รีวิว 5 Pre-Serum แบรนด์ดัง ที่คุณควรต้องลอง

สำหรับคนที่ขี้เกียจอ่าน Full Review กดดูคลิปด้านล่างได้เลยจ้า

สำหรับเนื้อหาแบบ Full Review ของเซรั่มแต่ละตัว สามารถกดดูได้ที่ด้านล่างเลยค๊าบ : 

L’Oreal Youth Code Pre-Essence (ขนาด 30ml / ราคา699.-)

ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ และผลหลังทาผลิตภัณฑ์

จากส่วนผสมข้างต้นผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จาก Pre-Essence ขวดนี้จะออกแนวเสริมสร้างปราการปกป้องผิวให้แข็งแรงเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้สารต่างๆ ที่ลงไปหลังจากนี้แทรกตัวเข้าไปในผิวได้ดีขึ้น (ซึ่งในจุดนี้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ร่วมกันด้วยครับ เพราะบางตัวมีขนาดโมเลกุลที่ใหญ่ ก็ยากแก่การแรกตัวเข้าไปในผิว ทำได้แค่เคลือบผิวไว้เท่านั้นครับ)
ส่วนเรื่องประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อสภาพ อาจต้องชั่งใจซักเล็กน้อยเนื่องจากสารต่างๆที่ถูกใส่ลงมานั้นได้รับการเคลมโดยทางบริษัท L'Oreal และบริษัทผู้ผลิตสารนั้นๆ ซึ่งมีข้อมูลค่อนข้างน้อยและบูมยังหาข้อมูลมารองรับส่วนนี้ไม่ได้เท่าที่ควรครับ 

OLAY : Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence (40ml./899.-)

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Pre-Essence หรือ Pre-Serum ได้ออกสู่ท้องตลาดมาเนิ่นนานหลายปีแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าบูมก็มีโอกาสได้ทดลองใช้มาบ้างเหมือนกัน ก็ต้องบอกตามตรงว่าในช่วงแรกๆ ที่ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ออกมานั้น บูมยังไม่ค่อยเข้าใจคอนเซ็ปท์ของเค้าเท่าไหร่นัก เพราะในเมื่อบางแบรนด์ส่วนผสมของ Pre-Serum แทบจะใกล้เคียงกับ Serum เกือบทุกอย่าง จะแตกต่างก็เฉพาะในเรื่องเนื้อสัมผัสและสารนำพาบางตัวเท่านั้น

จนได้มาลอง OLAY : Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence อย่างจริงจังและได้ทำความเข้าใจคอนเซ็ปท์ของทางโอเลย์ในเรื่อง Pre-Essence ซึ่งทางโอเลย์ได้เก็บข้อมูลปัญหาการใช้ Skincare จากผู้บริโภคในช่วงอาย่ 25ปี ขึ้นไป พบว่าปัญหาหลักๆ คือความสามารถในการซึมซาบลงสู่ผิวที่ลดน้อยลง แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ปัญหาใหม่แต่อย่างใด และมีหนทางแก้ไขที่หลากหลาย เช่น การผลัดเซล์ผิว การสคลับ ฯลฯ แต่ทางโอเลย์กลับมองว่านั่นเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ต้นเหตุหลักๆ ของมันอยู่ที่....
 
"เมื่ออายุมากขึ้น มีการสะสมเซล์ขี้ไคลหนาขึ้น มีการผลัดตัวได้น้อยลง อันเนื่องมาจากพลังงานในเซล์นั้นมีน้อยลง" จะดีกว่าไหมถ้าเราแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ 
ฟังดูดีใช่ไหมหละ แต่พอโอเลย์เปิดไพ่ว่าสารที่เค้านำมาแก้ปัญหาในเรื่องนี้นั่นก็คือ "Niacinamide" หรือ Vitamin B3 นั่นเอง กลับทำให้แอบผิดหวังเล็กๆ เพราะบูมคาดหวังว่าจะเป็นสารอะไรที่แปลกใหม่ และว้าวกว่านี้ แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีหรอกนะ เพราะเจ้า Niacinamide หรือ Vitamin B3 นั้นมีเป็นหนึ่งในสารที่มีประโยชน์กับผิวมากตัวหนึ่ง อาทิ

  • การเป็น Whitening
  • การเพิ่ม Skin Barrier
  • ลดการอักเสบ
  • ลดการเกิดสิว
นอกจากนี้ Nicinamide ยังมีคุณสมบัติในการดูดซึมสู่ผิวได้เป็นอย่างดี ทำให้กระบวนการเมตาบอลิซึ่มดีขึ้น เมื่อกระบวนการเมตาบอลิซึ่มทำงานดีขึ้น การพัฒนาตัวของเซลล์เคราติโนไซด์จึงเป็นไปอย่างปกติที่ควรจะเป็น รวมถึงการเพิ่มการสร้าง Ceramide ซึ่งเป็นไขมันสำคัญในการเชื่อมกำแพงปกป้องผิวให้ดียิ่งขึ้น และนี่เป็นเหตุผลที่มาอธิบายว่าผลิตภัณพ์ตัวนี้สามารถช่วยให้ผลิตภัณฑ์ตัวอื่นซึมซาบสู่ผิวดีขึ้นได้อย่างไร

Texture (เนื้อสัมผัส)

ส่วนผสมที่น่าสนใจ

  1. Niacinamide : หรือวิตามินบี3 เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิวในหลายด้าน อาทิ ช่วยลดริ้วรอย ลดรอยแดง/ดำ(hyperpigment) เพิ่มความชุ่มชื้น ด้วยการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน และเซราไมด์ (ceramide) และยังทำให้ผิวแข็งแรง ต่อสู้กับการระคายเคือง (irritants) ต่างๆได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถลดความมันบนใบหน้า (sebum excretion) และยังเป็น Whitening อีกด้วย ซึ่งเจ้าสาร Niacinamide มีผลการวิจัยรับรองว่าสามารถช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน และลดการเกิดสิวได้ เมื่อใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 6-8สัปดาห์ ในความเข้มข้นที่เหมาะสม (แนะนำ 5%, ชนิด Safe-B3 สามารถใช้ได้สูงสุด 10% โดยไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองผิว) 
  2. Inositol : Vitamin B8 (Inositol) ให้ความชุ่มชื้นผิวอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับความชุ่มชื้นผิวให้สมดุล เหมาะสำหรับทั้งผิวผสม เพื่อปรับความมันให้สมดุลขึ้น และเหมาะสำหรับผิวแห้ง เพื่อให้ความชุ่มชื้นผิว จากการทดลองพบว่า การใช้ติดต่อกันตั้งแต่ 0-6สัปดาห์ จะช่วยคงความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้เป็นระยะเวลายาวนานและต่อเนื่อง 
  3. Lilium Candidum (Madonna Lily) Flower Extract : สารสกัดจากต้นดอกลิลี่ขาวในแถบเมดิเตอร์เรเนียนและเอเชียใต้ ซึ่งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ชั้นผิว โดยมีคุณสมบัติสร้างชั้นฟิล์มบนผิวช่วยกักเก็บน้ำ อีกทั้งอุดมด้วย saponin และ poly saccharides ที่ช่วยต้านการอักเสบและช่วยปกป้องผิวให้แข็งแรง 
  4. Palmitoyl Pentapeptide-4 : หรือ Pal-KTTKS หรือในอีกชื่อก็คือ Matrixyl เป็นเปปไทด์ที่ประกอบไปด้วยกระอะมิโนที่เป็นเหมือนสารตั้งต้นของคอลลาเจน ประสิทธิภาพของเปปไทด์ตัวนี้ในการลดเลือดริ้วรอยนั้นแต่เดิมมีแต่การวิจัยของ P&G เท่านั้น ซึ่งเขาก็แสดงให้เห็นว่ามันมีประสิทธิภาพดีเลยล่ะ (แหงสิ) ทำให้ข้อมูลในเรื่องของประสิทธิภาพตรงนี้ยังคงมีข้อกังขา

สรุป

จากที่ได้ทดลองใช้ OLAY : Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence มาประมาณ 2 สัปดาห์ บูมคิดว่าเจ้า Pre-Essence ขวดนี้น่าจะเหมาะกับมนุษย์ทุกสภาพผิว ด้วยเนื้อสัมผัสที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ซึมง่าย คาดหวังผลในเรื่องการเพิ่มความชุ่มชื้น และเพิ่ม Skin Barrier ได้ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะเจ้าฝา Dropper มันก็จะดูดผลิตภัณฑ์ขึ้นมาด้วยตัวมันเอง ให้เพียงพอต่อการใช้ 1 ครั้ง และเมื่อหมุนปิดมันก็จะดูดผลิตภัณฑ์ใหม่อีกครั้ง

ข้อสังเกตุนิดเดียวคงไม่พ้นเรื่องส่วนผสมของน้ำหอมที่ใส่เข้ามา อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง หรือการแพ้ได้ ดังนั้นแนะนำให้ทดลองกับท้องแขน หรือบริเวณลำคอ ทิ้งไว้ซัก 1 คืนเพื่อสังเกตุอาการแพ้ก่อนจะทาลงบนให้หน้านะขอรับ 

VICHY : Mineral 89 (50ml./1,300.-)

หากพูดถึง VICHY หลายๆ คนรวมถึงตัวบูมเองก็คงนึกถึงผลิตภัณฑ์เด่นๆ ของแบรนด์อย่าง สเปรย์น้ำแร่ ที่โด่งดังติด 1 ใน 5 ของสเปรย์น้ำแร่ที่หาซื้อได้ง่าย ในราคาที่เอื้อมถึงโดยส่วนผสมสำคัญของแบรนด์อย่างนน้ำแร่นั้นอยู่ระดับ High Mineral Concentration ทำให้น้ำแร่ VICHY มีการศึกษาพบแล้วว่าเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้การปกป้องตัวเองจากอนุมูลอิสระในผิว มีคุณสมบัติในการเป็น Buffer Effect เพื่อช่วยปรับค่า pH ของผิวจากกรดหรือด่างที่เข้ามากระทำกับผิว
"หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือคือน้ำแร่ VICHY เด่นในเรื่องการเสริมกระบวนการปกป้องตัวเองของผิว คงค่าความเป็นกรดด่างของผิวที่อาจเสียสมดุลไปจากสารเคมีหรือมลภาวะ และช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวนั่นเองจ้า"
แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น ผลิตภัณฑ์หลายๆ ตัวของ VICHY ที่บูมเคยมากลับไม่ค่อยได้ชูจุดเด่นในเรื่องน้ำแร่ซักเท่าไหร่ มักจะเน้นในเรื่องวิตามิน หรือสารสกัดอื่นๆ ที่ใส่เข้ามาซะมากกว่า ซึ่งจากการได้หาข้อมูลจึงเข้าใจแจ่มแจ้งถึงบางอ้อว่าทำไม....?

นั่นก็เพราะการใช้น้ำแร่ VICHY เป็นจุดเด่นนั้นแน่นนอนว่าต้องใส่ในปริมาณความเข้มข้นที่สูง แต่ในทางปฏิบัติ ด้วยปริมาณแร่ธาตุที่มีอยู่เยอะแยะตาแป๊ะไก่ ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปในรูปแบบที่ทาง VICHY ต้องการ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีทีเดียวกว่าจะออกมาเป็นเจ้า VICHY : Mineral 89 ขวดนี้

Active Ingredients(สารออกฤทธิ์หลัก)

VICHY : Mineral 89
VICHY : Mineral 89

แน่นอนว่าคงเป็นอะไรอื่นไปไม่ได้นอกจาก น้ำแร่ของเมือง VICHY : ซึ่งก็อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าน้ำแร่ VICHY เด่นในเรื่องการเสริมกระบวนการปกป้องตัวเองของผิว คงค่าความเป็นกรดด่างของผิวที่อาจเสียสมดุลไปจากสารเคมีหรือมลภาวะ และช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว
นอกจากนี้สารตัวอื่นที่ใส่เข้ามาก็เพื่อช่วยในเรื่องการกักเก็บความชุ่มชื้นบนผิว ปรับสมดุล pH ของสารอื่นๆ และสารกันเสียเท่านั้น

Ingredients : Aqua / Water / Eau, PEG/PPG/Polybutylene Glycol-8/5/3 Glycerin, Glycerin, Butylene Glycol, Methyl Gluceth-20, Carbomer, Sodium Hyaluronate, Phenoxyethanol, Caprylyl Glycol, Citric Acid, Biosaccharide Gum-1. (Code F.I.L. :B192067/1)


Texture(เนื้อสัมผัส)

VICHY : Mineral 89 (เนื้อผลิตภัณฑ์)

เป็นเนื้อเจลใสๆ มีความหนืดเล็กน้อย แต่ก็ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายพอสมควร โดยส่วนตัวแล้วบูมว่า คนผิวผสม - มัน น่าจะแฮปปี้กับเนื้อแบบนี้ นอกจากนี้เมื่อเซทตัวแล้วยังไม่ทิ้งความรู้สึกเหนอะหนะไว้บนผิว ให้รำคาญใจอีกด้วยหละ

VICHY : Mineral 89 (หลังผลิตภัณฑ์เซทตัวดีแล้ว)


Scent(กลิ่น)

นับเป็นอีกหนึ่งในเรื่องที่น่ายินดี คือ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมหละ ทำให้เราตัดความกังวลเรื่องการแพ้ หรือการระคายเคืองจากน้ำหอมไปได้เปราะหนึ่ง


ทดสอบความชุ่มชื้นบนผิว

ทดสอบความชุ่มชื้นข้างที่ทา VICHY : Mineral 89
 
ทดสอบความชุ่มชื้นข้างที่ไม่ได้ทา VICHY : Mineral 89
จะเห็นได้ว่าข้างที่ทา VICHY : Mineral 89 ลงบนผิวนั้นมีความชุ่มชื้นที่สูงกว่าเล็กน้อย และความมันบนผิวก็น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว (แต่ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลด หรือความคุมความมันแต่อย่างใดนะครับ)

สรุป

VICHY : Mineral 89

จากที่บูมได้ทดลองใช้มาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ รวมกับการหาข้อมูลและทำความเข้าใจไอเดียของ VICHY : Mineral 89 ตัวนี้ ต้องบอกว่าเป็นไปตามที่คาดไว้ทีเดียวในเรื่องการให้ความชุ่มชื้น และการเพิ่มความแข็งแรงของผิว ผิวดูชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้น ที่สำคัญคือไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนผสมของน้ำหอมให้รำคาญใจ
ส่วนตัวแล้วบูมคิดว่า VICHY : Mineral 89 อยู่ใน Position ของ Pre-Serum ในขั้นตอนแรกก่อนลง Serum  แต่ควรรอให้เค้าเซทตัวซักครู่ค่อยลงผลิตภัณฑ์ตัวถัดไป แต่หากใครจะใช้เป็น Main Serum ก็ไม่ผิดกติกาเช่นกันจ้า

ข้อสังเกตุ : สิ่งเดียวที่เป็นข้อสังเกตุของบูม คือ ราคา จริงอยู่ว่า VICHY : Mineral 89 ตัวนี้ทำหน้าที่ได้ดี อย่างที่คาดหวังไว้ แต่ราคาค่าตัวก็แอบแรงเอาเรื่อง สำหรับส่วนผสมที่ดูเบสิกแบบนี้ แต่ก็อย่างที่ได้เกริ่นไปตอนต้นว่าการเลือกใช้น้ำแร่ VICHY ที่มีปริมาณแร่ธาตุอยู่เยอะเป็นส่วนประกอบหลักนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว 
หมายเหตุ : สำหรับคำถามว่าใช้แล้วจะแพ้ไหม / จะอุดตันผิวหรือไม่ ? อันนั้นบูมไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดคือขอ Sample หรือ ทดลองใช้กับบริเวณท้องแขนหรือลำคอ แล้วสังเกตุอาการซัก 1 วัน ก่อนใช้บนใบหน้านะขอรับ 

Sulwhasoo : First Care Activating Serum EX (60ml./2,800.-)

ส่วนผสมที่น่าสนใจ


  • OPHIOPOGON JAPONICUS ROOT EXTRACT : หรือ Dwarf Lilyturf อุดมไปด้วยสารซาโปนินที่ช่วนต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ยังมีข้อมูลอีกว่าสารสกัดจากพืชชนิดนี้ช่วยทำให้ชั้น Skin Barrier หรือชั้นปราการผิวยึดติดแน่นและแข็งแรงขึ้น ส่งผลให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น
  • GLYCYRRHIZA URALENSIS (LICORICE) ROOT EXTRACT : สารสกัดจากชะเอมเทศ (Licorice Extract) มีคุณสมบัติ ลดการอักเสบของผิว ลดรอยแดงจากสิว ลดการระคายเคือง ลดความมันของผิว ควบคุมความมันบนใบหน้า ลดการเกิดสิว นอกจากนี้ ความสามารถในการควบคุมความมันผิวของสาร และยังสามารถนำไปใช้สำหรับลดการผมร่วงที่เกิดจากหนังศรีษะมันเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของผมร่วง
  • CAMELLIA SINENSIS LEAF EXTRACT : สารสกัดจากใบชาเขียว มีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองบริเวณผิว ช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น รอยด่างดำบนใบหน้า ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และลดการอักเสบของผิวหนัง
  • PAEONIA ALBIFLORA ROOT EXTRACT : สารสกัดจากรากโบตั๋น เป็นที่รู้กันดีว่ามีคุณสมบัติในการลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง ทางด้าน Small Solomanseal ช่วยเสริมเรื่องความชุ่มชื้น
  • NELUMBO NUCIFERA SEED EXTRACT : สารสกัดของบัวหลวง มีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยา จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว และยังปรับสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเชลล์ผิว และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และชะลอการเจริญของเม็ดสี Melanin
  • CHRYSANTHEMUM MORIFOLIUM FLOWER EXTRACT : หรือสารสกัดจากดอกเก๊กฮวย มีฤทธิ์ลดแบคทีเรีย เชื้อรา และต้านการอักเสบ
  • PAEONIA SUFFRUTICOSA ROOT EXTRACT : สารสกัดจากรากผักเบี้ยใหญ่ มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดอาการแพ้ ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย แถมยังช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วย
ต้องบอกว่าในตอนที่หาข้อมูลสารสกัดต่างๆ ใน Sulwhasoo : First Care Activating Serum EX ขวดนี้ ทำเอาบูมอึ้งไปเหมือนกัน ถึงแม้จะมีสารบางตัวที่บูมยังหาข้อมูลไม่เจอ แต่เท่านี้ก็เรียกได้ว่า อลังการงานสร้างมากแล้วฮะ เล่นใส่สารสกัดจากธรรมชาติเข้ามาขนาดนี้ แบรนด์อื่นๆ คงมีหนาวๆ ร้อนๆ กันบ้างแหละ....? 

ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้


โดยรวมแล้วเจ้า Pre-Serum ขวดนี้เด่นในด้าน
  • ให้ความชุ่มชื้น 
  • ปลอบประโลมผิว
  • Anti-Oxidant
  • ลดการอักเสบ
  • Whitening 
  • เพิ่ม Skin Barrier ช่วยให้ผิวแข็งแรง
ซึ่งจากที่บูมใช้หมดไป 2 ขวด ค่อนข้างเห็นผลในเรื่องการลดการอักเสบ และรู้สึกได้ชัดเจนว่าผิวแข็งแรงขึ้น แพ้อากาศ/ฝุ่นละออง/มลภาวะ ยากขึ้น สิวอักเสบไม่ค่อนมีในช่วงที่ใช้เจ้าพรีเซรั่มขวดนี้ ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์นี้ยึดจากสภาพผิวหน้าของบูม ที่เป็นมนุษย์ผิวผสม ค่อนไปทางมันนะขอรับ

BIOTHERM : Skin Oxygen Strengthening Concentrate (50ml./1,800.-)

คำเคลม

BIOTHERM : Skin Oxygen Strengthening Concentrate
เซรั่มแอนตี้ออกซิแดนท์ที่มีส่วนผสมของสาหร่าย Chlorella Algae ที่ช่วยฟื้นบำรุงปราการปกป้องผิวและบำรุงผิวที่ถูกทำร้ายจากมลภาวะในเมือง ทำให้ผิวรู้สึกผ่อนคลายได้รับการปลอบประโลม แลดูเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น และดูกระชับขึ้น อีกทั้งยังฟื้นคืนความเปล่งปลั่งให้ผิวแลดูสุขภาพดี เซรั่มซึมซาบไวไม่ทิ้งคราบมันวาวพร้อมดูแลปัญหาเรื่องรูขุมขน

Texture / Scent / Feeling

BIOTHERM : Skin Oxygen Strengthening Concentrate
  • Texture : เซรั่มเนื้อค่อนข้างบางเบา ซึมไว ไม่ทิ้งคราบมันวาว หรือความเหนียวเหนอะหนะไว้บนผิว
  • Scent : กลิ่นออกแนว Citrus ให้ความรู้สึกหอม สดชื่น
  • Feeling : ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่ทุกครั้งที่ใช้ จะมีความรู้สึกเย็นๆ บนผิว (ไม่ได้เย็นแบบแอลกอฮอล์นะ) และจากที่ลองใช้ต่อเนื่องมา 2 สัปดาห์รู้สึกว่าเจ้าเซรั่มตัวนี้ช่วยให้ผิวมันช้าลงด้วยแหละ

ส่วนผสมที่น่าสนใจ

  • Bifida Ferment Lysate : หรือ Repair Activator ที่เกิดจากการบ่มของแบคทีเรีย Bifido หรือ Bifida ทางผู้ผลิตเคลมด์ว่าช่วยซ่อมแซม DNA ของผิวได้ โดยกระตุ้นให้ผิวเกิดกระบวนการซ่อมแซม DNA เมื่อถูกแสง UVA ทำลาย
  • Hydroxyethyl Piperazine Ethane Sulfonic Acid : หรือ HEPES ซึ่งจากเอกสารการจดสิทธิบัตรของ L’Oréal ระบุว่า HEPES จะไปเสริมการทำงานของ Protease ที่คล้ายกับเอนไซม์ Trypsin ซึ่งช่วยสลาย Desmosome ที่เป็นเสมือนกาวยึดเกาะเซลล์ผิวเข้าไว้ด้วยกัน จึงช่วยเสริมการผลัดผิวตามธรรมชาติ
  • Ascorbyl Glucoside : หรือที่นิยมเรียกว่า AA2G คือ วิตามินซี ชนิดเสถียร สามารถผสมในน้ำได้ทันที สังเคราะห์ขึ้นโดยเกิดจากน้ำตาลกลูโคลรวมตัวกับ L-Ascorbic Acid. มีประสิทธิภาพทั้งในด้าน whitening ให้ผิวกระจ่างใส และด้านลดอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว
  • Adenosine : เป็นส่วนสำคัญของการทำงานของ Cell ผิว เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณของ Adenosine ของผิวจะลดต่ำลง ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย (aging) การให้ Adenosine แก่ผิวเป็นเหมือนพลังงานให้ผิวสามารถซ่อมแซมตัวเองได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ 
  • Vitreoscilla Ferment Extract : หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ "Life Plankton" ซึ่งจากการศึกษาภายในของ Biotherm พบว่า Life Plankton มีสรรพคุณในการลดการระคายเคือง ต้านการอักเสบของผิว 
  • Chlorella Vulgaris Extract : สารสกัดจากสาหร่าย Chlorella Algae มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินที่ผิวหนังมากขึ้น จึงช่วยลดริ้วรอยและช่วยให้ผิวที่แตกลายดูดีขึ้น รักษาสภาพความยืดหยุ่นของผิวหนัง ช่วยลดอาการระคายเคืองทำให้ผิว นุ่มสบายขึ้น ไม่ทำให้ผิวเป็นรอยแดง
หลังจากมาชำแหละส่วนผสมทีละตัว แอบตกใจเล็กน้อยที่ทางแบรนด์จัดเต็มในเรื่องส่วนผสมขนาดนี้ ซึ่งเท่าที่บูมมอง เซรั่มขวดนี้น่าจะคาดหวังผลได้ในเรื่อง :
  • การลดอาการระคายเคือง ต้านการอักเสบ
  • Anti-Oxidant
  • กระตุ้นการซ่อมแซมผิว
  • ช่วยผลัดเซล์ผิวอย่างอ่อนๆ

ผลลัพธ์หลังการใช้


จากที่ได้ทดลองใช้เป็นเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ สิ่งแรกที่รู้สึกได้ชัดเจนคือผิวดูฟูขึ้น แต่ไม่มันเพิ่มขึ้น นอกจากนี้สิวเสี้ยนบริเวณจมูกก็ลดลงเล็กน้อย ผิวดูละเอียดขึ้น ส่วนในเรื่อง Anti-Aging และ Whitening นั้น บูมยังไม่เห็นผลแต่อย่างใดครับ


สรุป 



ถ้าถามว่า BIOTHERM : Skin Oxygen Strengthening Concentrate ขวดนี้เหมาะกับใคร บูมว่าน่าจะเหมาะกับคนที่สภาพผิวผสม-มัน ที่ไม่ได้มีปัญหาสิว สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม และแอลกอฮอล์ได้ และต้องการให้ผิวแข็งแรง นุ่มฟูขึ้น และลดความมันบนผิวลง 

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (3)

ใช้ BIOTHERM เหมือนกันค่ะ รีวิวของตัวนี้ไม่ได้บูมมาก แต่เราลองแล้วรู้สึกโอเคมาก จนซื้อซ้ำแล้วค่ะ ถูกใจที่ลดความมันลงบ้าง รูขุมขนกระชับขึ้นเล็กน้อย สอบถามค่ะว่าใช้ตัวนี้เป็นตัวหลักได้มั้ยคะ 
@OffoOffo ถ้าดูจากส่วนผสม บูมว่าใช้ได้นะครับ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวด้วยครับ ถ้่าผิวแห้ง หรือระคายเคืองง่าย อาจจะต้องเพิ่มความชุ่มชื้น หรือความแข็งแรงให้ผิวอีกชั้นนึงในตอนกลางคืน และทากันแดดเพิ่มในตอนกลางวันครับ
L’Oreal Youth Code เนี่ยมีหลายคนเลยที่บอกว่าควรลอง มันน่าลองจริงๆ นะเนี่ย
บูมรู้สึกว่าเค้าคล้าย lancome ในราคาเป็นมิตรนะคับ
ขอบคุณค่ะ ข้อมูลแน่นๆ
ขอบคุณที่เข้ามาชมค๊าบ