โทนิคบูสต์ฟาร์มผม ตัวช่วยคนผมร่วงที่อยากเริ่มดูแลจากต้นตอ

ช่วงนี้ใครรู้สึกว่าผมร่วงง่ายขึ้นบ้างคะ บางทีแค่สระผม หวีผม หรือรวบผมตามปกติ ก็เห็นเส้นผมหลุดติดมือออกมาเยอะกว่าที่เคย ยิ่งถ้าผมเริ่มบางลงบริเวณกลางศีรษะ หรือเห็นหนังศีรษะชัดขึ้น ก็ยิ่งทำให้แอบกังวลว่า “หรือผมเราจะบางลงเรื่อย ๆ นะ”

ส่วนตัวมองว่า การดูแลปัญหาผม ไม่ควรโฟกัสแค่เส้นผมที่อยู่บนศีรษะอย่างเดียว แต่หนังศีรษะและโคนผมก็เป็นอีกจุดที่ควรใส่ใจ เพราะถ้าอยากให้ผมดูดีในระยะยาว การเริ่มดูแลตั้งแต่ต้นตอก็น่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญเหมือนกัน ช่วงที่กำลังมองหาไอเทมสำหรับเพิ่มเข้าไปใน Hair Routine เลยได้ลอง Fae and Mae ORGANIC HAIR TONIC โทนิคบำรุงหนังศีรษะและโคนผมที่มาในคอนเซ็ปต์ ROOT FIRST HAIR CARE หรือการเริ่มดูแลตั้งแต่หนังศีรษะและโคนผม เพื่อให้เส้นผมดูแข็งแรงและมีวอลลุ่มในระยะยาว พอได้ลองใช้แล้ว เริ่ดเลยละ! วันนี้ก็เลยอยากจะหยิบมาแนะนำ มาดูกันว่า โทนิคบูสต์ฟาร์มผม ตัวนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง


Fae and Mae ORGANIC HAIR TONIC มี 4 Key Active Ingredients จากญี่ปุ่นและฝรั่งเศส ที่เน้นการดูแลตั้งแต่บริเวณหนังศีรษะไปจนถึงเส้นผม

💛ตัวแรกคือ Bamboo Boost จากญี่ปุ่น สารสกัดจากหน่อไม้ญี่ปุ่นที่ช่วยดูแลตั้งแต่โคนผมและเส้นผม ให้ผมดูแข็งแรงขึ้น พร้อมช่วยให้เส้นผมดูหนาและมีวอลลุ่มมากขึ้น

💛ต่อมาคือ Young Apple จากญี่ปุ่น สารสกัดจากแอปเปิ้ลอ่อนที่ช่วยดูแลวงจรของเส้นผม โดยเน้นการบำรุงตั้งแต่บริเวณโคนและต้นตอของเส้นผม

💛อีกตัวคือ Aqua Restore จากญี่ปุ่น เทคโนโลยีที่ช่วยเติมและรักษาความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะ เพื่อช่วยให้สภาพแวดล้อมของหนังศีรษะมีความสมดุล เหมาะกับการดูแลเส้นผมในระยะยาว

💛และ Furcella Shield จากฝรั่งเศส สารสกัดจากสาหร่ายแดงที่ช่วยเคลือบปกป้องเส้นผมจากฝุ่น ควัน มลภาวะ และความเครียดต่าง ๆ ที่เส้นผมต้องเจอในชีวิตประจำวัน

เรียกว่าเป็นการดูแลที่ไม่ได้มองแค่เรื่องผมดูหนาหรือมีวอลลุ่มเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับ “ต้นทาง” อย่างหนังศีรษะและโคนผมด้วย ที่สำคัญคือ เป็นสูตรออร์แกนิก อ่อนโยน ปราศจากน้ำหอม พาราเบน สี และแอลกอฮอล์ ใครที่มีปัญหาหนังศีรษะแพ้ง่าย มั่นใจได้เลย


มาดูที่เนื้อสัมผัสของเขากันบ้างดีกว่า เขาเป็น Water Serum ที่ค่อนข้างบางเบา เวลาใช้แล้วซึมเข้าสู่หนังศีรษะได้ไว ไม่รู้สึกเหนียว หรือหนักผม และที่สำคัญคือไม่ทำให้ผมลีบแบน ใครที่ไม่ชอบผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่ทาแล้วรู้สึกมันๆ หรือเหมือนมีอะไรเคลือบอยู่บนหนังศีรษะ ตัวนี้ค่อนข้างใช้ง่าย เพราะเนื้อเบา สามารถหยิบมาใช้ใน Hair Routine ได้ทุกวันเลย ส่วนกลิ่นจะเป็นแนว Botanical Noir ให้ความรู้สึกเป็นกลิ่นพฤกษศาสตร์ที่สุขุมและมีเสน่ห์ แต่ไม่ได้เป็นกลิ่นน้ำหอมที่ปรุงแต่งขึ้นมา กลิ่นสะอาด unisex ใครๆ ก็ใช้ได้


วิธีใช้ : หลังสระผม สามารถซับผมให้หมาด แล้วลงโทนิคบริเวณหนังศีรษะและโคนผม โดยเน้นบริเวณที่ต้องการดูแล จากนั้นนวดเบา ๆ ให้ผลิตภัณฑ์กระจายตัวและซึมเข้าสู่หนังศีรษะ


หลังลองใช้ต่อเนื่อง สิ่งที่รู้สึกได้ค่อนข้างชัดคือ ความเบาสบายของหนังศีรษะและเส้นผม เพราะเนื้อไม่หนัก ไม่เหนียว และไม่ทำให้ผมดูมันหรือแบนลงหลังใช้ ส่วนเรื่องผมที่ดูบาง หรือบริเวณที่เห็นหนังศีรษะง่าย ก็เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาและดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ใช้แล้วเปลี่ยนทันทีในข้ามคืน แต่สิ่งที่รู้สึกว่าตอบโจทย์คือ การได้มีตัวช่วยสำหรับดูแลหนังศีรษะและโคนผมเป็นประจำ

พอใช้ควบคู่กับการดูแลเส้นผมในชีวิตประจำวัน ก็รู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ช่วยให้เราใส่ใจกับ “ต้นตอ” ของเส้นผมมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เริ่มรู้สึกว่าผมร่วงง่าย ผมดูบาง หรืออยากให้ผมดูมีวอลลุ่มขึ้น และด้วยความที่เนื้อไม่เหนอะหนะ เลยไม่รู้สึกว่าเป็นไอเทมที่ใช้ยากจนต้องขี้เกียจหยิบมาใช้ เรียกว่าเหมาะกับการค่อย ๆ ทำให้การดูแลหนังศีรษะกลายเป็น Routine ในทุกวันมากกว่า


สำหรับใครที่กำลังเจอปัญหา ผมร่วง ผมดูบาง หรือรู้สึกว่าผมบริเวณโคนเริ่มดูลีบและไม่มีวอลลุ่ม Fae and Mae ORGANIC HAIR TONIC เป็นอีกตัวที่น่าสนใจสำหรับเอาเข้ามาเป็น Hair Routine ค่ะ ส่วนตัวชอบแนวคิด “ROOT FIRST HAIR CARE” ที่ไม่ได้มองแค่เส้นผมที่เราเห็น แต่เริ่มดูแลตั้งแต่หนังศีรษะและโคนผม พร้อมเติมความชุ่มชื้นและช่วยปกป้องเส้นผมจากมลภาวะในชีวิตประจำวัน

ที่สำคัญคือเนื้อ Water Serum บางเบา ซึมไว ไม่เหนียว และไม่ทำให้ผมลีบแบน ทำให้ใช้ต่อเนื่องได้ง่ายกว่าที่คิด ใครที่กำลังมองหาโทนิคสำหรับเพิ่มเข้าไปในรูทีนดูแลผมแบบจริงจังขึ้น แต่ยังอยากได้เนื้อสัมผัสเบา ๆ ใช้ง่าย ตัวนี้ก็ถือว่าเป็นอีกตัวที่อยากหยิบมาบอกต่อค่ะ


Discussion (1)