ก้าวสู่ฤดูร้อนของปีอย่างเป็นทางการ Keds (เคดส์) ได้สร้างสรรค์สนีกเกอร์หลากสไตล์ออกมา เพื่อตอบโจทย์แก่ผู้หญิงที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกันไป และได้นำวัสดุใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง ผ้าฝ้ายออร์แกนิก (Organic Cotton) มาใช้ในการผลิตสนีกเกอร์ โดยผ้าฝ้ายออร์แกนิกเป็นวัสดุที่ปราศจากยาฆ่าแมลงและมีส่วนช่วยให้ดินและแหล่งน้ำต่างๆ สะอาดยิ่งขึ้น นับได้ว่าผ้าฝ้ายออร์แกนิกเป็นวัสดุที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นสำหรับโลกใบนี้ นอกจากนี้การใช้ผ้าฝ้ายออร์แกนิกยังช่วยให้เหล่าชาวไร่รวมทั้งบรรดาคนงานในโรงงานสามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมีอันเป็นอันตรายได้อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถซักทำความสะอาดได้โดยหน้าร้อนนี้เราขอนำเสนอรองเท้า 7 แบบ 7 สไตล์ จากคอลเลคชั่นล่าสุด มาให้ได้เลือกใส่รับหน้าร้อนในสไตล์ของตัวเองกัน
● Double Decker Organic Cotton Print (ราคา 2,250 บาท)
อีกหนึ่งรองเท้ารุ่นยอดนิยมของเคดส์ที่กลับมาต้อนรับหน้าร้อนนี้ ด้วยโทนสีเหลืองและลายพิมพ์ดอกไม้สีขาวสดใสเหมาะสำหรับแมทช์กับคอสตูมได้หลากสไตล์ นอกจากนี้รองเท้าสลิปออนรุ่นนี้ยังมีความพิเศษตรงการนำผ้าฝ้ายออร์แกนิกซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและให้สัมผัสที่นุ่มสบายยิ่งขึ้นมาใช้เป็นวัสดุหลักในการผลิต
● Ladies Print Organic Cotton (ราคา 2,250 บาท)
เคดส์จับมือกับ ทิฟฟานีย์ โฮ (Tiffany Ho) นักออกแบบเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับชาวฮ่องกง ออกแบบลายพิมพ์ “Ladies Print” บนรองเท้ารุ่นยอดนิยมอย่าง Champion ที่ผลิตจากผ้าฝ้ายออร์แกนิกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและนุ่มเป็นพิเศษ โดยออกแบบขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่วันสตรีสากล ทิฟฟานีย์ต้องการส่งต่อความภาคภูมิใจในการเป็นผู้หญิงว่า“ อย่าจำกัดตัวเอง คุณแข็งแกร่งกว่าที่คุณคิด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ อายุ หรือรูปร่างแบบไหนก็ตาม”
● Crew Kick Alto Leather Cream-Leopard (ราคา 2,650 บาท)
นี่เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างรองเท้ากีฬาและรองเท้าลำลองสุดพิเศษ โดยการนำเทรนด์ชั้งค์กี้ (Chunky) มาผสมผสานเข้าด้วยกัน จนได้ผลลัพธ์เป็นสนีกเกอร์สไตล์เรโทรที่ให้ทั้งความรู้สึกมาดมั่นและแฟชั่นในคราวเดียวกัน โดยพื้นรองเท้าผลิตจากยางคุณภาพเยี่ยมที่มีความหนาทว่าน้ำหนักเบา พร้อมเสริมลิ่มเล็กน้อยบริเวณส้นเท้าเพื่อสามารถวางเท้าในมุมที่สบายที่สุดได้ง่ายยิ่งขึ้น
● Champion TRX Marble (ราคา 2,450 บาท)
อีกหนึ่งรองเท้าที่ได้รับความนิยมจากทั้งแฟนของแบรนด์และสาวๆ ผู้ชื่นชอบสนีกเกอร์ ด้วยการปรับดีไซน์จากรุ่นคลาสสิกอย่าง Champion ให้โมเดิร์นขึ้นด้วยการเพิ่มลูกเล่นความหนา และรอยหยักเล็กน้อยที่พื้นรองเท้า ทนทานต่อการกระแทก มาพร้อมกับนวัตกรรม Dream Foam ที่แผ่นด้านในรองเท้า นุ่ม และระบายอากาศได้ดี มาพร้อมเพิ่มความสดใสการแต่งแต้มลวดลายมาร์เปิลสีหวานลงบนบริเวณขอบของพื้นรองเท้า
● Triple Up Marble (ราคา 3,250 บาท)
สำหรับสาวร่างเล็กไซส์มินิที่ชื่นชอบสนีกเกอร์พื้นหนา ร้อนนี้เราไม่อยากให้คุณพลาดเป็นเจ้าของรุ่น Triple Up Marble นอกจากความนุ่มสบายและช่วยเสริมบุคลิกให้ดูสูงเพรียวแล้ว บริเวณพื้นรองเท้าและขอบรองเท้าที่มีความหนาเป็นพิเศษยังถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีพลาสเทลสดใสเป็นลวดลายมาร์เปิลอีกด้วย
● Triple Kick Amp Leather White (ราคา 2,850 บาท)
สนีกเกอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากรองเท้าออกกำลังกาย ตัวรองเท้าผลิตจากหนังคุณภาพดี และพื้นรองเท้าผลิตจากยางที่มีความหนา 1 นิ้ว สามารถรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี เพิ่มความพิเศษด้วยการเสริมขอบยางบริเวณด้านหน้าและด้านหลังของรองเท้า พร้อมใส่กราฟฟิกโลโก้ลายเวฟที่เคยใช้บนชุดกีฬาในปี 1970 ทำให้สนีกเกอร์รุ่นนี้ดูมีความสนุกสนานและหรูหราในคราวเดียวกัน สามารถแมทช์กับเสื้อผ้าได้หลากสไตล์
● Trio Eco Sandal Sage (ราคา 2,250 บาท)
ขอแนะนำรองเท้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุดของแบรนด์ รองเท้าแตะรุ่น Trio โดยใช้ยางรีไซเคิล 20 เปอร์เซนต์ สำหรับการผลิตพื้นรองเท้าชั้นนอก และสายรัดทำจากสายรัดโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล สามารถปรับระดับให้กระชับกับรูปเท้าได้ พร้อมซับในบุด้วยผ้า Tencel (lyocell) ซึ่งเป็นเส้นใยสังเคราะห์ที่ไม่ได้ผลิตจากโพลิเมอร์สังเคราะห์ร้อยเปอร์เซนต์ แต่ผลิตจากเซลลูโลสที่ได้จากไม้ เหมาะสำหรับใส่เดินเล่นในวันสบายๆ
แวะไปเลือกช้อปรองเท้าสำหรับร้อนนี้ได้แล้วที่ www.keds.co.th ทาง LINE :@KedsThailand หรือคลิกได้เลยที่ http://bit.ly/KedsLine หรือที่ร้าน Keds, เคานท์เตอร์ Keds และร้าน Ikon ทุกสาขา ติดตามข่าวสารจาก Keds Thailand ได้ที่ Facebook และ Instagram : @KedsThailand
Under Armour ยังคงพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะสนับสนุนสาวๆ ที่รักการออกกำลังกายทั่วโลกให้บรรลุทุกเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการมีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้น หรือการเอาชนะขีดจำกัดทางร่างกายและจิตใจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาอันท้าทายจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทั่วโลก Under Armour ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเป็นแรงผลักดันให้แก่ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา หรือเป็นคนธรรมดาที่ไม่หยุดนิ่งที่จะแสวงหาสิ่งที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ชีวิต ให้ก้าวผ่านทุกอุปสรรคและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนรอบข้าง
Under Armour เล็งเห็นความสำคัญของการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายที่มีส่วนช่วยให้ผู้หญิงพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ และเพิ่มความมั่นใจในการเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ในชีวิต จากผลการสำรวจของ Under Armour พบว่า ประมาณร้อยละ 96 ของผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในองค์กรหรือบริษัทเคยเป็นนักกีฬามาก่อน จึงสามารถกล่าวได้ว่ากีฬาช่วยเสริมสร้างรากฐานแห่งความมั่นใจให้กับผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแท้จริง
Under Armour จึงไม่หยุดคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบโดยเฉพาะเพื่อผู้หญิง ที่จะเป็นส่วนสนับสนุนให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงสามารถเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ Under Armour เชื่อว่าเสื้อผ้าส่งผลต่อผู้สวมใส่ ทั้งวิธีคิด ความมั่นใจ ทัศนคติ และศักยภาพในตัว Under Armour จึงนำเสนอสปอรต์บราและเลกกิ้งในคอลเลกชัน Spring/Summer 2021 ใหม่ล่าสุด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ ด้วยนวัตกรรมผ้าที่ล้ำสมัย รองรับและกระชับทุกสรีระของผู้หญิง สร้างความมั่นใจยิ่งขึ้นให้กับสาวๆ ที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟ ช่วยให้การเล่นกีฬาและออกกำลังกายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันผู้หญิงสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และท้าทายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
● ARMOUR MID CROSSBACK Bra ที่เก็บทรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สวมใส่ง่าย มาพร้อมกับรองรับหน้าอกขณะเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้น
● UA Infinity Bra สร้างด้วยนวัตกรรมผ้าของ Under Armour ที่ลํ้าหน้าที่สุด ทำให้บรานี้มีนํ้าหนักเบา ไร้รอยต่อ และแห้งเร็วที่สุดในบรรดาสปอร์ตบราของ Under Armour ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
● UA Rush Bra บราดีไซน์มินิมอล ที่สามารถปรับความกระชับได้ดียิ่งขึ้น
● UA No-slip Waistband เลกกิ้งที่มาพร้อมลายปริ้นท์ซิลิโคนสองชั้นตรงช่วงเอว เพื่อเพิ่มการยึดเกาะและขจัดปัญหาขอบกางเกงม้วนตัวระหว่างออกกำลังกาย แต่ยังคงความสบายทุกครั้งที่สวมใส่
นอกจากผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อสรีระของผู้หญิงโดยเฉพาะแล้ว Under Armour ยังได้ออก Women Better Book ดิจิตัล พ็อกเก็ตบุ๊กที่รวบรวมการสร้างแรงบันดาลใจให้สาวๆ บรรลุเป้าหมายด้วยกายและใจที่แข็งแกร่ง พร้อมพัฒนาตัวเองไปสู่การเป็นตัวเองในแบบที่ดียิ่งขึ้น
Under Armour ยังได้จัดกิจกรรม UA Run Crew Women Session สำหรับสาวๆ ที่สนใจได้ร่วมวิ่งออกกำลังกายในบรรยากาศเมืองเก่าเลียบคลองโอ่งอ่างของกรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564 เวลา 6.00 – 8.00 น. โดยมีทีม UA Run Crew คอยให้คำปรึกษาและแนะนำเทคนิคการวิ่ง โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมได้โดยการลงทะเบียนที่ร้าน Under Armour Brand House ทุกสาขา เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิงใดๆ ก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป (จำกัดจำนวนผู้ร่วมงาน 50 ท่าน)
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Under Armour และโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครได้ที่ช่องทางต่อไปนี้
- เว็บไซต์ www.underarmour.co.th
- Line Official Account @underarmourth
- ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Lazada
- ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Shopee
ด้วยความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่ต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ระยะยาว Clé de Peau Beauté จึงขอบริจาคเงินส่วนหนึ่งที่ได้รับจากยอดขายผลิตภัณฑ์ดาวเด่นของแบรนด์อย่าง The Serum จากทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการศึกษาของเด็กผู้หญิงตามเป้าหมายที่จะสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม
Clé de Peau Beauté แบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางหรู ประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรระยะยาวอย่าง UNICEF เป็นปีที่สอง โดยความร่วมมือในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาการเข้าถึงการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) แก่เด็กผู้หญิง รวมถึงการฝึกอบรมและทักษะที่เกี่ยวข้องในอนาคต ซึ่งถือเป็นการปลดล็อกพลังความสามารถของเด็ก ๆ ผ่านองค์ความรู้ โดยทางแบรนด์จะบริจาคเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากยอดขาย The Serum ทั่วโลกเพื่อสนับสนุนโครงการของ UNICEF ที่มุ่งเน้นการศึกษาและการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเด็กผู้หญิงในบังกลาเทศ คีร์กีซสถาน และไนเจอร์ รวมถึงภูมิภาคอื่น ๆ โครงการครั้งนี้จะเปิดฉากขึ้นในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนสำหรับร้านค้า ส่วนกิจกรรมบนช่องทางออนไลน์จะเริ่มขึ้นในระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงวันที่ 31 ธันวาคม
โลกของเรามีเด็กหญิงอยู่ราว 600 ล้านคน แต่เด็กสาวหลายต่อหลายคนโดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา กลับขาดโอกาสทางการศึกษาที่สำคัญ รวมถึงโอกาสในการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต โดยเฉพาะด้านสะเต็มศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในโลกปัจจุบัน เนื่องจากงานกว่า 90% ทั่วโลกจะต้องมีบางส่วนที่ทำผ่านระบบดิจิทัล หากเด็กสาวเหล่านี้ไม่สามารถใช้งานเครื่องมือดิจิทัลได้ ก็จะขาดโอกาสที่จะได้รับการจ้างงาน และเผชิญกับอุปสรรคในการแข่งขันบนโลกแห่งการทำงานในศตวรรษที่ 21[1]
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการศึกษาของเด็กหญิงหลายล้านคนทั่วโลก อีกทั้งยังเน้นย้ำให้เห็นถีงความเร่งด่วนในการสร้างความเท่าเทียมทางดิจิทัล หลังจากที่ชีวิตของเราต้องพึ่งพาเทคโนโลยีกันมากขึ้น ในขณะที่โลกของเราได้ปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาให้เข้ากับวิถีปกติใหม่ Clé de Peau Beauté จึงได้ร่วมมือกับ UNICEF พัฒนาต้นแบบการฝึกทักษะให้กับเด็กหญิงและหญิงสาว เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ทั้งในภาวะวิกฤตและโลกอนาคต
ทางแบรนด์ได้นำยอดขาย The Serum ในปีที่ผ่านมา เข้าระดมทุนให้กับ UNICEF ซึ่งได้ช่วยผลักดันโครงการริเริ่มหลายโครงการทั่วโลก อันเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กผู้หญิงสามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคและค้นพบความสามารถในตัวเอง
● บังกลาเทศ: พลิกโฉมการศึกษาเพื่อเด็กผู้หญิง
- Clé de Peau Beauté สนับสนุนโครงการของ UNICEF ในบังกลาเทศ ที่มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในระบบการศึกษา พร้อมลดอุปสรรคทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับเพศ และลดความรุนแรงทางเพศ
- ด้วยความร่วมมือกับรัฐบาลบังกลาเทศ UNICEF ได้เดินหน้าจัดทำกรอบหลักสูตรแห่งชาติที่บูรณาการความเสมอภาคทางเพศ และสนับสนุนการพัฒนาทักษะที่นำไปต่อยอดการทำงานในอนาคตได้
- นอกจากนี้ UNICEF ยังได้จัดทำโครงการการศึกษาทางเลือกในบังกลาเทศ เพื่อเด็กหญิงผู้ด้อยโอกาส 100 คน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะและโอกาสในการสร้างงาน ซึ่งเด็กหญิงกว่า 95% ที่เข้าร่วมโครงการนี้ได้มีโอกาสเข้าทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้องแล้ว
● คีร์กีซสถาน: สร้างทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้กับเด็กผู้หญิง
- Clé de Peau Beauté สนับสนุนโครงการ STEM4Girls ของ UNICEF ในคีร์กีซสถาน เพื่อผลักดันให้เด็กผู้หญิงได้ศึกษาทางวิชาชีพ และทำงานในสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) และอื่น ๆ
- เด็กผู้หญิง 110 คนได้เข้ารับการอบรม เพื่อเป็นแบบอย่างและเป็นเพื่อนเรียนให้กับเด็กหญิงที่อายุน้อยกว่าในชุมชนของตนเอง โดยผู้ฝึกสอนนั้นได้จัดการเรียนการสอนออนไลน์ พร้อมแบ่งปันความรู้และทักษะให้กับเด็ก ๆ ในชุมชน ซึ่งจะเข้าถึงเด็กผู้หญิงได้มากกว่าเดิม และผลักดันให้เด็ก ๆ เข้ามามีบทบาทสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในอนาคต
● ไนเจอร์: สนับสนุนความสำเร็จให้เด็กผู้หญิง
- Clé de Peau Beauté สนับสนุนโครงการของ UNICEF ในไนเจอร์ ซึ่งมุ่งสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับเด็กหญิง ด้วยการช่วยให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถและฝึกฝนทักษะของตัวเอง
- ความร่วมมือครั้งนี้เปิดโอกาสให้เด็กสาว 120 คนได้เข้าร่วมการฝึกอบรมพัฒนาทักษะและคลาสเรียนอ่านเขียน และได้เริ่มผลักดันเด็กหญิง 200 คนเข้าร่วมโครงการพี่รหัส
Carla Haddad Mardini ผู้อำนวยการด้านการระดมทุนภาคเอกชนและพันธมิตรของ UNICEF กล่าวว่า "เด็กผู้หญิงทุกคนสมควรที่จะได้เติบโตบนโลกที่เต็มไปด้วยโอกาสใหม่ ๆ และใช้ชีวิตได้ตามความปรารถนา อย่างไรก็ตาม มีเด็กผู้หญิงอีกหลายล้านคนที่ขาดโอกาสเหล่านี้ พวกเธอไม่สามารถไปโรงเรียนได้ หรือแม้กระทั่งการเข้าถึงแหล่งความรู้ต่าง ๆ ทำให้ขาดโอกาสในการได้รับความเสมอภาคในสังคม ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เน้นย้ำให้เราเห็นถึงความเร่งด่วนในการสนับสนุนความเสมอภาค และการหยิบยื่นความช่วยเหลือไปยังเด็กผู้หญิงเพื่อเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอและชุมชน ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรของเราอย่าง Clé de Peau Beauté ทาง UNICEF จึงได้ลงทุนในโครงการเสริมสร้างทักษะด้านสะเต็มศึกษา เทคโนโลยีดิจิทัล และการเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม UNICEF สนับสนุนทุกความพยายามที่ช่วยสร้างหลักประกันให้เด็กผู้หญิงมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จ พร้อมทรัพยากรที่ถูกต้องและมีโอกาสมากมาย ในวันข้างหน้า เด็กสาวราว 600 ล้านคนทั่วโลกจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำหญิงรุ่นใหม่กลุ่มใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา"
Yukari Suzuki ประธานเจ้าหน้าที่แบรนด์แห่ง Clé de Peau Beauté กล่าวว่า "Clé de Peau Beauté เชื่อว่า กุญแจสำคัญที่จะสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมนั้น คือการปลดล็อกพลังของเด็กผู้หญิงผ่านสะเต็มศึกษา ซึ่งเป็นภารกิจที่ใครหรือแบรนด์ใดไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง ฉะนั้น ผู้ที่ซื้อ The Serum ทุกท่านจึงมีส่วนช่วยผลักดันให้โครงการความร่วมมือกับ UNICEF สำเร็จลุล่วง และถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก ณ ช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญวิกฤต เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้ผ่าน UNICEF โดยความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นช่องทางที่จะสร้างอิทธิพลที่สำคัญและมีความหมายยิ่ง สำหรับโครงการปีที่สองนี้ เราขอเชิญชวนทุกท่านให้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปิดทางให้เด็กผู้หญิงทั่วโลกสามารถเข้าถึงการศึกษา ประสบความสำเร็จในชีวิต และได้รับโอกาสในการจ้างงาน"
Clé de Peau Beauté หวังที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้เด็กผู้หญิงผ่านการศึกษา ซึ่งเป็นขั้นแรกที่จะปลดล็อกพลังความสามารถและความชาญฉลาดที่ซ่อนอยู่ภายใน
ตลอดโครงการนี้ ทุกยอดซื้อ The Serum หลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับ UNICEF เพื่อสนับสนุนการศึกษาและเสริมความแข็งแกร่งให้กับเด็กผู้หญิงทั่วโลก Clé de Peau Beauté ขอเชิญชวนให้ผู้หญิงทุกคนร่วมเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ๆ ผ่านแคมเปญดี ๆ นี้ไปด้วยกัน ในช่วงเวลาที่เด็กทั่วโลกต้องการแรงสนับสนุนมากกว่าที่เคย ด้วยความร่วมมือนี้ เด็ก ๆ จะเปล่งประกายและสร้างอนาคตที่สดใสกว่าเดิมได้
ปีเตอร์ ฟิลิปส์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และภาพลักษณ์ประจำแผนก DIOR MAKE-UP ออกแบบลุคการแต่งหน้า ซึ่งอาศัยความคมชัดของการลงอายไลเนอร์ใต้ตาเพื่อทวีความโดดเด่นให้แก่ดวงตาของบรรดานางแบบในการแสดงคอลเลคชัน DIOR ประจำฤดูใบไม้ร่วง 2021 จากมาเรีย กราเซีย ชิอูริ ซึ่งจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ LONG MUSEUM WEST BUND ในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
● ดวงตา
ปีเตอร์ ฟิลิปส์อธิบายว่า: “ผมเน้นความโดดเด่นของลุคการแต่งหน้าด้วยการเร่งความคมชัดของอายไลเนอร์ เริ่มจากการใช้สีเบจใน 5 COULEURS COUTURE 649 NUDE DRESS เติมความสว่าง ละมุนละไมให้เปลือกตา จากนั้นจึงใช้ DIORSHOW ON STAGE LINER 091 MATTE BLACK ลากเส้นดำอย่างหนาตามความยาวตลอดแนวขอบตาล่าง ซึ่งนอกจากจะวาดหางตาให้แหลมเรียวเลยออกมาแล้ว ยังกรีดเส้นเลยเข้ามาทางหัวตาด้วยเช่นกัน พร้อมกับเติม DIORSHOW 24H STYLO 091 MATTE BLACK ลงในเส้นน้ำตา หรือขอบตาใน ก่อนตกแต่งโครงคิ้วตามรูปทรงธรรมชาติล้อมกรอบดวงตาเป็นอันดับสุดท้ายด้วยการใช้ DIORSHOW BROW STYLER”
● ผิว
ปีเตอร์ ฟิลิปส์กล่าวว่า “ผิวสวยสมบูรณ์แบบ ต้องแสงเป็นประกายผุดผาด เกิดจากการเตรียมผิวด้วยกิจวัตรการดูแลผิวจาก CAPTURE TOTALE ซึ่งรวมถึง CAPTURE TOTALE SUPER POTENT EYE SERUM ใหม่ที่ผมลูบไล้ให้ทั่วผิวรอบดวงตา จากนั้น ผมใช้ไพรเมอร์ DIOR FOREVER SKIN VEIL SPF 20 เพื่อช่วยลดเลือนสภาพปรากฏของบรรดาริ้วรอยข้อบกพร่อง ก่อนลง DIOR FOREVER บางๆ ให้ผิวดูแม็ต นวลเนียน เป็นการปกปิด และเติมประกายกระจ่างใสให้ผิวไปพร้อมกัน สำหรับจุดบกพร่องต่างๆ ที่ยังตกค้าง ผมใช้ DIOR FOREVER SKIN CORRECT หนึ่งหยดแตะแต้ม แล้วไล้ให้กลมกลืน แล้วจึงปัดแป้งฝุ่น DIORSKIN MINERAL NUDE MATTE บางๆ และใช้ DIOR FOREVER PERFECT FIX ตรึงเมคอัพเป็นอันดับสุดท้าย”
● ริมฝีปาก
“เผยความงามตามธรรมชาติของริมฝีปากอย่างเต็มที่ด้วยการใช้ ROUGE DIOR SATIN BALM 000
DIORNATURAL มอบความชุ่มชื้น และถ้าจำเป็นต้องเพิ่มสีสัน ผมใช้ ROUGE DIOR 434 SATIN PROMENADE เติมลงไปบางๆ”
● เล็บ
“แต่งเล็บให้ดูเป็นธรรมชาติด้วย DIOR VERNIS 108 MUGUET”
@DIORMAKEUP
@PETERPHILIPSMAKEUP
คอลเลคชัน DIOR ประจำฤดูใบไม้ร่วง 2021
ออกแบบ และสร้างสรรค์ลุคการแต่งหน้าสำหรับแฟชัน DIOR โดยปีเตอร์ ฟิลิปส์
ช่างภาพ: YI TUO FOR CHRISTIAN DIOR PARFUMS
บริษัท บู๊ทส์ รีเทล ประเทศไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำ เปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมชั้นนำจากประเทศอังกฤษ ภายใต้แบรนด์นอตี้ (NOUGHTY) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ต้อนรับซัมเมอร์ด้วย 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยดูแลเส้นผมสำหรับสาวๆ โดยเฉพาะ โดยกว่า 97% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ ปราศจากส่วนผสมที่มาจากสัตว์ พาราเบน ปิโตรเคมี ซัลเฟต และซิลิโคน มอบสัมผัสอันนุ่มนวลและมีกลิ่นหอม นอกจากนี้ ยังมีความอ่อนโยนที่สามารถใช้ได้กับทุกคนในครอบครัว ประกอบด้วย กลุ่ม นอตี้ ทู เดอะ เรสคิว (NOUGHTY To The Rescue) เปลี่ยนผมแห้ง ผมชี้ฟู ผมเสีย ให้แลดูสุขภาพดีอีกครั้ง เติมความชุ่มชื่นผมขาดน้ำให้กลับมานุ่มจรดปลาย ครบทั้งแชมพู คอนดิชันเนอร์ แฮร์เซรั่ม และทรีทเม้น นอตี้ เวฟ ฮัลโหล (NOUGHTY Wave Hello) แชมพูและคอนดิชันเนอร์ให้สาวๆ บอกลาวันที่เคยมีสภาพเส้นผมไม่ได้ดั่งใจ เปลี่ยนเป็นเส้นผมที่ชุ่มชื้น นุ่มสลวย พร้อมลอนสวยธรรมชาติ และ นอตี้ ทัฟ คุ้กกี้ (NOUGHTY Tough Cookie) แชมพูและคอนดิชันเนอร์ ช่วยลดปัญหาผมเปราะขาดง่าย บำรุงเส้นผมที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
เปิดประสบการณ์ใหม่สำหรับสาวผมลอนซึ่งต้องการการบำรุงมากกว่าเส้นผมชนิดอื่น พร้อมบอกลาปัญหาผมชี้ฟูพันกัน เปราะบางและขาดง่าย ด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม นอตี้ ทู เดอะ เรสคิว (NOUGHTY To The Rescue) ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาผมเสีย มาครบทั้งแชมพู คอนดิชันเนอร์ เซรัม และทรีทเมนต์ เปลี่ยนผมแห้ง ผมชี้ฟู ผมเสีย ให้แลดูสุขภาพดี ฟื้นฟูความชุ่มชื้นให้เส้นผมกลับมาแข็งแรง ทำให้ผมมีวอลลุ่ม ดูเงางามอย่างมีมิติ
ผลิตภัณฑ์ นอตี้ ทู เดอะ เรสคิว (NOUGHTY To The Rescue) ประกอบด้วย
1. To The Rescue Shampoo Booster Hydration (ทู เดอะ เรสคิว แชมพู บูสเตอร์ ไฮเดรชัน) ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 295 บาท ผสานสารสกัดจากเมล็ดทานตะวัน เพิ่มความชุ่มชื้นให้เส้นผม พร้อมสารสกัดจากสวีทอัลมอนด์ เติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผมนุ่มสลวย และยังมีสารลดแรงตึงผิวจากมะพร้าว SLMI (Sodium Lauryl Methyl Isethionate) ปราศจากซัลเฟต ช่วยฟื้นฟูผมแห้ง ผมชี้ฟู ผมเสีย ให้กลับมานุ่มจรดปลายแข็งแรงอีกครั้ง
2. To The Rescue Conditioner Booster Hydration (ทู เดอะ เรสคิว คอนดิชันเนอร์ บูสเตอร์ ไฮเดรชัน) ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 295 บาท บำรุงสุขภาพผมด้วยสารสกัดจากเมล็ดทานตะวัน สารสกัดจากสวีทอัลมอนด์ และเชีย บัทเทอร์ ดูแลเส้นผมให้มีสัมผัสนุ่มลื่น ประสานส่วนผสมจากน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันมะกอก กำจัดปัญหาผมพันกัน กักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความเงางามแก่เส้นผม
3. To The Rescue Intense Moisture treatment (ทู เดอะ เรสคิว อินเทนซ์ มอนส์เจอร์ ทรีทเม้นต์) ขนาด 300 มิลลิลิตร ราคา 350 บาท ทรีทเมนท์บำรุงเส้นผมเข้มข้น ฟื้นฟูผมแห้งเสียและผมอ่อนแอจากกระบวนการเคมี เปลี่ยนผมแห้งเสียให้กลับมาแข็งแรงด้วยสารสกัดจากแบล็คโอ๊ตส์ (Black Oats) ปรับสภาพเส้นผมให้ชุ่มชื้นเงางามสารสกัดจากเมล็ดทานตะวัน คืนความชุ่มชื้นให้เส้นผม สารสกัด เชีย บัทเทอร์ และน้ำมันมะพร้าว ที่ช่วยบำรุงและซ่อมแซมผมเสียอย่างล้ำลึก ให้ผมกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
4. To The Rescue Anti Fizz Serum (ทู เดอะ เรสคิว แอนตี้ ฟลิสซ์ เซรั่ม) ขนาด 75 มิลลิลิตร ราคา 350 บาท ปรับสภาพเส้นผมให้มีชีวิตชีวาด้วยสารสกัดจากสวีทอัลมอนด์และสารสกัดจากน้ำมันอาร์แกน ลดปัญหาผมชี้ฟู เพิ่มความยืดหยุ่นให้เส้นผม เติมสารอาหารบำรุงผมด้วยสารสกัดจากลำข้าวสาลี ลดปัญหาผมพันกันและผมแตกปลาย ปราศจากพาราเบน ซิลิโคน ปิโตรเคมี และซัลเฟต ปกป้องผม และเปลี่ยนผมแห้งเสียให้กลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง กู้ชีพผมแห้งให้กลับมานุ่มจรดปลาย
● นอตี้ เวฟ ฮัลโหล (NOUGHTY Wave Hello) บอกลาวันลอนผมไม่ได้ดั่งใจ ด้วยสารสกัดจากน้ำมันอะโวคาโด ช่วยให้ลอนผมเด้งเอาอยู่ ผมลอนนุ่ม แลดูชุ่มชื้น สุขภาพดี เพิ่มความหอมสดชื่นด้วยกลิ่นโอเชียน เฟรช (Ocean Fresh) ที่พร้อมทำให้คุณรู้สึกเหมือนทุกวันเป็นวันหยุด ประกอบด้วย
- Wave Hello Shampoo (เวฟ ฮัลโหล แชมพู) ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 295 บาท เติมอาหารบำรุงเส้นผมด้วยสารสกัดจากน้ำมันอะโวคาโด และพืชที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ คืนความชุ่มชื้นให้เส้นผม ให้เกล็ดผมนุ่มน่าสัมผัส ผสานส่วนผสมจากสาหร่ายคลอเรลลา เสริมกำลังให้เส้นผมแข็งแรงไม่เปราะขาดง่าย พร้อมกรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญต่อเส้นผม ฟื้นฟูเส้นผมด้วย SLMI (Sodium Lauryl Methyl Isethionate) สารลดแรงตึงผิวที่ได้จากมะพร้าว
- Wave Hello Conditioner (เวฟ ฮัลโหล คอนดิชันเนอร์) ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 295 บาท ผสมสารสกัดจากน้ำมันอะโวคาโด ที่อุดมไปด้วยวิตามิน ช่วยล็อคความชุ่มชื้น บำรุงรักษาให้เส้นผมแข็งแรง สารสกัดจากสาหร่ายทะเลเคลป์ เปี่ยมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม สาหร่ายคลอเรลลา บำรุงเส้นผม เสริมกำลังให้เส้นผม และกรดอะมิโน พร้อมวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อเส้นผม ช่วยให้ลอนผมเด้งเอาอยู่ผมลอนนุ่ม แลดูชุ่มชื้น สุขภาพดี บอกลาวันลอนผมไม่ได้ดั่งใจ
● นอตี้ ทัฟ คุ้กกี้ (NOUGHTY Tough Cookie) เน้นการปกป้องเส้นผมจากมลภาวะในอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นควันพิษ หลอมรวมส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ เปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่ว่าจะเป็นบิลเบอร์รี ซีบัคธอร์น และคลาวด์เบอร์รี่ และส่วนผสมที่สกัดจากรำข้าวสาลี จึงช่วยคืนความชุ่มชื้น ยืดอายุเส้นผม และเสริมสุขภาพของเส้นผมให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ประกอบด้วย
- Tough Cookie Shampoo (ทัฟ คุ้กกี้ แชมพู) ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 295 บาท อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ด้วยสารสกัดจากบิลเบอร์รี่ ซีบัคทอร์น คลาวด์เบอร์รี่ ช่วยปกป้องและบำรุงผมด้วยเทคโนโลยีต่อต้านมลพิษ ผสานสารสกัดจากธัญพืช ช่วยปกป้องเส้นผมจากสภาวะมลพิษฟื้นฟูผมเสียช่วยให้ผมแลดูเงางาม แข็งแรงขึ้น
- Tough Cookie Conditioner (ทัฟ คุ้กกี้ คอนดิชันเนอร์) ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 295 บาท ปกป้องเส้นผมจากมลภาวะสารสกัดจากธัญพืช ช่วยลดปัญหาผมเปราะขาดง่าย ฟื้นฟูผมให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
สัมผัสมิติใหม่ของผลิตภัณฑ์นอตี้บำรุงเส้นผมได้แล้ววันนี้ ณ ร้านบู๊ทส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ร้านค้าออนไลน์ Lazmall บนลาซาด้า, ShopeeMall บน Shopee, Boots Mobile Application และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางFacebook.com/bootsthailand และ th.boots.com
noughtyhaircare.com | @sogooditsnoughty | #NOUGHTYTH #BootsThailand
ห้างเซ็นทรัล และ ห้างโรบินสัน ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ จัดแคมเปญ “Central Happy Songkran” และ “Robinson สาดสุขสงกรานต์” จับมือ 2 ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดัง Alex Face (อเล็ก เฟส) - พัชรพล แตงรื่น และ ANO (อะโนะ) – อโณทัย นิรุตติเมธี ร่วมออกแบบผลงาน Sculpture (ประติมากรรม) สุดอาร์ตครั้งแรก! ที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และห้างโรบินสัน พระราม 9 พิเศษกับไอเท็มสุดคิวต์พรีเมียมลิมิเต็ดเอดิชั่นออกแบบโดย 2 ศิลปิน พร้อมจัดเต็มด้วยกิจกรรมและโปรโมชั่นลดสูงสุด 40% ตลอดเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 7 – 20 เมษายน 2564
โดยบรรยากาศการเปิดตัวแคมเปญ “Central Happy Songkran” ที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และ “Robinson สาดสุขสงกรานต์” ที่ห้างโรบินสัน พระราม 9 เต็มไปด้วยสีสันความสนุกสนานทั้งการแสดงพิเศษ Street Performance Show การโชว์เล่นเซิร์ฟสเก็ตแอคทีฟไลฟ์สไตล์ยอดฮิต และไฮไลต์พิเศษกับการเปิดตัว Sculpture จาก 2 ศิลปิน โดย Alex Face (อเล็ก เฟส) กับผลงาน “Colour Splash” และ ANO (อะโนะ) กับผลงาน “Splash Love To Life” โดยมีเหล่าเซเลบริตี้จากหลากหลายวงการ อาทิ จิตต์สิงห์ สมบุญ, มรุวุตม์ บูรณศิลปิน, นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์, ภากร ดำรงวัฒนโภคิน, ภาณุพัฒน์ แสวงหอม, ม.ล.เยาวภา รังสิต, ณัฏฐประภา ชุณหะวัน, กานต์ จาติกวณิช, จิรดา ศิริวุฒิ, ภาคภูมิ วราเวียง ร่วมเช็คอินถ่ายรูปกับ Sculpture แลนด์มาร์คแห่งใหม่สงกรานต์นี้
รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นปีที่ไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศได้ ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันเราจึงตั้งใจที่จะส่งมอบความสุขและความสนุกสนานให้กับลูกค้าทุกคนได้มาร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่ไทยกับเพื่อนๆ และครอบครัวแบบไม่ต้องเดินทางไกล ในงาน “Central Happy Songkran” ภายใต้คอนเซ็ปต์#สงกรานต์เถอะเรา และ “Robinson สาดสุขสงกรานต์” กับคอนเซ็ปต์ #สาดสุขสนุกไม่เก็บทรง ซึ่งความพิเศษในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่เราได้ดึง 2 ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดัง Alex Face (อเล็ก เฟส) และ ANO (อะโนะ) มาร่วมออกแบบผลงาน Sculpture สุดอาร์ต ที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และห้าง โรบินสัน พระราม 9 เพื่อให้ลูกค้าได้มาเช็คอินถ่ายรูป พร้อมออกแบบไอเท็มสุดคิวต์พรีเมียมลิมิเต็ดเอดิชั่น และบัตรของขวัญ “Central & Robinson Gift Card” ลายพิเศษจาก 2 ศิลปิน มาให้แฟนคลับ ลูกค้า นักสะสม ได้ช้อปปิ้งแบบไม่ซ้ำใคร
นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรม และโปรโมชั่นสุดพิเศษ พร้อมเตรียมเซอร์ไพรส์ให้กับลูกค้าห้างเซ็นทรัล และโรบินสัน กับผลงาน Sculpture โดยศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังแต่ละภูมิภาคที่จะยกไปให้ลูกค้าได้เช็คอินถ่ายรูปกัน ในสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ห้างเซ็นทรัลอุดรธานี ห้างเซ็นทรัลภูเก็ต ห้างโรบินสัน พิษณุโลก โรบินสันไลฟ์สไตล์ สระบุรี และโรบินสันไลฟ์สไตล์ ตรัง สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่า “Central Happy Songkran” และ “Robinson สาดสุขสงกรานต์” จะช่วยสร้างสีสัน สร้างความสุข และความสนุกสนานให้กับลูกค้าทุกคน” วริศรา กล่าวทิ้งท้าย
ทางด้าน Alex Face (อเล็ก เฟส) - พัชรพล แตงรื่น ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังเจ้าของผลงานกระต่ายสามตาสุดเก๋ กล่าวถึงการได้ร่วมงานกับห้างเซ็นทรัลในครั้งนี้ว่า “รู้สึกยินดีมากครับที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งความสุข ความสนุกสนานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผ่านผลงาน Sculpture ที่ผมออกแบบ โดยผลงานของผมชิ้นนี้ มีชื่อว่า “Colour Splash” สร้างสรรค์ขึ้นโดยใช้เทคนิคพ่นด้วยสีสเปรย์ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผมถนัด โดยคอนเซ็ปต์ครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจมากจากตอนที่ผมนึกถึงบรรยากาศความสนุกสนานและความสดใสของเทศกาลสงกรานต์ แต่สำหรับในปีนี้เราไม่สามารถสาดน้ำเล่นกันได้เหมือนปกติ การสาดสีลงบนผืนผ้าใบหรือผนังก็น่าจะเป็นความสนุกอีกแบบหนึ่งที่สนุกสนานไม่แพ้กัน นอกจากนี้ผมยังได้ร่วมออกแบบสินค้าแลกซื้อคอลเลกชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่น และบัตรของขวัญ “Central Gift Card” ให้กับห้างเซ็นทรัลด้วย ก็หวังว่าทุกคนที่ได้เห็นผลงานจะชื่นชอบ และมีความสุขสดใสในเทศกาลสงกรานต์นี้ ผมขอเชิญชวนทุกคนให้มาเดินเล่น ช้อปปิ้ง และแวะมาเช็คอินถ่ายรูปกับผลงาน Sculpture ของผมที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กันเยอะๆ นะครับ”
ด้าน ANO (อะโนะ) – อโณทัย นิรุตติเมธี ศิลปินสตรีทอาร์ตสาวสวยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กล่าวถึงแรงบันดาลใจของการออกแบบผลงานชิ้นนี้ว่า “ห้างโรบินสัน เป็นห้างที่เนะผูกพันมาตั้งแต่เด็กๆ การที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานกับห้างที่เรารักและผูกพัน ได้สร้างสรรผลงาน พร้อมออกแบบสินค้าแลกซื้อคอลเลคชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่น และบัตรของขวัญ “Robinson Gift Card” เป็นอะไรที่เนะตื่นเต้นมากๆ ค่ะ สำหรับผลงาน Sculpture ของเนะชิ้นนี้ชื่อว่า “Splash Love To Life” โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการที่เนะอยากกระจายความสุขผ่านสีสันต่างๆ เพราะเชื่อว่าสีทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ และพลังงานด้านบวก ที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามงานศิลปะ เนะอยากแชร์ความสุขให้กับทุกคนที่เดินผ่าน หรือได้เห็นผลงานชิ้นนี้ โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ที่ทุกคนไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวไปไกลๆ ได้ ก็อยากให้ผลงานชิ้นนี้ได้มาสร้างสีสัน สร้างพลัง ให้ทุกคนสดชื่นมีชีวิตชีวา มีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ด้วยกันค่ะ”
มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับแคมเปญ “Central Happy Songkran” และ “Robinson สาดสุขสงกรานต์” ที่ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันทุกสาขา (ยกเว้นห้างเซ็นทรัล ป่าตอง และห้างโรบินสัน จังซีลอน ป่าตอง) กับพรีเมียมลิมิเต็ดเอดิชั่น และบัตรของขวัญ “Central & Robinson Gift Cards” ที่ออกแบบโดย 2 ศิลปิน พร้อมด้วยกิจกรรมและโปรโมชั่นลดสูงสุด 40% ตลอดเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 7 - 20 เม.ย. 64
โดยสามารถเลือกช้อปได้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ พร้อมมั่นใจด้วยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่จะทำให้คุณช้อปได้อย่างสบายใจปลอดภัยไร้กังวล หรือสามารถเลือกช้อปผ่าน Central App ครบครันเหมือนยกห้างเซ็นทรัลมาไว้บนมือถือ เว็บไซต์ www.central.co.th และ www.robinson.co.th ช้อปสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง Central / Robinson Chat & Shop แชตและช้อปสินค้าผ่านไลน์ @centralofficial และ @Robinson Central / Robinson Call & Shop โทรช้อปสินค้าที่เบอร์ 1425 และบริการใหม่ล่าสุด! Personal Shopper ผู้ช่วยช้อปส่วนตัว โทร.1425 กด 3 บริการพิเศษที่จะคอยให้คำแนะนำข้อมูลต่างๆ อย่างครบครัน Central / Robinson Facebook Live และ Facebook Inbox ช้อปผ่าน Inbox และ Live ที่ www.facebookcom/CentralDepartmentStore และ www.facebook.com/RobinsonDepartmentStore
ธรรมรัตน์ โชควัฒนา (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการ บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ (ที่ 4 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวคอลเลกชัน บรายีนส์ Wacoal x Mc Jeans คอนเซ็ปต์ บรายีนส์ทำงานหรือเที่ยวก็เปรี้ยวเป๊ะ! จากไอเดียการนำบราไอเท็มสำคัญสำหรับผู้หญิง บวกกับไอเท็มยอดฮิตอย่างยีนส์ที่หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ไม่มีเอาท์เข้ากับทุกสไตล์ โดยมี อินทิรา นาคสกุล (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บมจ.ไทยวาโก้ กิตติมา วัชโรภาส (ที่ 3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจและการขาย บมจ.แม็คกรุ๊ป และคณะผู้บริหารเข้าร่วมงาน ณ แกรนด์สเตชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ โดย Wacoal x Mc Jeans จำหน่ายแล้วที่วาโก้ช็อปและร้านแม็คยีนส์ สาขาที่ร่วมรายการ พร้อมช่องทางออนไลน์ Wacoal Thailand และ www.mcshop.com สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-296-9979
“FSMART” ผนึก 4 บิ๊กบริษัทประกันฯ จ่ายทุกกรมธรรม์จบครบที่ “ตู้บุญเติม” ให้คนไทยเที่ยวสงกรานต์อุ่นใจ ในราคาสบายกระเป๋ากับประกันอุบัติเหตุเริ่มต้นเพียง 15บาท ประกันภัยโควิด-19 เริ่มปีละ 99 บาท-พ.ร.บ.รถยนต์ 603 บาท พร้อมจับมือ TQM จัดประกันแจกฟรีให้ลูกค้าบุญเติม 5 หมื่นราย เสียชีวิตจากอุบัติเหตุและการติดเชื้อหรือแพ้วัคซีนโควิด-19 รับสิทธิคุ้มครอง 1 แสนบาท
นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (FSMART) ผู้นำเครือข่ายช่องทางบริการอัตโนมัติ และบริการทางการเงินครบวงจร ภายใต้ชื่อ “ตู้บุญเติม" กล่าวว่า บริษัทเล็งเห็นความสำคัญ ของนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ส่งเสริมการทำประกันภัยรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) นำระบบประกันภัยเข้าสู่ชุมชน บริษัทจึงได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นจุดรับชำระบริการประกันภัย ที่ “ตู้บุญเติม” เพื่อให้ประชาชนในทุกระดับ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงและได้รับความคุ้มครอง รวมถึงได้รับสิทธิประโยชน์ ต่าง ๆ จากการประกันภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกัน หรือทายาทของผู้เอาประกัน
“บริษัทเดินหน้าดำเนินธุรกิจจุดรับชำระบริการประกันภัยที่ “ตู้บุญเติม” พร้อมส่งต่อบริการประกันภัยที่ตอบโจทย์ ทั้งราคาและความคุ้มครองที่เหนือความคาดหมาย เพื่อทำให้การซื้อประกันภัยในรูปแบบต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย เข้าถึงทุกคนและทุกชุมชน ผ่าน “ตู้บุญเติม” ที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 130,000 ตู้ กระจายอยู่ในชุมชน ทุกภูมิภาคทั่วไทย ซึ่งสามารถตอบโจทย์การกระจายประกันภัยรายย่อยให้เข้าถึงชุมชนได้เป็นอย่างดี” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้จับมือกับ 4 พันธมิตรหลัก ซึ่งเป็นบริษัทรับประกันภัยขนาดใหญ่ ประกอบด้วย บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด หรือ TQM โบรกเกอร์ประกันภัยรายใหญ่, บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกันออกผลิตภัณฑ์ประกันภายใต้คอนเซ็ปต์ “คุ้มครองอุ่นใจ ในราคาสบายกระเป๋า” เป็นรูปแบบการประกันภัยที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าบุญเติม ซึ่งเน้นความคุ้มครอง และผลประโยชน์ที่จำเป็นในชีวิต เช่น ความคุ้มครองในการรักษาพยาบาล ความคุ้มครองเมื่อเกิดการการสูญเสีย หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง และการเสียชีวิต ด้วยเบี้ยเริ่มต้นไม่ถึงร้อยบาท ซึ่งจะทำให้ลูกค้า และกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่สามารถเข้าถึงประกันภัยในอดีต สามารถซื้อและได้รับความคุ้มครองได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ในปัจจุบัน “ตู้บุญเติม” ยังรับชำระประกันภัยตั้งแต่ พ.ร.บ.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เริ่มที่ 603 บาท ประกันภัยโรคระบาดยอดฮิตในช่วงหน้าฝนที่ครอบคลุมตั้งแต่โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้สมองอักเสบ เจอี, โรคไข้ปวดข้อยุงลาย, โรคไข้หวัดใหญ่ เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 199 บาท, ประกันภัยกลุ่มโควิด-19 เบี้ยประกัน เริ่มเพียง 99 บาท/ปี และให้เลือกรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการประกันภัย ได้ถึง 2,000,000 บาท รวมทั้งยังมีแบบประกันภัยที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับ “ตู้บุญเติม” คือ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล เบี้ยเริ่มต้นเพียง 15 บาท คุ้มครองการเสียชีวิต 100,000 บาท ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของบุญเติมได้เป็นอย่างดี โดยรูปแบบการประกันภัยทั้งหมด บริษัทได้ร่วมกับพันธมิตร ในการออกแบบ เพื่อให้ลูกค้าบุญเติมมีประกันพื้นฐานชั้นดีที่มีความครอบคลุมและคุ้มค่า สามารถรับมือค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น และครอบคลุมโรคใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นทุกปี
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเดือนเมษายนนี้ บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ หรือ TQM ได้นำประกันภัย “สงกรานต์อุ่นใจ นิวนอร์มอล ซุปเปอร์พลัส” มาแจกฟรีให้กับลูกค้าบุญเติมถึง 50,000 สิทธิ์ คุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และการติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงคุ้มครองการแพ้วัคซีนโควิด-19 ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท นาน 30 วัน การแจกประกันอุบัติเหตุในครั้งนี้ถือเป็นการแจกครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่ควรพลาด “ตู้บุญเติม” จึงเข้าร่วมส่งมอบความห่วงใย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่ว่าเดินทางใกล้หรือไกลก็อุ่นใจเมื่อมี “ตู้บุญเติม” อยู่ใกล้ โดยลูกค้าสามารถกดรับสิทธิ์ได้ที่ “ตู้บุญเติม” ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน - 31 พฤษภาคม 2564 นี้
อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจการให้บริการผ่าน “ตู้บุญเติม” โดยนำบริการการซื้อประกันภัยจากพันธมิตร มาส่งถึงมือผู้ต้องการใช้ประกันภัยในการสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตแบบใหม่ รองรับการเกิดสิ่งที่คาดไม่ถึงของชีวิต และร่วมกับพันธมิตรในการทำให้การประกันชีวิตเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อประกันภัยที่ “ตู้บุญเติม” สามารถสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ศูนย์บริการลูกค้าบุญเติม 1220
ผู้กำกับและนักแสดงฮอลลิวูด ร่วมแสดงพลังกับ Humane Society International (HSI) ในการสร้างสรรค์ “Save Ralph” แอนิเมชันแบบสต็อปโมชัน เพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกยุติการใช้เครื่องสำอางที่ทดลองกับสัตว์ ซึ่งถึงแม้จะมีผลบังคับใช้ใน 40 ประเทศแล้ว แต่ยังมีอีกหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ที่ยังคงมีการผลิตเครื่องสำอางโดยทดลองกับสัตว์อยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในบางประเทศมีการหันกลับมาทดลองกับสัตว์ ซึ่งหมายถึงว่ายังมีสัตว์จำนวนมากที่กำลังทุกข์ทรมานและเสียชีวิตโดยไม่มีเหตุจำเป็นอย่างเงียบ ๆ
ไทก้า ไวติติ, ริคกี้ เกอร์เวส์, แซ็ค เอฟฟรอน, โอลิเวีย มันน์, ปอม คลีเมนทีฟ, ทริเซีย เฮลเฟอร์ และคนในวงการภาพยนตร์อีกมากมายร่วมมือกับ HSI เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในเรื่องอันโหดร้ายนี้ ด้วยการร่วมพากย์เสียงในแอนิเมชัน “Save Ralph” โดยตั้งใจเป็นกระบอกเสียงแทนเหล่าสัตว์ที่ต้องทนทุกข์กับการทดลอง และเชิญชวนผู้บริโภครวมถึงผู้กำหนดนโยบายมาร่วมมือกับ HSI ในการห้ามผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางที่ทดลองกับสัตว์ โดย สเปนเซอร์ ซัสเซอร์ ผู้เขียนบทและผู้กำกับจาก Hesher และ The Greatest Showman และผู้อำนวยการสร้างอย่าง เจฟฟ์ เวสปาร์ จาก Voice of Parkland มาร่วมมือกับสตูดิโอ Arch Model เพื่อมอบชีวิตให้กับเจ้ากระต่ายราล์ฟ โดยจะถ่ายทอดในภาษาโปรตุเกส สเปน ฝรั่งเศส และเวียดนาม ร่วมกับ โรดริโก้ ซานโตโร เดอนี วีลเนิฟว์ และนักพากย์อีกมากมายในภาษาต่าง ๆ พร้อมกันนี้ยังมีเวอร์ชั่นคำบรรยายในภาษาต่าง ๆ ในเอเชีย ได้แก่ ภาษาไทย เขมร ลาว อินโดนีเซียและมาเลเซียอีกด้วย นอกจากนี้นักแสดงสาว แม็กกี้ คิว ยังร่วมส่งคลิปวิดิโอเพื่อส่งต่อข้อความเพื่อสนับสนุนการรณรงค์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน
สามารถรับชมแอนิเมชันและสื่อการเรียนรู้ เพื่อตระหนักถึงสถานการณ์การทดลองกับสัตว์ในปัจจุบัน รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ hsi.org/Ralph
เจฟฟรีย์ ฟล็อคเคน ประธานกรรมการองค์การ Humane Society International กล่าวว่า “Save Ralph เป็นสัญญาณเตือนให้เราตระหนักถึงความทุกข์ทรมานของสัตว์ทดลองเครื่องสำอาง ซึ่งบัดนี้ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องร่วมมือกับยุติการทารุณกรรมนี้พร้อมกันทั่วโลก เพราะทุกวันนี้เรามีผลิตภัณฑ์ทางเลือกจำนวนมากที่เชื่อถือได้ และมีความปลอดภัยในการใช้งานโดยไม่ทำการทดลองกับสัตว์ ดังนั้นจึงไม่ควรมีข้ออ้างใด ๆ ที่จะต้องสร้างความทรมานให้แก่สัตว์ อย่าง ราล์ฟ ในกระบวนการทดลองเครื่องสำอางหรือส่วนผสมต่างๆ”
ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญรณรงค์จาก HSI โดยมีกระต่ายราล์ฟเป็นตัวละครหลัก ซึ่งให้เสียงพากย์โดย ไทกา ไวติติ ถ่ายทอดผ่านการสัมภาษณ์ถึงชีวิตประจำวันในฐานะ “สัตว์ทดลอง” ในห้องแล็บ แคมเปญ #SaveRalph สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อต่อต้านการทดลองกับสัตว์ โดยใช้วิธีการบอกเล่าเรื่องราวและนำเสนอในรูปแบบแปลกใหม่ ซึ่งมีเจ้ากระต่ายราล์ฟเป็นตัวดำเนินเรื่อง เพื่อให้ผู้คนได้เห็นสภาพของสัตว์ทดลองจำนวนนับไม่ถ้วน ที่ต้องเผชิญกับความทรมานที่เกิดขึ้นใน แล็บทดลองทั่วโลก แคมเปญนี้ช่วยกระตุกใจผู้คนให้มาเป็นส่วนหนึ่งในการต่อต้านการทดลองกับสัตว์ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบบถาวร
สเปนเซอร์ ซัสเซอร์ ผู้กำกับ กล่าวว่า “ตัวสัตว์ทดลองเองไม่มีทางเลือก ดังนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะต้องทำอะไรสักอย่าง เมื่อเรามีโอกาสทำแคมเปญร่วมกับ Humane Society International ผมคิดว่าการเล่าเรื่องราวผ่านแอนิเมชันแบบสต็อปโมชันเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการถ่ายทอดเนื้อหาเหล่านี้ หากคุณได้รู้ความจริงว่าสัตว์ทดลองถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายขนาดไหน คุณจะทนดูมันไม่ได้แน่ ๆ สิ่งที่ผมตั้งใจไว้คือให้แอนิเมชันเรื่องนี้ช่วยให้เราได้ส่งต่อความจริงในรูปแบบที่ไม่หนักเกินไปนัก ผมหวังว่าคนดูจะตกหลุมรักราล์ฟ และอยากร่วมมือกันสู้เพื่อราล์ฟ และสัตว์อื่น ๆ ที่เผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกัน และเราต้องช่วยกันยุติการทดลองกับสัตว์แบบถาวร”
คลอเดีย ดัง ถิ เฟือง เถา ผู้จัดการแคมเปญแห่ง Humane Society International ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “#SaveRalp” เป็นโครงการสาธารณะระดับโลกที่จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนและรณรงค์ในการสร้างความตระหนักรู้ถึงความทุกข์ทรมานอันเลวร้ายที่สัตว์ต้องทนในการทดสอบเครื่องสำอาง แคมเปญนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ออกกฎหมายเห็นความจำเป็นที่ต้องมีการห้ามการทดลองในสัตว์อย่างจริงจัง เพราะไม่ควรมีสัตว์ตัวไหนต้องทนทรมานหรือตายเพื่อความงามอีกต่อไป เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ผลสำรวจจาก Ipsos โดย Humane Society International แสดงให้เห็นว่าในอาเซียนได้มีการร่วมกันต่อต้านการทดลองกับสัตว์ในกระบวนการผลิตเครื่องสำอางโดยกว่า 83% เป็นเสียงจากคนไทย และโดยเฉลี่ย 87% เป็นเสียงจากผู้คนจากประเทศต่าง ๆ ทั่วอาเซียน และเราขอให้ทุกคนช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ราล์ฟ ด้วยการช่วยกันแชร์แอนิเมชันนี้”
ทรอย เซเดิล รองประธานด้านการการวิจัยและพิษวิทยา องค์กร HSI กล่าวว่า “มันง่ายมากที่จะพูดว่าบริษัทที่ยังทำการทดลองกับสัตว์คือต้นตอของปัญหา แต่ในความเป็นจริงองค์กรเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาเช่นกัน ก่อนอื่นเราต้องเปลี่ยนแปลงกฎหมาย และตอนนี้เรากำลังทำงานร่วมกันกับผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อย่าง Lush, Unilever, P&G, L’Oréal และ Avon เพื่อรณรงค์ต่อต้านการทดลองกับสัตว์ในตลาดเครื่องสำอางที่ทรงอิทธิพลระดับโลกอีกหลายแห่ง โดยมีเจ้ากระต่ายราล์ฟ มาเป็นกระบอกเสียง เพื่อช่วยร่วมผลักดันกฎหมายนี้ให้สำเร็จ”
นอกจากนี้ แม็กกี้ คิว นักแสดงฮอลลิวูดยังกล่าวว่า “ฉันเชื่อในความเป็นมนุษย์ และฉันรู้สึกว่า ถ้าพวกเขาได้รับรู้ถึงความทรมานอันแสนสาหัสที่เหล่าสัตว์ทดลองต้องเผชิญเพื่อความงามแล้ว มนุษย์เองก็คงจะต้องการอะไรที่แตกต่างออกไป เนื่องจากการทดลองเครื่องสำอางในสัตว์นั้นยังถูกกฎหมายอยู่ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉันจึงขอเชิญชวนให้ผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ ระมัดระวังในการซื้อมากขึ้น สำหรับฉันแล้ว ฉันรู้ดีว่าไม่จำเป็นต้องใช้สินค้าที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายเพื่อความงามเลย และฉันว่าคุณเองก็คงเหมือนกัน มาส่งเสียงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันนะคะ!!”
แคมเปญชิ้นนี้มุ่งสื่อสารไปที่ 16 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ บราซิล แคนาดา ชิลี เม็กซิโก แอฟริกาใต้ และ 10 ประเทศทั่วภูมิภาคอาเซียน รวมถึงองค์กรพันธิตรต่างๆ เช่น Humane Society แห่งสหรัฐอเมริกา และ Humane Society Legislative Fund ในการผลักดันกฎหมายในสหรัฐอเมริกา โดย HSI ยืนหยัดเพื่อสนับสนุนการรณรงค์ต่อต้านนี้ เช่นที่เคยเกิดขึ้นในยุโรปมาแล้วเมื่อผู้มีอำนาจได้พยายามอุดช่องโหว่ทางกฎหมายด้วยการเรียกร้องให้มีการทดสอบส่วนผสมเครื่องสำอางในสัตว์ให้อยู่ภายใต้กฎหมายเคมี โดย #SaveRalph นั้นจะเป็นเหมือนสปอตไลท์ที่ส่องแสงสว่างไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อผลักดันอนาคตที่ปราศจากการทรมานสัตว์ดังที่ประชาชนและผู้บริโภคคาดหวัง
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสัตว์ทดลองในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง
- ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า 83% ของคนไทย สนับสนุนการต่อต้านการทดลองในสัตว์
- ในบางประเทศ กระต่ายอย่างราล์ฟยังคงถูกล็อคคอเพื่อทดลองเครื่องสำอางด้วยการหยดส่วนผสมลงในตาและผิวหนังที่โดนโกนขนทิ้ง โดยหนูตะเภาและหนูชนิดอื่นเองก็ต้องถูกโกนขนเช่นเดียวกัน เพื่อทำการทดสอบเคมีลงบนผิวหนังหรือบนหู โดยไม่มีสัตว์ตัวไหนเลยที่ได้รับยาแก้ปวด และสุดท้ายพวกมันก็ต้องถูกฆ่าทั้งหมด
- ใน 40 ประเทศทั่วโลก ได้ยกเลิกการทดลองกับสัตว์ในกระบวนการผลิตเครื่องสำอางแล้ว โดย HSI และพันธมิตรเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินการผลักดันการรณรงค์ต่อต้านในประเทศอินเดีย ไต้หวัน นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ กัวเตมาลา ออสเตรเลีย และ 10 รัฐในบราซิล รวมถึงประเทศตุรกี อิสราเอล นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์และในสหรัฐอเมริกาอย่างรัฐแคลิฟอเนีย อิลลินอยส์ เนวาดา และเวอร์จิเนีย ก็ไม่มีการทดลองกับสัตว์แล้วเช่นกัน
- มีแบรนด์เครื่องสำอางกว่า 2,000 แบรนด์ทั่วโลกที่ไม่มีการทดลองกับสัตว์ และได้ชื่อเป็นเครื่องสำอางที่ปราศจากความโหดร้าย (Cruelty-free) ซึ่งรวมถึง Lush, Garnier, Dove, Herbal Essences และ H&M บริษัทเหล่านี้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย โดยใช้ส่วนผสมที่ผ่านการใช้งานอย่างปลอดภัยมาแล้วร่วมกับเครื่องมือประเมินความปลอดภัยในการใช้งานที่ทันสมัยโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทดลองกับสัตว์ ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีคู่มือการแนะนำการซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกออกมา ดังนั้น HSI จึงขอแนะนำ LeapingBunny.org เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลอันเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภค
- HSI เตือนว่า แม้แต่เครื่องสำอางที่ปราศจากความโหดร้ายก็ยังมีความเสี่ยง หากกฎหมายความปลอดภัยของสารเคมี ยังคงเรียกร้องให้มีการทดสอบส่วนผสมทางเคมีใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในสัตว์ทดลอง นั่นเป็นเหตุผลที่แคมเปญ #SaveRalph ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทดสอบกับสัตว์อย่างเข้มงวด
- นอกเหนือจากการดำเนินการตามกฎหมาย HSI และพันธมิตรของเรากำลังร่วมมือกันเพื่อพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมในการประเมินความปลอดภัยที่ปราศจากการทดลองกับสัตว์เพื่อสนับสนุนบริษัทขนาดเล็กและหน่วยงานของรัฐให้เปลี่ยนจากการทดลองกับสัตว์ไปสู่วิธีการอื่นที่ไม่มีสัตว์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นวิธีการที่ทันสมัย พร้อมใช้งานและมั่นใจว่าจะมีความปลอดภัยกับมนุษย์ได้ดีกว่าการทดสอบกับสัตว์
จากการค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่องกว่า 27 ปีของ “อมอร์แปซิฟิก” ผู้นำอันดับหนึ่งด้านความงามจากประเทศเกาหลีใต้ ล่าสุดนักวิจัยได้ค้นพบ “ซูเปอร์เพียวเรตินอล” (Super Pure Retinol) หรือ “เรตินอลบริสุทธิ์รูปแบบพิเศษ” ที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มอัตราการหมุนเวียนเปลี่ยนเซลล์ผิวช่วยให้ริ้วรอยของผิวตื้นขึ้น นำมาซึ่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของ LANEIGE (ลาเนจ) กับนวัตกรรมเพื่อต่อต้านความร่วงโรย “ลาเนจ เพอร์เฟค รีนิว ยูธ เรตินอล ครีม” (Laneige Perfect Renew Youth Retinol Cream) ครีมลดเลือนริ้วรอยที่สามารถใช้ได้ทั่วใบหน้าและรอบดวงตาเพื่อดูแลปัญหาริ้วรอยเฉพาะจุด การันตีด้วย 6 รางวัลความสำเร็จและสิทธิบัตรมากมายจากทั่วโลก เทคโนโลยีเอกสิทธิ์ที่คิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับลาเนจกับ 3 ส่วนผสมหลักเพื่อต่อต้านริ้วรอย ได้แก่ “เรตินอลบริสุทธิ์รูปแบบพิเศษ” ที่ดีที่สุดของอมอร์แปซิฟิค เพราะมีความบริสุทธิ์สูงมากถึง 95% ซึ่งเป็นความบริสุทธิ์สูงสุดที่เป็นไปได้ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างมีประสิทธิภาพ ผสานเข้ากับ “ไตรเปปไทด์จากฝรั่งเศส” อันประกอบด้วยกรดอะมิโนกระชับผิว 3 โมเลกุล ช่วยกระตุ้นการผลิตโปรคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ และ “กรดไฮยารูโลนิคขนาด 5 โมเลกุล” ที่เข้าเติมเต็มความชุ่มชื้นได้ถึง 5 ระดับชั้นผิว ป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจน ช่วยลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นและกระชับผิว แก้ปัญหาความร่วงโรยจากผลกระทบของอุปกรณ์ดิจิทัล
LANEIGE Perfect Renew Youth Retinol Cream เป็นเรตินอลบริสุทธิ์ 95% ใช้ได้กับ 8 จุดริ้วรอยบนใบหน้า ได้แก่ หน้าผาก, ระหว่างคิ้ว, ใต้ตาและหางตา, รอยหัวเราะ, มุมปาก, บริเวณลำคอ และ บริเวณอื่นที่เห็นเส้นริ้วรอย ตลอดจนริ้วรอยอันเกิดจากการเผชิญกับแสงจากจอและความร้อนจากอุปกรณ์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ หรือ จอคอมพิวเตอร์ และปัญหาริ้วรอยที่เกิดจาก Phone Face1 ขณะใช้ สมาร์ทโฟน อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อยก่อนวัยของคนยุคนี้ โดย 3 ส่วนผสมทรงประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยของผิวจาก ลาเนจ ได้แก่
1. ซูเปอร์เพียวเรตินอล (Super Pure Retinol) หรือ “เรตินอลบริสุทธิ์รูปแบบพิเศษ” ที่ดีที่สุดของอมอร์แปซิฟิค เพราะมีความบริสุทธิ์สูงถึง 95% ซึ่งเป็นความบริสุทธิ์สูงสุดที่เป็นไปได้ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเข้าทำงานโดยตรงกับริ้วรอย เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนและขัดขวางการย่อยสลายคอลลาเจน
2. ไตรเปปไทด์จากฝรั่งเศส (Tripeptide from France) กรดอะมิโนกระชับผิว 3 โมเลกุล ช่วยกระตุ้นการผลิตโปรคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ โดยเปปไทด์จะส่งสัญญาณสู่เซลล์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเมื่อพบว่ามีการทำลายคอลลาเจนมากเกินไป
3. กรดไฮยาลูโรนิก 5 ชั้น (5-Layer Hyaluronic Acids) เข้าเติมเต็มความชุ่มชื่นในชั้นผิว เพิ่มความแน่นและเร่งความกระชับ 3 โซนผิว อันได้แก่ ใต้ตา ร่องรอยยิ้ม และ มุมปาก ป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจนและช่วยในการดูดซึมเรตินอลลงสู่ผิวหนัง เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นอย่างเต็มที่จากกรดไฮยาลูโรนิก ผิวจะฟูขึ้นส่งผลให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวแลดูกระชับและอิ่มแน่น เต่งตึง
นอกจาก 3 ส่วนผสมหลักแล้ว “ลาเนจ เพอร์เฟค รีนิว เรตินอล ครีม” (Laneige Perfect Renew Retinol Cream) ยังมีส่วนผสมของ “ใบบัวบก” ที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาผิวและซ่อมแซมผิวสำหรับผิวที่ไวและแพ้ง่าย และ “กรดทรานซามิก” (Tranexamic Acid) ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง กระจ่างใส นอกจากนี้ ลาเนจยังให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์นี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเรตินอลจะเป็นสารที่ “ไวต่อแสง” เราจึงคิดค้น “บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ” ที่สามารถต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (อนุมูลอิสระ) ด้วย 3 การออกแบบพิเศษ ได้แก่ 1) ฝาด้านในตรงปลายหลอดถูกปิดผนึกเพื่อลดการไหลเข้าของอากาศเมื่อไม่ได้เปิดใช้งาน 2) เพิ่มจุกปิดผนึกอีกชั้นเพื่อป้องกันการแตกหักในระหว่างบีบเนื้อผลิตภัณฑ์ 3) เพิ่มแผ่นอลูมิเนียมป้องกันอีกหนึ่งชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้อ็อกซิเจนเข้าไปในหลอดได้ขณะเปิดใช้เนื้อครีม ด้วยเทคนิคการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบพิเศษนี้ จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของส่วนผสมเรตินอลว่าจะคงความเสถียรภาพจากความเสี่ยงของ แสง อ็อกซิเจน และความชื้น ได้อย่างสูงสุด
วิธีใช้ ให้ใช้ Perfect Renew Youth Retinol Cream เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดูแลผิวขั้นพื้นฐาน และใช้ครีมกันแดดเสมอในเวลาเช้า เพื่อการปรับผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แนะนำให้ใช้ ดังนี้
สัปดาห์ที่ 1 - ใช้คืนเว้นคืน ในปริมาณเม็ดถั่วเขียวและทาเฉพาะจุดที่มีปัญหาริ้วรอย
สัปดาห์ที่ 2 - ใช้ทุกคืน ในปริมาณเม็ดถั่วเขียวและทาเฉพาะจุดที่มีปัญหาริ้วรอย
สัปดาห์ที่ 3 - ใช้ทุกคืน ในปริมาณเม็ดถั่วเหลือง และทาทั่วผิวหน้า
สัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป - ใช้ทุกวัน เช้า-ก่อนนอน ในปริมาณเม็ดถั่วเหลือง และทาทั่วผิวหน้า
จากผลการทดสอบพบกว่า หลังจากใช้ Perfect Renew Youth Retinol Cream เพียง 1 สัปดาห์ ริ้วรอยบริเวณตาลดลง -32.714 % รอยหัวเราะลดลง -22.8% ริ้วรอยรอบปากลดลง -21.5% และบริเวณริ้วรอยอื่นก็ลดลงเช่นกัน สัมผัสได้ถึงผิวที่กระชับ และริ้วรอยที่ลดลงได้หลังใช้ 1 สัปดาห์
*เนื่องจาก “เรตินอล” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องเลี่ยงจาก แสงแดด ออกซิเจน และความชื้น ดังนั้น “บรรจุภัณฑ์” จึงต้องได้รับการออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษ ด้วยวัสดุหลอดอลูมิเนียม 9 ชั้น เพื่อเป็นเกราะป้องกันอ็อกซิเจน และป้องกันกระบวนการเกิดอ็อกซิเดชั่น ทำให้คุณภาพของครีมคงความเสถียรจนหมดหลอด*
พบที่สุดแห่งการนวัตกรรมแห่งพลังความอ่อนเยาว์ Laneige Perfect Renew Youth Retinol Cream (ปริมาณ 15 มล. ราคา 1,650 บาท / ปริมาณ 30 มล. ราคา 2,750 บาท) และผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยใน “กลุ่มผลิตภัณฑ์ Perfect Renew Youth” ได้ ณ เคาน์เตอร์ลาเนจ ทุกสาขา หรือ ช่องทาง Line: @laneigechatandshop ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติม คลิ๊ก https://www.facebook.com/laneigethailand
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม