Jeban's LAB : ทาอายแชโดว์วิธีไหนติดทนที่สุด เทียบแบรนด์ถูก-แพง

Jeban's LAB  กลับมาแล้วจ้าาาา ไม่ได้เทสต์ไอเท็มฝั่งเมคอัพซะนาน ครั้งนี้เลยขอเอาใจคนที่รักการแต่งตากันบ้าง กับการเทสต์ความติดทนของทาอายแชโดว์ในวิธีต่างๆ เทียบกันระหว่างแบรนด์ Hi-end vs Drugstore ไปเลยจ้าาา

4 เทคนิคที่แบมจะเทสต์ในครั้งนี้คือ 
  • ใช้นิ้วมือ 
  • ใช้แปรงแต่งตา
  • ลงอายไพรเมอร์ 
  • ใช้สเปรย์ฉีดลงบนแปรงแต่งตา
ถ้าถามว่าแค่ทาอายแชโดว์ ทำไมต้องเทสต์อะไรมากมายด้วย บอกเลยว่าให้คิดใหม่นะจ๊ะ เพราะหลังจากที่แบมได้ลองเทสต์ดูแล้วก็ตะลึงอยู่เหมือนกัน ไม่คิดว่าแค่ปรับเทคนิคเล็กน้อยจะช่วยให้สีของอายแชโดว์ตัวโปรดของเราชัดและสวยขึ้นมากๆ

ซึ่งทั้ง 4 วิธีนี้ให้ผลที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องของเม็ดสีที่แน่นขึ้น ชัดขึ้น หรือให้ลุคซอฟต์ๆ เบาๆ ก็มี ถ้าพร้อมแล้วก็มาเทสต์กันเลยค่าาา 
อย่างที่บอกว่าอายแชโดว์ที่เลือกใช้เทสต์ครั้งนี้คือแบรนด์ Hi-end และ Drugstore ซึ่งโทนสีที่เลือกใช้จะเป็นเฉดสีที่ใกล้เคียงกัน คือทองอมน้ำตาล มีเม็ดชิมเมอร์เล็กๆ

URBAN DECAY Naked Honey Palette
ราคา 2,500 บาท
หาซื้อได้ที่ : เคาน์เตอร์ URBAN DECAY และ Sephora
สีที่ใช้คือ : HBIC


M SERIES by Mistine Sexy Eyeshadow Palette
ราคา 299 บาท
หาซื้อได้ที่ : EVEANDBOY
สีที่ใช้คือ : สีที่ 4 เรียงจากฝั่งซ้าย

1. ทาด้วยนิ้วมือ


การใช้นิ้วถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายและเบสิกที่สุดสำหรับการทาอายแชโดว์ที่เนื้อมีความวาว ชิมเมอร์ เพราะมือของเรามีอุณหภูมิที่อุ่นเลยทำให้เนื้ออายแชโดว์เกาะบนผิวง่าย และน้ำหนักมือที่เราสามารถกำหนดความหนัก-เบาได้

ผลที่ได้คือ
Hi-end : เนื้อสีเกาะที่นิ้วได้ดีมาก พอเกลี่ยลงบนเปลือกตา ยิ่งทำให้เห็นเม็ดสีชัด แต่มีความเป็นก้อนๆ กระจุก อยู่ตรงจุดที่ลงน้ำหนักมือ
Drugstore : 
เนื้อสีเกาะบนนิ้วได้ระดับนึง ด้วยความที่เม็ดสีไม่ติดนิ้วมาก เลยทำให้การกระจายตัวของเนื้ออายแชโดว์ไม่เป็นก้อนๆ

2. ใช้แปรงแต่งตา


แปรงแต่งตาถือเป็นไอเท็มสำคัญที่ใช้ในการลงสีในจุดต่างๆ ที่นิ้วมือเราไม่สามารถลงได้ และช่วยในการเบลนให้สีอายแชโดว์ดูฟุ้ง ไม่เป็นก้อน เหมาะกับการแต่งตาที่ใช้อายแชโดว์หลายสี แถมยังไม่ทำให้มือเราเลอะเทอะด้วยค่ะ

*การเทสต์ครั้งนี้แบมใช้แปรงของ Naked Honey

ผลที่ได้คือ
Hi-end : เม็ดสีเกาะบนแปรงได้ดี ใกล้เคียงกับการใช้นิ้วทา แต่มีความฟุ้ง เบลอขอบได้ดีกว่า  
Drugstore :
เห็นได้ชัดว่าเนื้ออายแชโดว์มีความเบากว่าตัว Hi-end มาก ที่เฉดสีที่เบากว่า และไม่เห็นความวาวของเม็ดชิมเมอร์เลย

3. ลงอายไพรเมอร์


การลงอายไพรเมอร์เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้อายแชโดว์ติดทนมากขึ้น และช่วยให้เม็ดสีชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะอายแชโดว์ที่มีเนื้อเป็นชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ นอกจากนี้อายไพรเมอร์บางแบรนด์ยังช่วยลดความมันบนเปลือกตาได้ด้วยนะคะ

วิธีง่ายๆ คือทาไพรเมอร์ลงไปที่เปลือกตาและค่อยๆ ใช้นิ้วมือเกลี่ยให้เนื้อซึมลงบนผิว รอสักครู่ประมาณ 1-2 นาที เพื่อให้เนื้อไพรเมอร์เซ็ตตัว จากนั้นก็แต่งตาได้ตามปกติเลยค่ะ

ผลที่ได้คือ
Hi-end : เม็ดสีมีความชัดขึ้น เนื้อสีดูชัดระดับ HD
Drugstore : 
ถือว่าเห็นเม็ดสีของเนื้ออายแชโดว์อยู่ แต่ยังไม่ชัดมาก แนะนำให้ทาย้ำอีกรอบ สำหรับคนที่ต้องการความแน่นค่ะ

4 .ฉีดสเปรย์ลงบนแปรงแต่งตา


การฉีดสเปรย์เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้อายแชโดว์ของเราติดทนมากขึ้น ซึ่งสเปรย์ที่เราใช้สามารถใช้ได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ สเปรย์น้ำแร่ , สเปรย์เซ็ตเมคอัพ , สเปรย์บำรุงผิว

วิธีการเทสต์ คือ 
  1. ฉีดสเปรย์ลงบนแปรงแต่งตา (เว้นระยะห่างประมาณ 1 ช่วงแขน)
  2. ฉีดประมาณ 1-2 ครั้ง เพื่อให้แปรงมีความเปียก แต่ไม่ถึงกับชุ่ม
  3. ใช้แปรงแตะลงบนอายแชโดว์
  4. ทาลงบนเปลือกตาทันที

ผลที่ได้คือ
Hi-end : เม็ดสีชัดเจนที่สุดจากทั้ง 4 เทคนิค เห็นถึงความวาว เม็ดชิมเมอร์ และเม็ดสีแน่นปังทุกองศา!
Drugstore :
เม็ดสีชัดขึ้น เห็นเนื้อชิมเมอร์ แต่เฉดสีต่างออกไปจากทั้ง 4 วิธี คือติดชมพูมากขึ้น

สวอชให้ดูเทียบกันชัดๆ เลยว่าทั้ง 4 วิธีนี้ ได้เฉดสีที่ต่างกันจริงๆ

Naked honey


แม้ว่าจะเป็นแบรนด์ Hi-end ที่คุณภาพเม็ดสีชัด เห็นความวาวของชิมเมอร์ แต่ด้วยวิธีที่ต่างกัน ก็ใช่ว่าจะเหมือนกันทุกเทคนิคการทา เห็นได้ชัดเลยว่าการใช้ 

ไพรเมอร์ : เม็ดสีมีความชัด และเห็นความวาวของชิมเมอร์ชัดขึ้น
ฉีดสเปรย์ลงบนแปรง : ช่วยให้เนื้ออายแชโดว์คมชัดขึ้น และเฉดสีที่ต่างไปจากแบบวิธีการอื่น 

m Sexy


โดยรวม 3 วิธีแรกที่ทาออกมา ให้เฉดสี และความวาวที่ใกล้เคียงกันมาก แต่สิ่งที่ต่างมากที่สุดคือ
ฉีดสเปรย์ลงบนแปรง : เห็นได้ชัดว่าสีความชัดขึ้นมาก และโทนสีมีความติดชมพูนิดๆ ด้วยค่ะ 

สรุปความแตกของทั้ง 4 เทคนิคว่าแบบไหนเหมาะกับใคร


  • ใช้นิ้วมือ : เหมาะกับคนที่ชอบทาอายแชโดว์สีเดียว ไม่เน้นเรื่องความแน่นปัง มีเวลาแต่งหน้าน้อย ปาดๆ ทีเดียวจบ เช่น สายเกา , เน้นแต่งหน้าง่ายๆ สบายๆ แบบ Everyday look
  • ใช้แปรงแต่งตา : เหมาะกับคนที่เน้นงานดีเทล แต่งตา คัดเบ้า หรือชอบไล่เฉดอายแชโดว์
  • ลงไพรเมอร์ : เหมาะกับคนที่ต้องการความแน่น ชัด ปัง และติดทนตลอดทั้งวัน เช่น แต่งตาไปงานสำคัญ
  • ใช้สเปรย์ฉีดลงบนแปรงแต่งตา : เหมาะกับคนที่ต้องการความแน่น ชัด ปัง ของเม็ดสีแบบสุดๆ! เช่น งาน Smokey eye 
ใครที่ลองเอาเทคนิคนี้ไปใช้แล้ว Comment มาแชร์กันหน่อยนะจ๊ะว่าอายแชโดว์ติดทนขึ้นมั้ย หรือว่าใครที่มีเทคนิคการแต่งตา ทาตาให้ติดทน หรือเหมาะกับการทาอายแชโดว์ในแบบต่างๆ แปะมาแชร์ได้เลยค่าาาา รอชมอยู่!

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (31)

ต่างกันเลยค่ะ แต่ปกติชอบใช้นิ้วทาที่สุดค่ะ555
ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักค่ะ😆😆 เห็นความแตกต่างได้ชัดเลยค่ะ
วิธีดีมากเลยค่า ต้องลองแล้ววว