ตะลุยอุดร 3 วัน 2 คืน กินจัดหนัก เที่ยวจัดเต็ม ชิวๆ ไม่โหด(หรออออ)

หลังจากรีวิวเรื่องสวยๆงามๆมาหลายครั้งแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ชอบมาเป็นชีวิตจิตใจคือการเที่ยว ช่วงนี้แคมเปญเที่ยวเมืองรองกำลังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างมาก ครั้งนี้มีแพลนเที่ยวด้วยทำงานด้วย ณ อุดรธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองรองที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ ครั้งนี้นุ่นจองช่วงโปรโมชั่นมันก็จะถูกหน่อยๆ : ) 

อีกสิ่งสำคัญเลยที่นุ่นมองว่าสำคัญมากๆเลยสำหรับการเดินทาง คือ ประกันเดินทางในประเทศ ปกติแล้วทางสายการบินจะมีช่องให้เลือกซื้อ ประกันเดินทาง ซึ้อโหลดกระเป๋า ซื้ออาหาร ในหน้าถัดมา ในส่วนของประกันถ้าสังเกตุดูดีๆ ราคาจะค่อนข้างสูงกว่าที่ขายอยู่ตามเว็บไซต์ประกันออนไลน์อยู่ไม่น้อย เมื่อตอนต้นปีที่ไปเชียงใหม่ นุ่นเลือกใช้ TIP FLY SURE ของทิพยประกันภัย แน่นอนว่าครั้งนี้ก็เช่นกัน ด้วยราคาที่ถูกกว่าแบบครึ่งๆ แถมยังให้ความคุ้มครองมากกว่า... รอช้าอะไร ปลดติ๊กออกรัวๆ แล้วมาซื้อเองได้ดีลดีกว่าเห็นๆ

นุ่นเลือกซื้อ ประกันเดินทาง แบบไป-กลับ เพราะราคาแค่ 129 บาท แต่ได้ความคุ้มครองตลอดทริป !! อย่าลืมนะว่า หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอย่างฝนตกหนัก เครื่องดีเลย์ ไฟลท์โดนแคนเซิล ต้องซื้อตั๋วใหม่ หรือเกิดอุบัติเหตุใดๆ ถ้าเราไม่มีประกันไว้รองรับ หรือป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ก็จะมีรู้สึกเสียดายทีหลัง... กับเงินแค่ 129 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับนกแอร์ ราคาประกันไป-กลับตั้ง 248 บาท ประหยัดเงินไปเป็นร้อยเลย

หลังจากที่กรอกข้อมูลเรียบร้อยเราสามารถกดชำระเงินผ่านบัตรเครดดิตหรือInternet Banking และให้จัดส่งกรมธรรม์มาทางอีเมล์ได้เลย ไม่ต้องรอติดต่อกลับ ไม่ต้องรอส่งเอกสาร ไม่เกิน 3 นาทีก็เรียบร้อยพร้อมออกเดินทาง



หลังจากได้ตั๋วไป-กลับเรียบร้อย จะเที่ยวได้ก็ต้องมีรถยนต์ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวของทริปนี้ ไม่ต้องเปรียบเทียบราคาหลายเว็บอีกต่อไป เพราะเรามี rentconnected

สามารถเลือกวันเวลาเดินทาง สถานที่รับส่งคืนรถ ประเภทรถที่ต้องการ และเปรียบเทียบราคาจากบริษัทเช่ารถหลากหลายเจ้า เพื่อให้เราได้ราคาถูกที่สุด กรอกข้อมูลเข้าระบบพร้อมชำระผ่านบัตรเครดิต เอกสารจะถูกส่งเข้า E-mail เพื่อใช้ในการรับรถ 

ในส่วนของที่พัก นุ่นเลือกพักที่โรงแรม Hop Inn อุดรธานี เพราะอยู่ใกล้หนองประจักษ์ มีที่จอดรถรองรับ รอบๆโรงแรมมีร้านนั่งดื่ม ร้านอาหาร และ 7-11 ถึงแม้กลางคืนเส้นทางจะดูทึมๆไปบ้าง แต่ถ้าไปกันหลายคนก็สบายใจได้ เพราะบริเวณนี้มีคนมีสัญจรอยู่เรื่อยๆ ห้องพักที่นี่ คืนละ 600 บาท แต่ถ้าเป็นสมาชิกจองผ่านเว็บ www.hopinnhotel.com จะมีส่วนลดพิเศษด้วยนะเออ

ได้เวลาเดินทางกันแล้ว Let's Gooooooo.....

เนื่องจากวันนี้เราเดินทางกันเช้ามากกกกก บางคนยังไม่ได้กินข้าวเช้า ที่สำคัญคือเรามาถึงก่อนเวลาพอสมควร เลยมีเวลาเหลือๆก่อนจะเช็คอิน แวะมานั่งพัก ทานอาหารเช้าที่ Miracle Co-Working Space นับเป็นครั้งแรกของไทยที่มี Lounge รับรองอยู่ด้านนอกอาคารผู้โดยสาร ไม่มีเดินทาง มีนัดด่วนก็ใช้พื้นที่นี้ได้ บรรยากาศ ชิล สบาย ที่เป็นส่วนตัว ค่าบริการเพียง 280 บาท ต่อ 2 ชั่วโมง/ท่าน มีหลากหลายมุมให้นั่งพัก แถมมีอาหาร ขนม ผลไม้และเครื่องดื่มไม่อั้นไว้คอยรองรับอีกด้วย


ใครที่ถือบัตรเหล่านี้สามารถเข้าใช้ได้ฟรี!!

?? Priority Pass

?? Dragon Pass

?? Lounge Key , Lounge club

***เงื่อนไขในการเข้าใช้จะขึ้นอยู่กับธนาคาร ***

สำหรับลูกค้า เอไอเอส เซเรเนด รับสิทธิพิเศษได้ ?

??AIS Serenade Platinum สามารถเข้าฟรีได้หนึ่งครั้ง ครั้งต่อไปรับส่วนลด 20%

??AIS Serenade Gold รับส่วนลด 20%

??AIS Serenade Emerald รับส่วนลด 15%

หรือแสดงบัตรโดยสาร (Boarding Pass) แอร์เอเชีย รับส่วนลด 10% ได้เลย


ในส่วนของอาหารคาว อาหารว่าง ผลไม้ และขนมกันเลย มีมากมายให้เลือกสรร ยิ่งใครมาแต่เช้า เช็คอินแล้วเวลาเหลือเยอะ รู้สึกหิวๆ อยากหาที่นั่งกินสบายๆ มีเน็ตให้เล่น มาที่นี่เลยที่ชั้น 4 อาคารผู้โดยสาร อาคาร 2

เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.30-22.00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 535 7559

รอบนี้มากันหลายคน เลยรอเช็คอินพร้อมกัน ก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านใน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที งีบยังไม่ทันไร ถึงซะแล้ว

นำเอกสารจากทาง rentconnected.com มาพร้อมใบขับขี่ และตัดเงินประกันในบัตรเครดิตเรียบร้อยก็มารับรถพร้อมลุยยยยย

มาถึงก็เกือบเที่ยงละ ก่อนเข้าโรงแรมก็แวะหาอะไรกินซะหน่อย มาอุดรทั้งทีก็ต้องไม่พลาดแหนมเนือง เราขับจากสนามบินมาประมาณ 5 นาทีก็ถึงร้าน VT แหนมเนือง สาขา ถนนโพธิ์ศรี จัดหนักจัดเต็มจะได้มีแรง

เขมือบเรียบร้อยแล้วก็เข้าที่พัก เช็คอิน โรงแรม Hop Inn เอาของเก็บ พักผ่อนกันเล็กน้อย เพราะช่วงบ่ายอากาศร้อนมาก ไม่รู้จะไปไหนดี งีบก่อนละกัน ตอนเย็นค่อยออกมาลุย

แดดร่มลมตก เริ่มเย็นละ ได้เวลาออกมาลุย มาถึงเหนื่อยๆได้นอนพักค่อยดีขึ้นหน่อย : )


มาอุดรทั้งทีก็ต้องแวะมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิประจำจังหวัดอุดรธานีกันหน่อย ที่นี่จัดเป็นเมืองเศรษฐกิจของภาคอีสานตอนบนเลยก็ว่าได้ คนอุดรยังบอก ที่นี่ก็คล้ายๆกรุงเทพเลยละ แค่อยู่อีสาน คนจีนเยอะมาก ศาลปู่-ย่า เป็นที่หนึ่งเลยที่ต้องมา

ด้านหลังศาลปู่-ย่า ก็จะมีศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน อุดรธานีด้วย ด้านในจะมีร้านค้า พิพิธภัณฑ์เล่าถึงวัฒนธรรม ประวัติความเป็นมาของคนจีนที่มาอยู่ในจังหวัดอุดรธานี เข้าชมฟรีด้วยนะเออ


ด้านหน้าศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน มีร้านคาเฟ่เล็กๆชื่อร้านผิงอัน เป็นอีกหนึ่งร้านน่ารักที่ควรมานั่งจิบชา ทานชาลาเปาลาวาสูตรเด็ดของทางร้าน และยังมีขนมมากมายให้ได้เลือกสรร ที่สำคัญราคาไม่แพง

จากศาลปู่-ย่า มาเดินเล่นกันต่อยามเย็นที่หนองประจักษ์ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ควรมาคือมาถ่ายรูปคู่กับน้องเป็ด วันนี้อาจจะดูมอมแมมไปหน่อย แต่ในช่วงแต่ละเทสกาล ก็จะมีการเอาน้องเป็ดไปทำความสะอาด แต่งตัวออกมาโชว์ตัวใหม่อยู่เรื่อยๆ ที่นี่เป็นอีกแหล่งรวมตัวของคนรักษาสุขภาพที่อุดรเลย เพราะทุกเย็นจะมีคนมาปั่นจักรยานและวิ่งรอบหนองประจักษ์ ด้านหน้าสถานีดับเพลิง ยังไม่กลุ่มคนมาเต้นแอโรบิคกันด้วยนะ หลังจากออกกำลังกายแล้วถ้าเมื่อย รอบๆหนองประจักษ์ก็มีร้านนวดเยอะแยะโดยรอบ ราคานวดต่อชั่วโมงเริ่มที่ 160 บาท แอร์บ้าง พัดลมบ้าง แต่ที่แน่ๆ free Wifi นะจร้า

เดินเล่นจนมืดค่ำ ก็พาชาวคณะมากินบะหมี่เจ้าดัง นุ่นมากี่ครั้งก็ต้องมีมาแวะที่นี่เพราะปิดตี 2 ที่ร้าน ราชาบะหมี่กวางตุ้ง อยู่เยี่ยงๆตรงข้ามกับตึกคอม บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง กับบะหมี่ปูเกี๊ยวคือเด็ดมากกกกก อยากให้ทุกคนได้มาลองทานกัน

ทานคาวแล้วมาต่อหวานที่ร้าน Sugar Room อยู่ติดกันกับร้านบะหมี่เลย

จบไปหนึ่งวัน แบบชิวๆ รู้สึกจะทำงานน้อยกว่ากิน ทุกคนก็คิดว่าชิวนั้นละ แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าความโหดที่แท้จริงจะเกิดในวันรุ่งขึ้น กลับโรงแรมนอนเอาแรงก่อนละกัน เพราะวันรุ่งขึ้นเราจะตระเวนออกไปนอกเมือง 


เนื่องจากที่โรงแรมมีแค่ขนมปังและชา กาแฟ โอวันตินทานง่ายๆ เราเลยเลือกที่จะออกไปตะลุยกินข้างนอก มาถึงอุดร อีกอย่างที่ต้องแวะมากินคือไข่กระทะ ขนมปังยัดไส้ เลยพากันมาที่ร้าน คิงส์โอชา เมนูเด็ดของทางร้านมีไข่กระทะ ขนมปังยัดไส้ และข้าวสตูว์ไก่ .....


สตูว์ไก่นี่ถ้ามาหลังจาก 8-9 โมง หมด อดนะจร้าบอกเลย

กินอิ่มแล้วก็ได้เวลาออกนอกเมืองกันนนนน ...... เป้าหมายแรกของเราคือ วัดป่าภูก้อน ขับออกนอกเมืองมาประมาณ 120 กิโล ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ขับชิวๆ ชมธรรมชาติมาเรื่อยๆ 


วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม เป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย รับขนานนามว่า 'พุทธอุทยานมหารุกขปาริชาติภูก้อน' และ พระพุทธไสยาสน์ ทำด้วยหินอ่อนขาวจากเมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี มีความยาว 20 เมตร โดยใช้หินอ่อนจำนวน 43 ก้อน น้ำหนักก้อนละประมาณ 15–30 ตัน นำเข้ามาแกะสลักที่วัดป่าภูก้อนแล้วยกขึ้นเรียงบนฐานซ้อนกัน 3 ชั้น เป็นองค์พระพุทธไสยาสน์ ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาอาสนะพุทธะ ซึ่งเป็นลานหินแข็งแกร่ง ยาวประมาณ 110 เมตร ใช้งบประมาณสร้างพระพุทธไสยาสน์ราว 50 ล้านบาท

เสร็จจากวัดป่าภูก้อน เราแวะหาอะไรกินด้านหน้าก่อนเดินทางไปนั่งรถอีแต๊กเที่ยวคีรีวงกต ซึ่งห่างออกไปเกือบ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 45 นาที หรือชิวหน่อยก็ประมาณชั่วโมงนึงได้ ..... ปากทางเข้าวัดป่าภูก้อนจะมีร้านอาหารเรียงอยู่ประมาณนึงให้เลือก นี่ก็เออร้านนี้ใหญ่ดีดูน่ากิน เลี้ยวเลย!!

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง อิ่มท้องแล้วก็พร้อมลุยกันต่อ ขับกันมาจนถึงชุมชนดอยคีรี ก็ติดต่อผู้ใหญ่บ้าน นรินทร์ ถ้าติดต่อล่วงหน้าสักสองสามวันก็จะมีอาหารกลางวันไปนั่งกินริมน้ำตกให้ด้วย

การท่องเที่ยวของชุมชนโดยชุมชนของบ้านคีรีวงกตมีค่าใช้จ่ายตามนี้

  • ทริปล่องแก่งอีแต๊ก(ไป-กลับ) ไม่รวมอาหารและน้ำดื่มค่ารถคันละ 500 บาท นั่งได้ 8 คน

  • ทริปล่องแก่งอีแต๊กมีมื้อกลางวัน ราคา 300 ต่อคน

  • ทริปล่องแก่งอีแต๊ก 2 วัน 1 คืน ราคา 900 ต่อคนรวมค่าที่พักแบบโฮมสเตย์ อาหาร 3 มื้อ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ผู้ใหญ่นรินทร์ 083-1479004

ช่วงนี้น้ำแล้ง ก็จะแห้งหน่อยๆ พาขับลุยน้ำกันเลยทีเดียว ถ้าช่วงไฮน้ำเยอะๆ น้ำขึ้นมาถึงที่นั่งเลย ทุกคนต้องพร้อมเปียกนะจร้า ..... คุณลุงพาบุกสวนเลาะในสวนยางกันเลย

ถัดจากสายยางก็จะเข้ามาถึงแอ่งน้ำตกให้ได้เล่นกันคลายร้อน น้ำใส ไหลเย็น เห็นตัวปลา น้ำตกตรงนั้น ลุงบอกไปสไลด์เดอร์ได้นะ 5555

นั่งเล่นได้สักพักก็ถึงเวลาต้องไปที่อื่นต่อ ซุ้มที่เห็นเป็นที่นั่งกินข้าวนะจร้า ถ้าเราจองล่วงหน้า ก็จะได้มานั่งชิวๆเล่นน้ำตกไป กินไก่ย่าง ส้มตำ ฝีมือชาวบ้านตรงนี้แหละ

ในส่วนของบ้านพักก้อมีให้เลือกทั้งแบบแอร์ กะต๊อบแบบพัดลม หรือจะไปนอนโฮมสเตย์บ้านของชาวบ้านก็ได้ ถ้ามาเป็นหมู่คณะใหญ่ๆค้างๆคืน เค้ามีทำอาหารเลี้ยง และจัดคาราโอเกะให้ลั่นได้ยันเที่ยงคืนด้วยนะ

ที่ต่อมา เราขับย้อนกลับมาทางที่จะเข้าตัวเมืองอุดร แวะที่หอนางอุสา ณ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ขับออกมาจากบ้านคีรีวงกต ประมาณชั่วโมงหน่อยๆ ... ตอนมาถึงศูนย์ให้บริการข้อมูลปิดแล้ว เราเลยเดินเข้าไปด้านในเพื่อนชมพระอาทิตย์ตกบริเวณหอนางอุสากันต่อ ที่นี่มีถ้ำเยอะมาก ทางเดินก็จะเดินวนๆแล้วมาบรรจบกัน

เรียกได้ว่าเดินวนจนงง กว่าจะกลับมาหาทางเดิมได้ ก็ใช้เวลาเยอะอยู่ กว่าจะเดินวนออกมาก็เย็นล้ว ขับรถกลับเข้าเมืองเพื่อหาอะไรกิน เดินเล่นกันต่อ วันนี้เลยพากันมากินปลาเผา ตรงปลาเผาเซ็นเตอร์พอย์ท ใกล้ๆกับ UD Town และตลาดปรีชา ตรงนั้นจะมีร้านปลาเผาเรียงกันอยู่หลายร้านแล้วแต่จะเลือกเลี้ยวเข้าร้านไหน ราคาก็จะเริ่มที่ 160 ,180 , 220 , 250 บาท ตามขนาดไซส์ของปลา

กินเสร็จก็เดินเล่นหาขนม ช้อปปิ้งกันต่อที่ UD Town

หมดเรี่ยวหมดแรงกันไปอีกหนึ่งวัน พรุ่งนี้ก็จะเที่ยวกันแบบชิวๆในเมืองบ้าง

ตื่นเช้ามาก็ดิ่งไปหาของกินอร่อยๆกันก่อนเลยที่ร้านมดามพาเท่ 2515 อยู่ไม่ไกลจากเซ็นทรัลอุดรธานี เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารแนะนำที่บอกเลยว่าต้องมา ด้านในตกแต่งบรรยากาศเก่าๆ แต่ร่วมสมัย ให้ได้ถ่ายรูปกันเพลินๆระหว่างรออาหาร

มาดูเมนูอาหารกันบ้าง หน้าตาน่ากิน รสชาติอร่อย ราคากลางๆ ไม่ได้ถือว่าแพงมากเท่าไร

ทานข้าวกันมาอิ่มๆก็พากันไปเดินย่อยต่อที่ตลาดผ้านาข่า ขับมาจากตัวเมืองประมาณ 15 นาที เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของเมืองอุดรที่พลาดไม่ได้ เพราะที่นี่ผ้าคลุมไหล ผ้าทอ หมอนอิงสายสวยๆเยอะมาก ราคาไม่แพงด้วย

จากตลาดผ้านาข่ากลับเข้ามาตัวเมือง มาถึงนี่ยังไม่ได้นั่งสกายแล๊ปเลย ก็เลยคุยกันว่าหาที่จอดรถทิ้งไว้แล้วไปลองลุยสกายแล๊ปกันมัย เก็บบรรยากาศกันจนหยดสุดท้ายก่อนกลับ เลยมาจอดรถไว้ที่ UD Town เดินมาขึ้นรถสกายแล๊ปตรงหน้าสถานีรถไฟอุดรธานี คุณลุงก็น่ารัก แนะนำที่เที่ยว คิดราคาเหมา 500 บาท ก็ถือว่าไม่แพงเพราะไป 4 คน เนื่องจากไปศาลปู่ย่า กับ หนองประจักษ์มาแล้ว คุณลุงเลยพาไปวัดโพธิสมภรณ์ , พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี , ตระเวณเล่นแถวทุ่งศรีเมือง

มาถึงที่แรก วัดโพธิสมภรณ์ ซึ่งเป็นพระอารามหลวง อยู่คู่บ้านคู่เมืองอุดรธานีนี้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

ต่อด้วยพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ใครที่มองว่าพิพิธภัณฑ์จะมีแต่วัตถุโบราณตั้งโชว์ มีแต่ป้ายเขียวรายละเอียดเยอะ ขอบอกเลยว่าที่นี่ไม่ใช่นะ ไอเทคโคตรๆ จัดแสดงเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับจังหวัดอุดรธานี นับตั้งแต่ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ธรรมชาติวิทยา ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม รวมถึงพระประวัติและ พระเกียรติคุณของกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี

เดินกันจนเหนื่อย ใกล้เวลาต้องกลับแล้วสิ ปิดท้ายกับร้านอาหารชื่อดัง คนอุดรบอกเลยว่า โตมาได้เพราะที่นี่ ร้านแม่หยา เป็นร้านอาหารหนึ่งที่อยู่คู่กับคนอุดรมามากกว่า 40 ปี วันไหนคิดอะไรไม่ออกก็เลี้ยวหาแม่หยา เพราะมีเมนูให้เลือกหลากหลาย ราคาไม่แพง บรรยากาศสบายๆเหมาะกับการมาทานข้าวกับครอบครัวมากๆ

กินคาวแล้ว ไปหาร้านขนมหวานนั่งกินต่ออีกหน่อยละกัน ปิดท้ายการกินของทริปนี้ที่ร้าน Under The Tree อยู่ห่างจากสนามบินแค่ 5 นาทีเอง เป็นร้านคาเฟ่เล็กๆ บรรยากาศอบอุ่น ขนมและเค้กของร้านนี้เค้าทำแบบ Homemade นะ นั่งกินไปกลิ่นเค้กที่กำลังอบใหม่ๆก็ลอยออกตลอดเวลา ชวนหิวไปอีก

เป็นอันจบทริปกลับกรุงเทพแบบฟินโคตรๆ เที่ยวจัดเต็ม กินจัดหนัก สาวๆท่านไหนสนใจอยากลอกแพลนเชิญเลยนะจร้า ไม่หวง  แต่ละที่บอกเลยว่า ถ่ายรูปมันส์แน่นอนสำหรับสายแอค

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (1)