เป็นทางเลือกแก่ผู้อ่านที่อยากจะรักษาสิวด้วยตัวเองด้วยงบประมาณที่ค่อนข้างต่ำได้เอาไปเป็นตัวเลือกตัดสินใจกันนะครับ ก่อนจะรักษาสิวให้หายเนี่ย อย่างแรกเลยที่ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษก็คือการทำความสะอาดผิวหน้านะครับ ควรทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดที่สุด ด้วยวิธีที่อ่อนโยนที่สุด และพยายามรบกวนผิวให้น้อยที่สุดด้วย ซึ่งตอนผมรักษาสิวด้วยตัวเองใหม่ๆ ผมจะเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีค่า PH เป็นกลาง สามารถทำความสะอาดได้ดี เวลาล้างหน้าแล้วไม่รู้สึกแห้งตึง และระหว่างที่รักษาสิวผมจะไม่กดสิวอุดตันออกนะครับ แต่จะไปให้คลินิกที่มีผู้เชี่ยวชาญกดสิวกดออกให้ ซึ่งคลินิกหลายๆ แห่งเขาใช้วิธีสะกิดหัวสิวก่อนแล้วค่อยกดสิวออกมา วิธีนี้ช่วยไม่ให้เกิดรอยหลังการกดสิวได้ดีกว่าการกดแบบกดออกมาเลย ส่วนสิวอักเสบโดยมากแล้วมันจะค่อยๆ แห้งไปเองแต่บางครั้งผมก็อดใจไม่ไหวเหมือนกันนะแอบบีบมันออกจนได้ แต่ว่าถ้าใครคิดจะบีบเองต้องแน่ใจก่อนนะครับว่าถ้ามันอักเสบมากกว่าเดิมจะรับได้ เวลาผมบีบจะบีบแต่สิวอักเสบที่แบบมีสีขาวๆเป็นหนองเพราะว่าเห็นแล้วมันน่าเกลียด ผมจะบีบให้หัวสิวมันออกมาให้หมดอย่างเบามือไม้งั้นหน้าเละแน่และถ้ามีเลือดก็จะซับเลือดที่มีให้หมดจนกลายเป็นน้ำสีใสๆ ออกมาแทน เพราะถ้าสิวหรือเลือดออกมาไม่หมดมันจะอักเสบต่อไปไม่หายสักทีดีไม่ดีจะอักเสบมากกว่าเดิมอีก ทางที่ดีถ้าคิดว่ามันน่าเกลียดหรืออยากเอาออกผมแนะนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญในการกดและบีบสิวตามคลินิกหรือโรงพยาบาลทำให้ดีกว่านะครับ ระยะเวลาในการรักษาจะอยู่ที่ประมาณ 1-3 เดือนครับ ส่วนตัวผมแล้วประมาณเดือนนิดๆ สิวก็หายไปเกือบหมดแล้ว

ผลิตภัณฑ์ที่ว่ามีอยู่ประมาณ 5 ตัว ที่ผมใช้รักษาสิวที่ผิวหน้าด้วยตัวเอง จะมีอะไรบ้าง มาดูกันครับ


 
 
ตัวแรกคือ Benzac AC 5 มีตัวยา Benzoyl Peroxide (BP) 5% ขนาด 15 g. ราคา 135 บาท ซื้อที่ร้านขายยา ซึ่งแต่ละที่อาจมีราคาต่างกัน


ตัวยา BP นี้มีหลายยี่ห้อมากในร้านขายยา ช่วยลดการระคายเคือง ละลายหัวสิวและฆ่าเชื่อแบคทีเรีย ที่ผมใช้ยี่ห้อนี้เพราะชอบที่มันเป็นเนื้อเจล หลังจากล้างเครื่องสำอางต่างๆ สะอาดแล้ว ใช้ยาตัวนี้ทาก่อนล้างหน้าอีกทีประมาณ 10-15 นาที ถ้าเป็นไปได้ก็ใช้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น แต่โดยส่วนตัวแล้วส่วนมากผมจะได้ใช้มันแค่ตอนเย็นเท่านั้นแหละครับ  เพราะว่าตอนเย็นระหว่างรอเวลาให้มันครบ 15 นาที ผมก็จะทำการบ้านหรืองานอย่างอื่นไปด้วย ส่วนตอนเช้าไม่มีเวลามารอ 10-15 นาทีหรอกครับ ช่วงเช้าเป็นอะไรที่ต้องรักษาเวลามาก พยายามใช้ให้ต่อเนื่องกันในช่วงแรกจะดีมากครับ แต่ว่าตัวยาอาจจะทำให้หน้าแห้งถึงแห้งมาก ฉะนั้นช่วงไหนที่รู้สึกว่าหน้าแห้งเกินไปจนหา moisturizer มาหยุดอาการแห้งไม่ได้แล้ว ก็หยุดใช้ก่อนสัก 2-3 วันนะครับ และสำหรับบางคนกลัวจะแพ้ หรือกลัวผิวหน้ารับไม่ไหวจะแสบหน้า ทางที่ดีให้เริ่มใช้ตัวยาที่มี ยา BP ขนาด 2.5% เป็นตัวเริ่มต้นครับ
 
 
ตัวที่สองคือ Retin-A 0.025% Cream ขนาด 10 g. ราคา 110-140 บาทนี่แหละครับจำไม่ได้ ซื้อได้ตามร้านขายยา


ตัวนี้เป็นยารักษาสิวที่ดีมากๆ ตัวหนึ่งเลยครับ นอกจากจะรักษาสิว ลดอาการอักเสบของผิว และยังช่วยในเรื่องของริ้วรอยด้วย แต่จะมีผลข้างเคียงคือจะทำให้ผิวหน้าเราแห้งและไวต่อแสงมาก ใช้ทาทั่วหน้าเฉพาะตอนกลางคืนก่อนนอน ตอนหน้าแห้งเท่านั้น ถ้าล้างหน้าหลังจากซับหน้าให้แห้งเสร็จก็รอสัก 10 นาทีก่อนลง Retin-A นะครับ เพื่อให้ตัวยาทำงานได้ดีที่สุด และอย่าลืมทำให้ห้องนอนมืดที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ ตอนที่ผมใช้ช่วง 2-3 สัปดาห์แรก สิวเริ่มผุดๆ ออกมาเต็มเลย สิวที่เป็นสิวอุดตันบางจุดก็หายบางจุดก็กลายเป็นสิวอักเสบ แต่ผมก็ไม่ตกใจนะเพราะตอนปรึกษากับร้านยาที่ซื้อมาเขาบอกไว้ก่อนแล้วว่าจะมีอาการนี้ จะเป็นมากหรือน้อยก็แล้วแต่ว่าใต้ผิวของเราจะมีเชื้อต้นเหตุของสิวมากแค่ไหน และจากประสบการณ์ที่เคยใช้ยาตัวนี้มาแล้วรอยดำจากสิวอันเก่ามันก็มีสีจางลงนะครับ และรอยจากสิวใหม่บางจุดก็หายไปเลยก็มี เจ๋งสุดๆ ไปเลย ตอนนี้เหลือแต่รอยที่คิดว่าต้อองหาตัวยาที่ใช้สำหรับรักษารอยโดยเฉพาะแล้ว
 
 
ตัวที่สามคือ KA Vitamin E ขนาด 30 g. ราคา 90 บาท ผมซื้อที่ร้ายขายยา ซึ่งแต่ละที่อาจมีราคาที่ต่างกัน


เนื่องจากการทายา 2 ตัวข้างบนบ่อยๆ ผิวหน้าจากที่เป็นผิวผสมก็กลายเป็นผิวแห้งไปเลยครับ เลยต้องหาครีมที่ช่วยในเรื่องให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ก็ได้ KA ตัวนี้มาแหละครับ มันอ่อนโยนมากผมใช้ทารอบดวงตาด้วย มีครั้งหนึ่งเคยป้ายครีมผิดที่ ป้ายเข้าไปตรงตาขาว ปรากฏว่าไม่แสบหรือระคายเคืองอะไรเลย ฮ่าๆๆ เป็นครีมวิตามินอีที่ไม่ผสมน้ำหอม เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและผิวที่อยู่ในช่วงรักษาสิวดี ผมใช้ทาตอนเช้าหลังล้างหน้าเสร็จก่อนจะทากันแดด ช่วยได้ดีมากเลยทีเดียว
 
 
ตัวที่สี่และห้าคือ ครีมกันแดด


มี 2 ตัวที่ผมเลือกใช้ ซึ่งจะมีค่า SPF สูงหน่อยเพื่อป้องกันหน้าคล้ำครับ ปกติผมทากันแดดตอนเช้าแค่ครั้งเดียว เวลาทาก็อย่างกครีมกันแดดเลยนะครับ ไม่งั้นหน้าดำคล้ำง่ายมาก ตัวที่ 1 คือ Garnier UV Complete Whithen&Protect Daily Sunscreen SPF 50+ PA ++++ ขนาด 30 ml. ราคา 249 บาท ผมซื้อจาก Watsons ตัวนี้ผมเห็นมีขายหลายที่ครับตามร้านค้าและห้างจนถึงเซเว่น และตัวที่ 2 คือ Provamed Sun Face SPF 50+ ขนาด 50 ml. ราคา 250 บาท ซื้อที่ร้านขายยา บางที่อาจราคาไม่เท่ากันนะครับ
เหตุผลคือช่วงที่มีเงินจะซื้อ Garnier ใช้ครับเพราะกันแดดได้ดีกว่าโดยเฉพาะการป้องกันรังสี UVA ซึ่ง Garnier มี PA++++ จะสามารถป้องกันได้ดีกว่า Provamed ที่มีแค่ + เดียว รังสี UVA เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดริ้วรอยในอนาคต ช่วงไหนจนหน่อยก็จะซื้อ Provamed จากร้านขายยามาใช้ เพราะราคา 250 แต่ได้มาตั้ง 50 ml. มันใช้ได้นานกว่าตัวแรก ส่วนรังสี UVB ที่มันมีผลทำให้ผิวเราไหม้หรือดำขึ้นนั้น ทั้ง 2 มีประสิทธิภาพพอๆ กันเลยครับ ผมใช้ทั้ง 2 ตัว หน้าไม่เคยดำเลย ใช้ชีวิตได้ปกติ ผิวไม่ไวต่อแสง ซึ่ง ณ จุดนี้ใครมีงบจะจัดตัวไหนก็ตามสะดวก แค่กันแดดที่ต้องการ ณ ตอนนี้คือป้องการรังสี UVB ให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้หน้าดำ เวลาทาแล้วตัว Garnier รู้สึกจะทำให้หน้าสว่างมานิดหนึ่งแบบใสๆ แต่ตัว Provamed นี่มันมี 2 สีให้เลือกคือสีขาวและสีเบจ ส่วนตัวแล้วผมใช้สีขาว ทาเสร็จจะรู้เลยว่ามันมีสีขาวๆ ใครหน้าไม่ขาวแล้วทาสีขาวมากเกินไปหน้าก็อาจจะขาวแบบหม่นๆ ได้ หลังจากทาครีมกันแดดเสร็จผมก็จะทาแป้งฝุ่นธรรมดาครับ ไม่เอาที่ผสมรองพื้น เพื่อไม่ให้หน้ามันเดี๋ยวสิวจะขึ้น ไม่แต่งหน้า ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าก็ล้างหน้าให้สะอาด และระหว่างวันก็จะไม่ยุ่งกับหน้าเลยครับ
 
 
...การเลือกครีมกันแดด....
ครีมกันแดดในปัจจุบันมีทั้งหมด 3 ประเภทด้วยกันนะครับ
ประเภทที่ 1 คือ Chemical Sunscreen ทำงานโดยการดูดซับรังสีไว้ที่ผิวหนัง ซึ่งหลังจากโดนแดดสักพักสารเคมีเหล่านี้จะเสื่อมสภาพลง ต้องทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง และเพราะมีส่วนผสมของสารเคมีครีมกันแดดประเภทนี้จึงก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวหนังบอบบางแพ้ง่าย
          ประเภทที่ 2 คือ Non-Chemical Sunscreen หรือ Physical Sunscreen ทำงานโดยสารสะท้อนรังสี UVA และ UVB ออกจากผิวหนัง ซึ่งสารกลุ่มนี้มีผลการระคายเคืองต่อผิวหนังน้อยกว่าแบบแรกคือ Chemical แต่เมื่อทาบนผิวหนังแล้วจะขาวมาก
          ประเภทที่ 3 คือ Chemical-Physical Sunscreen เป็นการทำงานร่วมกันเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด โดยสามารถลดการระคายเคืองต่อผิวหนังจากสารเคมีและลดความขาวเมื่อทาครีม
 
SPF คืออะไร
          SPF (Sun Protection Factor) คือค่าของครีมกันแดดที่ปกป้องผิวจากรังสี UVB เช่น SPF 50 แปลว่า ครีมกันแดดที่เลือกใช้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันผิวจากรังสี UVB ได้เป็น 50 เท่า เมื่อเทียบกับผิวที่ไม่ได้ทาครีมกันแดด
 
PA คืออะไร
          PA (Protection Grade of UVA) คือค่าของครีมกันแดดที่ปกป้องผิวจากรังสี UVA เครื่องหมาย + บอกระดับของประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี ถ้าเราเห็น คำว่า PA แล้วมีเครื่องหมาย + ตาม เช่น PA+++ จะมีความหมายดังนี้
PA+ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ต่ำ
PA++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ปลานกลาง
PA+++มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูง
ปัจจุบันเราจะเห็นครีมกันแดดที่มีค่า PA สูงถึง PA++++ นั่นความความว่าประสิทธิภาพของการป้องกันผิวจากรังสี UVA ก็ยิ่งสูงขึ้นนั่นเองครับ
 
รังสี UVA คืออะไร
รังสี UVA เป็นรังสีคลื่นยาว มีความยาวคลื่น 320 ถึง  400 นาโนเมตร พบได้ตลอดแม้ในวันที่ไม่มีแสงแดด สามารถทะลุถึงผิวหนังชั้นใน ทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ และจุดด่างดำ
 
รังสี UVB คืออะไร
          รังสี UVB เป็นรังสีคลื่นสั้น มีความยาวคลื่น 290 ถึง 320 นาโนเมตร พบได้ในแสงแดด มีผลต่อสิวหนังชั้นนอก ไม่สามารถทะลุเข้าสู่เซลล์ผิวหนังชั้นในได้ ทำให้ผิวหมองคล้ำและเกิดอาการแสบไม้เกรียม หากได้รับเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้
 
สุดท้าย....รูปผิวหน้าผมตอนสิวเริ่มหายจากสิวและผิวปัจจุบัน
V
V
V
V
ต้องบอกว่ารูปตอนก่อนเริ่มรักษากับตอนที่สิวเต็มหน้าผมไม่ได้ถ่ายไว้นะครับ ไม่กล้าถ่ายรูปเลยจริง T^T
V
V
V
เซตแรก น่าจะถ่ายไว้ตอนช่วงที่เริ่มรักษามาประมาณ 2-3 สัปดาห์ครับ 

สิวเม็ดใหญ่ๆๆ นี่เป็นอะไรที่เจ็บมากกก โดยเฉพาะเวลาล้างหน้า





นี่คงเป็นสิวผด+สิวอุดตันครับ ถ้าไม่เรียบเนียน แถมเวลาผิวโดนแสงแล้วได้มุมที่พอดีนะ จะมองเห็นได้ง่ายมาก เป็นทั่วแก้มเลย T^T..... ใครเป็นสิวแบบนี้ต้องใจเย็นๆ นะครับ ค่อยๆ รักษา+หาเวลาไปกดสิวกับผู้เชี่ยวชาญสักเดือนละ 2 ครั้ง


อันนี้สิวมันเริ่มแห้งละครับ
V
V
V
หลังจากรักษาด้วยวิธีนี้มาประมาณ 2-3 เดือนหน่อยๆ ผิวจริงรอยดำๆ แดงๆ จะเข้มกว่านี้แต่ก็ถือว่าหายไปเยอะและสิวก็ไม่ค่อยมีละครับ จะมีบ้างก็ครั้งละ 1-2 เม็ด ถือเป็นเรื่องปกติ เหลือแต่ร่องรอยหลุมสิวที่คงต้องทำใจ T^T


รูปนี้ถ่ายตอนกลับห้องหลังเลิกเรียน ถ่ายวันที่ตั้งกระทู้นี้เลย เป็นหน้าฝั่งขวารูปนี้ทาแค่กันแดด+แป้งฝุ่นธรรมดาครับ


รูปนี้เป็นหน้าฝั่งซ้าย ถ่ายตอนกลางคืนวันก่อนจะตั้งกระทู้ (เมื่อวานนั่นเอง) 5555+
V

หวังว่ากระทู้นี้จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ พี่ๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ :)
 
 

Discussion (8)

เห็นด้วยเรื่องครีมบำรุงและกันแดดค่ะ เห็นหลายคนใช้เบแซค ดิฟเฟอริน แล้วก็คลินด้าเอ็มตามตำรา
อย่างไม่สนใจโลกแล้วใจหายมาก
คือบางทีเราว่ามันทำร้ายผิวเกินไปเน้นลอกๆๆๆผิวอย่างเดียวก็อักเสบขึ้นเต็ม
แล้วไม่ใช้กันแดดอีก ผิวมันจะบางถาวรเอานะอย่างนั้นอ่ะ
ตัวเองก็ใช้พวกนี้นะ แต่ใช้กับครีม Q10 กับ กันแดดของยูเซอรินตลอดเลย
(ส่วนตัวผิวบางมาก ใช้วิตามินอี วิตามินซีอะไรบำรุงไม่ได้เด็ดขาด ทาปุ๊บสิวมา)
เพราะคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผิวหน้าคือ สะอาด สมดุล และป้องกันผิวจากแสงแดด
ที่ดูรูปหน้าเริ่มใสแล้วเนอะ ดีจัง ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ
 
หืมมมมม สุดยอดเลยค่ะ 

ส่วนตัวเราตอนนี้ใช้ เมคอัพ สตาร์ทเตอร์ของนีเวียอยู่ค่ะ

เราเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเหมือนคุณเจ้าของกระทู้เหมือนกัน

หน้าดีขึ้น ไม่โทรม แถมกันแดดได้อีก ปลื้มค่ะ
หน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยคะ