[BEAUTY BIBLE] รวมเทคนิคการแต่งหน้าแบบขั้นเทพ By : OnnBaby


สวัสดีค่าสาวๆๆ :D

ช่วงนี้หลายๆคนคงจะเห็นหน้าออนบ๊อยยบ่อยยย
เพราะว่าแอบว่างค่ะ ภาคอินเตอร์ยังปิดเทอมอยู่ ฮ่าๆ ..
ที่สำคัญเกรดออกแล้ว เป็นที่น่าภูมิใจ(เลยแหละ เพราะปกติเรียนไม่ค่อยเก่ง T^T)

เอาเป็นว่าวันนี้ออนจะแวะมารวมเทคนิคเล็กๆน้อยๆ ที่ออนลองมากับตัวเองและ
ได้ผลมาให้สาวๆได้่อ่านกันค่ะ เผื่อจะเป็นทางเลือกใหม่ๆ สำหรับสาวๆได้บ้าง



1. ปัญหาอายไลเนอร์แพนด๊าา แพนด้าา !!


สาวๆหลายคนรวมถึงออนก็มักจะมีปัญหาการเขียนอายไลเนอร์แล้วเลอะระหว่างวัน
หรือที่เราเรียกกันว่าแพนด้านั่นเอง .. เพราะอากาศเมืองไทยที่แสนจะร้อนและชื้น
บวกกับเหงื่อเราอีก .. T^T ดังนั้นถ้าอายไลเนอร์ไม่ทนจริงๆ นี่ดับอนาถกันได้เลย

แต่เราก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าอันไหนจะทน อันไหนจะกันน้ำ อันไหนจะหลุดง่ายก่อนซื้อ
เพราะส่วนมากเวลาซื้อ เราก็จะลองกับแขนซะส่วนมาก ไม่ค่อยได้ลองกับตาโดยตรง
( เพราะสกปรก T^T แน่ๆหละ ตากแดดตากลม ลองมากี่ตาแล้วก็ไม่รู้ )

ดังนั้น .. วิธีง่ายๆ ที่ลองแล้วได้ผลก็

= เขียนอายไลเนอร์เสร็จ ( กรณีเขียนขอบตาล่างด้วยดินสอหรือเจลนะคะ ) ค่อยๆใช้คอตต้อน บัดเก็บรายละเอียด
ของตา และวิธีนี้จะเหมือนเป็นการเก็บอายไลเนอร์ส่วนเกินออกไปด้วย .. แต่ถ้าใครกลัวไม่พอ ก็ใช้แป้งพัฟตบทับ
เบาๆ ยิ่งถ้าเป็นตัวผสมรองพื้นจะดีมากค่ะ เพราะเนื้อแป้งจะค่อนข้างแห้ง ทำให้หนังตาบริเวณนั้นไม่มัน
ไม่เยิ้ม และทำให้อายไลเนอร์ติดทนขึ้น

= วิธีการตบก็คือ ตบไปเบาๆ ตรงช่วงเขียนอายไลเนอร์ค่ะ แต่ถ้าใครหน้ามันขั้ยเทพ ก็ลองใช้พวก
คอนซีลเลอร์เนื้อแห้งแตะเบาๆ  เน้นว่าเบาๆ และเล็กน้อยเท่านั้นนะคะ ใต้เส้นอายไลเนอร์
หลังจากนั้นโปะด้วยแป้งค่ะ จะช่วยให้อายไลเนอร์หลุดยากขึ้น

= Must have items
- Dejavu Lating Fine ( อายไลเนอร์ดินสอแบบ Auto Pencil )
- Etude Code B Gel Eye Liner
- Beautilicious The Magic Spell Auto Liner




แต่งหน้าตั้งแต่ตอนเช้า ประมาณ 6.45
กลับมาถึงบ้านประมาณ 5 โมงเกือบๆ 6 โมงเย็น

ตายังอยู่ค๊าาาา ..

ไม่ได้อยู่ในห้องแอร์ตลอดนะคะ เข้าๆออกๆ
เพราะอยู่มหาลัยก็เดินไปโน่นไปนี่กับเพื่อน อากาศก็ร้อนสุดจะทน




2. เขียนอายไลเนอร์แล้วไม่เท่ากัน หางสั้น หางยาว หางตวัด ฯลฯ


ปัญหานี้เป็นปัญหาโลกแตกสุดยอดดด เพราะว่าบางวันยิ่งรีบยิ่งแย่
ออนเป็นบ่อยมากๆค่ะ บางวันจะรีบไปมหาลัย จะเขียนอายไลเนอร์กะว่าวันนี้จะเอาหางยางแค่ไหน ที่ไหนได้ ..
ยาวจนจะถึงขมับอยู่แล้ววว T^T สุดท้ายต้องลบออก เขียนใหม่ เสียเวลา เปลืองอายไลเนอร์อีก >:(

แต่หลังจากที่ไป workshop กับ Dejavu มา .. พี่ฟู่ Make-Up Artist รับเชิญในวันงาน ก็สอนเทคนิคให้ค่ะ
ซึ่งออนมาลองใช้กับตัวเองแล้วได้ผลจริงๆด้วย สองสามรอบแรกอาจจะยังไม่ค่อยเวิร์ก แต่พอเริ่มทำทุกวันก็เวิร์กค่ะ

= เริ่มเขียนอายไลเนอร์โดยเริ่มเขียนจาก " หางตา " .. ใช่ค่ะ ปกติคนเรามักจะเขียนจากหัวตา
ซึ่งพอเริ่มเขียนจากหัวตา เราก็จะเริ่มลากหางไปเรื่อยๆ ลากไปลากมา ไม่เท่ากัน ยาวเกิน สั้นเกิน
ดังนั้นเราก็วัด กะขนาดให้ถูกเลยค่ะ แล้วก็เขียนจากหัวตา ไปที่หางตา วิธีนี้จะทำให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นน้อยลงมากๆ



3. เขียนอายไลเนอร์แล้วตาดุ ตาดูหนัก ดูไม่สดใส ดูไม่สดชื่น ดูไม่เป็นธรรมชาติ ฯลฯ


วิธีนี้ออนเคยทำเป็น Mini How-To มาแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน
เพราะปัญหานี้ออนเจอมากับตัวเองเลย เนื่องจากออนเป็นคนตาโต และกลม
ดังนั้นพอเขียนอายไลเนอร์เส้นหนา ตาก็ดูดุและหนัก แต่พอเขียนบางๆ ก็ดูแปลกๆ

หรือบางคนอาจจะเจอปัญหาของการเขียนอายไลเนอร์แล้วดูโดดออกมาจากหน้ามากเกินไป
( เพราะเห็นสาวๆหลายคนไม่แต่งหน้า แต่กรีดอายไลเนอร์อย่างเดียวกันเยอะมากๆ )
วิธีแก้ก็ง่ายๆเลย 5 วิธี สั้นๆ ใช้เวลาแป๊บบบเดียวด้วยค่ะ .. ที่สำคัญวิธีนี้ช่วยให้ดวงตาดูสดใสขึ้นมาอีกด้วย
( มนุษย์เราจะแสดงความรู้สึกทุกอย่างออกมาผ่านดวงตา ดังนั้นดวงตาไม่สดใส คนอื่นๆก็จะมองเห็นได้นะคะ )

= ใส่คอนแทคเลนส์ที่สีดูไม่เข้ม ไม่ดุจนเกินไป ใส่เป็นแบบไม่ตัดขอบพวกสีธรรมชาติจะสวยค่ะ
( สีน้ำตาลจะเหมาะมากๆสำหรับไม่ตัดขอบ ) เพราะ ถ้าไม่ตัดขอบสีอื่นจะดูหลอกๆ ไม่เข้ากับหน้าอยู่ดี ..
ใช้อายแชโดว์ที่มีกลิทเทอร์ในตัว ( กากเพชรวิ้งๆนั่นเอง ) เพราะกลิทเทอร์จะช่วย
ดึงให้ตาเราดูมีประกายมากขึ้นกว่าเดิม และดูสดใสกว่าเดิม จะใช้เป็นสีขาววิ้ง มุกวิ้ง เหลืองวิ้ง ชมพูอ่อนวิ้ง
ฟ้าอ่อนวิ้ง ม่วงอ่อนวิ้ง ฯลฯ ได้หมดค่ะ

กรีดอายไลเนอร์โดยพยายามเริ่มกรีดให้ชิดกับแผงขนตามากที่สุด เพราะเราจะสามารถควบคุมเส้นอายไลเนอร์ได้ค่ะ
ไม่ควรเน้นหางให้ยาวจนเกินไป หรือเส้นอายไลเนอร์ที่หนาเป็นพรึ่ด เพราะจะดูหลอกตา และดูไม่เป็นธรรมชาติ
ตามด้วยการใช้อายแชโดว์สีมุกๆ หรือวิ้งอ่อนๆทาหัวตาทั้งสองข้างค่ะ ไม่จำเป็นต้องทาแบบเป็นเส้นๆเหมือนเน็ต
ไอดอลนะคะ

เพราะอันนั้นแอบดุไม่เป็นธรรมชาติ ดูจงใจมากเกินไป แค่ใช้นิ้วแตะเบาๆค่ะ วิ้งก็จะกระจายตัว ช่วยกระจายแสงค่ะ
มาถึงขั้นตอนสุดท้ายก็คือการปัดมาสค่า ปัดแบบซิกแซก ยึกๆยักๆค่ะ จะช่วยให้ขนตาดูหนา และเป็นแพสวยงาม
และที่สำคัญลองปัดขนตาล่างค่ะ จะได้ลุคใสๆ หวานๆขึ้นมาทันที ..  

ปล. อันนี้คือรูปที่แต่งหน้าตั้งแต่ตอน 8 โมงเช้า กลับถึงบ้านตอน 5 โมงเย็น โดยที่ไม่ได้แต่งเติมอะไรเพิ่มค่ะ
หน้ามันๆได้ที่เลย




4. อยากได้ตาฟุ้งๆ แต่ก็อยากกรีดอายไลเนอร์ด้วย ทำยังไงดี

วิธีนี้ออนเพิ่งลองกับตัวเองสดๆร้อนๆวันนี้ .. และผลที่ออกมาก็โอเคอยู่ค่ะ
จริงๆ ถ้าใช้อายแชโดว์โทนเข้ม .. ก็จะกลายเป็น Little Smokey Eyes ได้เลย

ตาฟุ้งๆในความหมายออนหมายถึง การที่อายแชโดว์และอายไลเนอร์เบลนรวมกัน
จะได้สีที่ไม่ตัดกันมากเกินไปค่ะ จะได้สีที่เบลดน์กันลงตัว

= กรีดอายไลเนอร์ตามแบบที่เราชอบ อย่าเน้นหางยาวมากจนเกินไป เพราะไม่งั้นจะเบลนด์ลำบากเกินค่ะ
ดูแปลกๆ ดูหนักด้วย จะเขียนขอบตาด้านล่างด้วยก็ได้ค่ะ แล้วแต่เราเลย แล้วก็ใช้อายแชโดว์สีตามใจชอบ
สีโทนชมพู ม่วง น้ำตาลอ่อน จะสวยค่ะ  ใช้แปรงจิ้มอายแชโดว์มาแตะเบาๆทับอายไลเนอร์ไปด้วยเลย
ถ้าเขียนขอบตาล่าง ก็แตะเบาๆด้านล่างเช่นกันค่ะ  แตะไปจนโอเค แล้วก็ปล่อยค่ะ
หลังจากนี้จะปัดขนตาหรือไม่ปัดก็ได้ค่าาา

ปล. ในรูปโทรมมากกกกก ทาแป้งตั้งแต่เช้ายันเย็น ไม่ได้เติมแป้งเลย T^T
แต่เพิ่งลองแต่งวันนี้ดู พอไหวๆ ฮ่าๆๆ




1. ปัดมาสคาร่าแล้วขนตาไม่เด้ง ขนตาหัก ขนตาตก


จริงๆปัญหานี้ออนก็ยังไม่แน่ใจว่ามันเกิดจากอะไร แต่ออนเป็นคนขนตายาว(มากกก)
เส้นที่ร่วงๆมาวัดได้เส้นละเซน บางเส้นก็เซนกว่าๆตลอดเลย ทำให้เวลาปัดขนตาแล้วขนตาจะแอบตก T^T
เพราะเหมือนกับว่าขนตายาวเกินไป และยิ่งเราไปเติมความหนา เสริมความยาวก็ยิ่งทำให้ปลายของขนตาหนัก
และถ่วงน้ำหนัก ทำให้ขนตาไม่เด้ง และตกในระหว่างวัน :(

= วิธีการแก้ที่ได้ผลสำหรับออนก็คือ .. หลังจากดัดขนตาเสร็จ ค่อยๆใช้มาสคาร่าตัวหนา แตะๆย้ำๆ
ทำแบบซิกแซกตรงโคนของตา ( ตรงช่วงที่มันยังไม่งอนขึ้นไป ) เหมือนกับเป็นการเสริมฐานให้
หนาและแข็งแรง แตะๆไปเรื่อยจนโคนขนตาหนา รอจนแห้ง แล้วหลังจากนั้นจะใช้มาสคาร่าตัวเดิม
หรือมาสคาร่าแบบยาวปัดซิกแซกๆบริเวณช่วงขนตาส่วนบน (ส่วนที่โค้งขึ้นมาแล้ว ) ก็ได้

= พยายามอย่าปัดขนตายาวจนเว่อร์ มาสคาร่าที่ช่วยในเรื่องขนตายาว มักจะมีไฟเบอร์มาช่วยต่อ
ขนตายาวเสมอๆ  แต่พวกไฟเบอร์พวกนั้นนั่นแหละ คือส่วนที่ทำให้ขนตาตกระหว่างวัน เพราะมันคือ
ไฟเบอร์ เป็นเส้นใยเล็กๆ ไม่ได้แข็งแรงและไม่ได้ติดกับขนตาของเราจริงๆ ปัดให้สวยแต่พอดีๆ
ไม่อย่างนั้นถ้าขนตาตกระหว่างวัน หรือไฟเบอร์ร่วงเป็นขุยๆ จะน่าเซ็งกว่ามากๆค่ะ

= Recommended Items
- Dejavu Fiber Wig ( ช่วยให้ขนตายาวววว )
- Dejavu Lash Knockout ( ช่วยให้ขนตาหนาาาาา )
- Estee Lauder Magna Scopic Maximum Volume  ( ขนตาหนาา เด้งๆๆ )


ปล. รูปจาก workshop ของ Dejavu ค่าา



2. ดัดขนตายังไงให้ขนตาเด้งงงงง

จริงๆพูดลำบากมากๆ เพราะบางคนก็บอกว่าต้องที่ดัด SHU เท่านั้นถึงจะเด้ง
แต่บางคนก็บอกว่า 20 บาทตลาดนัดก็เด้งได้เหมือนกัน .. แต่บางอันก็ไม่เด้งเลย
ออนเคยลองตั้งแต่อันละไม่กี่บาทตามเซเว่น จนตอนนี้ใช้ SHU ความแตกต่างก็ไม่ได้มากมาย

เพียงแต่ว่าของ SHU จะเด้งนานกว่า ( แต่มันไม่พอดีกับเบ้าตา เวลาดัดแล้วเหล็กตรงที่ดัดชอบจิ้มตา T^T น้ำตาไหลเลย )
แอบคิดถึงของเก่าราคาถูก ที่โยนทิ้งไปซะแล้ว เด้งน้อยกว่ากันนิดหน่อย แต่ไม่ทำให้ออนน้ำตาไหลตอนเช้า ฮ่าๆๆ ..

= วิธีดัดขนตาให้เด้งๆของออนก็คือเวลาดัด ค่อยๆดัดค่ะ ไม่ต้องดัดซะแรง เดี๋ยวขนตาจะหักซะเปล่าๆ
เวลาดัดก็ขยึ๊บๆๆๆ ดัดปล่อยดัดปล่อย เวลาค้างไว้ก็ค้างไว้ซัก 5-10 วิต่อครั้งค่ะ โดยจะเริ่มดัดขนโคน
ขึ้นมาถึงข่วงกลางของขนตา ทำซ้ำๆ แต่ไม่ต้องดัดแรง ดัดเบาๆ แต่ทำซ้ำๆ จะช่วยให้ขนตางอนขึ้นมาจริงๆค่ะ

= เวลาดัด อย่าเอาข้อศอกเท้าโต๊ะเด็ดขาดดดด !! เพราะเตยมีกรณีที่สาวๆหลายคนเท้าโต๊ะ แล้วข้อศอกลื่นไถล
แล้วนั่นก็หมายถึงว่า .. มือที่เรากำลังดัดขนตาก็จะโดนดึงไปตามความแรงของข้อศอกที่ไถล และขนตาก็ไปด้วยค่ะ T^T
เห็นสาวๆเล่าให้ฟังแล้วสยองแทนเลย เพราะกว่าขนตาจะขึ้นนี่สิ ไหนจะเจ็บอีก เหมือนกับขนตาหลุดทั้งแผง ไม่ไหวๆ

ปล. คุณแม่และญาติๆและอีกหลายๆคนบอกว่าออนหน้าเหมือนแชริม .. คือหน้าบานและกลมเหมือนกัน T^T ฮ่าๆๆ


 

Discussion (83)

ขอบคุณนะค่ะ
ได้เทคนิคการเเต่งหน้าหลายอย่างเลย

ขอบคุณ ทริป ดี ๆ ค่ะ

เพิ่มเริ่มแต่งหน้า จิง ๆจัง ๆ

กำลัง ฝึกฝน/*/

ได้เทคนิคดี ๆ ไปใช้เยอะมาก ๆ..

แอบใช้ เบสเขียว เหมือนคุณออนด้วย 55

พี่ออนน่ารักมากเลยอะค่ะ

ไม่เคยเม้นท์ตอบใครเลยนะคะ แต่อยากจะบอกว่าติดตาม ผลงานของคุณBbyOnnตลอดค่ะ
ขอบคุณสำหรับบทความดีดี ^^
ขอบคุณมากค่ะ ชอบๆๆๆๆ