Beauty Arrival

พบกับคุณสมบัติใหม่ๆ (รวมถึงสิ่งที่คุ้นเคย) ใน Nike ZoomX Vaporfly NEXT% 2

รองเท้าวิ่งไนกี้ ซูมเอ็กซ์ เวเปอร์ฟลาย เน็กซ์ เปอร์เซ็นต์ 2 ได้นำเทคโนโลยีรองรับแรงกระแทกซูมเอ็กซ์ (ZoomX) มาสู่นักวิ่งทั้งระดับอิลีทและนักวิ่งที่ชื่นชอบการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ โดยได้ผสานเพลทคาร์บอนเต็มความยาวรองเท้าเพื่อมอบการส่งคืนพลังงานที่ดีเยี่ยม เวอร์ชั่นที่สองของรองเท้ารุ่นนี้ออกวางจำหน่ายครั้งแรกในสีสันแนวมินิมอลสำหรับสมาชิกไนกี้ที่ร่วมเวิร์คช็อปต่อเนื่องการฝึกสอนของ บิลล์ บาวเวอร์แมน (Bill Bowerman) ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ไนกี้ ตามด้วยการออกจำหน่ายที่เพิ่มมากขึ้น ในสีฟ้า Aqua ตามภาพด้านบน โดยได้เพิ่มเติมคุณสมบัติใหม่ๆ จากหน้ารองเท้าเพื่อให้ความสบายและความทนทานได้มากยิ่งขึ้นในขณะที่ยังคงรายละเอียดต่างๆ ในส่วนที่อยู่ใต้เท้า โดยเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในแวดวงนักวิ่งซึ่งล้วนมอบความไว้วางใจและตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาที่ต้องการเพื่อทำลายขีดจำกัดของตนเอง

คุณสมบัติใหม่ (และคุณสมบัติที่คุ้นเคย) ของรองเท้าวิ่ง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% 2 มีดังต่อไปนี้

● คุณสมบัติใหม่
- ผ้าตาข่ายที่ใช้ทำหน้ารองเท้าให้ผิวสัมผัสนุ่ม และระบายอากาศได้ดีกว่าวัสดุเวเปอร์วีฟ (Vaporweave) โดยผ้าตาข่ายชนิดนี้กระชับตัวเข้ากับเท้าได้ดีกว่า และช่วยให้เท้าคงความสบายเนื่องจากระบายอากาศได้ตลอดการแข่งขัน
- บุนุ่มที่ด้านบนของลิ้นรองเท้าช่วยให้ความกระชับ สบายยิ่งขึ้น และลดแรงกดของเชือกผูกรองเท้า
- เสริมวัสดุที่บริเวณปลายเท้าเพิ่มเติมเพื่อให้โอบอุ้มเท้าดียิ่งขึ้น และมอบความคงทนที่มากขึ้นในจุดที่มีการสึกหรอสูง

● คุณสมบัติที่คุ้นเคย
- เพลทคาร์บอนประกบเต็มความยาวรองเท้า ให้ความรู้สึกถึงแรงส่งและช่วยให้ส่งถ่ายแรงแบบก้าวต่อก้าวได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
- ส่วนปลายเท้าของพื้นชั้นกลางที่กว้าง ช่วยให้ความรู้สึกถึงแรงส่งและการตอบสนองของซูมเอ็กซ์ได้สูงสุดจากฐานที่มั่นคง
- โฟมซูมเอ็กซ์ เต็มความยาวรองเท้า ให้ความรู้สึกในการวิ่งที่เบาและตอบสนองดี
- ร่องลึกตามแนวยาวที่พื้นรองเท้าชั้นนอกช่วยให้การยึดเกาะที่ดียิ่งขึ้นบนพื้นผิวต่างๆ รวมถึงในสภาพการแข่งขันที่หลากหลาย
- ค่าระยะออฟเซ็ต (offset) ที่ 8 มิลลิเมตร ช่วยในเรื่องความมั่นคงและการส่งคืนพลังงาน

รองเท้าวิ่ง Nike ZoomX Vaporfly NEXT% 2 วางจำหน่าย 2 สี ได้แก่ สีขาว โดยวางจำหน่ายแล้วในจำนวนจำกัดสำหรับสมาชิก Nike members เท่านั้น และสีฟ้า Aqua วางจำหน่ายแล้วบนเว็บไซต์ Nike.com

วัตสัน ส่งโปรดับร้อน “Summer Buffet Party” ช้อปได้ตามใจคุณ คละสินค้า 3 ชิ้นได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาทเท่านั้น!

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศ ยกขบวนสินค้าจัดโปรฯ ดับร้อน “Summer Buffet Party” เสิร์ฟความสุขให้บรรดานักช้อปที่ไม่ชอบความจำเจได้เปย์กันแบบจุก ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ หรือผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ก็จับมาคละรวมกันในโปรฯ สุดคุ้มนี้ได้ไม่กำหนด ไม่ว่าจะช้อปหน้าร้านหรือออนไลน์ก็เลือกสินค้าตรงใจเอาไปใช้ตรงจุด เริ่มต้นที่ 199 บาท 299 บาท และ 899 บาท เท่านั้น พิเศษ! สำหรับสมาชิกวัตสัน ช้อปสินค้าร่วมรายการในราคาพิเศษรับส่วนลดมากกว่า 25% พร้อมรับคะแนน Bonus Points แบบจัดหนัก กลับไปอีกด้วย คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!

มาช้อปโปรบุฟเฟ่แบบจุก ๆ ที่เน้นความคุ้มจัดหนัก ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน – 19 พฤษภาคม 2564 นี้เท่านั้น ที่ร้านวัตสันทุกสาขาทั่วประเทศ หรือจะช้อปออนไลน์ได้ที่ แอปฯ วัตสันออนไลน์ ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน WatsonsTH ได้ทั้งบน PlayStore และ AppStore หรือจะสั่งซื้อผ่านหน้าเว็บ www.watsons.co.th ก็ได้เช่นกัน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย หรือ Official Line WatsonsTH และ แอปพลิเคชัน WatsonsTH

รายการสินค้าร่วมรายการที่น่าสนใจ

● 3 ชิ้น ในราคา 199 บาท ช้อปเลยที่เว็บ Watsons!
- เฟธอินเฟช โกลด์ มาสก์/ แพลทตินั่ม มาสก์ 25 กรัม ราคาปกติ 169 บาท
- คอลเกต ยาสีฟัน ออฟติคไวท์พลัสไชน์/ โวลคานิค 100 กรัม 129 บาท
- ลิสเตอรีน น้ำยาบ้วนปากสูตรคลูมินต์ 500 มล. ราคา 124 บาท
- วัตสัน ทรีทเมนท์แชมพู 400 มล. (ทุกสูตร) ราคา 99 บาท

● 3 ชิ้น ในราคา 299 บาท ช้อปเลยที่เว็บ Watsons!
- กลุ่มผลิตภัณฑ์ เนชัลรัล บายวัตสัน ราคาปกติ 180-200 บาท
- ฟอร์ยูทู แมท / แมอร์บลัชออน เมดบาย 4.5 กรัม ทุกเฉด ราคา 149 บาท
- แพนทีน คอนดิโททอล แดเมจแคร์ - คอนดิเคราติน 300 มล. ราคา 159 บาท
- เมดิฮีล ลาโบแคร์ลิปส์ ฮีลบาล์ม / ฮีลเซนศ์ 10 มล. ราคา 199 บาท
- ยูรีอาช สเปรย์น้ำแร่ 50 มล. ราคา

● 3 ชิ้น ในราคา 899 บาท ช้อปเลยที่เว็บ Watsons!
- ชาเม่ ชายเอส/คอลลาเจนเบอร์รี่ ลูทีน / คอลลาเจนไบโอดิน / คอลลาเจนเซราไมด์ 10 ซอง ราคาปกติ 850-1,090 บาท
- วัตสัน 7 เดย์มาสก์เซ็ต 7 แผ่น ราคาปกติ 399 บาท
- รีจีเนช แฮร์โทนิค 30 มล. ราคาปกติ 390 บาท
- แบลคมอรส์ ฟิชออยล์ 1000 มก. 80 แคปซูล ราคาปกติ 720 บาท
- ลาโรชโพเซย์ ลิปิกาบอดี้เจล ลาวอง ราคาปกติ 340 บาท

● สำหรับสินค้าแลกซื้อ เมื่อช้อปครบทุก ๆ 300 บาทขึ้นไป
- แลคตาซิด ออลเดย์แคร์/ออร์เดอร์เฟรช 150 มล. ราคาปกติ 135 ราคาแลกซื้อ 67 บาท
- โอเลย์ครีมอาบน้ำ 500 มล. (ทุกสูตร) ราคาปกติ 199 ราคาแลกซื้อ 99 บาท
- เดอมาแอคชั่นพลัส บายวัตสัน แอคเนเดย์ โลชั่น SPF50 20 มล. ราคาปกติ 159 ราคาแลกซื้อ 79 บาท
- วาสลีน เฮลธ้ไบร์ทกลูต้าไฮยา เซรั่มเบิสลท์ยูวีโลชั่นดิวอี้เรเดี้ยน/ฟลอเลสโกลว์ 330 มล. ราคาปกติ 239 ราคาแลกซื้อ 119 บาท
- แบลคมอร์ส ฟิชออยล์ มินิ 30 แคปซูล ราคาปกติ 360 ราคาแลกซื้อ 129 บาท

คุ้มยิ่งกว่า! เมื่อซื้อ OPPO A94 สมาร์ทโฟน "ใช้ชีวิตให้เต็มสปีด" คู่กับ OPPO Band สมาร์ทแบนด์เพื่อสุขภาพ

OPPO มอบโปรโมชั่นสุดคุ้มยิ่งขึ้นกับสมาร์ทโฟน OPPO และสมาร์ทแบนด์รุ่นล่าสุด เมื่อซื้อ OPPO A94 คู่กับ OPPO Band รับส่วนลดราคาพิเศษของ OPPO Band ในราคาเพียง 999 บาท จากปกติ 1,199 บาทเท่านั้น ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

OPPO A94 สมาร์ทโฟนจาก A Series รุ่นใหม่ล่าสุดที่โดดเด่นในเรื่องชาร์จไวแบบเต็มสปีด มาพร้อมสโลแกน “ใช้ชีวิตให้เต็มสปีด” ไปกับเทคโนโลยีชาร์จไว 30W VOOC Flash Charge 4.0 ชาร์จแบตเตอรี่ 100% ภายในเวลาเพียง 56 นาที และชาร์จเพียง 5 นาที สามารถรับชม YouTube ได้มากถึง 2.9 ชั่วโมง และคุยได้มากถึง 3.2 ชั่วโมง เต็มสปีดด้วย RAM 8GB และ ROM 128GB พร้อม AI 4 กล้องหลังความละเอียดสูงสุด 48MP และ กล้องหน้าความละเอียด 32MP อัดแน่นด้วยฟีเจอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น AI Color Portrait ถ่ายภาพและวิดีโอสนุกยิ่งขึ้นด้วยการปรับสีฉากหลังเป็นสีขาวดำแบบเรียลไทม์, Dual-View Video บันทึกวิดีโอได้พร้อมกันทั้งกล้องหน้าและหลัง และ Dynamic Bokeh ฟีเจอร์ปรับพื้นหลังให้มีลูกเล่นเคลื่อนไหวแบบไดนามิก มาพร้อมดีไซน์บางเบา ฝาหลังโค้ง 3 มิติ และหน้าจอ Punch-hole AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว โดย OPPO A94 มีให้เลือก 2 สี คือ สีม่วง Fantastic Purple และสีดำ Fluid Black

สำหรับ OPPO Band ถือเป็นสมาร์ทแบนด์สุดคุ้มรุ่นแรกจากออปโป้ที่มาภายใต้สโลแกน “Activate Your Health” โดดเด่นในเรื่องการตรวจสอบออกซิเจนในเลือดอย่างต่อเนื่องด้วยเซ็นเซอร์ SpO2 ช่วยตรวจสอบความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดแบบวินาทีต่อวินาที ได้ถึง 28,800 ครั้ง ในขณะนอนหลับเป็นเวลา 8 ชั่วโมง พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนานถึง 12 วัน ไร้กังวลเรื่องแบตเตอรี่แม้จะต้องเดินทางเป็นเวลานาน มาพร้อมหน้าจอ AMOLED แบบ Full Color ขนาด 1.1 นิ้ว ที่แสดงตัวอักษรได้สูงสุด 50 ตัว และสามารถแสดงผลได้ครอบคลุม DCI-P3 ได้ 100% อีกทั้งยังพร้อมเป็นคู่หูในการออกกำลังกายด้วยโหมดการออกกำลังกายที่ให้มาถึง 12 โหมด และความสามารถในการป้องกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร โดย OPPO Band มีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และ สีลาเวนเดอร์

ใครที่สนใจ OPPO A94 สมาร์ทโฟนชาร์จไวแบบเต็มสปีด และ OPPO Band สมาร์ทแบนด์เพื่อสุขภาพ สามารถซื้อได้ในราคาพิเศษ! โดยเมื่อซื้อ OPPO A94 ในราคา 9,499 บาท คู่กับ OPPO Band รับส่วนลดของ OPPO Band เหลือเพียง 999 บาท จากปกติ 1,199 บาทเท่านั้น! ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ OPPO A94 เพิ่มเติมที่ https://www.oppo.com/th/smartphones/series-a/a94/ และข้อมูลผลิตภัณฑ์ OPPO Band เพิ่มเติมที่ https://www.oppo.com/th/accessories/oppo-band/

บัตรกรุงศรี เดบิต ให้ลูกค้าเต็มอิ่มกับซีรีส์บน VIU ด้วยค่าบริการ เพียง 59 บาท

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) จัดเต็มเอาใจลูกค้าผู้ถือบัตรกรุงศรี เดบิต ทุกประเภท ให้ได้เต็มอิ่มกับซีรีส์และหนังดี มอบส่วนลดค่าบริการรายเดือน บริการทีวีสตรีมมิ่ง VIU Premium เหลือเพียง 59 บาท จากปกติ 119 บาท นานสูงสุด 3 เดือน เมื่อชำระค่าบริการผ่านบัตรกรุงศรี เดบิต ผ่านทางแอปพลิเคชั่น VIU หรือ www.viu.com จำกัดสิทธิ์ 1 หมายเลขการใช้งาน VIU ต่อ 1 หมายเลขบัตรกรุงศรี เดบิต ลูกค้าผู้สนใจสมัครใช้งานได้แล้ววันนี้จนถึง 30 มิถุนายนนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.viu.com/ott/th/th/premium/

Vivo ชวนส่อง 5 เหตุผล ประกอบการตัดสินใจ เปลี่ยนสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ ในงบไม่ถึงหมื่น!

วิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และมีเหตุผลมากมายที่ผู้ใช้งานในปัจจุบันเลือกที่จะยอมเปลี่ยนจากอุปกรณ์เครื่องเก่าที่ไม่ตอบโจทย์ แล้วอัปเกรดมาเป็นสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีโดนๆ ให้ก้าวทันกับเทรนด์โลกที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ วันนี้ Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก จะพาไปส่อง 5 เหตุผลสำคัญ ว่าทำไมคุณถึงจะต้องบอกลาสมาร์ตโฟนเครื่องเก่า และเตรียมเป็นเจ้าของนวัตกรรมใหม่ๆ ในงบประมาณที่ไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท!

1. ยุคแห่งการสร้างสรรค์คอนเทนต์
ในยุคที่ผู้คนเชื่อมต่อกันผ่านสังคมออนไลน์มากขึ้น มีการสร้างสรรค์คอนเทนต์แปลกใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้น อุปกรณ์สมาร์ตโฟนของเราต้องพร้อมสร้างสรรค์และรับชมทุกเทรนด์คอนเทนต์ที่กำลังมาแรง ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์ที่ทันสมัย ทั้ง กล้องหน้า กล้องหลัง หน้าจอ แบตเตอรี่ การเชื่อมต่อสัญญาณ และฟีเจอร์อื่นๆ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คอนเทนต์บนโลกออนไลน์ของเราโดดเด่นไม่แพ้ใคร

2. เตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคการเชื่อมต่อ 5G แบบเต็มตัว
บอกลาการเชื่อมต่อแบบเดิมๆ เตรียมพร้อมเข้าสู่ยุค 5G อย่างเต็มรูปแบบ กับสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ที่รองรับทุกความถี่ในประเทศไทย ทั้ง 4G และ 5G ไม่ว่าจะอัปโหลด หรือดาวน์โหลด รับรองว่าผู้ใช้งานจะไม่พลาดทุกการติดต่อ พร้อมอัปเดตข้อมูลข่าวสาร คอนเทนต์ และเรื่องราวจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ในมือได้อย่างง่ายดายในความเร็วระดับวินาที จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่คือยุคของสมาร์ตโฟน 5G อย่างแท้จริง

3. สนุกได้ทั้งวัน หมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่
แม้จะอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์สุดล้ำ แต่หากสมาร์ตโฟนไม่มีความจุแบตเตอรี่ที่มากพอ ผู้ใช้งานอาจจะไม่ได้รับประสบการณ์เทคโนโลยีสุดล้ำอย่างเต็มที่ ดังนั้น สมาร์ตโฟนยุคใหม่จึงจำเป็นต้องมีความจุแบตเตอรี่มากเพียงพอต่อการใช้งานตลอดทั้งวันโดยที่ไม่ต้องพกพาแบตเตอรี่สำรองหรือสายชาร์จให้หนักกระเป๋าอีกต่อไป

4. ใช้งานได้อย่างมั่นใจ ไม่อายใคร กับดีไซน์ที่โดดเด่น
นอกจากเรื่องเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่ล้ำหน้าแล้ว เรื่องการดีไซน์และออกแบบสมาร์ตโฟนถือเป็นปัจจัยหลักๆ ที่ผู้ใช้งานนำมาประกอบการตัดสินใจซื้อสมาร์ตโฟนใหม่สักเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอความละเอียดสูงขนาดใหญ่เต็มตา ให้ภาพคมชัด ตัวเครื่องบาง น้ำหนักเบา ผลิตจากวัสดุพรีเมียม เหมาะกับการพกพาติดตัวไปทุกที่ ตลอดจนสีสันของตัวเครื่องที่โดดเด่นบ่งบอกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว รวมทั้งการจัดวางเลย์เอาต์ของกล้องถ่ายภาพทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ที่ช่วยให้สัดส่วนของตัวเครื่องดูสวยงามทุกการสัมผัส

5. สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำของเทคโนโลยี ในราคาสบายกระเป๋า
เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสมาร์ตโฟนระดับแฟล็กชิปเสมอไป Vivo Y72 5G อัดแน่นด้วยสุดยอดฟีเจอร์ระดับพรีเมียม ให้ผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่มได้สัมผัสประสบการณ์นวัตกรรมชั้นนำอย่างเต็มประสิทธิภาพ คุ้มค่า คุ้มราคา จัดเต็มมาครบทุกฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบันทั้งตัวซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก

Vivo Y72 5G มาพร้อมกับเทคโนโลยีรองรับการเชื่อมต่อ 5G พร้อมแนวคิด ‘5G เข้าถึงทุกที่ ทุกเวลา’ เพื่อมอบประสบการณ์สุดลื่นไหลในทุกสถานการณ์ เก็บทุกภาพความประทับใจด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพได้คมชัดทุกท่วงท่า เลนส์มุมกว้างพิเศษ Super Wide-Angle (120 องศา) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพได้กว้างสะใจทุกองศา และเลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สร้างสรรค์สิ่งเล็กๆ รอบตัวให้มีชีวิตชีวามากขึ้น พร้อมรองรับฟีเจอร์ Super Night Mode, Super Night Selfie,โหมดกันสั่น EIS และ Eye Autofocus นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ RAM 8 GB และ ROM 128 GB พร้อมทำงานด้วยชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 700 รุ่นล่าสุด เต็มที่กับทุกกิจกรรมตลอดวันด้วยแบตเตอรี่ 5,000 มิลลิแอมป์ พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว 18W มีให้เลือกสองสี ได้แก่ Graphite Black และ Dream Glow สวยโดดเด่น เปล่งประกายหลากหลายมิติ Vivo Y72 5G เปิดให้เป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ที่ราคา 9,999 บาท ณ Vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดอื่นๆ และโปรโมชันพิเศษเพิ่มเติมได้ที่https://www.vivo.com/th

ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างมีระดับ เมื่อ DNA ของ RADO อยู่บนข้อมือคุณ

เมื่ออดีตมาบรรจบกับปัจจุบันในปี 2021... ถึงเวลาแล้วที่ Captain Cook นาฬิการุ่นเอกของ Rado จะเปิดตัวในวัสดุชั้นเลิศที่ผู้เชี่ยวชาญวัสดุให้การยอมรับ นั่นคือ ไฮเทคเซรามิก (High-Tech Ceramic)

ในปีค.ศ.2021 ถือเป็นปีแห่งความหวังและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในโอกาสนี้เอง Rado อยากให้คุณได้สัมผัสกับนาฬิกาเรือนพิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการอีกครั้งหนึ่ง ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา Rado ได้วิจัยและพัฒนานาฬิการุ่น Captain Cook High-Tech Ceramic โดยยังคงให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์และรูปแบบดั้งเดิมของ Rado Captain Cook อยู่เช่นเคย

การพัฒนาต่อยอดจากคอลเล็กชั่น Captain Cook ในครั้งนี้มีการนำไฮเทคเซรามิกซึ่งถือเป็น DNA ที่แท้จริงของ Rado มาใช้ นอกจากนี้ Rado ยังประสบความสำเร็จในการนำนวัตกรรมไฮเทคเซรามิกมาหล่อเป็นตัวเรือนแบบชิ้นเดียว อีกทั้งคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วนและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ส่วนภายในมาพร้อมกลไกระดับพรีเมี่ยมของแบรนด์ นั่นคือ คาลิเบอร์ (Calibre) R734 และขดลวดขนาดเล็ก NivachronTM Hairspring ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรม อันยอดเยี่ยมของ Rado เพราะ NivachronTM มีคุณสมบัติช่วยปกป้องนาฬิกาจากสนามแม่เหล็กรอบๆ ตัวในชีวิตประจำวันของเราได้อีกด้วย

สำหรับ Captain Cook ในตัวเรือนเซรามิก ได้นำมาเผยโฉมครั้งแรกในปีนี้ ในขนาด 43 มม. มีทั้งหมด 4 โมเดลด้วยกัน เริ่มจากโมเดลแรก ตัวเรือนและสายนาฬิกาทำจากไฮเทคเซรามิกสีดำ กรอบหน้าปัดแบบหมุนได้เป็นสแตนเลสชนิดที่มีความแข็งแรงคงทน ตัวอินเสิร์ตของนาฬิกาใช้ไฮเทคเซรามิกสีดำเช่นกัน โมเดลที่สองใช้ตัวเรือนและหน้าปัดเหมือนโมเดลแรก แต่สายนาฬิกาเป็นยาง สำหรับคนที่อยากใส่นาฬิกาแมตช์กับลุคสบายๆ ไม่ทางการมากนัก ส่วนโมเดลที่สาม ตัวเรือนและสายทำจากไฮเทคเซรามิกสีดำ กรอบหน้าปัดแบบหมุนได้เคลือบ PVD สีโรสโกลด์ดูมีระดับตัวอินเสิร์ตใช้ไฮเทคเซรามิกสีดำ สำหรับโมเดลรุ่นสุดท้าย โดดเด่นด้วยตัวเรือนกับสายนาฬิกาที่เป็นพลาสม่าไฮเทคเซรามิกสีดำ กรอบหน้าปัดเป็นสแตนเลสชนิดแข็งแรงเป็นพิเศษ อินเสิร์ตนาฬิกาใช้ไฮเทคเซรามิกสีน้ำเงิน

Rado Captain Cook High-Tech Ceramic ไม่ได้มีเพียงความสวยงามและหรูหราเท่านั้น แต่รูปโฉมที่ดีนี้มาพร้อมประสิทธิภาพเหนือระดับ ด้วยกลไก Calibre R734 มีพลังงานสำรองให้สูงถึง 80 ชั่วโมง กันน้ำได้ในระดับ 30 บาร์ (300 เมตร) เมื่อมองลึกลงไปถึงพื้นหลังของหน้าปัดและตัวเรือนที่เป็นคริสตัลแซฟไฟล์สีดำ จะได้เห็นกลไกการทำงานข้างใน การขยับของฟันเฟืองต่างๆ โดยที่ขณะเดียวกันกลับไม่รบกวนสายตาในการดูเวลาบนหน้าปัดแต่อย่างใด เพราะทั้งสัญลักษณ์สามเหลี่ยมบนกรอบหน้าปัด เข็มนาฬิกา และลูกศรขนาดใหญ่บนเข็มนาฬิกาประจำรุ่น Captain Cook นั้นแต่งแต้มด้วยพรายน้ำ SuperLumiNova® สีขาวพิเศษ ทำให้เรามองเห็นได้อย่างชัดเจนในที่มืดตัวหน้าปัดที่สวยสะดุดตานี้ยังมีสัญลักษณ์สำคัญของ Rado นั่นคือสมอเรือหมุนได้ อยู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้เกราะป้องกันอย่างคริสตัลแซฟไฟร์

Captain Cook Ceramic รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีทั้งกลไกและวัสดุชั้นเลิศระดับมาสเตอร์พีซนี้ รอให้ทุกคนได้มาสัมผัสด้วยตัวเองแล้ว เพื่ออิ่มเอมไปกับความสบายและน้ำหนักที่เบาเหลือเชื่อ สำหรับนาทีนี้ Captain Cook High-Tech Ceramic คือ DNA ของ Rado อย่างแท้จริง

ยินดีต้อนรับสู่การเดินทางในห้วงเวลาแสนพิเศษของ Rado อีกครั้ง
พบกับ Captain Cook Ceramic รุ่นใหม่ล่าสุด ได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ช่องทางออนไลน์ Shopee และ Lazada หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่Line Official: @Radothailand หรือ โทร. 02-610-0200

เบอร์ทอลลี่® ปล่อยซีรี่ส์ “เคล็ดลับทำอาหารฉบับชาวคอนโด” จับมือ Reenp นักวาดภาพประกอบสไตล์มินิมอลมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวในลายเส้นสุดน่ารัก

เบอร์ทอลลี่® แบรนด์น้ำมันมะกอกอันดับหนึ่งของโลกเปิดตัวซีรี่ส์ภาพประกอบชุดใหม่เพื่อแนะนำเคล็ดลับการทำอาหารสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโด เพื่อเดินหน้าสานสัมพันธ์กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเคล็ดลับการทำอาหารพร้อมภาพประกอบชุดนี้เล่าถึงวิถีชีวิตทั่วไปของคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโด ผ่านวิธีการเล่าเรื่องแบบมีอารมณ์ขัน พร้อมบอกต่อเคล็ดลับในการทำอาหารในคอนโดแบบง่ายๆ แต่ปฏิบัติตามได้จริง

เบอร์ทอลลี่ได้ร่วมมือกับ Reenp นักวาดภาพประกอบไทยรุ่นใหม่ ที่มาช่วยรังสรรค์เนื้อหาที่เข้าใจง่าย ผ่านภาพประกอบทั้งหมด 8 ชุด ที่เล่าถึงวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ดำเนินเรื่องโดยตัวละครหลักเป็นหญิงสาวซึ่งอาศัยอยู่ในคอนโดแห่งหนึ่ง ภาพประกอบชุดนี้ช่วยแนะนำเคล็ดลับสนุกๆ ตั้งแต่การวางแผนและเตรียมวัตถุดิบในการปรุงอาหาร ตลอดถึงสนับสนุนให้ผู้คนใส่ใจกับการทำอาหารเพื่อสร้างสรรค์ช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน แม้ว่าจะมีข้อจำกัดด้านพื้นที่

“จากความสำเร็จในประเทศไทยกว่า 30 ปี ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์เบอร์ทอลลี่และผู้บริโภคชาวไทยนั้นมีความเด่นชัดมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยคนไทยหันมาใส่ใจด้านสุขภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็เลือกใช้เวลาไปกับการทำอาหารและรับประทานอาหารที่บ้าน โดยเห็นได้ชัดจากการที่กลุ่มคนรุ่นใหม่นั้นเริ่มมองหาอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น แต่ก็ยังคงตั้งใจดูแลคนรอบข้าง รวมถึงคนในครอบครัว เบอร์ทอลลี่จึงได้เปิดตัวซีรี่ส์เคล็ดลับทำอาหารสำหรับผู้ที่อยู่ในคอนโดเพื่อตอบโจทย์คนกลุ่มนี้” นาย โฮเซ่ มาเรีย เซกราโด ฮิเมเนส ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ ของดีโอเลโอ กล่าว

“ขณะที่ผู้บริโภคชาวไทยต่างให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ที่เน้นเรื่องสุขภาพและความยั่งยืนมากขึ้น เราทราบดีว่าความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ของเบอร์ทอลลี่จะช่วยให้เราสามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และหวังว่าจะช่วยให้คนไทยสามารถยกระดับมื้ออาหารในทุกๆ วัน ด้วยน้ำมันมะกอกที่เปี่ยมด้วยคุณประโยชน์ โดยไม่ต้องกังวลว่าครัวจะมีข้อจำกัดด้านขนาดพื้นที่

ภาพประกอบแนะนำเคล็ดลับในการทำอาหารชุดนี้ได้ต่อยอดมาจากคลิปวิดีโอสั้นล่าสุดจากเบอร์ทอลลี่ที่ถ่ายทำขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะ และนำแสดงโดยคนไทย โดยวิดีโอโฆษณาชิ้นนี้ได้บอกเล่าเรื่องราวความประทับใจภายในครอบครัว และตอกย้ำถึงความอเนกประสงค์และความหลากหลายในการนำมาประกอบอาหารของน้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่กับเมนูอาหารไทย พร้อมทั้งนำเสนอคุณค่าทางโภชนาการและสุขภาพ

“คนไทยนั้นมีความเข้าใจและให้ความสำคัญกับความสุขในการทำอาหารและช่วงเวลาการรับประทานอาหารร่วมกันอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่แบรนด์เบอร์ทอลลี่เองก็เชื่อมั่นเช่นกัน ในช่วงเวลาที่ผู้คนต่างเลือกใช้เวลาอยู่ที่บ้านกันมากขึ้น และเลือกทำอาหารร่วมกับครอบครัวและคนที่พวกเขารักนั้น เบอร์ทอลลี่เชื่อว่านี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการแบ่งปันเรื่องราวที่น่าประทับใจ” นายโฮเซ่ กล่าวเพิ่มเติม

น้ำมันมะกอกเบอร์ทอลลี่วางจำหน่ายในประเทศไทยและมีหลายสูตรให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็น สูตร Extra Light สูตรธรรมดาฝาสีส้ม สูตร Extra Virgin และสูตร Extra Virgin แบบออร์แกนิค ที่เหมาะสำหรับเมนูอาหารไทยทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นกรรมวิธีแบบทอด ผัด รับประทานกับสลัด หมัก ย่าง หรือแม้กระทั่งกับเมนูอบ โดยสามารถช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง


ผู้ที่สนใจสามารถดูเคล็ดลับการทำอาหารฉบับชาวคอนโด พร้อมภาพประกอบได้ทางเพจ Bertolli Thailand https://www.facebook.com/BertolliTH/

Birkenstock - Stay in Style แมทช์ลุคกับรองเท้าลำลองแบบมีสไตล์

ซัมเมอร์นี้เรามา Stay in style กันแบบมีสไตล์ไปกับรองเท้าเบอร์เคนสต๊อก (Birkenstock) รองเท้าลำลองใส่สบายสไตล์มินิมอลที่ไม่ว่าจะแต่งตัวแนวไหนก็เอาอยู่ ไม่ว่าจะแต่งตัวออกไปปลูกต้นไม้หน้าบ้าน เดินไปซื้อกาแฟแถวบ้านจิบเก๋ๆ หรือจะนั่งชิลอยู่บริเวณที่พัก ก็สามารถหยิบรองเท้าของเบอร์เคนสต๊อกมาแมทช์ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นรุ่นยอดนิยมตลอดกาลอย่าง รุ่นมาดริด (Madrid) กิเซ่ (Gizeh) แอริโซนา (Arizona) แล ริโอ (Rio) พูดไปอาจไม่เห็นภาพ เราขอหยิบสไตล์ของเหล่าคนดังบนโลกโซเชียลมาให้ได้ชมกันว่าเขาและเธอจะแมทช์ลุคที่ชอบกับรองเท้าเบอร์เคนสต๊อกอย่างไรบ้าง

● โบว์- เมลดา สุศรี เลือกหยิบรองเท้าเบอร์เคนสต็อกรุ่น Arizona NL Snake Brown มาแมทช์กับโทเทิลลุคเดนิม ให้ลุคที่สบายๆ เข้ากับบรรยากาศช่วงหน้าร้อนนี้

● สองนักแสดงหนุ่มสองสไตล์อย่าง บูม-จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต และกร- กรณรัสย์ องค์สรานนท์ เลือกรองเท้าเบอร์เคนสต๊อกรุ่น Arizona Birko-Flor โดยคุณบูมเลือกเป็น Arizona สีดำแมทช์โปโลสีแดงสดและกางเกงขาสั้นสีเบจ ส่วนคุณกรเลือกเป็นคู่สีขาวแมทช์กับเสื้อยืดขาวพิมพ์ลายและกางเกงขายาวลายริ้ว นับเป็นสองสไตล์เรียบง่ายที่สามารถใส่ได้ทุกวัน

● แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ มาพร้อมสองลุคสองสไตล์ โดยลุคแรกได้เลือกหยิบรองเท้ารุ่น Rio Birko-Flor White แมทช์กับชุดลายพิมพ์สีสันสดใสและหมวกแก๊ปสีขาว ให้อารมณ์สบายๆ รับหน้าร้อน ส่วนลุคที่สองจับคู่รองเท้ารุ่น Madrid Big Buckle Birko-Flor Graceful Pearl White กับชุดเดรสลูกไม้สีขาวสวยหวานสไตล์เฟมินิล

● แตน- สาธิตา นันทศรีรัตน์ แฟชั่นบล็อกเกอร์จากเพจ Wear to Work Style หยิบรองเท้าเบอร์เคนสต็อกรุ่น Madrid Birko-Flor White มาแมทช์ถึง 2 ลุค 2 สไตล์ โดยลุคแรกเป็นกึ่งทางการ เน้นเป็นสีเอิร์ธโทนคู่กับกระเป๋าสานใบใหญ่ดูสบายตา เข้ากับบรรยากาศช่วงหน้าร้อนสุดๆ

● ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก เลือกหยิบรองเท้ารุ่น Arizona EVA White ที่มีน้ำหนักเบา แมทช์กับเสื้อแท้งค์ท็อปเดนิมกับกางเกงขายาวสีเบจ เสริมด้วยแว่นกันแดดฉาบปรอทดีไซน์เก๋ เหมาะสำหรับใส่ไปชิลริมทะเลสุดๆ

● ปิดท้ายด้วย หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ (โอ๋ ฟูตอง) กับลุคสบายๆ ในวันพักผ่อน เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีน้ำเงินแมทช์กับกางเกงชิโนสีเขียวขี้ม้าและรองเท้าเบอร์เคนสต๊อกรุ่น Boston NL Dark Brown

เลือกแมทช์ชุดที่ชอบในสไตล์ของคุณกับรองเท้าเบอร์เคนสต๊อกคู่ที่ใช่ที่เว็ปไซต์ www.ikonthailand.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official : bit.ly/birkenstockth (BirkenstockTH) และร้าน Birkenstock ทุกสาขา

BIOTHERM เปิดช้อปใหม่ official ใน SHOPEE พร้อมโปรสุดคุ้ม!

BIOTHERM ขยายช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ใน SHOPEE เตรียมดีลสุดคุ้ม 27 เม.ย. 64 นี้ เพื่อผิวสุดปังให้นักช้อปออนไลน์

BIOTHERM (ไบโอเธิร์ม) แบรนด์สกินแคร์ชั้นนำจากฝรั่งเศสจากแผนกเครื่องสำอางชั้นสูงในเครือยักษ์ใหญ่ ลอรีอัล กรุ๊ป ตอบรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของแบรนด์จากไลฟ์แพลงตอน ส่วนผสมซิกเนเจอร์เฉพาะของไบโอเธิร์ม พร้อมขยายช่องทางจัดจำหน่ายใน SHOPEE เพิ่มทางเลือกให้นักช้อปออนไลน์ เริ่มวันที่ 27 เม.ย. 64 นี้

การเปิดช่องทางใน SHOPEE เป็นการตอบรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เพิ่มการใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากขึ้น และตอบรับความต้องการในการช้อปออนไลน์ ซึ่งผลักดันให้การเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นอย่างมาก และไบโอเธิร์มยังใช้โอกาสนี้ฉลองครบรอบ 1 ปี กับการประสบความสำเร็จด้วยยอดขายกว่า 5 หมื่นขวดของ BIOTHERM LIFE PLANKTON ELIXIR เซรั่มที่มีส่วนผสมของไลฟ์แพลงตอน อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของแบรนด์ เข้มข้นถึง 5% เพื่อฟื้นบำรุงผิวขั้นสุด ให้ผิวดูกระจ่างใส เรียบเนียน กระชับ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้**

ไบโอเธิร์มเตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ลดสูงสุด 20% สำหรับผู้ที่ช้อปผ่านSHOPEE ในช่วงเปิดตัวระหว่างวันที่ 27 เม.ย. 64 ถึง 4 พ.ค. 64 นี้ รับรองว่าถูกใจสายช้อป ได้แก่
● Pre-Hype
วันที่ 27 เมษายน 2564 – 3 พฤษภาคม 2564 ทุกออเดอร์ รับของขวัญสุดพิเศษ และ 100 ออเดอร์แรกที่ช้อปครบ 1,000 บาท รับ Life Plankton Eye ขนาดจริง มูลค่า 1,900 บาท
● D-Day Grand Launch
วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 รับเพิ่ม ผลิตภัณฑ์ขนาดจริงและขนาดเดินทาง (ตามเงื่อนไขที่ทางร้านค้ากำหนด)

BIOTHERM ทาง Shopee Mall ได้ที่ https://bit.ly/3sbhbzU


#BIOTHERMTHAILAND #ผิวดูดีได้ที่ไลฟ์แพลงตอน
#ไลฟ์แพลงตอนเซรั่ม #สาวกแพลงตอน #BIOTHERMXSHOPEE

OPPO ทุ่มงบขึ้นบิลบอร์ดสนามบินสุวรรณภูมิ บุกตลาดไฮเอนด์ด้วยสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพ OPPO Find X3 Pro 5G

OPPO แบรนด์ผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนไทย ทุ่มงบขึ้นบิลบอร์ดสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมบุกตลาดไฮเอนด์ด้วยสมาร์ทโฟน แฟล็กชิพรุ่นล่าสุดอย่าง OPPO Find X3 Pro 5G สมาร์ทโฟนแฟล็กชิพที่สุดแห่งพันล้านสี ที่ไม่ได้การันตีแค่จากกระแสตอบรับจากสื่อมวลชนทั่วโลกตั้งแต่ยังไม่เปิดตัวเท่านั้น แต่ยังได้รับการตอบรับจากสื่อมวลชนไทยและลูกค้าชาวไทยอย่างล้นหลามถึงสุดยอดนวัตกรรมและดีไซน์ที่สวยงามแบบไร้รอยต่อแห่งอนาคต กวาดยอดขายในการวางจำหน่ายวันแรกเพิ่มขึ้นถึง 259% เมื่อเปรียบเทียบกับ OPPO Find X2 Pro 5G ในการจำหน่ายวันแรก

โดยสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพ OPPO Find X3 Pro 5G ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพยอดนิยมที่สุดรุ่นหนึ่งที่บุกตลาด ไฮเอนด์ในไทยได้เป็นอย่างดี มาจากการผสมผสานอันลงตัวระหว่างสุดยอดนวัตกรรมและงานดีไซน์ระดับแฟล็กชิพ อย่าง เทคโนโลยีสุดล้ำ 10-bit Full-path Colour Engine ระบบการประมวลสีตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึงการแสดงผลมอบประสบการณ์สีที่นุ่มนวลและสมจริงได้มากถึงหนึ่งพันล้านสีครั้งแรกของโลก พร้อมกล้องหลักคู่ 1 พันล้านสีบนความละเอียด 50MP และเซ็นเซอร์ Sony IMX766 บนกล้อง Wide-angle และ Ultra-wide-angle ทำให้สามารถจับภาพนิ่งและวิดีโอในสีสันพันล้านสีได้หลากหลายมุมมอง ส่วนดีไซน์ตัวเครื่องได้รับแรงบันดาลใจจากอวกาศ มอบความพรีเมียมไร้รอยต่อ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4,500mAh และระบบชาร์จไว 65W SuperVOOC 2.0 สามารถชาร์จแบตเตอรี่ 40% ได้ในเวลาเพียง 10 นาที รวมถึงขุมพลังระดับแฟล็กชิพที่แท้จริงอย่าง Qualcomm Snapdragon 888 ที่รองรับ 5G เพื่อการสื่อสารแห่งอนาคต มาในราคา 33,990 บาทโดยมีให้เลือก 2 สี คือ สี Gloss Black และสี Blue

นอกเหนือจากนี้ OPPO ยังพร้อมเสริมพอร์ตสินค้าด้าน IoT ในไทยให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ด้วย OPPO Enco X หูฟังไร้สายระดับแฟล็กชิพของระบบแอนดรอยด์ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Dynaudio แบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำระดับโลก เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่ดีที่สุด ในราคา 5,999 บาท และนอกจากหูฟังไร้สายแล้ว OPPO ยังมีสินค้า Smart wearable ตอบโจทย์ทุกไลฟสไตล์ด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น OPPO Watch สมาร์ทวอร์ชรุ่นแรกจาก OPPO ในราคาเริ่มต้นเพียง 5,999 บาท และ OPPO Band สมาร์ทแบนด์ที่โดดเด่นในด้านการวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2 Monitoring) ที่มาในราคาเพียง 1,199 บาทเท่านั้น

โดยใครที่สนใจ สามารถสัมผัส OPPO Find X3 Pro 5G สมาร์ทโฟนแฟล็กชิพที่สุดแห่งพันล้านสี และ สินค้า IoT ไม่ว่าจะเป็น OPPO Enco X, OPPO Watch Series และ OPPO Band ได้แล้ววันนี้ ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.facebook.com/oppothai/