สิ่งที่เราไม่ควรถามผู้หญิง : ท้องอยู่เหรอ?

"เธอท้องรึเปล่า"
"เมื่อไรจะมีข่าวดี"
"มีน้ำมีนวลแบบนี้ กี่เดือนแล้วเอ่ย"
"คิดวางแผนอยากจะมีลูกแล้วรึยัง"

คุณผู้หญิงที่แต่งงานแล้วหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำถามพวกนี้ แต่เมื่อเวลาผันเปลี่ยนไป ดูเหมือนว่า มันอาจจะหมดยุคที่พวกเธอต้องบอกกับตัวเองว่า "มันโอเค" ที่ต้องคอยให้คำตอบเรื่องการมีลูก

นั่นเป็นเพราะอะไรกัน ?




content ล่าสุดของ VOGUE ก็ยังได้รับความสนใจตามคาดหมาย เมื่อได้จับเอา icon แห่งวงการแฟชั่นอย่าง Anna WIntour และ Rihanna มาผลัดกันตั้งคำถามฟังดูน่าสนุกสนาน

จนเมื่อถึงคิวของผู้กุมบังเหียนคัมภีร์ไบเบิ้ลแห่งแฟชั่นยิงคำถามกับนักร้องสาว ก็เปรี้ยงออกมาเลยว่า " Rihanna จ๊ะ เธอจะมีลูกเร็วๆนี้รึเปล่า?"

เรื่องนี้สร้างความฮือฮาไม่ใช่น้อยเชียวล่ะ      แต่ไม่ใช่ประเด็นว่า Riri ตั้งท้องจริงรึเปล่า   แต่มันเป็นเพราะว่า  นี่คือคำถามที่เป็นเรื่องส่วนตัวที่หลายคนถือกันมากๆว่าไม่ควรยกมาเป็นหัวข้อบทสนทนา     เซเลบสาวหลายคนเคยออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนเมื่อมีการจับผิดว่าพวกเธอท้องหรือไม่    กระแสตีกลับนี้ทำให้ Riri ต้องออกมาปกป้อง Anna ว่า

"ผู้หญิงจำนวนมากจะรู้สึกเปราะบางกับคำถามแบบนี้ค่ะ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นร่างกายของพวกเรา ก็แหงล่ะ คนวัยสาวนี่นา และมันก้ไม่ได้หมายความผู้หญิงทุกคนจะใฝ่ฝันอยากเป็นแม่คน แต่สำหรับชั้น ชั้นฝันอยากเป็นแม่ค่ะ ดังนั้นชั้นจึงไม่ติดใจอะไร Anna ก็แค่ถามเรื่องที่ทุกคนอยากจะรู้"


Rihanna อาจจะออกอาการชิลๆสำหรับคำถามนี้ แต่หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่า ที่เธอไม่ได้มีกิริยาเหวี่ยงใส่ นั่นเป็นเพราะคนถามคือ Anna Wintour ที่อยู่ในระดับเจ้าแม่วงการแฟชั่นหรือไม่ หากเป็นพิธีกรที่ช่องบันเทิงส่งมาตั้งคำถามแบบเดียวกัน เธอจะยังชิลได้ขนาดนี้รึเปล่า หรือจริงๆแล้ว เธอยินดีจะตอบคำถามเรื่องลูกกับทุกคน ?

Rihanna ยังไม่เคยประกาศแต่งงานกับแฟนหนุ่มมหาเศรษฐี แต่เมื่อไม่นานมานี้ข่าลือเริ่มแพร่สะพัดว่าเธออาจจะตั้งครรภ์ สืบเนื่องมาจาก event ที่ผ่านมาไม่นานนี้




Riri ดูงดงามในชุดทรง mermaid จาก Givenchy   แต่ภาพที่ออกมาทำให้ผู้คนออกอาการอื้ออึงบน twitter   บรรดาเว็บกอสสิปทั้งหลายต่างกระดี๊กระด๊าเล่นข่าวกันยกใหญ่  (ถ้าเธอท้องจริงๆ สื่อจะขายข่าวนี้ได้อีกนาน)   จากบางมุมจะเห็นได้ว่าหน้าท้องเธอยื่นออกมาเล็กน้อย  และการโพสมือจับกลางลำตัวทำให้หลายคนฟันธงว่า "ท้องแน่ๆ"


เรื่องแบบนี้มีให้เห็นมาเนิ่นนานแล้วค่ะ ภาษากอสสิปคือ pregnancy speculation หรือการจับตามองเรื่องการตั้งท้อง (จับผิดนั่นแหละ)   พูดง่ายๆคือ พอเห็นใครเริ่มมีน้ำมีนวล เอามือลูบท้อง สื่อก็รีบนำภาพไปพาดหัวขายข่าวได้แล้ว


แต่ก็มีเซเลบสาวออกมาประท้วงกับการตั้งคำถามแบบนี้กันมาแล้วหลายครั้ง บางคนปิดบังเรื่องการตั้งท้องไว้อย่างแนบเนียนไม่ให้สื่อระแคะระคายจนกระทั่งท้องแก่ใกล้คลอด้วยซ้ำไป ด บางคนก็ปรี๊ดสุดๆ ที่ถูกปล่อยข่าวลือเรื่องท้อง - ไม่ท้อง


ลองมาคิกถึงเหตุผล ผู้หญิงหลายคนจึงรู้สึก defensive กับคำถามเรื่องลูกมากๆ   และเพราะอะไร คนตั้งคำถามควรจะฉุกคิดก่อนที่จะเอ่ยปากเรื่องนี้ออกมา


หากคุณดูอวบขึ้น หรือแค่ใส่ชุดหลวมๆ     แต่ต้องมาเจอคำถามที่ทำให้กระอักกระอ่วนใจว่า "ท้องกี่เดือนแล้วคะ"

Jennifer Aniston เป็นเซเลบที่วนเวียนอยู่กับข่าวลือเรื่องการตั้งท้องมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่กับ Brad Pitt   พวกเค้าเป็น power couple ที่แฟนๆต่างลุ้นให้มีทายาทด้วยกัน   จะบอกว่ากดดันก็คงไม่เกินไป   แต่หลังจากที่ ฺBrad และ Angelina ตกหลุมรักกลางกองถ่ายจนเป็นผลให้ชีวิตแต่งงานของเธอต้องแตกหัก     กลับกลายเป็นว่า Jen ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องไม่ยอมมีลูกกับ Brad จนถูกนอกใจ     มีคนวิพากษ์วิจารณ์เธอที่ไม่พยายามมีลูกราวกับว่าทำหน้าที่ภรรยาบกพร่อง     แม้ว่าในภายหลังเธอจะยืนยันชัดเจนว่าเธอไม่ได้ต่อต้านการมีลูก

เธอระบายอย่างอัดอั้นตันใจว่า

"สิ่งที่มีคนเข้าใจไปผิดๆคือ Jen ไม่สามารถดึงผู้ชายให้อยู่กับตัวได้ Jen ไม่ยอมมีลูกเพราะเธอเห็นแก่ตัวและเอาแต่ทุ่มเทให้กับงาน หรือไม่ก็เอาแต่โศกเศร้าใจสลาย"


"ข้อแรกเลยนะ ชั้นไม่ได้ใจระทมแหลกสลาย ข้อสอง มันเป็นการมโนมั่วซั่ว ไม่มีใครรู้จริงๆหรอกว่ามีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตส่วนตัวของคนอื่น พวกเค้าไม่คิดถึงเลยว่าเรื่องนี้มันละเอียดอ่อนต่อตัวชั้นและคนรักมากแค่ไหน พวกเค้าไม่รู้ถึงเรื่องสุขภาพหรืออารมณ์ความรู้สึกของชั้น ผู้หญิงถูกกดดันให้มีลูก พอพวกเธอไม่มี ก็ถูกเปรียบว่าเป็นสิ่งที่บกพร่อง ทั้งๆที่จุดมุ่งหมายในการใช้ชีวิตบนโลกของชั้นอาจจะไม่ใช่การให้กำเนิด บางทีมันอาจจะมีสิ่งอื่นที่ชั้นควรเป็นมากกว่า"



ขนาดเธอพูดชัดเจนปานนั้น เมื่อสามปีก่อนตอนที่ไปเที่ยวพักผ่อนกับอดีตสามี (คนที่ 2) Jen ในวัย 48 ก็ตกเป็นข่าวเกรียวกราวอีก เมื่อภาพจาก paparazzi ได้เปิดเผยหน้าท้องที่ดูขยายใหญ่ขึ้นของเธอ บ้างก็ว่า นี่คือลูกที่เกิดจากปาฏิหารย์เพราะเธออายุเกินวัยเจริญพันธุ์แล้ว บ้างก็ว่า ในที่สุดเธอก็สมหวังสักที


และมันเป็นอีกครั้งที่เธอต้องลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง หลังจากที่ rep ออกมาให้ข่าวว่าก็แค่กินอาหารกลางวันมื้อใหญ่ไป

"บอกกันให้ชัดเจนเลยนะว่าชั้นไม่ได้ท้อง ชั้นแสนเบื่อหน่ายกับการจ้องจับผิดและการเหยียดเรื่องรูปร่างที่มาในคราบของสื่อมวลชนที่รายงานข่าวเซเลบ"



ผู้เขียนเป็นยังจำภาพset นี้ได้แม่น ในตอนนั้นก็แอบคิดเหมือนกันว่าหรือเธอจะตั้งท้องจริงๆ ตามที่สื่อพาดหัว ด้วยความที่คุ้นเคยกับภาพที่ผอมเพรียวของJen แต่ก็ไม่เคยมโนไปไกลตามที่แทบลอยด์เสี้ยม และยังคิดน่าจะเป็นไปได้ที่จะเป็นหน้าท้องแบบกินอิ่มแน่นที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงทั้งโลก แหม่ ตอนที่เรากินบุฟเฟต์หมูทะก็หน้าท้องแบบนี้เป๊ะๆ   ถ้าเธอมีลูก เดี๋ยวก็ประกาศข่าวเอง



ในชีวิตจริง ถ้าเจอคนรู้จักในชุดบิกินีแบบ Jen คุณจะแสดงความยินดีเรื่องการตั้งท้องรึเปล่า และจะรู้สึกยังไงถ้าเธอคนนั้นตอบกลับมาอย่างเย็นชาว่า

"อ๋อ ท้องกับพิซซ่าเพิ่มชีสที่เพิ่งกินไปเมื่อกี้น่ะ! "

ความรู้สึกของคนถามคงไม่เท่าไร แต่คนที่ถูกทักนี่สิ เคยผ่านประสบการณ์มาแล้วล่ะ ก็หน้าชานิดๆ  ไปจนถึงเคืองหน่อยๆ  ถ้าเจอบ่อยๆก็คงอยากจะเหวี่ยงเหมือนกัน!





เมื่อใดที่เซเลบสาวมีภาพหน้าท้องยื่น  ข่าวลือเรื่องท้องก็จะแพร่สะพัดทันที   อย่าง Camila Cabello  ที่ถูกแฟนๆถามว่าท้องใช่มั้ย   เธอก็ก็ประกาศปังว่า  แค่เอนจอยกับอาหารระหว่างออกทัวร์ และขอร้องให้ผู้คน  "เลิกยุ่งกับพุงชั้นซักที"


ถึงจะเป็นเซเลบที่ต้องนำเสนอรูปลักษณ์สวยเป๊ะ แต่หน้าท้องไม่ได้ทำมาจากเขียงที่จะแบนราบได้ตลอดเวลาค่ะ ถึงจะเป็นคนธรรมดาไม่ได้โด่งดัง แต่ถ้ามาถูกถามจี้บ่อยๆก็คงต้องหาเสื้อยืดแปะคำว่า "ไม่ได้ท้อง แค่อ้วน " มาใส่ซะละ!










การสร้างแผลใจให้กับคนที่ภาวะมีบุตรยาก  หรือเคยผ่านประสบการณ์เสียลูกในท้องจากการแท้งมาก่อน



เพราะอายุอานามผู้เขียนก้าวมาถึงสามสิบกลางๆ  และได้เห็นคนรอบตัวที่พยายามมีลูกแต่ต้องพบกับความผิดหวังมาปีแล้วปีเล่า     จากที่ไม่เคยมองในจุดนี้    แต่กลับมาเข้าใจแล้วว่า     เจตนาของคำถามที่ถูกระบุว่ามาจากความปรารถนาดีก็อาจจะทำร้ายคนที่ต้องตอบคำถามซ้ำๆเช่นกัน        ก็เหมือนกับที่ Jen ได้อธิบายไว้ในด้านบนค่ะ   หากไม่สนิทสนมกันจนรู้เรื่องส่วนตัวไปหมด   เราก็ไม่เข้าใจเรื่องราวเบื้องหลังของครอบครัวอื่น     คนที่ต้องตอบคำถามว่า "เมื่อไรจะมีน้องสักที  รอฟังข่าวดีมานานแล้ว"   อาจจะเป็นคนที่ต้องหมดเงินทองไปมากมาย ทั้งยอมอดทนเจ็บตัวเพื่อใช้เทคโนโลยีทางแพทย์ช่วยให้ตั้งท้อง  แต่ก็ยังไม่สมหวังและกำลังทุกข์ทรมานใจอยู่      คำถามในเรื่องส่วนตัวเช่นนี้อาจจะยิ่งเป็นการสะกิดแผลใจให้ยิ่งเจ็บปวดขึ้น     เรายืนยันว่ามีผู้หญิงหลายคนที่รู้สึกเช่นนี้จริงๆ   แม้แต่คนดังก็ยังเคยออกมาเปิดเผยความทุกข์จากคำถามพวกนี้มาแล้ว


Tyra Banks เคยเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เธอมีภาวะมีบุตรยากและรู้สึกเจ็บปวดกับคำถามนี้มาก

"นันน่าเหนื่อยใจมากที่เห็นคำถามบน social media ว่า ทำไมถึงไม่มีลูกสักทีล่ะ คุณไม่รู้อะไรเลย คุณไม่รู้ว่าชั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง ตอนที่อายุ 23 ชั้นบอกตัวเองว่า อีก 3 ปี ชั้นจะมีลูก ผ่านไปอีกปี ชั้นก็ตั้งใจไว้งว่ารออีก 3 ปี พอพร้อมจะมีลูกจริงๆก็หลายเป็นว่ามันไม่ง่ายเลย"


"ชั้นผ่านช่วงเวลาที่เศร้าหมองกับเรื่องนี้ เป็นอะไรที่สะเทือนใจจริงๆ ตอนที่คุณอายุมากขึ้นก็จะจะกับความลำบากในการตั้งครรภ์ ไม่ใช่ว่าติดปุ๊บปั๊บเหมือนเสกได้ "






ส่วน Chrissy Teigen ที่พูดคุยร่วมรายการเดียวกันก็ประกาศเปรี้ยงออกมาเลยว่า

"หยุดถามแบบนี้ซักที"


"ทุกครั้งที่ชั้นให้สัมภาษณ์ก็จะต้องเจอคำถามเรื่องลูกตลอดค่ะ มันดูเวิ่นเวอนะ ชั้นนึกไม่ออกเลยว่าจะต้องอยากรู้อยากเห็นอะไรเบอร์นั้น คอยถามแต่ว่า เมื่อไรจะมีลูก เพราะจะมีใครรู้บ้างล่ะว่าพวกเราต้องเจอกับปัญหาอะไร"



"ดังนั้น เมื่อมีคนถามชั้นว่าจะมีลูกรึเปล่า ชั้นก็ตอบไปเลยว่า ซักวัน คุณจะไปตั้งคำถามกับผู้หญิงที่ไม่สามารถมีลูกได้ด้วยวิธีธรรมชาติ และมันจะสร้างความเจ็บปวดให้กับพวกเค้าและชั้นเกลียดอะไรแบบนั้น หยุดถามซักที"


จากภาวะมีบุตรยากทำให้ Chrissy ต้องพบแพทย์เพื่อเลือกวิธีช่วยในการตั้งท้อง และก็มีลูกกับสามีด้วยวิธี IVF ส่วน Tyra นั้นผิดหวังจาก IVF แต่ในที่สุดเธอก็มีลูกได้จากการอุ้มบุญค่ะ    


หรือจะเป็นกรณีของ Gabrielle Union ที่ผ่านประสบการณ์ที่หนักหน่วงอย่างการพยายามตั้งท้องด้วยวิธี IVF แต่ก็แท้งไปทุกครั้ง รวมแล้ว 9 ครั้ง
เราเป็นคนหนึ่งที่เคยเห็นคนใกล้ตัวต้องผ่านขั้นตอนที่เจ็บปวดนี้มาแล้ว   เมื่อตรวจพบสองขีดบนที่ตรวจการตั้งครรภ์ก็มีความสุขจนบรรยายไม่ถูก  แต่ก็เหมือนกับฝันร้ายที่ต้องแท้งลูก  ทั้งสิ้นหวังและรู้สึกว่าตัวเองบกพร่อง    อย่าว่าจะได้ยินคำถามว่า "เมื่อไรจะมีลูก" เลย   บางครั้งเห็นเด็กเล็กๆก็น้ำตาไหลออกมาแล้ว      

Gabrielle ได้เล่าประสบการณ์ของตัวเองว่า

" คนอื่นๆมักคิดว่าตั้งคำถามว่าอยากจะมีลูกรึเปล่าได้โดยไม่มีปัญหา มีคนอีกมากมายโดยเฉพาะคนที่มีภาวะมีบุตรยากที่เลือกจะตอบว่าไม่อยากมีลูก นั่นเป็นเพราะว่า การตอบไปแบบนั้นมันง่ายกว่าจะบอกไปตามความจริงว่าต้องพบเจอกับเรื่องใดมาบ้าง พวกเค้ามีเจตนาดีนะคะ แต่ก็ไม่รู้กันหรอกว่าคำถามแบบนั้นมันส่งผลเสียหรือทำให้ปวดใจได้มากแค่ไหน"


ฝันของ Gabrielle เป็นจริงจากวิทยาการก้าวหน้าทางการแพทย์  เธอมีลูกสาวจากวิธีอุ้มบุญและเปิดเผยถึงความสุขให้ทุกคนได้รับรู้

แต่ในทางกลับกัน ทางเลือกการรักษาภาวะมีบุตรยากนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงลิบทำให้ผูู้ที่มีปัญหาจะต้องตัดใจเรื่องมีโซ่ทองคล้องใจ ถึงจะฐานะดีมากพอ แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จทุกเคส

หากจินตนาการถึงความรู้สึกของคนที่อยากมีลูกใจจะขาด แต่สุขภาพไม่เอื้ออำนวยแล้วต้องคอยตอบคำถามว่าเมื่อไรจะมีลูก  มันคงไม่ใช่บทสนทนาที่แสนโสภาสักเท่าไร    





คนที่ถูกถามอาจจะรู้สึกถูกล้ำเส้น และถูกกดดันให้เป็นแม่  ทั้งๆที่มันเป็นชีวิตของเค้าเอง



หลังจากใช้ชีวิตคู่ไปได้ไม่เท่าไร Margot Robbie ก็ได้เจอกับความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องการปฏิสนธิของตัวเธออย่างไม่หยุดหย่อน และไม่รู้สึก happy เลยสักนิด เธอวิพากษ์วิจารณ์ถึงแรงกดดันจากสังคมที่มีต่อผู้หญิงว่า

"มันทำให้ชั้นเคืองจริงๆค่ะ ชายแก่พวกนั้นกล้าดียังไงถึงมาเจ้ากี้เจ้าการบอกว่าชั้นต้องทำหรือห้ามทำอะไรกับความเป็นแม่คน ทั้งๆที่มันเป็นร่างกายของชั้นเอง"

"มันน่าเบื่อหน่ายที่เรายังต้องมาถกกันในประเด็นนี้อยู่"


"พอชั้นแต่งงานปุ๊บ ตอนไปให้สัมภาษณ์ คำแรกที่พุงเข้ามาคือเมื่อไรจะมีลูกสักที ชั้น หงุดหงิดกับsocial contact ในรูปแบบนี้จริงๆ พอแต่งงานก็คาดหวังจะให้ปั๊มลูก อย่ามาทึกทักกันไปเองสิคะ ชั้นจะทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการเท่านั้น"


Cameron Diaz เป็นนางเอกอีกคนที่ถูกถามเรื่องการมีลูกนับครั้งไม่ถ้วน    เธอเลือกตอบอย่างมีเหตุผลและชัดเจนว่า  ถึงไม่มีลูก เธอก็ใช้ชีวิตแสนสุขของตัวเองโดยไม่รู้สึกขาดอะไรไปแต่อย่างใด       สิ่งที่ทำให้หลายคนต้องเลิกคิ้วใส่ก็คือ  Cameron เริ่มต้นชีวิตแต่งงานกับสามี rocker ตอนอายุเลยหลักสี่ไปแล้ว   แต่เธอก็ยังเจอกับคำถามเรื่องมีลูกอยู่ดี   พอใส่ชุดหลวมๆ หรือเอามือจับหน้าท้อง ก็ถูกพาดหัวแบบเดิมๆ
 ไม่ว่าจะเป็น   "ในที่สุดก็สมหวัง"  หรือ     "ตั้งท้องอย่างปาฏิหารย์ในวัยสี่สิบ" 

ทั้งๆที่เธอก็ยืนยันหนักแน่นมาตลอดว่าไม่ได้ใฝ่ฝันจะเป็นแม่คนแต่อย่างใด

เมื่อสิบปีก่อนตอนที่เธอยังไม่ได้แต่งงาน Cameron ได้เปิดใจกับ magazine เจ้าหนึ่งว่า

"ชั้นคิดว่าผู้หญิงรู้สึกไม่กล้าพอที่จะบอกไปตรงๆว่าเธอไม่ต้องการมีลูก เพราะกลัวว่าจะถูกสังคมพิพากษา แต่ตอนนี้มันเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงแล้วค่ะ ชั้นมีเพื่อนสาวที่ไม่มีลูกมากกว่าเพื่อนที่เป็นแม่     และให้พูดจริงๆนะ    เราไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนประชากรโลกให้แน่นไปกว่านี้ แต่ชั้นคงไม่ฟันธงว่าชั้นไม่มีวันจะมีลูก เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ชั้นอาจจะรับอุปการะลูกหลายคน หรือเป็นแม่แฝดแปดรายต่อ ใครจะรู้ล่ะคะ" (แอบประชดเนียนๆ)


เมื่อปีที่แล้ว Cameron ก็ยังถูกจับตามองเรื่องการตั้งท้องอยู่    สื่อกอสสิปชื่อดังฟันธงว่าเธอไม่ยอมแพ้ในการมีลูก      แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีกหนึ่งปี  Cam ก็ยังยืนยันว่าเธอมีความสุขมากๆกับชีวิตคู่ที่ห่างไกลจาก spotlight  โดยที่ไม่เอ่ยถึงเรื่องลูก  
แน่นอนว่ายังมีผู้คนอีกมากที่ตั้งใจจะไม่มีลูกแล้วเปลี่ยนใจในเวลาภายหลัง    ผู้หญิงบางคนอาจจะยังไม่มีคู่ครองและไม่พร้อมที่จะมีลูกได้แช่แข็งไข่ของตัวเองไว้เพื่อการตัดสินใจที่อาจจะเปลี่ยนแปลงในอนาคต        แต่มันมิใช่กงการใดๆของเราที่จะคอยเซ้าซี้ถามให้ได้คำตอบที่ถูกใจ      บางคำพูดอาจจะชวนจิตตก อย่างสิ่งที่คนใกล้ตัวของผู้เขียนได้เจอมา     แม้ว่าจะอายุจะไม่ถึงสามสิบ   เมื่อถึงวันรวมญาติเมื่อใด ก็จะเจอกับเสียงวิจารณ์ชวนกดดันว่า  หากไม่รีบทำลูกไวๆ  นาฬิกาการทำงานของมดลูกกำลังสิ้นอายุขัยภายในเวลาไม่กี่ปี และเธอคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิต!



ในสังคมตะวันตกที่มีความเคลื่อนไหวเพื่อสร้างความเข้าใจเพื่อให้ผู้คนลดอคติต่อผู้ที่เลือกเส้นทางชีวิตที่ไร้ทายาท ถึงกระนั้น พวกเค้าก็มักถูกตักเตือนไปจนถึงโจมตีว่าการตัดสินใจไม่มีลูกคือการกระทำที่ "ใจแคบ"และ "เห็นแก่ตัว"
ในขณะที่มีคนมากมายยอมรับว่าต้องการมีลูกเพื่อต้องการให้มีคนมาดูแลยามแก่เฒ่า หรือเติมเต็มความสุขของ "ตัวเอง"
แต่คนที่มั่นใจว่าไม่เหมาะกับบทบาทการเป็นพ่อแม่และหันมาวางแผนสร้างฐานะมั่นคงเพื่อบั้นปลายที่มีความสุขโดยการพึ่งพาตัวเองกลับถูกจิกกัดว่าเห็นแก่ตัว ?

ความขัดแย้งที่ก่อให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจจะไม่เกิดขึ้น หากพวกเรามี "ความเคารพสิทธิส่วนบุคคล"   อันคำอธิบายเรียบง่ายที่สุดในการสร้างสัมพันธภาพอันดี        คนอื่นจะอยากมีลูกหรือไม่  ก็ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขขึ้นมา     ชีวิตจริงๆของคนเราไม่ใช่แทบลอยด์ที่สร้างรายได้จากปั่นข่าวว่าคนดังกำลังตั้งท้องใช่มั้ยล่ะ      

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (11)

นึกว่ามีแต่คนไทยที่ชอบถามเรื่องแบบนี้ ฝรั่งเองก็ไม่ต่างกัน ส่วนตัวนี่เจอบ้าง บอกไปขำๆ ว่าชื่อน้องชาบู 5555 แต่ที่มักจะชอบมีคนถามบ่อยๆ คือเมื่อไหร่จะมีลูก ถามเฉยๆ ยังไม่เท่าไหร่ แต่เคยเจอพูดกดดันว่าต้องมีๆๆ มีแล้วชีวิตจะดีโน่นนี่ บลาๆๆๆ...บอกตรงๆ ค่ะ รำคาญ!!
พอมีคนแรกแล้วเดี๋ยวก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมีคนที่สองแบบนี้วนไปค่ะ แหม มีเมื่อไหร่เค้าก็บอกเองแหละ ไอ้ที่ทักๆ ว่าท้องเนี่ย แค่อ้วนค่ะคุณ!
เดี๊ยนไม่ได้ท้อง เดี๊ยนแค่อ้วน เดี๊ยนยังไม่มีสามี #เข้าใจตรงกันนะ
เป็นคนผอมแต่แอบมีพุงนิดๆ ก็ยังไม่ค่อยชอบเลยเวลาโดนทัก มันเป็นเรื่องที่เซนซิทีฟอีกเรื่อง
คือเรื่องเซนซิทีพจริงๆค่ะ