Review : ว่าด้วยเรื่องของงานผิวที่คุ้มค่าแก่การลงทุน

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราตั้งใจมากที่จะมารีวิวพวก Base Makeup ที่เราใช้แล้วชอบ เอาแบบให้ครบทั้ง 4 ขั้นตอนเลย เริ่มจาก ไพร์เมอร์ , รองพื้น , คอนซีลเลอร์และแป้งฝุ่น ทุกตัวที่เราเอามารีวิวในวันนี้ต้องขอบอกว่าเป็นระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ทุกตัว บางอันอาจจะเป็น Mini Size แต่ก็เป็นของที่เราซื้อมาจาก Sephora และแพง เราว่าเพิ่มเงินอีกนิดคือได้ไซส์จริงเลยล่ะ ของที่รีวิวนะคะ จะมีทั้งออกเงินเอง , แบรนด์ส่งให้และรางวัลจากจีบัน เราจะบอกว่าแต่ละตัวได้มายังไง

ที่เรามี คือ
  1. ไพร์เมอร์ 3 ตัว มีของ Hourglass , Covermarkและ Suqqu
  2. คุชชั่นมีทั้งหมด 3 ตัว มีของ Sulwhasoo , Giorgio Armani และ Shu Uemura
  3. รองพื้นมี 6 ตัว คือ Lancome ,  Three , Covermark , Shu Uemura , Estee Lauderและ Sisley
  4. คอนซีลเลอร์มีทั้งหมด 2 ตัว คือ Narsและ M.A.C. 
  5. แป้งฝุ่นมี 3 ตัว คือ Chanel , Hourglass และ Laura Mercier


Hourglass Veil Mineral Primer


ตัวนี้เราซื้อเองนะคะ หมดไป 1 ขวด (30 ml.) กับ 2 หลอดใหญ่(60 ml.)
เนื้อไพร์เมอร์เป็นสีขาวขุ่น มีความคล้าย Porefessional ของ Benefit พอทาลงหน้าแล้วจะมีความลื่นๆหน่อยและเหมือนมีฟิล์มขาวบางๆเคลือบหน้าอยู่ ทำให้ลงและเกลี่ยรองพื้นง่ายขึ้น ถ้าต้องการความเป๊ะปัง แต่งหน้าแน่นออกงาน หรือจะแต่งไปทำงานให้หน้าแน่นติดทนทั้งวัน ตัวนนี้คือดีที่สุดเท่าที่เราลองมา เท่าที่เรารู้สึกคือตัวนี้ทำให้รองพื้นมันช้าลง แน่นอนว่าตัวนี้ไม่ช่ายงานเผยผิวสวย

มีทั้งหมด 3 ไซส์ แต่เราชอบซื้อไซส์ใหญ่สุด เราเคยใช้ไซส์กลางที่เป็นหัวปั๊ม ด้วยความที่เนื้อไพรเมอร์ค่อนข้างข้น เวลาใกล้จะหมดปั๊มออกยากมาก เราซื้อที่เมกา แต่เราจะลงราคาไทยนะคะ
          8.9 ml ราคา 850 บาท
          30 ml ราคา 2,250 บาท
          60 ml. ราคา 3,150 บาท


=========================================================


Covermark Moisture Clear Base


เป็นไพร์เมอร์สีเนื้อที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูเนียนเรียบ คือหน้าเราชอบมีปัญหาผิวแดง ไพรเมอร์นี้สามารถช่วยปรับสีผิวให้ดูเท่ากันได้ในระดับนึง ทำให้รองพื้นเกลี่ยง่ายขึ้น ช่วยทำให้รองพื้นมันช้าลงและติดทนนาน เป็นไพร์เมอร์ที่เหมาะกับคนผิวแห้งอย่างเรามาก และเราชอบความหรูหราของสีแพ็กเก็จมาก อันนี้แบรนด์ส่งให้ใช้นะคะ

ราคา 1,300 บาท (25g.)


=========================================================



Suqqu Treatment Serum Primer


ไพร์เมอร์เป็นสีชมพูอ่อน เป็นแนวให้งานผิวสวย ไม่ใช่แนวหน้าแน่นเป๊ะปัง ถ้าวันไหนอยากให้ดูผิวสวย หยิบตัวนี้ใช้คู่กับรองพื้นงานผิวไม่มีผิดหวังแน่นอน สมราคามากๆ อันนี้เราได้รางวัลมาจากจีบันค่ะ

ราคา 2,300 บาท (30g.)


=========================================================



M.A.C. Studio Finish Concealer SPF 35


สีที่เราใช้คือ NC 30 ใช้มาอันที่ 3 แล้วค่ะ คอนซีลเลอร์ตัวนี้คงเป็นตัวโปรดของใครหลายๆคน เราชอบมาก เราซื้อตามแฟลตเมทคนไทย เค้ามีสิวฮอร์โมนที่คางแต่สามารถปิดได้มิดมากเวลาแต่งหน้า เราก็เลยลองใช้ตาม จนตอนนี้กลายเป็นตัวโปรดของเราไปแล้ว เราลองใช้ปิดแพนด้าใตต้าก็สามารถปิดได้ไม่ทำให้รอยดูเด่นออกมา ไม่เน้นร่องเส้นใตตาเราด้วย แต่ต้องใช้แบบไม่หน้ามาก

ราคา 950 บาท (7g.)


=========================================================



Nars Radiant Creamy Concealer


สีที่เราใช้คือสี Custard ตัวนี้เราซื้อมาใช้กลบใตต้าโดยเฉพาะ เพราะถ้าใช้ปิดสิวต้องรอให้แห้ง บางทีรีบขี้เกียจรอ55 เนื้อcreamy สุดๆ เกลี่ยง่าย ปกปิดใต้ตาได้ดี ถึงใต้ตาจะแห้งขาดการบำรุงก็ยังเกลี่ยง่ายอยู่ ที่ Sephora มี 2 ไซส์ ที่เรามีคือไซส์เล็ก ยังไม่ได้ซื้อไซส้ปกติซักทีเพราะอันเล็กก็ใช้ได้นาน แถมซื้อแล้วลืมซื้ออีก ก็เลยต้องใช้ให้หมดก่อน

ราคา 1,320 บาท (ไซส์ปกติ 6ml.)


=========================================================



Sulwhasoo Snowise Brightening Cushion


สีที่เราใช้ คือ สี 21 ตัวนี้เป็นคุชชั่นที่ให้งานผิวสวยและทำให้ผิวดูกระจ่างใสด้วย ตอนแรกที่ลงจะดูแมทท์ๆหน่อย แต่พอความมันของผิวเริ่มออก ก็ให้งานผิวที่ดูฉ่ำๆหน่อย งานผิวสไตล์เกาหลี อันนี้ได้มากจากจีบัน

เนื้อคุชชั่น – บางเบามาก ถ้าเป็นสีเดียวกับผิวหน้าลงไปแล้วเนียนกับผิวเลย
การเกลี่ย – เกลี่ยง่ายมาก เพราะเนื้อบางเบา
การปกปิด – เป็น Light Coverage เน้นงานผิวสวย แต่สามารถลงเพิ่มเฉพาะจุด
                    เพื่อเพิ่มการปกปิดได้
เฉดสี – ยังมีให้เลือกน้อยไปหน่อย เน้นไปทางผิวขาวมากกว่า
คุมมัน – สำหรับเรา เราว่าไม่ได้คุมมันเท่าไหร่ แต่ซับมันแล้วก็ยังสวยอยู่
ความติดทน – เค้าเคลมว่าติดทน 12 ชม. ซึ่งเราว่าติดทนได้จริง

ถ้าจำไม่ผิดราคา 2,100 บาท มีรีฟิล 1 อัน


=========================================================



Giorgio Armani My Armani to go Cushion


สีนี้สี 4.5 เข้มกว่าผิวจริงเรา เป็นคุชชั่นที่ให้งานผิวที่สวยฉ่ำมาก ถ้าใครชอบงานผิวสวยอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดีต้องคุชชั่นตัวนี้เลยค่ะ ตลับก็ดาวยหรูหราสไตล์แบรนด์นี้

เนื้อคุชชั่น – จะหนากว่าตัว Sulwhasoo หน่อยแต่ก็เกลี่ยง่ายอยู่
การเกลี่ย – สามารถเกลี่ยได้ง่าย
การปกปิด – เป็น Light to Medium Coverage สามารถปิดความแดงของผิวหน้าได้ แต่ถ้าอันไหนที่ชัดมาก็ยังต้องใช้คอนซีลเลอร์
เฉดสี – มีให้เลือก 6 เฉดสี
คุมมัน – เราว่าไม่เด่นเรื่องนี้นะ
ความติดทน – ติดทนใช้ได้เลย ถึงจะไม่คุมมัน แต่ถึงจะมันเมื่อซับแล้วก็สวยเหมือนเดิม เนื้อคุชชั่นไม่ติดกระดาษซับมันออกมาเยอะ

ราคา 2,700 บาท ไม่มีรีฟิล


=========================================================



Shu Uemura Brethable Lasting Cushion Foundation


อันนี้เราได้รางวัลมาจากจีบัน สี 564 (Medium Light Sand)
เป็นคุชชั่นที่ให้งานผิวเป๊ะมากกว่าผิวฉ่ำ เค้าบอกว่าเป็นเนื้อเดียวกับรองพื้น หลายๆคนบอกว่าตัวนี้ไม่ดี ไม่คุมมัน เป็นคราบ แต่สำหรับเรา เราชอบนะ ถ้าเบลนด์ดีๆจะไม่เป็นคราบและต้องรอใหเซตตัวเข้ากับผิว ให้ความมันของผิวออกมาก่อนถึงจะสวย

เนื้อคุชชั่น – หนาที่สุดใน 3 ตัวที่เรามี เนื้อคุชชั่นตัวนนี้จะให้ความแมทท์
การเกลี่ย – สำหรับเราเกลี่ยง่ายนะ แต่ถ้าเกลี่ยไม่ดีจะเป็นคราบ
การปกปิด – เป็น Medium Coverage ที่ปิดไม่ได้คือสิวแดงเม็ดใหญ่และรอยดำที่ชัดมาก
เฉดสี – เราว่ามีให้เลือกเนอะพอสมควร มีให้เลือกตาม Undertone
ความคุมมัน – สามารถคุมมันได้ 4-5 ชม. หลังจากนั้นผิวก็ไม่ได้ดูมันจนน่าเกลียดนะ
ความติดทน – ติดทนดี ถึงจะหน้ามันแค่ไหน ซับแล้วก็ยังสวยอยู่ เนื้อคุชชั่นหลุดติดกระดาษซับมันมาไม่เยอะ

ราคา 2,100 บาท ไม่มีรีฟิล


=========================================================



Lancome Teint Idole Ultra-Wear Foundation


รองพื้นลูกรักของเรา ตามที่เราเคยรีวิวไปแล้ว นี่คือขวดที่ 6และกำลังจะหมดแล้ว เป็นตัวที่เราใช้ทำงานคู่กับ Hourglass Veil Mineral Primer ใช้แปล้วหน้าดูเป๊ะมาก เราว่าตัวนี้จะให้งานผิวสวยหรือผิวเป๊ะขึ้นอยู่กับไพรเมอร์ที่ใช้ด้วย

เนื้อรองพื้น - ตัวนี้จะเป็นเนื้อครีมไปเหลวมาก เนื้อหนาหน่อย
การเกลี่ย - เกลี่ยง่าย ลงที่หน้าแล้วไม่แห้งไวมากพอมีเวลาให้เกลี่ยได้ เวลาเกลี่ยต้องระวัง ต้องเกลี่ยให้ทั่วโดยเฉพาะคนที่ใช้รองพื้นเข้มกว่าหน้าแบบเรา
การปกปิด - เป็น Medium Covrage ตรงที่เป็นสิวแดงใหญ่หรือรอยดำจากสิวต้องปกปิดด้วยคอนซีลเลอร์
เฉดสี - มีให้เลือกเยอะ เลือกได้ตาม Undertone เลย
คุมมัน - ได้ดีในระดับนึง ประมาณ 5-6 ชม. ก็ดูมันแล้ว แต่พอซับมันแล้วก็ยังดูสวยอยู่
ความติดทน - อย่างที่เราเคยทำ Wear Test ไว้ ติดทนมากถึงแม้จะหน้ามันแค่ไหนก็ตาม ซับความมันออกแล้วก็สวยเหมือนเดิม ถ้าไม่เคยแต่งไว้ 30 กว่าชม.ี่พูดไม่ได้จริงๆ

ราคา 1,850 บาท (30ml.)


=========================================================



Three Complete Harmony Foundation


สีเราใช้ คือ สี204 เข้มกว่าหน้าจริงเราเยอะเลยล่ะ เป็นรองพื้นเนื้อครีมที่ยังมีความเป็น liquid อยู่ ไม่หนามากและไม่หนักหน้า เค้าเคลมว่าสามารถยืดหยุ่นตามผิวเราแล้วก็อำพรางริ้วรอยได้ อันนี้เป็นอีกตัวที่เราชอบมาก ทากี่มีก็รู้สึกว่าผิวสวย แต่เรื่องแพ็กเก็จเนี่ยให้ใช้ระวังยังไงก็เลอะ

เนื้อรองพื้น - เป็นอย่างที่เค้าบอกจริง Creamy Liquid  เนื้อไม่หนามาก เหมือนจะเป็นแบบน้ำแต่ก็มีความเป็นเนื้อครีมด้วย
การเกลี่ย - เกลี่ยง่ายมากๆ เกลี่ยแล้วเนียนไปกับผิวเลย เป็นงานผิวที่สวยมาก
การปกปิด - เป็น Medium Coverage เราว่าปกปิดพอๆกับ Lancome ตัวนี้ช่วยพรางรูขุมขนได้ในระดับนึง
เฉดสี - มีให้เลือก 9 เฉดสี สี204 เป็นโทนเหลือง
คุมมัน - ตัวนี้ไม่ค่อยคุมมัน เราว่าเค้าเน้นงานผวสวยมากกว่าที่จะเป็นแบบแมทท์ แต่ถ้าใช้กับ Hourglass Veil Mineral Primer ก็จะคุมมันขึ้นมาหน่อย
ความติดทน​ - ถึงจะเป็นรองพื้นงานผิวก็ติดทน ซับมันแล้วยังสวยอยู่ เนื้อรองพื้นติดกระดาษซับมันออกมาไม่เยอะ

ราคา 2,650 บาท (28g.)



=========================================================



Covermark Moisture Veil LX


สีที่เราได้มาคือ สี MN20 และ MO10 เป็นรองพื้นเนื้อแป้ง คือปกติที่เราแต่งหน้าก็จะมี 4 ขั้นตอน Primer+ =Foundation+Concealer+Powder แต่พอเราใช้อันนี้ก็จะเหลือแค่ 2 ขั้นตอน เพราะได้ฟีนิชที่ดูเหมือนลงแป้งอยู่แล้ว ปกปิดได้ดี สามารถลงเพิ่มในส่วนที่ต้องการการปกปิดได้ เหมาะกับวันที่เร่งด่วน อารมณ์ตื่นสายไปทำงานแทบจะไม่ทันแล้ว ตัวนี้คือดีเลย หลังทาเสร็จผิวจะไม่สวยเท่าไหร่ แต่หลังจาก 1 ชม.ผิวจะดูสวยขึ้น แม่กับพี่สาวเราบอกว่าไมต่างจากเวลาที่เราแต่งปกติ 4 ขั้นตอนเลย

เนื้อรองพื้น - เป็นรองพื้นที่ปาดแล้วรู้สึกเลยว่าหนากว่าแป้งผสมรองพื้นทั่วไป แต่ในความหนานั้นก็รู้สึกได้ถึงความชุ่มชื่น
การเกลี่ย - ค้วยความที่เป็นเนื้อแป้งไม่ได้แห้งมาก เกลี่ยง่ายและเนียนดี
การปกปิด - Medium Coverage เพราะเค้าเป็นรองพื้นเนื้อแป้งเลยปกปิดได้ดีกว่าแป้งผสมรอพื้นทั่วไป ถ้าต้องการ Full Coverage สามารถลงเพิ่มเฉพาะจุดได้
เฉดสี - เท่าที่เราดูในเวปเค้ามี 6 สี
คุมมัน - สามารถคุมมันได้ดีเลยล่ะ 5-6ชม2ถึงจะเริ่มดูมันเยอะ
ความติดทน - ถือว่าทำได้ดีเท่ารองพื้นเลย ติดทนหลังจากซับมันแล้วก็ยังสวย

ราคา 2,200 บาท ( ตลับพร้อมพัฟ 700 บาท รีฟิล 1,500 บาท)
 


=========================================================



Shu Uemura Unlimited Breathable Lasting Foundation


สีที่เราใช้คือสี 764 เป็นรองพื้นที่ให้แนวสวยเป๊ะ ไม่ช่ายแนวเผยผิวสวย ตอนแรกๆที่ลงจะดูแห้งๆ เป็นคราบตามรูขุมขน ไม่สวยเลย เหมือนต้องรอให้รองพื้นเซตตัวกับความมันบนใบหน้าถึงจะสวย

เนื้อรองพื้น - เนื้อเหลว แต่แห้งไว
เกลี่ยง่าย - เป็นรอวพื้นที่เกลี่ยง่าย แต่ต้องเกลี่ยให้เนียนไม่งั้นจะเป็นคราบ
การปกปิด - เป็น Medium Coverage ก็ยังต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยในการปกปิดอยู่
เฉดสี - มีให้เลือก 24 เฉดสี เลือกได้ตาม Undertone เลย
คุมมัน - หน้าจะเริ่มมันมาหลังจาก 5-6 ชม. ถือว่าคุมมันได้โอเคเลย
ความติดทน - ติดทนได้ดีเลยล่ะ หลังจากที่ซับมันแล้วรองพื้นยังดูสวยอยู่ ติดกับกระดาษซับมันมาไม่มาก 12 ชม.ก็ยังสวยอยู่

ราคา 1,950 บา (35ml.)



=========================================================



Estee Lauder Double Wear Stay-in-Place Foundation


สีนี้คือสี 3W1 Tawny เข้มกว่าผิวเราเยอะเลยล่ะ ตัวนี้ได้มาจากจีบัน รองพื้นนี้คงไม่ต้องพูดเยอะ หลายๆคนรู้จักดีอยู่แล้ว ถ้าต้องการการปกปิด สวยแบบหน้าแน่นเวลาออกงานหรือจะเป็นงานรับปริญญา ตัวนี้คือดี

เนื้อรองพื้น - ค่อนข้างหนาเลยล่ะ แห้งไวต้องรีบเกลี่ย
การเกลี่ย - อย่างที่บอกเลยค่ะว่าเนื้อแห้งไวต้องรีบเกลี่ย และด้วยความที่เนื้อหนาหน่อยต้องระวังเป็นปื้นๆ หนาเป็นบางจุด ใครมีปัญหาร่องเส้นใตต้าต้องใช้นิ้วช่วยเกลี่ยด้วย ไม่งั้นตกร่องแน่นอน
การปกปิด - Medium to Full Coverage ตัวนี้เรายังไม่ให้ Full Coverage เพราะเราเคยใช้รองพื้นที่ปกปิดมากกว่านี้แบบไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์เลย รองพื้นตัวนี้ยังไม่สามารถปิดรอยดำที่ชัดมาก
เฉดสี - มีให้เลือกเยอะมากตาม Undertoneเลย
คุมมัน - เราว่าตัวนนี้คุมมันได้ดีมากเลยล่ะ ถึงหน้าจะมันแต่ก็ดูผ่อง แต่อย่าปล่อยให้หน้ามันมาก เพราะถ้ามันมากแล้วเวลาซับมันเนื้อรองพื้นจะติดกระดาษซับมันออกมาเยอะ ทำให้มีการหลุดลอกเยอะและดูเป็นคราบ
ความติดทน - ติดทนดี แต่อย่างที่เราบอกว่าหลังจากที่หน้ามันมากๆ ซับแล้วจะมีการหลุดลอกบ้าง อันนี้พูดถึงช่วงประมาณ 12 ชม.

ราคา 1,950 บาท (30ml.)



=========================================================



Sisley Phyto-Teint Ultra Eclat Foundation


อันนี้ได้มาจากงานจีบัน สีที่เราได้มาคือ 2 Soft Beige

รองพื้นสุดยอดของงานผิวสวย เบลอรูขุมขนได้ดี ถึหน้าจะมันแต่ผิวก็ยังดูสวย ตอนที่ลองเสร็จดูมีความเป็นแป้ง แต่เซตตัวเมื่อไหร่คือผิวสวยเลย

เนื้อรองพื้น - เหลวและบางเบามาก
การเกลี่ย - เกลี่ยง่ายมาก เพราะเนื้อรองพื้นเหลวและไม่แห้งไว
การปกปิด - Light Coverage งานผิวสวยมักจะไม่มากับการปกปิดที่สูงมาก เพราะงานผิวสวยไม่ควรที่จะดูหนาและหนักหน้า
เฉดสี - มีให้เลือกน้อยไปหน่อย
คุมมัน - ไม่เด่นเรื่องคุมมันนะ แต่ถึงหน้าจะมัน ผิวก็ดูสวย
ความติดทน - ติดทนใช้ได้เลยล่ะ หลังจากซับมันก็ยังดูสวยอยู่

ราคา 2,800 บาท (30ml.)



=========================================================




Chanel Poudre Universelle Libre Natural Finish Loose Powder


สีที่เราใช้ คือ 30 Naturel เป็นแป้งฝุ่นที่มีความทึบของสี จะไม่ช่าย Translucent เราชอบใช้เซตรองพื้น ดูเนียนดี ไม่ได้ช่วยเรื่องคุมมันมาก อันนึงใช้ได้นานมากถึงจะแต่งหน้าทุกวันก็เกือบปีเลย เรื่องราคาเราไม่แน่ใจเท่าไหร่เพราะล่าสุดเราซื้อที่แอร์พอร์ตในโดฮา ราคาที่เคาน์เตอร์น่าจะประมาณ 2,500 บาท


=========================================================




Hourglass Veil Translucent Setting Powder


ตัวนี้เนื้อแป้งละเอียดดี เราชอบมากๆพอๆกับChanel เป็นTranslucent ที่ใช้เซตรองพื้น ช่วยคุมมันได้บ้าง ราคาโหดพอสมควรนะ ส่วนเรื่องแพ็กเก็จนี่สวยหรูมาก

ราคา 1,900 บาท (10 g.)


=========================================================



Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder


ตัวนี้เป็นตัวโปรดของใครหลายๆคน แต่เราเฉยๆใช้ได้ แต่ไม่ได้ชอบเท่า Chanelและ Hourglass เรื่องคุมมันก็ช่วยได้ในระดับนึง ในSephora มีไซส์เล็กด้วย (9.3g) เราซื้อมา 23 ดอลล่าร์

ราคาไซส์ปกติ 1,690 บาท (29g.)


=========================================================

อันนี้เ็นความเห็นส่วนตัวและความรู้สึกหลังใช้ของเรานะคะ แต่ละตัวมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากจะเลือกใช้แบบไหน ที่รีวิวมาทั้งหมดเราชอบและยังใช้ต่อ เพราะถาไม่ชอบเราส่งต่อไปแล้ว เวลาที่เราใช้รองพื้นต่างกันมันให้ฟีนิชคนละแบบจริงๆ มันเป็นความสนุกของการแต่งหน้าที่ต้องคิดว่าวันนี้อยากใช้ตัวไหน อยากได้ผิวแบบไหน ในเรื่องความติดทนเราพูดถึง 10 ชม.ขึ้นไป บางตัวคนอื่นอาจะว่าติดทน ทำไมเราว่าติดทนในระดับนึงเท่านั้น และเรื่องความติดทนเนี่ยขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย เราเป็นคนที่ไม่ชอบจับหน้าตัวเองเวลาแต่งหน้า รองพื้นเลยติดทน แต่ถ้าคนที่ชอบจับหน้า มันต้องหลุดอยู่แล้วค่ะ จะหาติดทนมากขนาดว่าจับหน้าแล้วไม่หลุด เราว่ายากหรือไม่มีเลยล่ะ

ก็หวังว่าจะชอบรีวิวนี้กันนะคะ ถ้าข้อมูลตรงไหนผิดบอกเราได้นะคะ เรามึมาก55


BYE XOXO

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (30)

อยากลอง Cushion Giorgio Armani ที่หลายคนๆบอกว่าดี ><
วันที่ไปงานJebanxNaosพี่ทาตัวนั้นไปล่ะ​ฉ่ำมาก
อยากลอง Lancome มากกก น่าสอยสุดๆค่าาา ?
ต้องลองจริงๆจ้าาา​ พี่เลิฟมาก
sisley น่าใช้มากเลยค่ะ
ดีมากจริงๆค่าา​ บางเบา​ เบลอรูขุมขน
น่าครอบครองทุกตัวเลยค่ะเตย แพคเกจดีงามมาก
ของต้องมีจริงๆค่าพี่รัก