Wongnai ร่วมกับ บัตรเครดิต JCB ฉลองครบรอบครั้งที่ 10 ของ สุดยอดเทศกาลอาหารอันดับหนึ่ง “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2021” ในธีม “Japanese Top Gems” เอาใจคออาหารญี่ปุ่นด้วยดีลสุดคุ้มจากสุดยอดร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศหลากหลายสไตล์ที่ Wongnai ได้คัดสรรมามากว่า 40 ร้าน ในราคา 799 บาท, 1,499 บาท และ 2,499 บาท (net) ซื้อดีลสุดคุ้มได้ที่ เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Wongnai ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 พฤษภาคมนี้
Wongnai Bangkok Restaurant Week 2021: Japanese Top Gems ยกทัพสุดยอดร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นเยี่ยมหลากหลายสไตล์โดยเชฟมากประสบการณ์กว่า 40 ร้าน ที่พร้อมใจกันจัดลดพิเศษแบบที่ไม่เคยลดมาก่อน สูงสุดถึง 54% เอาใจคออาหารญี่ปุ่นแบบจัดเต็มทั้ง โอมากาเสะ ซูชิ ชาบูและสุกี้ยากี้ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสรสชาติและประสบการณ์แบบญี่ปุ่นต้นตำรับจากร้านดังมากมายไม่ว่าจะเป็น OMAKASE TEN, KISSO, 山里 Yamazato, Eishin by meruto, SUSHI MORI, NABEZO, TENYUU, Tokyoxxx Premium Ari และอีกมากมายรวมกว่า 40 ร้าน ที่ Wongnai ได้คัดสรรมาอย่างตั้งใจ ลิ้มรสครบชุดกับราคาแบบฟูลคอร์ส เริ่มต้นที่ 799 บาท, 1499 บาท และ 2499 บาท (net) กับเมนู Signature Set ที่ประกอบไปด้วย Appetizer, Main Course, Dessert และ Beverage
ในโอกาสครบรอบครั้งที่ 10 ของเทศกาลอาหารอันดับหนึ่ง Wongnai Bangkok Restaurant Week 2021 พร้อมมอบสิทธิพิเศษ สำหรับผู้ถือบัตรเครดิต JCB รับส่วนลด 15% สูงสุด 300 บาท เมื่อซื้อดีลร้านอาหารในแคมเปญ Wongnai Bangkok Restaurant Week 2021 (จำกัด 1 สิทธิ์ ต่อ 1 บัญชี จำนวน 1,000 สิทธิ์ตลอดแคมเปญ)
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อดีล Wongnai Bangkok Restaurant Week 2021 : Japanese Top Gems ได้ที่ https://www.wongnai.com/restaurantweek หรือที่แอปพลิเคชัน Wongnai ตั้งแต่วันนี้-15 พฤษภาคมนี้ และสามารถใช้สิทธิ์ได้ถึงวันที่ 15 มิถุนายนนี้เท่านั้น
WeTV ผู้นำการให้บริการวิดีโอสตรีมมิงแอปพลิเคชันในฐานะ “ศูนย์รวมความบันเทิงแห่งเอเชีย” (Asian Premium Selection) เดินหน้าขยายฐานผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือ “AIS PLAY” ในฐานะผู้ให้บริการ VDO Streaming Service Provider ส่งแพ็คเกจ WeTV VIP ทั้งแบบรายเดือน รายสัปดาห์ และรายวันในราคาสุดคุ้มส่งตรงถึงมือลูกค้าเอไอเอสทั้งในระบบเติมเงิน และรายเดือน ให้เหล่าคอซีรีส์ได้รับชมออริจินัล คอนเทนต์คุณภาพดี และวาไรตี้ดังจากทั่วทั้งเอเชีย ดูได้ทุกที่...ทุกเวลา แบบถูกลิขสิทธิ์ ดูฟรี แบบไม่มีโฆษณาคั่น เริ่มสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
คุณกนกพร ปรัชญาเศรษฐ ผู้จัดการ WeTV ประจำประเทศไทย บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการแอปพลิเคชันวิดีโอสตรีมมิงของประเทศไทย WeTV มุ่งมั่นที่จะนำเสนอคอนเทนต์คุณภาพหลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งมอบความบันเทิงให้แก่ผู้ใช้บริการอยู่เสมอ การร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ AIS PLAY ในครั้งนี้ จึงเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่จะทำให้ทั้ง WeTV และ AIS PLAY สามารถนำเสนอคอนเทนต์คุณภาพให้กับลูกค้าซึ่งเป็นผู้ใช้งานกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น รวมถึงมอบประสบการณ์ความบันเทิงแห่งเอเชียด้วยการส่งแพ็คเกจเสริม WeTV VIP ในราคาสุดคุ้มเริ่มต้นเพียงวันละ 9 บาทเท่านั้น ซึ่งสมาชิก WeTV VIP สามารถเลือกรับชมออริจินัล และเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์คุณภาพจาก WeTV ด้วยความคมชัดระดับ HD ทุกเรื่อง ทุกรายการ ทุกตอนได้ไม่อั้น ไม่มีโฆษณามาคั่นให้กวนใจ โดยสามารถดูได้ถึงสองเครื่องต่อหนึ่งบัญชี นอกจากนี้สมาชิก WeTV VIP จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วม Fast Track เพื่อดูตอนใหม่ล่วงหน้าก่อนใคร และกิจกรรมพิเศษอีกมากมายที่รออยู่”
นางสาวศิวพร เพ่งผล หัวหน้าแผนกงานบริหารวิดีโอและบรอดคาสท์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า "ช่วง 2 – 3 ปี ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า VDO Content มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งส่วนผู้ให้บริการ ผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหม่ๆ และการขยายฐานของผู้รับชมภายในประเทศ ผ่านช่องทางรับชมที่หลากหลาย โดย AIS PLAY ในฐานะผู้ให้บริการ VDO Streaming Service Provider ได้พัฒนาการให้บริการคอนเทนต์ ทั้งการผลิตออริจินัลคอนเทนต์ พัฒนารูปแบบการนำเสนอใหม่ๆ และร่วมทำงานกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการร่วมกับ WeTV แอปพลิเคชันวิดีโอสตรีมมิงแหล่งรวมคอนเทนต์คุณภาพจากทั่วเอเชียที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากผู้ชมชาวไทยมาพร้อมเสิร์ฟคอนเทนต์ความบันเทิงให้กับลูกค้าเอไอเอสทั้งแบบรายเดือนและเติมเงินได้เลือกรับชมกันอย่างจุใจและคุ้มค่ากับแพ็กเกจ WeTV VIP ทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ และพิเศษสุดกับแพ็กเกจรายเดือนเพียง 59 บาทต่อเดือนและเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า สามารถสมัครและชำระค่าบริการได้ภายในบิลชำระค่าบริการได้อย่างสะดวก ง่าย และปลอดภัย"
รายละเอียดแพ็คเกจเสริม WeTV VIP กับสิทธิสุดพิเศษให้ลูกค้าเอไอเอสได้ดูคอนเทนต์ระดับคุณภาพจากทั่วเอเชียได้ในราคาสุดคุ้ม!
● แพ็คเกจเสริมรายเดือน
คิดค่าบริการเดือนละ 59 บาท จากปกติราคาเดือนละ 89 บาท อีกทั้งยังได้รับสิทธิ์ชมฟรี 30 วันแรก สำหรับลูกค้าเอไอเอสแบบเติมเงิน และรายเดือนที่สมัครใช้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 สิงหาคม 2564 สำหรับลูกค้าที่สมัครใช้บริการ WeTV เป็นครั้งแรกอีกด้วย
● แพ็กเกจเสริมแบบรายสัปดาห์
แพ็คเกจเสริมแบบ 7 วัน สำหรับลูกค้าเอไอเอสแบบเติมเงิน รับสิทธิ์ชมฟรี 7 วันแรก หลังจากนั้นคิดค่าบริการเพียงเดือนละ 19 บาทเท่านั้น สำหรับลูกค้าที่สมัครใช้บริการ WeTV เป็นครั้งแรก
● แพ็กเกจเสริมแบบรายวัน
แพ็คเกจรายวัน สำหรับลูกค้าเอไอเอสแบบเติมเงิน ด้วยราคาสบายกระเป๋าเพียงวันละ 9 บาทเท่านั้น!
สำหรับลูกค้าเอไอเอสที่สมัครแพ็คเกจเสริม WeTV VIP เตรียมพบกับขบวนซีรีส์และรายการวาไรตี้ดังทั่วเอเชีย ทั้งไทย จีน เกาหลี และอีกมากมาย เช่น
● CHUANG 2021 เวทีที่เฟ้นหาสุดยอดบอยกรุ๊ปจากเด็กฝึกทั่วโลก : http://bit.ly/Chaung2021
● เดอะ เดบิวต์..อวสานไอดอล (The Debut) : http://bit.ly/TheDebutWeTV
● MOUSE : http://bit.ly/WeTVMOUSE
● คุณคือป้อมปราการของฉัน (You Are My Hero) : http://bit.ly/YouAreMyHERO
● ร้อยรักปักดวงใจ (พากย์ไทย) The Sword and the Brocade : http://bit.ly/TheSwordAndTheBrocadeTH
โดยลูกค้าแพ็คเกจเสริมสามารถดูฟรีครบทุกตอนได้ที่ WeTV VIP เท่านั้น ลูกค้าเอไอเอสที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/WeTVVIPxAISPlay
นาฬิกาสวยๆ สักเรือน ก็เปรียบเสมือนเครื่องประดับ ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์และตัวตนของผู้สวมใส่ หลายคนสวมใส่นาฬิกาเป็นหนึ่งในแอคเซสซอรี่ที่ช่วยคอมพลีทลุค มิกซ์แอนด์แมทให้เข้ากับแฟชั่นเทรนด์ ในขณะที่หลายคนให้ความสำคัญกับนาฬิกาเป็นของสะสมและการลงทุนที่เพิ่มมูลค่าในอนาคต ด้วยเหตุนี้ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงจัดมหกรรมเพื่อคนรักนาฬิกาครั้งใหญ่แห่งปี ‘ROBINSON THE ULTIMATE WATCH FAIR 2021’ (โรบินสัน เดอะ อัลติเมท วอทช์ แฟร์ 2021) ในคอนเซ็ปต์ ‘LIGHT OF GALAXY’ รวบรวมนาฬิกาทั้งกลุ่มลักชัวรี่ แฟชั่น สมาร์ทวอทช์ รุ่นพิเศษ ลิมิเต็ด อิดิชั่น มาให้กลุ่มวอทช์เลิฟเวอร์ได้ช้อปที่แรกก่อนใคร! กว่า 50 แบรนด์ พร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2564 ณ เซ็นเตอร์ คอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์
สำหรับตัวอย่างไฮไลท์ของแบรนด์นาฬิกาชั้นนำภายในงาน ‘ROBINSON THE ULTIMATE WATCH FAIR 2021’ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย
● แบรนด์ FRANCK MULLER กับคอลเลคชั่นพิเศษ FRANCK MULLER x VATANIKA THAILAND LIMITED EDITION รุ่น MASTER SQUARE™ VATANIKA ROUGE DIAMOND LIMITED EDITION คอลเลคชั่นที่มีเฉพาะประเทศไทย ซึ่งออกแบบโดยดีไซน์เนอร์สาว FRIEND OF FRANCK MULLER คุณแพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ตัวเรือนเป็นโรสโกลด์ล้อมเพชร หน้าปัดแล็คเกอร์สีแดงสด โดดเด่นด้วยตัวเลขโรมัน V และ XI ประดับเพชร สายหนังจระเข้สีแดง ตัวเครื่องเป็นระบบควอตซ์ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 9 เรือนในโลกเท่านั้น ในราคา 1,214,000 บาท
● ด้านแบรนด์ ORIS ได้เตรียมนาฬิกา 2 รุ่นไฮไลท์ คือ ORIS WHARK SHARK LIMITED EDITION ที่มาพร้อมตัวเรือนนาฬิกาไดฟ์เวอร์ รุ่น ORIS AQUIS GMT และผลิตจำนวนจำกัด 2,016 เรือน เพื่อระลึกถึงปีที่สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้ประกาศให้เป็นปีสำคัญในการปกป้องประชากรฉลามวาฬ ในราคา 115,900 บาท และ ORIS AQUIS DATE 41.5 mm (CHERRY) นาฬิกาสำหรับนักประดาน้ำรุ่นล่าสุด ORIS AQUIS DATE CHERRY RED กับการพลิกโฉมด้วยหน้าปัดเฉดสีแดงฉ่ำ รวมถึงการขัดแต่งแบบ SUNBURST อันโดดเด่น ตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาดหน้าปัด 41.5 มม. เหมาะกับข้อมือสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรี เข้ากับไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมหน้าต่างวันที่ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงกลไกที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ทั้งชุดเข็มและหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสง SUPER LUMINOVA ที่เข้ากับขอบ BEZEL สแตนเลสสตีลพร้อม DIVING SCALE ตัวนูนที่ได้แรงบันดาลใจจากรุ่นยอดฮิต AQUIS DATE RELIEF ในราคา 83,900 บาท และอีกหลากหลายคอลเลคชั่น พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะในงาน และรับ ORIS SUMMER PREMIUM (เฉพาะรุ่น) อีกด้วย
● ส่วน THE SWATCH GROUP ได้ขนทัพนาฬิกาที่เป็นคอลเล็คชั่นไฮไลท์ของแต่ละแบรนด์มาเปิดตัวในงานนี้เป็นที่แรก เริ่มจากแบรนด์ LONGINES นำคอลเล็คชั่น SPIRIT ที่หลอมรวมประวัติศาสตร์เข้ากับนวัตกรรม โดยผสมผสานยุครุ่งโรจน์ของการบินให้เข้ากับดีไซน์อันงดงามและคุณสมบัติของนาฬิกายุคปัจจุบัน มาพร้อมกลไกไขลานอัตโนมัติที่ได้รับการรับรองระดับโครโนมิเตอร์โดย COSC RADO นำรุ่น CAPTAIN COOK BRONZE ที่สาวก RADO รอคอย กับสีใหม่ล่าสุดในตัวเรือนบรอนซ์เคลือบทองคำตัดกับหน้าปัดและขอบตัวเรือนไฮเทคเซรามิกสีแดงเบอร์กันดี ส่วน MIDO นำนาฬิกาดำน้ำลุคสปอร์ต OCEAN STAR 200C ขอบเซรามิค กันน้ำลึก 200 ม. มาเป็นไฮไลท์ในงานนี้
● ต่อด้วย GRAND SEIKO กับ SEIKO PROSPEX นาฬิกาดำน้ำที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกาะอิริโอโมเตะ มี 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น SPB207 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกาะอิริโอโมเตะ กันน้ำได้ 300 เมตร พร้อมกับตัวเรือนแบบหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียวไร้รอยต่อ และสร้างขึ้นเพื่อรองรับการทำงานใต้น้ำหรือการดำน้ำต่อเนื่อง (Saturation Diving) หรือการดำน้ำแบบปกติที่อาศัยถังอากาศ (Scuba Diving) ผลิตเพียง 3,000 เรือนทั่วโลก, SLA047 เป็นการต่อยอดความสำเร็จด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ กันน้ำได้ 200 เมตร ผลิตเพียง 6,000 เรือนทั่วโลก, SSC807 นาฬิกาโครโนกราฟที่ใช้กระแสไฟฟ้าที่ถูกเปลี่ยนจากพลังงานแสงอาทิตย์ กันน้ำได้ 200 เมตร โดยผลิตจำกัดเพียง 4,000 เรือนทั่วโลก
● และอีกหนึ่งแบรนด์อย่าง GARMIN ที่เตรียม 3 รุ่นไฮไลท์ VENU SQ MUSIC 2 สีใหม่ BLACK/ROSE GOLD กรอบดิสเพลย์สีโรสโกลด์สุดฮิตตัดกับสายนาฬิกาสีดำทำให้ดูโดดเด่น และสี WHITE/SLATE GOLD สายนาฬิกาสีขาวดูเรียบและเพิ่มความเข้มด้วยกรอบดิสเพลย์สีดำ ทั้ง 2 รุ่นมีจุดเด่นที่หน้าจอสีสดใส ผสมผสานกับสไตล์การใช้งานแบบประจำวัน ราคา 8,490 บาท เมื่อช้อปภายในงานรับ FREE JOOX VIP 3 เดือน และยังสามารถจัดเก็บเพลย์ลิสเพลงในนาฬิกากับติดตามสุขภาพและข้อมูลออกกำลังกายได้ด้วย และอีกหนึ่งรุ่นที่สาย GAMER ไม่ควรพลาด พร้อมยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมไปกับรุ่น INSTINCT, E-SPORTS EDITION BLACK LAVA ไม่ได้เพียงแค่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยวิเคราะห์ผลการเล่นเกมผ่านโปรไฟล์กิจกรรมอีสปอร์ตที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ ใช้ STR3AMUP เพื่อบรอดคาสต์ระดับความเครียดและอัตราการเต้นของหัวใจผ่านการสตรีมเกม มาเทรนร่างกายและเตรียมสมองให้พร้อมต่อการเล่นเกมไปกับ INSTINCT รุ่นนี้ราคา 10,990 บาท
● ปิดท้ายด้วยแบรนด์ยอดนิยมอย่าง CASIO กับ “CASIO G-SHOCK ได้เปิดตัวผลงานใหม่จาก MR-G KACHI-IRO SERIES ประกอบด้วย 3 โมเดล ได้แก่ MRG-B2000B-1ADR, MRG-B2000R-1ADR ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายและชุดเกราะของเทพเจ้าญี่ปุ่น และรุ่น MRG-B1000BA-1ADR สำหรับผู้ที่ชอบตัวเรือนขนาดกลาง ที่มาพร้อมโครงสร้างที่ป้องกันการกระเทือนได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดิม สามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตร และมีระบบมัลติฟังก์ชันต่างๆ ที่ให้ผู้สวมใส่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ ถือเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่ใช้เป็นเครื่องบอกเวลาแห่งศตวรรษที่ 21 เลยก็ว่าได้ และอีกหนึ่งรุ่น G-SHOCK MT-G x SANKUANZ (LIMITED MODEL) ในคอนเซ็ปต์ 'KILL THE WALL' ที่ทลายกำแพงระหว่าง STREET FASHION ที่เข้าถึงได้ง่าย และความหรูหราสไตล์ LUXURY หลอมรวมเป็นดีไซน์ที่ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เรียกได้ว่าเป็นโมเดลที่โดนใจสาย LUXURIOUS STREET FASHION อย่างแน่นอน
โดยงานนี้มีเหล่าเซเลบริตี้วอทช์เลิฟเวอร์ร่วมอัพเดทคอลเลคชั่นนาฬิกาก่อนใคร ไม่ว่าจะเป็น ดีไซเนอร์สาวสุดฮอตอย่าง มิ้นท์-ณิชชา บุณยากร ที่มาร่วมแชร์ทริคในการเลือกนาฬิกาของตนเองว่า “มิ้นท์เป็นคนที่ชอบแฟชั่น ชอบแต่งตัว สำหรับมิ้นท์นาฬิกาก็เปรียบเสมือนเครื่องประดับ ส่วนตัวจะชอบใส่นาฬิกาหลากหลายแบบขึ้นอยู่กับโอกาส มิ้นท์ชอบนาฬิกาแบบบอยไซส์ ขนาดประมาณ 36 38 40 มิล เพราะมิ้นท์เป็นคนตัวเล็กที่มีข้อมือค่อนข้างใหญ่ อย่างในงานนี้นาฬิกาที่มิ้นท์ชอบมากที่สุดคือ FRANCK MULLER x VATANIKA THAILAND LIMITED EDITION รุ่น MASTER SQUARE™ VATANIKA ROUGE DIAMOND LIMITED EDITION คอลเลคชั่นที่มีเฉพาะประเทศไทย ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 9 เรือนในโลกเท่านั้น ชอบดีไซน์ที่มีความโดดเด่น หรูหรา เวลาใส่แล้วเสริมบุคลิกของเราได้ค่ะ”
ด้าน ปั้น-ชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์ วิศวกรและนักแสดงหนุ่มมากความสามารถ กล่าวถึงการร่วมอัพเดท คอลเลคชั่นนาฬิกาก่อนใครที่งานนี้ว่า “ผมเป็นคนที่ชอบนาฬิกามากๆอยู่แล้วครับ ทั้งซื้อใส่เอง และซื้อเพื่อการลงทุน ทริคในการเลือกนาฬิกาของผมคือจะเลือกซื้อนาฬิกาแบรนด์ที่มีคุณภาพ ในชีวิตประจำวันผมจะชอบใส่สมาร์ทวอทช์ อย่างGARMIN VENU SQ MUSIC 2 เป็นตัวที่ผมใส่ทุกวัน ใส่ได้หลายโอกาส แข็งแรง ใส่แบบไม่ต้องรักษามาก เพราะผมเป็นวิศวกรทำงานแบบลุยๆ และมีไลฟ์สไตล์ค่อนข้างแอคทีฟ ชอบออกกำลังกาย ดำน้ำ ตีกอล์ฟ ใส่ไปถึงตอนนอนเพื่อวัดระดับการนอน นอกจากฟังก์ชั่นการใช้งานแล้วผมยังเลือกนาฬิกาจากดีไซน์ที่ชอบ ในงานนี้เรือนที่ผมถูกใจมากที่สุดคือ ORIS WHARK SHARK LIMITED EDITION มีดีไซน์สวยงามเป็นหนังฉลามวาฬและมีรูปฉลามวาฬอยู่ด้วย ที่ชอบเพราะผมเป็นคนชอบดำน้ำ และผมชอบฉลามวาฬมากๆ และพอได้ทราบสตอรี่ที่มาของนาฬิการุ่นนี้ว่าผลิตขึ้นเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ และปกป้องประชากรฉลามวาฬ ในปี 2016 ซึ่งมันตรงกับความรู้สึกของเรา และที่สำคัญคือเป็นรุ่นลิมิเตด ราคาไม่ตก และสามารถเพิ่มมูลค่าในอนาคตได้อีกด้วย”
ร่วมสัมผัสกับมหกรรมเพื่อคนรักนาฬิกาครั้งใหญ่แห่งปี ‘ROBINSON THE ULTIMATE WATCH FAIR 2021’ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2564 ณ เซ็นเตอร์ คอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ พร้อมมอบความเหนือระดับในการช้อปปิ้ง กับครั้งแรก! ของบริการสั่งซื้อสินค้าที่สะดวกสบายบนแพลทฟอร์มออมนิชาแนลของโรบินสัน ไม่ว่าจะเป็นช้อปผ่านเว็บไซต์ ROBINSON ONLINE ที่ www.robinson.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง ROBINSON CHAT & SHOP แชทบอกผู้ช่วยส่วนตัวที่ LINE @Robinson ROBINSON FACEBOOK INBOX และ FACEBOOK LIVE ให้ลูกค้าช้อปง่ายๆ ที่ FACEBOOK ROBINSON DEPARTMENT STORE ROBINSON CALL & SHOP โทรช้อปสินค้าผ่านเบอร์ 1425 รับสินค้าได้ทันใจ และบริการใหม่ล่าสุด PERSONAL SHOPPER ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวสำหรับทุกคน โทร.1425 กด 3 ที่จะอำนวยความสะดวก คอยให้คำแนะนำสิทธิพิเศษแก่ทุกท่านได้อย่างครบครัน
เมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) ผู้นำเครื่องหอมบ้านระดับพรีเมี่ยมจากประเทศฝรั่งเศส สร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ทุกมุมในบ้าน ส่งโปรโมชั่นสุดร้อนแรง ชุดตะเกียงน้ำหอม Glacon รูปทรงสี่เหลี่ยมคิวบ์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากก้อนน้ำแข็ง มีให้เลือก 2 สี สีเขียวและสีดำ มาพร้อมน้ำหอมกลิ่น Pure White Tea ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคาปกติ 4,510 บาท พิเศษเหลือเพียง 2,350 บาท รับเพิ่มน้ำหอมชนิดเติมตะเกียงขนาด 500 มิลลิลิตร กลิ่น Summer Rain และน้ำหอมเซ็ต Trio Pack (ขนาด 180 มิลลิลิตร 3 ขวด คละกลิ่น) สามารถเลือกซื้อได้ในทุกช่องทางจำหน่ายยกเว้น สาขาเซ็นทรัลชิดลม และชิค รีพับบลิค โปรโมชั่นเริ่มแล้ววันนี้ – 19 เมษายน 2564
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 254 2780 หรือ 02 672 0498 ต่อ 113 และช่องทางออนไลน์ ได้แก่ www.maisonbergerthailand.com, Facebook https://www.facebook.com/maisonbergerthailand, Instagram https://www.instagram.com/maisonbergerthailand, @line https://page.line.me/maisonbergerthai
นับว่าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่ง ที่ยืนหนึ่งเรื่องความเย็นมายาวนานกว่า 129 ปี กับแบรนด์ “ตรางู” ของกลุ่มบริษัทอังกฤษตรางู ที่มีการปรับตัวเข้ากับยุคสมัย โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวตนของแบรนด์ ล่าสุดกับการเปิดกลยุทธ์การตลาดแบรนด์ในตำนานต้นตำรับแรกของโลก ที่บุกหนักตั้งแต่ต้นปี สู่การพัฒนาโปรดักส์อินโนเวชั่น ตรางู รีแล็กซิ่ง เฟรนช์ ลาเวนเดอร์ ที่มอบความหอม ผ่อนคลาย สบายผิว เพิ่มดีกรีความคูล ดับความร้อนระอุของอากาศเมืองไทย ผ่านการสร้างการรับรู้ และภาพจำในผลิตภัณฑ์ ด้วยการมอบประสบการณ์ตรงให้ลูกค้า เนรมิตทุ่งลาเวนเดอร์ใจกรุงตลอดเดือนเมษายน 2564 บริเวณหน้ารถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีเพชรบุรี ภายใต้แคมเปญ “เย็นดีย์ ไม่ดรอปชัวร์ #แชร์ให้ทั่วว่าเราคูล”
นายอนุรุธ ว่องวานิช ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทอังกฤษตรางู เจ้าของสินค้าแบรนด์ตรางู กล่าวว่า “สภาพอากาศในปัจจุบัน ภาวะโลกร้อน ประกอบกับอากาศในช่วงหน้าร้อน มีอุณหภูมิร้อนจัด โดยเฉลี่ยสูงขึ้นถึง 40 องศา ส่งผลโดยตรงกับผู้ที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งท่ามกลางแดด สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Product) ของแบรนด์ตรางูมีความโดดเด่นเรื่องการมอบความเย็นกายสบายใจ สดชื่น และลดอาการระคายผิว ไม่สบายตัว ที่เกิดจากอากาศร้อน ซึ่งปัจจุบันแบรนด์ตรางูมีโปรดักส์ไลน์อยู่ 5 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน คือ แป้งเย็น เจลอาบน้ำ สบู่ ทิชชู่เย็น บอดี้สเปรย์ และมิสท์ นอกจากความเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ และจุดขายของแบรนด์ตรางูแล้ว เรายังได้ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมมีการออกแบบสูตรและสรรพคุณให้มีความหลากหลาย เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสูตรคลาสสิค คงความเย็นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ตรางู มายาวนาน, สูตรรีแลกซ์ซิ่ง ให้ความหอมผ่อนคลาย, สูตรไวลด์ ทานาคา ให้ผิวเนียนใส, สูตรซอฟท์ แอนด์ สมูท ให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่น และสูตรรีเฟรชชิ่ง ช่วยเพิ่มความสดชื่น โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายหลักสำหรับผลิตภัณฑ์ไว้ 2 กลุ่มหลักด้วยกัน คือ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแป้ง เจาะกลุ่มเจนเอกซ์ - เจนวาย ในขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่างเจลอาบน้ำ สบู่ ทิชชู่เย็น บอดี้สเปรย์ และมิสท์ เจาะกลุ่มเจนวาย - เจนซี”
● เมื่อโลกเปลี่ยน ผู้บริโภคเปลี่ยน นำพาสู่โปรดักส์อินโนเวชั่น สู่การจับคู่ความคูลของโปรดักส์ไฮไลท์ปี 2564 หอม ผ่อนคลาย สบายผิวกับ ตรางู รีแล็กซิ่ง เฟรนช์ ลาเวนเดอร์
หนึ่งในความท้าทายหลักของแบรนด์ตรางูคือ เมื่อโลกเปลี่ยนและหมุนอยู่ตลอดเวลา กลุ่มผู้บริโภคและช่วงวัยเปลี่ยนไป ประกอบกับเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคมีความเปลี่ยนแปลง จะปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับยุคสมัย โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวตนของแบรนด์ตรางู และยังคงครองใจผู้บริโภคอยู่ได้ สู่การพัฒนาโปรดักส์อินโนเวชั่นอย่างต่อเนื่อง จับเทรนด์กลุ่มรีแล็กซิ่ง เพื่อแก้ pain point เมื่อโจทย์หลักของประเทศไทยคือเป็นเมืองร้อน ในโลกที่มีความเร่งรีบ และเคร่งเครียด ตรางู รีแล็กซิ่ง กลิ่นเฟรนช์ ลาเวนเดอร์ จึงเป็นโปรดักส์ไฮไลท์ของปี 2564 ด้วยส่วนผสมหลักของลาเวนเดอร์ ออยล์ ที่มอบความหอม ผ่อนคลาย สบายผิว สดชื่น ทุกครั้งที่ได้ใช้และได้กลิ่น พร้อมช่วยลดอาการระคายเคืองตามผิวหนังที่เกิดจากอากาศร้อนอีกด้วย
● สร้างประสบการณ์ตรงให้ลูกค้า เพิ่มการจดจำในแบรนด์ สู่ Call to Action เนรมิตทุ่งลาเวนเดอร์ใจกลางกรุง ตลอดเดือนเมษายน
แบรนด์ตรางูได้มีการปรับรูปแบบการสื่อสาร สู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมอัดแคมเปญการตลาดครบวงจรทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ ภายใต้ชื่อ “เย็นดีย์ ไม่ดรอปชัวร์ #แชร์ให้ทั่วว่าเราคูล” พร้อมเนรมิตทุ่งลาเวนเดอร์ไว้ใจกลางกรุง เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ (awareness) สร้างภาพจำ (recall) กระตุ้นไปสู่ยอดขาย (call to action) ในผลิตภัณฑ์ พร้อมเปิดตัวผ่านความเหนือกว่าของผลิตภัณฑ์ สร้างความเย็นให้กลุ่มผู้บริโภคได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ตรงด้วยตัวเอง ทั้งในส่วนของกลิ่นหอมผ่อนคลาย และความเย็นที่จะเกิดขึ้นกลางทุ่งลาเวนเดอร์ ตลอดเดือนเมษายน 2564 บริเวณหน้ารถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีเพชรบุรี ซึ่งนับว่าเป็นจุดแลนด์มาร์คหลักที่มีผู้คนสัญจรไปมา และเป็นจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะทางบกและทางน้ำ รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นไปสู่ยอดขายอีกด้วย
● รักษาฐานลูกค้าเดิม ขยายสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่
แบรนด์ตรางู ยังได้มีการวางแผนกลยุทธ์ในการสื่อสารสู่กลุ่มลูกค้าเดิม พร้อมขยายสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ จัดขบวนคาราวานภายในขบวนรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เพื่อมอบประสบการณ์ให้กับกลุ่มลูกค้า (customer experience) การแจกผลิตภัณฑ์ทดลอง กิจกรรมแอดปุ๊บ เย็นปั๊บ ผ่านช่องทาง Line OA การเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ เพื่อขยายการรับรู้ผลิตภัณฑ์ กิจกรรมเซิร์ฟสเก็ต กิจกรรมโรดโชว์ ไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ภาพยนตร์โฆษณาและออนไลน์วิดีโอ รวมทั้งสื่อนอกบ้าน OOH (Out of Home Media)
“นับว่าเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการปรับตัวในเข้ากับเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้ ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปตามโลกตลอดเวลา พร้อมต้องยังคงคอนเซ็ปต์และความเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของแบรนด์ตรางู นอกจากที่เราจะรักษาไว้ซึ่งคุณภาพ การพัฒนาและเพิ่มคุณภาพก็เป็นโจทย์หลักที่แบรนด์ตรางูยังคงทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์ กระชับความสัมพันธ์ เป็น Brand Love ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานทุกยุคทุกสมัย” นายอนุรุธ กล่าวสรุป
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความหอมผ่อนคลายและความเย็นท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ ตลอดเดือนเมษายน 2564 บริเวณหน้ารถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีเพชรบุรี พร้อมร่วมพิสูจน์ความคูลด้วยตัวคุณเองกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตรางู รีแล็กซิ่ง กลิ่นเฟรนช์ ลาเวนเดอร์ ทั้งในส่วนของแป้งเย็น เจลอาบน้ำ สบู่ ทิชชู่เย็น บอดี้สเปรย์ และมิสท์ ได้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ Line OA : @snakebrandfamily, Facebook : Snake Brand Fan Page, Shopee และLazada
หน้าร้อนเมืองไทยดูเหมือนจะร้อนขึ้นทุกปี แค่ก้าวขาออกจากบ้าน ก็ทำให้หลายคนถึงขั้นเหงื่อตก จนหนังศีรษะและผมมัน เสียความมั่นใจที่จะออกไปสนุกกับกิจกรรมมันส์ ๆ กับเพื่อน
เฮดแอนด์โชว์เดอร์ ในฐานะผู้นำด้านแชมพูขจัดรังแค ได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดจากความมันบนหนังศีรษะ จึงได้คิดค้นแชมพูสูตรใหม่ล่าสุด “เฮดแอนด์โชว์เดอร์ อินสแตนท์ ออยล์ คอนโทรล” (Head & Shoulders Instant Oil Control) ที่ได้ ‘เลม่อน เฟรช’ ส่วนผสมใหม่ล่าสุด มาเสริมพลังกับเทคโนโลยีเฉพาะ ZPT เพื่อช่วยลดความมันส่วนเกินบนเส้นผมและหนังศีรษะทันทีหลังจากสระผม พร้อมขจัดรังแคที่เกิดจากความมันบนหนังศีรษะ เสริมความมั่นใจ 100% ให้คุณได้ #มันส์ให้สุดแล้วหยุดมัน กับเพื่อน ๆ ได้อย่างเต็มที่ตลอดหน้าร้อนนี้
เฮา ทราน ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ซัมเมอร์ในประเทศไทยเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่ผู้คนจะได้ออกไปเที่ยวในวันหยุดยาว และทำกิจกรรมสนุกสนานกับครอบครัวและเพื่อน แต่ด้วยอากาศที่ร้อนกว่าปกติทำให้เหงื่อออกได้ง่าย จึงเกิดความมันสะสมบนหนังศีรษะและเส้นผม หลายคนหมดความมั่นใจที่จะออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่อยู่เสมอ เฮดแอนด์โชว์เดอร์ จึงได้คิดค้นแชมพูสูตรใหม่ล่าสุด เฮดแอนด์โชว์เดอร์ อินสแตนท์ ออยล์ คอนโทรล ที่จะช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนหนังศีรษะในทันที ให้หน้าร้อนปีนี้ คุณมั่นใจและออกไปมันส์กับเพื่อน ๆ แบบไม่ต้องกลัวมันอีกต่อไป”
ทั้งนี้ เฮดแอนด์โชว์เดอร์ยังได้ชวนนักร้องขวัญใจคนรุ่นใหม่ “อิ้งค์-วรันธร เปานิล” ที่มีไลฟ์สไตล์สนุกสุดมันส์มาร่วมแชร์ประสบการณ์ #มันส์ให้สุดแล้วหยุดมัน
“ด้วยไลฟ์สไตล์ของอิ้งค์ที่เจอผู้คนมากมายอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องคอยดูแลตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ แต่มีบางครั้งที่รู้สึกผมมัน ไม่สบายหนังศีรษะ ทำให้ไม่มั่นใจ ทำกิจกรรมอะไรก็สนุกได้ไม่เต็มที่ จนได้มาลองใช้แชมพู เฮดแอนด์โชว์เดอร์ อินสแตนท์ ออยล์ คอนโทรล สูตรใหม่ ที่ช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนหนังศีรษะได้ทันที ทำให้ตอนนี้อิ้งค์มั่นใจ สามารถออกไปสนุกกับกิจกรรมมันส์ ๆ ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องกังวล จะกลางแจ้ง แดดออก หรือเหงื่อตกมากแค่ไหน ก็มั่นใจว่าเฮดแอนด์โชว์เดอร์ ช่วยคุมมัน เอาอยู่ทุกลุคแน่นอนค่ะ”
ติดตามชมความน่ารักสดใสของ อิ้งค์-วรันธร เปานิล ที่จะทำให้หน้าร้อนนี้สนุกกว่าที่เคย ผ่านภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ตัวใหม่ล่าสุดจาก เฮดแอนด์โชว์เดอร์ ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=f5Imf05uFz8
พร้อมมา #มันส์ให้สุดแล้วหยุดมัน กับ เฮดแอนด์โชว์เดอร์ อินสแตนท์ ออยล์ คอนโทรล ขนาด 330 มล. ราคา 149 บาท และขนาด 450 มล. ราคา 179 บาท ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ และ ทางออนไลน์
@headandshouldersth
แคมเปญ เก่าแลกใหม่ จาก Innergie เปลี่ยนอะแดปเตอร์เก่าที่ไม่ใช้ หรือ ชำรุดให้มีมูลค่าและยังช่วยกำจัดอะแดปเตอร์อย่างถูกวิธี เพียงนำอะแดปเตอร์ที่ไม่ใช้แล้ว มาแลกเป็นส่วนลดสูงสุด 500 บาท เพื่อซื้ออะแดปเตอร์ One For All Series ที่ร้าน .life และ iStudio by Copperwired ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2564 เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้ง่ายขึ้น
แคมเปญนี้ยังช่วยสนับสนุนลูกค้าที่เลือกซื้อสินค้าอย่างมีสติ ด้วยการนำเสนออะแดปเตอร์ One For All ซีรีย์ ที่สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้หลากหลาย ตั้งแต่โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต มือถือ และอุปกรณ์อื่นๆ Innergie ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตอบสนองทุกความต้องการในการชาร์จด้วยอะแดปเตอร์ที่มีคุณภาพสูงเพียงแค่ตัวเดียว
ในฐานะที่เป็นผู้นำระดับโลกทางด้านพลังงานและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เดลต้านำเสนอผลิตภัณฑ์ “อัจฉริยะ” ที่มีประสิทธิภาพสูง Innergie ได้ใช้นวัตกรรมของ Delta เพื่อสร้างวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย
Innergie มุ่งมั่นที่จะปกป้องโลกร่วมกับลูกค้าและผู้ถือหุ้น จากรายงานของกรมควมคุมมลพิษ ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยมีประมาณเกือบ 4 แสนตันต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี เป็นทวีคูณ
การกำจัดผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่ผ่านกระบวนการจัดการที่ถูกต้อง ขยะเหล่านี้ก็จะเป็นพิษกลับมาทำลายสิ่งแวดล้อมและมนุษย์เราได้ เนื่องจากขยะประเภทนี้ย่อยสลายได้ยากและมีส่วนประกอบของสารที่เป็นพิษต่อธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต
ในยุคดิจิทัลนี้ เรามีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายมากมายและจำนวนอะแดปเตอร์จะมีเยอะขึ้นตามจำนวนอุปกรณ์ที่เรามี Innergie ได้พัฒนาอะแดปเตอร์อเนกประสงค์ที่สามารถปรับกระแสไฟอัตโนมัติตามแต่อุปกรณ์ที่ใช้ เพื่อลดจำนวนอะแดปเตอร์ในการใช้งานลง
การเลือกอะแดปเตอร์ที่เหมาะสม จาก Innergie ช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดเงิน ประหยัดพื้นที่และปกป้องโลกใบนี้Innergie ทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อส่งมอบหลักการของ Delta “Smarter. Greener. Together.” มุ่งสร้างนวัตกรรมพลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับแคมเปญ https://th.myinnergie.com/tradein
มูจิ ประเทศไทย ตอกย้ำความมั่นใจศักยภาพตลาดไทย ล่าสุดปรับโฉม MUJI สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ใหม่ทั้งหมด พร้อมเปิดให้บริการ 1 เมษายน 2564 นี้เป็นต้นไป ขยายพื้นที่เพิ่มกว่าเดิมมากกว่า 3 เท่า จาก 359 ตารางเมตร เป็น 1,400 ตารางเมตร เพิ่มร้านกาแฟเป็นสาขาที่ 3 ในประเทศไทย รวมทั้งให้บริการด้านการออกแบบภายใน (MUJI Interior Consultation Service) และบริการตัดขากางเกง ฟรี! ชี้ศักยภาพตลาดย่านรามอินทราทำเลทองแห่งใหม่ เป็นแหล่งรวมที่อยู่อาศัยและโฮมออฟฟิศหนาแน่น ประกาศปรับราคาเสื้อผ้า MUJI WALKER กันยูวีแบบแห้งเร็ว ลดราคาสูงสุด 30% ในราคาเริ่มต้นเพียง 390 บาท รับลมร้อน
นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด MUJI ยังคงมองประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพ นอกจากกลยุทธ์ปรับราคาสินค้าเป็นราคาที่ผู้บริโภคคนไทยเข้าถึงได้ง่ายแล้วยังเดินหน้ากลยุทธ์ขยายช่องทางการจำหน่ายในส่วนออนไลน์และออฟไลน์ ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ล่าสุดหลังจากที่ MUJI สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ได้ให้บริการลูกค้า MUJI ในย่านรามอินทราและพื้นที่ใกล้เคียงมากกว่า 4 ปี MUJI ได้ปรับปรุงสาขาดังกล่าวเป็นรูปโฉมใหม่ทั้งหมด โดยขยายเนื้อที่ให้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า จากพื้นที่ให้บริการเดิม 359 ตารางเมตร เป็น 1,400 ตารางเมตร สำหรับรองรับการให้บริการลูกค้าในย่านดังกล่าวซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากโลเกชั่นทำเลดังกล่าวเป็นทำเลศักยภาพที่มีจำนวนผู้อยู่ที่มีกำลังซื้ออาศัยหนาแน่น พร้อมเปิดให้บริการสาขาโฉมใหม่ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 นี้
“แฟชั่นไอส์แลนด์เป็นโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่บนถนนรามอินทรากิโลเมตรที่ 10 ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ทอดยาวคาบเกี่ยวพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งเหนือและฝั่งตะวันออก เชื่อมโยงถนนสายหลักและสายรองสำคัญ ๆ หลายสาย รวมทั้งมีโครงการรถไฟฟ้าระบบรางเดี่ยวสีชมพูที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2565 ช่วยอำนวยความสะดวกเชื่อมต่อการเดินทางให้สะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำเลนี้จึงนับเป็นทำเลศักยภาพย่านหนึ่งที่มีโครงการที่อยู่อาศัยกระจายตัวอยู่จำนวนมาก รวมทั้งเริ่มเป็นย่านของโฮมออฟฟิศ ประกอบกับเดิมกลุ่มคนทำงานกระจายตัวออกมาซื้อที่พักอาศัยในทำเลนี้เป็นจำนวนมาก จึงมีกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ นับเป็นอีกหนึ่งในโลเกชั่นที่ MUJI มองเห็นศักยภาพและให้ความสำคัญ จึงเลือกปรับปรุงโฉมสาขานี้เป็นอันดับต้น ๆ ภายใต้แนวคิดให้ MUJI เป็นแบรนด์สินค้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น” นายอกิฮิโร่ กล่าว
MUJI สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์โฉมใหม่ตั้งอยู่ที่โซน Grand Station ชั้น 1 ในศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ บนพื้นที่ 1,400 ตารางเมตร มีสินค้า MUJI ให้เลือกกว่า 3,000 รายการ ภายในสาขายังมีร้านกาแฟ “MUJI Coffer Corner” เป็นร้านกาแฟสาขาที่ 3 ในประเทศไทย ตกแต่งด้วยบรรยากาศแบบธรรมชาติอบอุ่นเรียบง่ายสไตล์ MUJI และยังมี 2 บริการ ภายในสาขาดังกล่าว ได้แก่ บริการ MUJI Interior Consultation Service ซึ่งเป็นบริการที่ปรึกษาด้านออกแบบภายใน ให้ลูกค้าสามารถปรึกษาหรือขอคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ หรือปัญหาด้านการจัดเก็บพื้นที่ที่จำกัด จากที่ปรึกษาด้านการตกแต่งภายในของ MUJI เพื่อการอยู่อาศัยที่มีประสิทธิภาพ สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ภายใต้ “ความสวยงาม” และ “ความเรียบง่าย” และบริการตัดขากางเกงฟรี! สำหรับลูกค้าที่ซื้อกางเกง MUJI ที่ร่วมรายการพร้อมแสดงใบเสร็จให้แก่พนักงานภายในสาขา
นายอกิฮิโร่ กล่าวเสริมว่า เพื่อดำเนินงานตามหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ MUJI ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้มากยิ่งขึ้น ผ่านกลยุทธ์การตลาดด้านราคาและเพื่อเป็นการต้อนรับหน้าร้อน MUJI ได้ปรับราคาสินค้า MUJI WALKER กันยูวีแบบแห้งเร็ว อาทิ เสื้อโปโล เสื้อแขนสั้น ฮูดดี้ เสื้อยืดแขนกุด กางเกงผ้าแห้งยืดได้ 4 ทิศ รองเท้าผ้าใบลดแรงกระแทกบริเวณส้นเท้า เป็นต้น โดยปรับราคาลดลงสูงสุดถึง 30% ด้วยราคาสินค้าเริ่มต้นเพียง 390 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ MUJI WALKER เป็นเสื้อผ้าสวมใส่แบบชุดลำลอง หรือใส่ออกกำลังกายเบา ๆ มีคุณสมบัติดูดซับและแห้งเร็ว พร้อมปกป้องรังสียูวี เนื้อผ้าฝ้ายสัมผัสนุ่มสบายผิว มาพร้อมแถบสะท้อนแสง เพื่อให้มองเห็นตัวผู้ใส่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในเวลากลางคืน
พบกับ MUJI สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ โฉมใหม่ได้ที่พิกัด 587, 589 อาคารศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ห้องเลขที่ GSSH114 (โซนแกรนด์สเตชั่น Grand Station) ชั้น 1 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 10230 (โทร 02-040-5411) พร้อมต้อนรับซัมเมอร์ด้วยการเลือกช้อปเสื้อผ้าและรองเท้า MUJI WALKER ในราคาสบายกระเป๋า ได้ที่MUJI ทุกสาขา รวมทั้งช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ ทั้งในแพลตฟอร์มเว็ปไซต์ www.central.co.th/en/muji และ Central ในแอปพลิเคชันhttp://centralapp.central.co.th/app.php
ศูนย์การค้า เดอะมาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ร่วมกับ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม, สภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจังหวัดปทุมธานี จัดงาน “เดอะ มาร์เก็ต สงกรานต์ฉลองนคร” ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันงดงามสะท้อนผ่านอัตลักษณ์แห่งความเป็นไทย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์มหามงคล ร่วมกราบสักการะสรงน้ำขอพร ๙ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ได้แก่ ๑. หลวงพ่อพระพุทธโสธร ๒. หลวงพ่อ วัดไร่ขิง ๓. หลวงพ่อ วัดบ้านแหลม ๔. หลวงพ่อโต วัดบางพลี ๕. หลวงพ่อทันใจ ๖. หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา วัดท่าซุง ๗. พระพุทธชินราช ๘. พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ๙. หลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง พร้อมขอเชิญร่วมทำบุญระฆังเงินระฆังทอง และเพลิดเพลินไปกับการช้อป ชิม ชิลล์สินค้าและอาหารอิ่มอร่อยมากมายภายในงานตั้งแต่วันที่ ๖ – ๑๘ เมษายน ศกนี้ บริเวณ ชั้น M (R Walk และ M Hall) และชั้น G (Outdoor)
โดยมี สุฐิตา โชติจุฬางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักกรรมการ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ย่านราชประสงค์) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ตลอดจนศิลปินนักแสดง กิตตน์ก้อง ขำกฤษ และเฌอเบลล์ - ลัลณ์ลลิน เตจะสา ร่วมพิธีเปิดงานซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๔ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ M Hall ชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์)
ทีฟาล์ว ผนึก ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เดินกลยุทธ์บุกตลาดอีคอมเมิร์ซต่อเนื่อง หลังปลื้มยอดขายบนช้อปปี้เติบโตกว่า 2 เท่า ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา พร้อมปักธงกระตุ้นยอดขายตั้งแต่ช่วงต้นปีกับโปรเด็ด ลดดับร้อน ในมหกรรมการช้อปปิ้งสุดยิ่งใหญ่ Shopee 4.4 Mega Shopping Day ที่มาพร้อมกับส่วนลดสูงสูงสุด 70% และโค้ดรับ Shopee Coins คืนสูงสุด 50% ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 เมษายน 2564
นายปฐม ยงค์มาลย์วงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท กรุ๊ป เอสอีบี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กและเครื่องครัว ภายใต้แบรนด์ ทีฟาล์ว (Tefal) เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์โควิด-19ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในปฏิกิริยาเร่งสำคัญ ที่ทำให้ผู้คนหันเข้ามาสนใจและพึ่งพาการช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อเติมเต็มความต้องการในการซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น และด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไป ‘ทีฟาล์ว’ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของอีคอมเมิร์ซที่เปรียบเสมือนส่วนขยายสำคัญที่จะช่วยเพิ่มการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง จึงได้ปรับกลยุทธ์หันมาโฟกัสในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์มากยิ่งขึ้นและได้จับมือทางธุรกิจกับ ‘ช้อปปี้’ เพื่อยกระดับการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์และสามารถขยายฐานผู้บริโภคมายังอีคอมเมิร์ซได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลังจากความร่วมมือกับ ช้อปปี้ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทีฟาล์ว สามารถเข้าถึงระบบการจัดการหลังบ้านที่ครบครัน อีกทั้งยังสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทางการตลาดและฟีเจอร์ยอดนิยมของช้อปปี้ อาทิ Shopee Live และ Shopee Feed จนสามารถสร้างยอดขายที่เติบโตของร้านค้า Tefal Official Store บน Shopee Mall ได้มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ซึ่งนับว่าเป็นเสียงสะท้อนสำคัญที่บ่งบอกให้ถึงพฤติกรรมการบริโภคบนช่องทางออนไลน์ของเหล่านักช้อป อีกทั้งยังเป็นเสียงการันตีถึงประสิทธิภาพและความต้องการของสินค้าจากทีฟาล์วบนตลาดออนไลน์”
“ด้วยเหตุนี้ ทีฟาล์ว จึงได้รุกเดินหน้าขยายความร่วมมือกับ ช้อปปี้ ในปี 2564 เพื่อพัฒนาและยกระดับความสามารถในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นกระตุ้นยอดขายตั้งแต่ในช่วงต้นปีกับมหกรรมการช้อปปิ้งในแคมเปญ Shopee 4.4 Mega Shopping Day ที่ทีฟาล์วได้เตรียมนวัตกรรมเครื่องครัวสุดไฮเทค มามอบให้แก่เหล่าผู้บริโภคด้วยความสะดวกสบายเพียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมนำสินค้าตัวท็อปมาร่วมโปรโมชั่นและส่วนลดมากมายอาทิ ส่วนลดสูงสุด 70% และโค้ดรับ Shopee Coins คืนสูงสุด 50% ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 เมษายน 2564 ” นายปฐม กล่าวเสริม
เตรียมพบกับมหกรรมการลดราคากับโปรเด็ด ดับร้อน ในแคมเปญ Shopee 4.4 Mega Shopping ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 เมษายนนี้ ที่ทีฟาล์วได้ขนกองทัพนวัตกรรมเครื่องครัวมามอบให้เหล่าผู้ใช้งานอย่างจุใจ ในช่วงหน้าร้อนนี้ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่
⦁ ส่วนลดสุดคุ้มเฉพาะบน Shopee Mall: ร่วมช้อปกับนวัตกรรมเครื่องครัวตัวท็อปจากทีฟาล์ว ที่มาลดราคาทั้งร้านสูงสุด 70% พร้อมลดอีกต่อด้วยโค้ดรับ Shopee Coins คืนสูงสุด 50% และรับสิทธิพิเศษสุดเลอค่าอีกมากมาย เมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay
⦁ ของรางวัลและของแถมสุดร้อนแรง: เมื่อช้อปสินค้าที่ร่วมรายการโปรโมชั่น เหล่านักช้อปมีสิทธิ์รับของรางวัลสุดพิเศษจากทีฟาล์ว อาทิ รับหม้อทอดไร้น้ำมัน EY1018 มูลค่า 3,590 บาท ฟรี เมื่อซื้อเตารีด SV8062 และ รับฟรีเครื่องปั่น BL4211 มูลค่า 1,590 บาท เมื่อซื้อ เครื่องดูดฝุ่น TY6975
เตรียมช้อปสินค้าตัวท็อปจาก Tefal Official Store บน Shopee Mall กับโปรเด็ด ลดดับร้อน ในแคมเปญ Shopee 4.4 Mega Shopping Day ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 เมษายน 2564 ได้ที่ https://shopee.co.th/tefal_official_shop
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม