(REVIEW) น้ำตบลูกเดือย Hatomugi ตำไม่ตำ ?

เพื่อให้ละเอียด และเห็นภาพมี่ขอรีวิวเจาะลึกลงไปถึงส่วนผสมนะคะ
เริ่มที่ตัวกระปุกที่เป็นเจลก่อนนะคะ
ลูกเดือยมีกรดไขมันจำเป็น และวิตามินมากมาย 
เช่น linoleic acid, palmitic acid, stearic acid, Vitamin B1, B12, and E. 
และลูกเดือยยังถูกพบว่าสามารถให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเรียบเนียน 
คำว่า Hatomugi เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ลูกเดือยนั่นเอง
-
โดยส่วนผสมแล้ว ส่วนใหญ่จะมี ตัวทำละลาย และสารเพิ่มความหนืดสะส่วนใหญ่ และmoisturizer ตัวนี้มี Demithicone 
ซึ่งก็คือซิลิโคนนั่นเองถ้าบางคนกังวลก็อาจจะข้ามไปนะคะ
ส่วนส่วนผสมที่ออกฤทธิ์นั้นก็จะมี วิตามินซี Ascorbyl Tetraisopalmitate ผสมมาให้ซึ่งเป็นตัวที่ประสิทธิภาพเทียบเคียงกับตัวที่พบในธรรมชาติ
- 
นอกจากนั้นยังมีวิตามินอี ซึ่งช่วยเรื่องผิวแห้ง, ผื่น, รอยบวมแดง และริ้วรอย
ส่วนสารที่ให้ความชุ่มชื้น และอุ้มน้ำในผิวไว้นั้นประโคมใส่มาเต็มที่มาก มีทั้ง ceramide ชนิดสังเคราะห์ และ Glycerin ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้อย่างดี 
และตัวอื่นๆอีก เรียกได้ว่า ใส่มาขนาดนี้ต้องชุ่มชื้นกันบ้างแหละ
-
ตัวนี้นอกจากใช้เป็น moisturizer ประจำวันได้แล้ว ก็ยังใช้เป็นมาส์กแบบไม่ต้องล้างออกได้อีก เนื้อจะเป็นสีใสขุ่นๆหน่อย โดยที่เราพอกหน้ากว่าปกติในขั้นตอนสุดท้ายของ skincare แล้วก็นอนไปเลย ส่วนตัวเราเอามาทาตัวด้วย ชอบที่มันรู้สึกใช่ง่าย แบบไม่มีกลิ่นอะไรฉุน กลิ่นสบายๆ ธรรมชาติๆ
-
เราใช้ตัวนี้เป็น moisturizer ตอนกลางวัน มันก็ให้ความชุ่มชื้นดีนะ เวลาทาลงบนผิวหน้าให้ความรู้สึกเหมือนโบกน้ำเย็นๆหน่อยลงบนหน้า ให้ฟิลสบายๆผิว เนื่องด้วยเนื้อของผลิตภัณฑ์เบามาก 
-

ผลลัพธ์: ในเรื่องความชุ่มชื้นทำได้ดี แต่เรื่องริ่วรอย หรือผื่นอะไรเราว่าเฉยๆ ต้องหาผลิตภัณฑ์ประเภททำให้หน้าแข็งแรงมาช่วย จะเวิร์คกว่าจ้า แต่เรื่องราคาก็ดีมากๆ ประมาณ300กว่าเอง ถูกมั่กเด้อ
ซื้อมาแล้วก็ต้องซื้อทั้ง lotion น้ำตบ และ moisturizer มาให้บู้มๆ สำหรับน้ำตบตัวนี้แน่นอนก็ต้องมีลูกเดือยสกัดเป็นส่วนผสมเช่นกันซึ่งช่วยในเรื่องความชุ่มชื้นนั่นเอง และ Glycerin ตัวเดิมเหมือนกับตัวเจลที่เป็นตัวกักเก็บความชุ่มชื้น
-
ส่วนผสมที่ดูจะมีเพิ่มเติมมาก็จะเป็นตัว Dipotassium Glycyrrhizate ซึ่งเป็นสารสกัดจากชะเอมเทศ ที่จะช่วยเรื่องลดการอักเสบ และอากาศแพ้ นอกนั้นที่เหลือก็เป็นส่วนผสมในเรื่องของสารกันเสีย และตัวผสานต่างๆ
-
น้ำตบตัวนี้ เค้าบอกว่าสามารถใช้กับเม็ดมาส์กแล้วมาทำเป็นมาส์กหน้าได้ด้วยประมาณ 5-10นาที ก็เอาออกหรือถ้าไม่มีเม็ดมาส์กจะใช้สำลีก็ย่อมได้ มันจะให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าเป็นน้ำตบปกติ แต่ส่วนใหญ่เราก็ใช้เป็นน้ำตบแหละ เพราะทางเราขี้เกียจมาส์ก
-
ปกติเราใช้เช้า-เย็นหลังล้างหน้าเสร็จ มันชุ่มชื้นดีนะ ข้อดีคืออยากจะเหยาะออกมาเท่าไหรก็ได้ก็รู้สึกไม่เปลือง เพราะขวดใหญ่แบบมากกกกก 500 ml ใช้ได้เป็นปีอ่ะ แล้วก็โปะๆๆๆบนหน้า กลิ่นก็จะเหมือนเจลเลย คือแนวธรรมชาติสบายๆไม่ได้ใส่กลิ่นอะไรเพิ่ม เนื้อก็จะเป็นสีขุ่นๆเหมือนเวลาต้มน้ำลูกเดือยกินเลยอ่ะ 5555
-
ผลลัพธ์: ในเรื่องความชุ่มชื้นเราว่าตัวที่เป็นเจลทำได้ดีกว่า ตัวนี้ก็เฉยๆไม่ได้ว้าวอะไรมากมาย แต่ก็ถือว่าดีและคุ้มค่า ส่วนเรื่องการอักเสบ และแพ้ ทางเราไม่ค่อยแพ้อะไรเลยตอบไม่ได้ แต่ใช้แล้วมันก็สบายหน้าดีจ้า สรุปคือถูกและประสิทธิภาพโอเคเลย คือราคาแบบ300กว่า ก็คุ้มในคุ้มเด้อ บางทีมีลดราคาไปอีกเหลือ 200กว่า งงเว่อ ใครมองหาอะไรสบายๆใช้ง่ายๆ ไม่มีกลิ่น ให้ความชุ่มชื้นเบื้องต้น ตัวนี้ตอบโจทย์ ถ้าให้แนะนำ แนะนำซื้อทางตัวเจลมากกว่าน้ำตบจ้า
-
พิกัด: MATSUMOTO KIYOSHI
ราคา: 200-300 บาท 
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะค้า
หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจไม่มากก็น้อยนะคะ
มีเพจที่ลงรีวิวเป็นประจำอยู่
กดดูได้ใน my page เลยนะค้า
-
เลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
glow beyond skin

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (2)

ตำมานานแล้วจ้า ตัวนี้ เอามาตบเฉยๆ เอามาเป็นชุบกับสำลีมาทำเป็นมาส์คก็ทำเหมือนกัน แต่หลักๆสำหรับเรา นางช่วยได้ความชุ่มชื้นได้ดี แต่ถ้าเป็นเรื่องหน้าขาว ตอนนี้เทใจให้ Pond's Tone Up Milk Essence ให้ความชุ่มชื้นได้ แล้วทำให้หน้าขาวขึ้นมากๆ
เน้อออออออ ราคาแบบนี้ดี้ดี