Slant-Eyed ดราม่าตาตี่ ที่คนเอเชียต้องโดนเหยียดเชื้อชาติเป็นประจำ

ช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าจะมีการรณรงค์ Stop Asian Hate ออกมาค่อนข้างบ่อย จนแฮชแท็ก #StopAsianHate กลับมาติดเทรนด์ทวิตเตอร์อยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ทำร้ายคนเอเชียจนได้รับบาดเจ็บ หรือถึงขั้นสียชีวิต หรือล้อเลียน เหยียดเชื้อชาติออกมาผ่านสื่อ

และไม่ได้มีแค่เอเชียที่ต้องประสบกับเหตุการณ์เหยียดเชื้อชาติ บางทีการทำขำๆ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็กลายมาเป็นดราม่าร้ายแรงได้ 4พฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติที่แนะว่า "อย่าหาทำ" แต่การล้อเลียนแบบ Slant-Eyed นี่แหละ ที่ไม่ว่าผ่านมากี่สิบปี คนเอเชียก็ยังโดล้อเลียนเรื่องนี้อยู่ดี

Slant-Eyed คืออะไร

Slant-Eyed หรือ Slant Eyes ก็มาจาก Slant (สะ-แล้น) ที่แปลว่าเอียงๆ คนผิวขาวเขามองว่าคนเอเชียมีตาที่เอียง เฉียงขึ้น หางตาชี้ขึ้น หรือตาตี่นั่นเอง เขาก็เลยเรียกคนเอเชียว่า Slant-Eyed บางทีไม่ได้เรียกอย่างเดียว แต่กลับทำท่าล้อเลียน เอามือดึงหางตาขึ้นด้วย เพื่อให้ตาหยี หรือตาตี่ ถือเป็นการเหยียดเชื้อชาติอย่างแรง!

แน่นอนว่าไม่ใช่ชาวเอเชียทุกคนที่จะมีตาแบบ Slant-Eyed  มีทั้งตาโต ตาตี่ ผสมกันไป แต่เราก็โดนเหมารวมว่าเป็นพวกตาตี่ในสายตาคนเชื้อชาติอื่นอยู่ดี

การล้อเลียน Slant-Eyed

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนบางกลุ่มยังคงเหยียดชนชาติอื่น ที่คิดว่าด้อยกว่าตัวเองแบบไม่จบสิ้น คนเอเชียเองก็โดนเหยียดเชื้อชาติจากทั้งคนผิวขาวและผิวสีอยู่บ่อยครั้ง ถ้ามีดราม่าตีกลับ ก็แค่ออกมาแก้ตัวว่าทำเพราะขำๆ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือทำเพราะชื่นชม (ไม่แน่ใจว่ามีเหตุผลไหนฟังขึ้นบ้างหรือเปล่า?)

และก็ไม่ได้มีแค่คนทั่วไปที่ล้อเลียนด้วยการทำ Slant-Eyed แต่คนมีชื่อเสียงบางคนก็ยังทำพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติ จนกลายเป็นดราม่านับครั้งไม่ถ้วนเช่นกัน

คนดังกับการเหยียดเชื้อชาติด้วย Slant-Eyed

1. Miley Cyrus ถ่ายรูปล้อเลียนเพื่อน

เมื่อประมาณ 12 ปีก่อน ไมลีย์เองก็เคยมีประเด็นดราม่าเรื่องนี้มาแล้ว เมื่อเธอถ่ายรู)ร่วมกับเพื่อนชาวเอเชีย และทำท่าล้อเลียนตาตี่โพสใส่กล้อง แฟนๆ ชาวเอเชียรู้สึกผิดหวังกับไมลีย์และเรียกร้องให้ไมลีย์ออกมาขอโทษ แม้ตอนนั้นไมลีย์จะยังค่อนข้างเด็ก แต่แฟนๆ ก็หวังว่าเธอจะเข้าใจมากขึ้นว่า การเหยียดเชื้อชาติแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับได้

2. นักร้องชาวยูเครนโพสต์ท่า Slant-Eyed ลงอินสตาแกรม

Regina Todorenko นักร้องดังชาวยูเครนโพสต์รูปลงไอจีส่วนตัว เป็นรูปที่ทำ Slant-Eyed พร้อมแคปชั่นบรรยายความยิ้มยากของชาว Slav เทียบกับประเทศอื่นที่ยิ้มง่ายกว่า พบว่าเขามีความสุขมากกว่า บางทีก็ยิ้มเพื่อบรรเทาสถานการณ์ให้ดูตึงเครียดน้อยลง หลังจากที่เธอทำการโพสต์รูปนี้ไปทัวร์ก็ลงในทันที ว่าเธอเป็นพวก Racist

3. โค้ชวอลเลย์บอลชาวรัสเซีย

Sergio Busato ผู้ช่วยโค้ชวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติรัสเซีย ได้ยิ้มใส่กล้องพร้อมกับท่าตาตี่ หลังจากที่ทีมชาติรัสเซียเอาชนะเกาหลีใต้ไปได้ในการแข่งโอลิมปิคปี 2019 ก็เลยโดน FIVB แบนไปสามเกมทางทีมก็ออกมาขอโทษ แต่พอเจ้าตัวรู้ข่าว กลับบอกว่ารู้สึกเซอร์ไพรส์มากที่ทุกคนสนใจและขอโทษ เขาเพียงแต่เฉลิมฉลองให้กับชัยชนะเท่านั้น

4. นักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติเซอร์เบีย

เมื่ออาทิตย์ก่อนวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ได้มีแมตช์การแข่งขันกับทีมชาติเซอร์เบียที่อิตาลี และกล้องก็ไปจับภาพ Sanja Djurdevic นักวอลเลย์บอลทีมชาติเซอร์เบียที่ทำท่า Slant-Eyed ไว้ได้ทัน ทำให้ภาพที่เธอทำการเหยียดเชื้อชาติแพร่ออกไปทั่วโลก ต่อมาเธอก็ได้ขอโทษกับทีมไทยทั้งทีม

ปลื้มจิตร์เองก็อัดคลิปยอมรับคำขอโทษ พร้อมแก้ต่างให้เข้าใจว่า Sanja Djurdevic ไม่ได้ตั้งใจจะเหยียด เธอแค่ส่งสัญญาณว่าอยากให้ทีมเซอร์เบียรับลูกป้องกันได้ดีเหมือนไทย ในคลิป Sanja Djurdevic ได้ร้องไห้ และขอโทษ ต่อมาทีมเซอร์เบียก็ได้ออกจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการออกมา
เรื่องนี้ทำให้ #StopAsianHate กลับขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 2 อีกครั้งหลังจากจบการแข่งขัน มีคนไปขุดค้นเจอรูปทีมชาติเซอร์เบียเมื่อปี 2017 ก็ทำท่าตาตี่กันทั้งทีม! กระพือความโกรธมากกว่าเดิมไปอีก ถึงจะออกมาขอโทษแล้ว แต่อย่าลืมว่าหลักฐานสิ่งที่เคยทำไว้ ไม่มีทางหายไป และความรู้สึกคนเอเชียที่เสียไป ก็กู้กลับคืนมาไม่ได้
และล่าสุดวันนี้ (9 มิ.ย. 64) สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ก็ประกาศลงโทษ Sanja Djurdevic โดยทำการแบนไม่ให้เล่นสองเกม และปรับเงินทีมเซอร์เบียเป็นจำนวนเงิน 20,000 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 700,000 บาท)  และเอาเงินค่าปรับนั้นไปบริจาคให้องค์กรที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ และอาจจะสมทบเป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการเหยียดเชื้อชาติด้วย

จะเห็นได้ว่าต่างชาติเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากๆ การเหยียดเชื้อชาติถือเป็นพฤติกรรมที่ร้ายแรงและยอมรับไม่ได้ 

Slant-Eyed กับเทรนด์แต่งหน้า Fox Eye

เมื่อไม่นานมานี้ใน TikTok จะมีเทรนด์การแต่งหน้าแบบ Fox Eye คือการแต่งหน้าให้อายแชโดว์ลากยาวขึ้นไปจนเกือบถึงหางคิ้ว เพื่อให้ตาดูเฉียงขึ้นแบบคนเอเชีย และคอนทัวร์บริเวณจมูกให้ดูเล็กขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่คือคนขาวที่ออกมาแต่งหน้าลุคนี้ เป็นการแต่งหน้าเลียนแบบทรงตา Slant Eyes ของชาวเอเชีย 
และชาวเอเชียส่วนใหญ่แล้ว ก็ไม่มีใครปลาบปลื้มกับการแต่งหน้า Slant Eyes แบบนี้ แต่กลับรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าแรงๆ เพราะนี้เป็นการเหยียดเชื้อชาติที่คนเอเชียมักโดนดูถูกอยู่บ่อยครั้ง แต่กลับเอาสิ่งนี้มาเป็นความสวยงามในสไตล์คนขาว พอคนตะวันตกทำกลายเป็นความสวยงาม แต่พอเป็นคนเอเชียที่มีรูปตาแบบนี้จริงๆ กลับโดนเหยียด

และโดยเฉพาะหลังจากมีการระบาดของโรค Covid-19 คนจีน (รวมถึงคนเอเชียชาติอืนที่โดนเหมารวม) ในต่างแดนก็มักจะโดนเหยียดและด่าทอมากขึ้น เพราะโดนตราหน้าว่าเป็นตัวการแพร่ไวรัสนี้ คนขาวไม่มีทางเข้าใจความยากลำบากในการใช้ชีวิตที่โดนเหยียดเชื้อชาติ 
เพราะฉะนั้นเทรนด์การแต่งหน้าแบบ Fox Eye ก็เป็น Cultural Appropriation ไม่ต่างจากเรื่องอื่นๆ เช่นกัน ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เราอาจจะชื่นชอบ มองว่ามันก็สวยดีไม่เห็นเป็นไร แต่อย่าลืมว่ายังอีกหลายคนทรมานกับการที่สิ่งเหล่านี้ เพราะมันทำให้ชีวิตเขารู้สึกไม่ปลอดภัย โดนเหยียดหยาม และโดนกดทับ

เรื่อง Cultural Appropriation เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน หนึ่งคนโอเค ไม่ได้เท่ากับทุกคนในชนชาตินั้นโอเค  ทางที่ดีลองถามความคิดเห็น หรือขออนุญาตเจ้าของวัฒนธรรมนั้นก่อน ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี :)

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (12)

เมื่อไหร่จะหมดปัญหานี้ไป
Fox Eyes ยังดราม่าน้อยกว่าทำผมทรง คอนโรล กับ แอฟโฟร่ อีก.. อันนี้คือแตะไม่ได้เล๊ยยยย
กำลังนึกถึง Fox eye แล้วก็เลื่อนมาเจอท่อนสุดท้ายพอดีเลยค่ะ เปงเศร้า