บันทึก+รูปคนอยากหน้าเล็ก สุดท้ายลงเอยที่ BOTOX

บันทึกคนอยากหน้าเล็ก

ข้อมูลพื้นฐานร่างกายเรา              
     เราสูง(แบบไม่โกงเลยนะ) 168 cm
     น้ำหนักตัวอยู่ที่ 45, 46, 47, 48 kg



ปัญหาของเราอยู่ที่เวลาอ้วนปุ๊บ หน้าจะออกเป็นประการแรก ช่างเป็นปฐมบาปหรือบาปที่ติดตัวมาแต่กำเนิด (Original Sin) แต่ตอนนี้เรามาเข้าเรื่องดีกว่าว่า ทำอย่างไรให้หน้าเล็ก.....

1 ตัดกราม โอ้ เรื่องใหญ่เป็นแสน ไม่ไหวอะคร้าบพี่น้อง แล้วก็หน้าบวมนานด้วยอันนี้หมอบอกมา ส่วนใหญ่ตัดกรามจะไว้สำหรับคนที่จนปัญญาแล้วจริงๆ

2 Carboxy พิมพ์ถูกหรือเปล่าไม่แน่ใจ ตัวนี้ต้องกระตุ้นแบบว่า 3 วันไปฉีดทีๆ เป็นตัวที่ลดไขมัน แต่จริงๆเหมาะกับการฉีดตามแขนขาที่มันไกลๆสมองมากกว่า โอกาสเสี่ยงถึงชีวิตมีสูง แล้วก็เจ็บอีกตะหาก แถมมีเพื่อนทำมาแล้วบ่นว่าไม่workด้วย

3 Mesotherapy ตอนแรกมีเพื่อนบอกว่าทำแล้วหน้าเล็ก แต่พอผลออกมามันทำให้หน้าใสตะหาก เอ๊ะยังไง เข้าใจผิดนี่เอง

4 ลดน้ำหนัก กร๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

5 Botox นี่แหละ ตอนแรกก็ว่าไม่ไหวจะแพง โดนไป 11,000 อยู่ได้ 7 เดือนก็เริ่มบานเหมือนเดิม แต่แหม 7 เดือนนี่ช่างแสนจะมีความสุขจริงๆ หน้าเรียวได้ใจมาก ล่าสุดเดือนธันวาปลายๆหน่อยเลยกัดฟันจ่ายไปอีก
แต่ราคานี้ก็ต้องหาเพื่อนไปเป็นคู่อะค่ะ เพราะถ้ามาแบบหัวเดียวกระเทียมลีบเค้าจะคิด 13,000 (ราคาแบบว่าเพิ่ม 2,000 ทำจมูกได้เลย) และสถานที่ฉีดเราก็ฉีดกับหมอนพรัตน์คนเดียวกับหมอที่แก้จมูกให้เดี๊ยนนั่นเอง แบบว่าคราวหน้าจะฉีดฟรีแล้ว เป็นคนไข้ดีเด่น กร๊ากๆ

6 ได้ยินมาว่าจะมี Laser ดูดไขมันที่หน้าได้ แต่ยังไม่นำเข้า ถ้านำเข้าแล้วเรามีเงินพอจะไปอุดหนุนโรงพยาบาลจะแจ้งให้ทราบนะคะ

 7 ทำจมูกให้ยาวขึ้น จะช่วยให้หน้าเรียวขึ้น

8 เสริมคาง อันนี้ก็ช่วยได้ เราอยากทำเหมือนกันแต่กลัวเป็นแม่มด เด้วมันจะพลาสติก เป็นแม่นางปลาสสะติก เกินไป



นี่คือ รูปสมัยอายุ 17 ขวบ
ความสูง 168 หนัก 47
แต่หน้าเหมือน หนักสัก 55 โล หน้าอ้วนแก้มเยอะอะ

(พูดง่ายๆว่า...หน้าธรรมชาติไร้เครื่องสำอางและมีดหมอ กร๊ากๆๆๆ ถ้าไม่มีศัลยกรรมกะเครื่องสำอางนี่ ชั้นตายยยยยคร่า)
 






นี่คือรูปสมัย 
ในบัตรประชาชน หนัก 45 kg ทำจมุกรอบแรกแล้ว แต่ยังไม่ฉีดBOTOX  (แต่มันจะขึ้นอืดเว่อร์ๆหน่อยตามสูตรบัตรประชาชน เอิ้กๆ)
รูปข้างๆนี่หนัก 47 kg ทำจมูกรอบสองทำให้หน้ายาวขึ้น + ฉีดBOTOX 




รูปล่างนี่ จมูกรอบแรก + ยังไม่ได้ฉีดBotox
ต่อให้ ช้านผอมมมยังไง ช้านนนก้อหน้าเป็นซาลาเปาอยู่ดี
ขนาดเอาผมมาปิดดนะเนี่ย  อารมณ์เสียยยยยย

 

สำหรับการฉีด ช่างหน้าตื่นเต้นเสียนี่ยิ่งกระไร
1 หมอเค้าจะทำการผสมยา ให้ดูต่อหน้า เหมือนจะการันตีความรุนแรงของฤทธิ์ยาให้คนไข้ได้หวาดผวาเล่น
2 ป้ายแก้มด้วยปากกาพร้อมกับบอกให้เรากัดฟันกราม ปล่อยบ้างกัดบ้าง ว่ากันไป
3 เอาสำลีเช็ดหนังหน้าเราที่เต็มไปด้วยรองพื้นจนกระทั่งเห็นผิวหนังอัน..........ที่แท้จริงของเดี๊ยน
4 เอาเข็มจิ้มตามจุด โดยคำสั่ง กัดฟันคร้าบ คายคร้าบ กัดคร้าบ คายคร้าบ (หลอนไปถึงเช้าวันรุ่งขึ้น)
ดังภาพนี้ !!



ฉีด 5 จุด ข้างละ 5 นะครับพี่น้อง


 

คำถามมีอยู่ว่า เจ็บไหม?
เราฉีดมาแล้วสองรอบ รอบแรกรู้สึกเจ็บเพราะความตื่นเต้นและความไม่รู้กระวนกระวายร้อนรน
ฉีดรอบสองนี่ไม่เจ็บอะ เพราะหน้ามันด้านแล้ว กร๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่โดยรวมแล้ว เราก็สัมผัสได้ถึงตัวยาที่เข้าไปในกล้ามเนื้อของเรา ซาบซ่า สะใจ !!!


ต่อมาจะรู้สึกอย่างไร??
1 หลังฉีดเสร็จหน้าบวมนิดนึง นิดนึงจริงๆประมาณ 1 ชม. เพราะอีวัคซีนที่ฉีดเข้าไปนี่แหละ
2 ช่วง สอง อาทิตย์แรกจะ เมื่อยๆ เวลาเคี้ยวข้าว และเวลาหาวปากกว้างจัดๆ
3 ผล......... แล้วแต่คนน่ะ เราฉีดรอบแรก 12 วันเริ่มลด แต่ฉีดรอบสอง 7 วันก็ยุบแล้ว
    แต่เพื่อนเรานี่สิปาไป 3 อาทิตย์ สงสัยกล้ามเนื้อแข็งแรงจัด น่าสงสารจริงๆ


ข้อแนะนำส่วนตัวของเดี๊ยน

1 ฉีดแล้วควรเลี่ยงปลาหมึก น้ำแข็ง หมากฝรั่ง

2 อย่าหาวปากกว้างช่วงแรกโดยไม่จำเป็นเพราะ..มันเจ็บ

3 เคี้ยวน้อยๆ จะได้หลีกเลี่ยงการใช้กล้ามเนื้อและลดความอ้วนไปในตัว

4 ถ้าฉีดไปแล้ว 1 เดือนยังไม่เห็นผล ให้ไปชั่ง น้ำหนักดูแสดงว่าอ้วนขึ้น กร๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
  อีกประเด็นนึงถ้าใครฉีดมาราคาประหยัดแล้วมันยุบน้อย อาจเป็นไปได้ว่า หมอเค้าผสมตัว BOTOX ให้น้อย (น้ำเกลือเยอะ) 
  อีกประเด็นนึงถ้าใครที่มีองค์ประกอบของกระดูกและไขมันเยอะ BOTOX ไม่ใช่น้ำยาละลายกระดูกหรือไขมันนะจ้ะ ส่วนที่ลดลงไปคือกล้ามเนื้อ
  อย่างไรก็ตาม ตอนแรกเรากะจะไม่ฉีดแล้วเพราะมันแพง และจับหน้าเราดูมันเหมือนจะเป็นไขมัน แต่พอฉีด เอ๊ะ ! มันก็ยุบไปสะอย่างงั้น เดี๊ยนก็เลยเสพติดเลย กร๊ากๆ

5 สถานที่ในการฉีดBotoxก็มีมากมายหลายที่ และแต่ละที่ก็ราคาแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 4,000 – 15,000 บาท  ดังนั้นประสิทธิผลของตัวยาบนหนังหน้าเราก็จะแปรผกผันตามราคาด้วย พวกที่ฉีดหน้าเล็กแค่ 4,000 บาทนี่เค้าอาจใส่ BOTOX จริงๆแค่ 1/5 ของของเหลวที่ปั๊มใส่หน้าเราทั้งหมดก็ได้
     มีเพื่อนเราเค้าไปฉีดมา 8,000 บาท ปรากฏว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย จนในที่สุดเค้าต้องกลับมาฉีดที่ที่ราคาแพงแบบเดิม 555555555555555 สมน้ามหน้ามัน (สะงั้นน่ะ)
     ถ้าจะเลือกฉีดก็ต้องดูราคาด้วยว่ามันสมเหตุสมผลหรือเปล่า และดูว่าเค้าใช้ยี่ห้ออะไร อะไรยังไงเพราะตอนนี้ BOTOX ราคาพอเพียงจากจีน จีนนะครับเมืองจีน กำลังระบาดหนัก ระวังให้ดี หึหึหึหึหึหึหึ

6 แนะนำว่า ถ้าไม่อยากเปลือง ใช้วิธิเฉดดิ้ง และ เอาผมมาบังหน้า ดีประหยัดที่สุด !!












ฝาก กระทู้ 2 อันนี้ให้อยู่คู่โลกด้วยนะคร๊า





สำหรับคนอยากทำจมูก
http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=43156






สำหรับคนอยากหน้าขาวๆ และสาวๆที่มีตาสองชั้นหลบซ่อน
และงบประมาณน้อย 

http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=43273



 

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (124)

เราแก้จมูกกับหมอนพรัตน์ 38,000 ตอนทำ ยังไม่หลับเลยหมอฉีดยาชาโอ้ โคตระระเจ็บ น้ำตาแตก แต่กลับไม่ทันแล้ว แถมตอนไปตัดไหม กว่าจะได้คิว ไหมกินเนื้อเราไป เลยเป็นแผลเป็นจนถึงทุกวันนี้เลย. เศร้า
เจ้าของกระทู้ฉีดที่ไหนเหรอค่ะอยากไปฉีดบ้างแต่ไม่ได้อยู่ กทม.อ่ะค่ะ
สวยมากค่ะ ก่อนทำก้อน่ารักอยู่แร้ว หลังทำยิ่งสวยมาก
หวัดดีครับผมชื่อนัฐครับ สนใจในเรื่องศัลยกรรมบ้างอ่ะครับ เป็นคนตัวเล็กแต่หน้าอ้วนเหมือนกันครับอยากขอคำแนะนำจัง แต่ค่อนข้างเป็นคน Low tach นะครับ ไม่ค่อยทันเรื่องInternet ถ้าไม่รังเกียจขอเบอร์โทรติดต่อ หรือ pin ได้ไหมครับ จะได้ไปฉีดด้วยกัน ตัวช่วย ยอะ ๆ จะได้ราคาที่ถูกลงครับ ถือ่ว่าเป็นการทำบุญช่วยเหลือกันให้สวยหล่อ ไม่ต้องรอชาติหน้า
เราเพิ่งไปฉีดลดกรามที่แพรคลินิก อยู่แถวRCA ตอนแรกไม่กล้าไปฉีดเพราะราคาถูกเกินไปแค่4000เอง(ของเกาหลีนะใช้50 u)กลัวเป็นของปลอม แต่เนื่องจากงบไม่พอแต่อยากสวยเลยลองดู หมอแพรให้ดูยาพร้อมใบเสร็จการสั่งซื้อยาจากบริษัทที่นำเข้ายาถูกต้องตามกฎหมาย เลยกล้าฉีด หลังฉีดมาได้2อาทิตย์แล้วหน้าเรียวขึ้นจริง แต่ข้อเสียคือเราฉีดลดกรามใช้แค่ครึ่งขวด ที่คลินิกต้องหาคู่ให้เราเพราะถ้ายาเหลือหลังจากเปิดขวดยาแล้วเกิน1วัน ประสิทธิภาพยาจะลดลง ซึ่งถ้าคู่ของเราเลื่อนวันมาฉีดเราก็ต้องเลื่อนตามคู่ด้วยเพราะหมอแพรไม่ยอมเก็บยาค้างคืน อยากให้ได้ยาใหม่ทั้งคู่