เปิดกรุลิปทิ้นต์เกาหลีฉ่ำๆ ที่สาวปากแห้งต้องเลิฟ!

ลมหนาวเริ่มพัดมาแล้ว จะปล่อยให้ริมฝีปากแห้งแตกไปกับความเย็นไม่ได้นะคะทุกคน

วันนี้เราเลยมาเปิดกรุลิปทินต์เกาหลีสายฉ่ำวาวตัวเด็ด ที่ใช้แล้วชอบมากกกก

ทาแล้วปากฉ่ำ ดิวอี้สุดๆ เหมาะกับหน้าหนาว (ที่ยังไม่หนาวสักที) ของบ้านเรามาก 

จะมีตัวไหนบ้างไปดูกันเลยจ้า

ขอเริ่มต้นด้วยรูปสวอชสีลิปทั้งหมดเลยละกัน 

ซึ่งลิปที่เราจะนำมารีวิวในวันนี้มีทั้งหมด 6 ตัวด้วยกันค่า

แต่ละแบรนด์สีน่ารักน่าลุ้นมาก เราพยายามเลือกให้สีต่างกัน 

เวลาทาจะได้เหมือนเปลี่ยนลุคไปด้วย อิอิ


ข้อดีเหมือนกันของทุกแบรนด์คือเนื้อสัมผัสใกล้เคียงกันมากๆ 

ถ้าปิดตาทาแทบแยกไม่ออก 

เนื้อฉ่ำวาว ทาแล้วไม่หนึบปาก ให้ความชุ่มชื่นค่อนข้างดี 

ไม่ได้กลบสีปากมิดสนิท เน้นเติมระหว่างวันได้เรื่อยๆ 

และมีกลิ่นหอมผลไม้ทุกแบรนด์เลย


ส่วนข้อแตกต่างคือระดับความชุ่มชื่นที่ได้ 

และความติดทนของเม็ดสีจะต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับโทนสี


เอาล่ะ ไปดูรีวิวแบบเจาะลึกทีละตัวกันค่า

 a'pieu juicy pang tint be01

เป็นทิ้นต์สีออกพีชๆ นู้ดๆ ใสๆ เนื้อสีจะบางที่สุดในบรรดา 6 แท่ง ไม่กลบสีปากเลย

 คิดว่าถ้าใครริมฝีปากซีดจะช่วยให้ดูมีสุขภาพดีขึ้นมาระดับนึงและดูเป็นธรรมชาติมาก

 น้องๆ ทาไปโรงเรียนได้ ครูไม่ว่า

แต่ถ้าคนริมฝีปากคล้ำมากๆ ทาเดี่ยวๆ ก็ไม่รอดค่ะ

 แนะนำให้ทาทับลิปสีอื่นๆ ในวันที่อยากได้ความชุ่มชื่นจะดีมาก


ความติดทนไม่มาก ด้วยเม็ดสีที่อ่อนมาก 

ความชุ่มชื่นปานกลาง ประมาณ 3-4 ชม. ถ้าอยู่ในห้องแอร์ต้องทาอีกสักรอบ 


ราคา : โปร1+1 290 บาท

แหล่งช้อป : twitter @beautyskymu

a'pieu juicy pang tint cr03

เป็นสีแดงก่ำๆ แบบสาวเกาหลีที่สวยมาก ทาแล้วให้ความรู้สึกดูเซ็กซี่ลึกลับ

เม็ดสีชัดแน่นติดทนค่อนข้างดี ทานข้าวทานน้ำมีหลุดบ้าง

คนปากคล้ำทาแล้วรอดนะคะ อาจใช้ลิปคอนซีลเลอร์ช่วยช่วงขอบปากก็เอาอยู่

ความชุ่มชื่นเท่าตัวบนเลยค่ะ 3-4 ชม. เติมอีกรอบ


ราคา : โปร1+1 290 บาท

แหล่งช้อป : twitter @beautyskymu


a'pieu water light tint rd03

ตัวนี้เป็นลิปรุ่นดังของแบรนด์ a'pieu เลยก็ว่าได้ และสีนี้เป็นสีขายดีที่สุดที่แนะนำว่าควรมี 

(เห็นเขาว่าเป็น dupes กับ ysl ด้วยนะ)

รุ่นนี้เป็นโทนสีชมพูตุ่นๆ ดูละมุนตุ้น สีผิวไหนทาก็รอด ทาแล้วดูเป็นธรรมชาติมาก

เม็ดสีจะแน่นกว่าตัวแรก (be01) แต่ก็ไม่ได้กลบริมฝีปากมิดถ้าริมฝีปากคล้ำ

ติดทนไม่มาก กินข้าวกินน้ำมีหลุด แต่ไม่น่าเกลียด

ความชุ่มชื่นพอๆกันกับรุ่นแรก แต่คิดว่าน้อยกว่านิดนึง สัก 3 ชม. ก็เติมทีนึง


ราคา 189 บาท

แหล่งช้อป shopee แต่จำร้านไม่ได้แล้ว  TT

innisfree vivid oil tint #4

โทนสีอมส้มอมชมพู อธิบายยากมาก 555 แต่ทาแล้วสวย ดูเป็นธรรมชาติ สุขภาพดี

เม็ดสีแน่นกว่า a'pieu (be01 และ rd03) และ romand รู้สึกว่าติดทนกว่าด้วยนิดนึง

ให้ความชุ่มชิ่นดีมากๆ ทาแล้วแทบไม่ต้องเติมเลย 

แต่ถ้านั่งห้องแอร์ก็สัก 6 ชม. เติมทีนึงก็ใช้ชีวิตต่อได้


ราคา : โปร1+1 400 บาท

แหล่งช้อป : twitter @beautyskymu


innisfree vivid oil tint #5

โทนสีจะแดงก่ำติ่งส้มนิดๆ ทาแล้วสวยมากเหมือนกัน เป็นโทนสีที่คิดว่าใครทาก็รอดค่ะ

เม็ดสีแน่นสุดในทุกตัว ติดทนสุดในทุกตัวด้วยเช่นกัน

ความชุ่มชื้นดีมากค่ะ อยู่ในห้องแอร์ก็ประมาณ 6 ชม.เติมอีกรอบ


ราคา : โปร1+1 400 บาท

แหล่งช้อป : twitter @beautyskymu


romand juicy lasting tint #8 apple brown

ตอนแรกเห็นในรูปรีวิวออกสีส้มอมน้ำตาล แต่เราเห็นของจริงแล้วมันออกส้มสดใสมากกว่าค่ะ สีน่ารักมากเหมือนเดิม เม็ดสีปานกลาง ติดทนปานกลาง

ให้ความชุ่มชื้นพอๆ กับ a'pieu คือประมาณ 3-4 ชม. ก็ทาทับอีกรอบค่ะ


ราคา 250 บาท

แหล่งช้อป ฝากเพื่อนซื้อจากเกาหลีค้าบ

สรุปจากเรานะคะ ถ้าเรียงตามความชุ่มชื้นเราให้ 

  • innisfree 

  • a'pieu juicy pang tint

  • romand =  a'pieu water light tint

แต่ถ้าเรียงตามความติดทนก็ขึ้นอยู่กับโทนสีเลยค่ะ ตัวไหนสีเข้มก็ติดทนกว่า

 ส่วนการกลบสีปากก็ขึ้นอยู่กับโทนสี และพื้นปากเดิมของเราค่ะ


ใครปากแห้ง เบื่อพวกลิปแมท ลิปครีม ลองมาใช้พวกนี้ดูนะคะ เราว่ามันช่วยได้เยอะเลยค่ะ 

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (15)

สีสวยๆ ทั้งนั้นเลย ?
สีน่ารักมากค่า ทาแล้วให้ฟีลสาวเกาหลี 555
สวยทุกสีเลยค่าาา ?