ไม่มีอะไรดีขึ้น

สวัสดีค่ะชาวจีบันคือ เราไม่รู้ว่า เพื่อนๆจะรำคาญมั้ยที่เราตั้งกระทู้บ่อยๆแบบนี้
วันนี้เราก็อยากมาระบายอีกนั่นแหละค่ะ วันนี้เป็นวันที่เราเริ่มรู้ตัวจริงๆแล้วว่า มันถึงเวลาที่เราต้องรับผิดชอบตัวเองอย่างจริงจังซักที
 เรื่องมีอยู่ว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เรากลับบ้านจริงๆ ที่ว่าจริงๆนนี่คือ เรามาหาพ่อแต่เราไม่ได้เข้าบ้าน
ไปหาพ่อนี่คือพ่อเราขายของค่ะไปหาพ่อที่ร้านตอนดึกๆหน่อยแล้วจะไม่เจอแม่ค่ะ แล้วให้ตังค์ด้วย อะไรแบบนั้นแหละ
แล้ววันนี้เป็นวันที่เราตัดสินใจจะเข้าไปที่บ้าน เราอยากรู้ว่าบ้านเป็นยังไง ถ้าไม่มีเราอยู่
อยากรู้ว่าจาน ชาม จะกองพะเนินเทินทึกแค่ไหนถ้าเราไม่ทำ แล้วเราเข้าไปในบ้าน แม่เราไม่อยู่ในบ้านแต่บ้านเปิดไว้เหมือนแม่เดินออกไปซื้อของแล้วพ่ออยู่บ้านกับน้อง น้องตัวเล็กๆนะคะ ลูกน้าอ่ะค่ะ แล้วทีนี้เนี่ย
เราเข้าไปหาพ่อแล้ว สวัสดี แล้วเราก็เดินอกมาล้างจาน ชาม  ที่กองอยู่อยู่ที่ซิงค์ล้างจาน ที่มันเหมือนที่เราคิดไว้ว่าถ้าเราไม่ำน้องเราก็ไม่ทำหรอกสงสัยแม่จะทำแหละ แล้วเราเห็นรองเท้าเรา พวกรองเท้าส้นสูง ของเราที่เราชอบซื้อเป็น สิบๆคู่เลยวางกองๆอยู่นอกตู้ พอเราถามพ่อ พ่อบอกว่า น้องมันรื้อๆออกมาเลือกๆแล้วออกไปเลย
แล้วพ่อก็บ่นว่า
มันไม่ทำอะไรเลย บอกอะไรก็ไม่ได้
ตอนนั้นเราโกรธนะ แต่เห็นพ่อทำท่าเหนื่อยใจแบบนี้เราพูดไม่ออก เลยเก็บรองเท้าเข้าตู้ตามเดิม
พอแม่มาก็ทำเหมือนไม่เห็นเราเลย แต่เราก็ยังไม่ได้สนใจหรอก ตอนนั้นเราก็เก็บรองเท้าอยู่
พอเราเดินเข้าบ้าน เราก็อยากลองดูว่าแม่จะคุยกับเรามั้ย พอดีเรามองไปเห็นช่ดอกไม้ที่วางอยู่ไกล้ๆโทรศัพท์บ้าน เลยลองถามว่า
แม่ นี่ดอกไม้ใครอ่ะ
แม่บอกว่า
ของน้องมัน แฟนเค้าซื้อให้
เราก็แบบว่า อืมหรอ สีเหลืองเลย มันชอบเลยดิ
แล้วแม่ก็มองเราแล้วถอนหายใจบอกว่า
ฟ้า มึงนี่แต่งตัวเชยจริงๆเลยนะ หน้าก็แต่งแค่นี้ แต่งตัวก็ไม่เป็น เราเลยถามว่า มันเกี่ยวอะไรกันน่ะแม่
แม่บอกว่า น้องน่ะมันสวย มีคนมาจีบเค้าซื้อนั่นซื้อนี่ให้มันเยอะแยะซื้อของมาฝากพ่อกับแม่ แล้วมึงน่ะ แค่จะหาคนจีบยังไม่มียังต้องดื้นรนอยู่คนเดียว
เราเลยบอกว่า
แม่ หนูไม่ได้อยากมี หนูแต่งแบบนี้ หนูมั่นใจของหนู มันจะมีแฟนก็มีไป มันไม่เกี่ยวกับหนู ไม่ได้อิจฉาอะไรเลยเค้าเข้าบ้านหรือยังเค้ารู้หรือเปล่าว่ามันเป็นยังไง นิสัยยังไง แม่ก็เห็นเวลามันอยู่กับคนอื่นมันดีจะตาย แต่พออยู่ในบ้านดิ แม่ก็รู้นี่
แม่บอกว่า
ก็เรื่องของมันสิ มันเป็นคนมีบุญ อย่างว่าแหละอย่างมึงคงขุดไม่ขึ้น แล้วเดินหนีไปเลย
ตอนนั้นเราเหมือนโดนตบหน้าเลยนะ รู้สึกชาไปหมด แต่ถ้าถามว่าเราเสียใจมั้ย เราไม่เสียใจนะ เราคิดว่า
คำพูดของพ่อแม่ ยังไงเราก็ไม่ควรถือจะพูดด้วยเหตุอะไรก็ช่าง แล้วเหมือยเรามีสติที่จะตั้งรับคำพูดพวกนี้อยู่
ซักพักเราเล่นกับน้อง ก็มีรถคันนึงวิ่งมาจอดหน้าบ้านแม่รีบไล่เราให้เข้าบ้านไปเราก็ งงๆ ก็เดินเข้าบ้านแม่ก็อุ้มไปรับคนที่อยู่ในรถ ก็คือน้องเรากับแฟน เราเห็นตอนนั้นเราอึ้งเลยนะทำไมต้องไล่เรา เหมือนเป็นอะไรก็ไม่รู้ พอแฟนน้องมาส่งเสร็จเค้าก็ขับรถออกไป แล้วน้องก็เอากล้องที่ยืมแฟนมาให้ดู เราก็เดินออกมา แม่เราบอกว่า
ไม่ต้องถ่ายรูปตรงนี้ไปถ่ายที่อื่นที่มันเจริญหูเจริญตามากกว่านี้ดีกว่า(หมายถึงเราเกะกะ) น้องเราก็เบะปากใส่เราอีกแล้วเดินพาแม่กับน้องตัวเล็กๆ ไปถ่ายรูปลองกล้องที่อื่น พอพวกนั้นกลับมาเราก็ยังนั่งอยู่น้องพูดกับเราว่า
กูอายว่ะมีพี่แบบมึง(คือการแต่งตัวของเรา เราชอบใส่กางเกงขายาว ใส่เสื้อกล้ามแล้วใส่เสื้อคลุมข้างนอกอีกที)มันบอกว่า เชย เห็นแล้วอายแทน
เราเลยตอบกลับแบบเฉยๆนิ่งๆว่า
กูเชยแต่กูไม่แอ๊บนะไม่พยายามทำให้ตัวเองดูดีเพื่อตบตาคนอื่นว่าตัวเองดี ถามจริงเหอะเค้ารู้มั้ยว่ามึงเป็นแบบนี้ มึงเถียงพ่อเถียงแม่ งานการไม่ทำ ขี้เกียจตัวเป็นขน เอาเหอะ คบได้ก็คบไปถ้าวันนึงเค้ารู้ว่ามึงเป็นแบบนี้เค้าไม่เอามึงหรอก
(คือน้องเราอ่ะอยู่กับคนอื่นนี่ดีมาก คนมองเข้ามาอ่ะว่ามันดี เรียนสูงหน้าตาน่ารัก แต่ไม่มีใครรู้หรอกนะว่าข้างในเป็นยังไง)
มันก็เงียบ แม่ก็เงียบแล้วมองหน้าเราแบบโกรธมากอะ
แม่บอกว่า
อิจฉาน้องเรา มึงนี่ยังไงอิจฉาได้แม้แต่กับน้อง  ตัวเองไม่มีใครเอาก็เลยพาลหาเรื่องไง นี่คงไม่ได้ท้องไม่มีพ่อกลับมานะ
เราบอกว่า
แม่ หนูไม่มีแฟนนะ ไปเดือนเดีวจะท้องได้ไงแล้วหนูไม่ได้อิจฉฉานะ แม่จะปกป้องก็ปกป้องไปเหอะ หนูรู้ว่าแม่รู้ที่หนูพูดเป็นความจริง แม่รู้อยู่แก่ใจแม่เถียงเพื่อเอาชชนะเท่านั้นแหละ วันนึงถ้าเค้ารู้ว่ามันเป็นแบบนี้เค้าจะว่ายังไง เสื้อผ้าตัวเองไม่เคยซักจนแม่ทนไม่ไหวต้องเอาไปซักให้ หนูเคยมั้ย หนูทำเองตลอด
น้องเราก็พูดเสียงดังว่า
มึงมีปัญญาหาแบบกูให้ได้เหอะ ถ้ามึงหาได้กูให้มันตบหน้ากูเลย
เราเบอกว่า
กูไม่ดิ้นรนหรอก กูไม่แข่งกับคนอย่างมึงหรอก กูรอให้มันรู้ตัวตนของมึง ดูซิว่ามันจะรับได้มั้ย ถ้ามีวันั้นนก็รอจะเหยียบมึงให้จมดิน เหมือนที่มึงเหยียบกู
แม่ก็เรียกเราเสียงดังว่า
ไอฟ้า!!!!!แล้วชี้หน้าเรา
เราก็บอกว่า
หนูกลับแล้วแม่ แล้วเราก็ยกมือไหว้พ่อเดินออกมาบอกว่าให้กินข้าวก่อน(คือพ่อไม่รู้เรื่องนะว่าทะเลาะกันเพราะอยู่ข้างใน)
แม่บอกว่า
ปีกกล้าขาแข็งไม่กลับบ้านเป็นเดือนนคงหากินเองได้แล้วมั้ง
เราก็มองหน้าน้องเรา มองหน้าแม่เราแล้วเดินออกมาเลย
    เพื่อนคะ วันนี้เราไม่เสียใจ ไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราคิดได้แล้วว่าเวลาคือสิ่งจะพิสูจน์ตัวเรา ว่าเราก็มีดีแต่จะนานแค่ไหนนั้นเราไม่รู้ ตอนแรกคิดอยู่ว่าจะตั้งกระทู้ดีมั้ย จะรำคาญกันมั้ย แต่จุดประสงค์ของการตั้งกระทู้คือ เราอยากบอกว่า ถ้าคุณมีครอบครัวที่พร้อมหน้าพร้อมตาและเข้าใจกันให้รักกันไว้นะคะ มันคือสิ่งที่ดีที่สุด เรายังหวังว่าวันนึงเราจะได้กลับมาอยู่บ้านเมื่อเราพิสูตน์ตัวเองได้
และอยากฝากกับคนที่มีปัญหากับครอบครัวนะคะว่า
อย่าไปถือคำพูดของพ่อแม่นะคะ จะเจ็บช้ำไหนก็อย่าเอาไปเป็นอารมณ์นะคะ ใช้สติให้มากๆ สติทำให้เราเข้มแข็งและมีปัญญาในการคิดแก้ไขปัญหาต่างๆเหมือนที่ตอนนี้เราคิดว่า ต่อไปเราจะทำอะไรให้เลี้ยงพ่อแม่ได้ ให้แม่ไม่ด่าเรา ให้คนอื่นเห็นว่าเรา ก็ดีนะ
เราดีใจที่เราเข้มแข็งและมีสติได้ขนาดนี้ เราส้รางกำลังใจให้ตัวเองต่อสู้ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอด เราก็ภูมิใจในตัวเองมากๆแล้วค่ะ สำหรับตอนนี้
เรามาตั้งกระทู้เราไม่อยากให้ใครมาว่าแม่เราหรอกค่ะ แต่อยากฝากไว้ เชื่อว่ามีหลายคนทที่เจอปัญหาหนักกว่าเราก็ยังมีเราเข้าใจและเป็นกำลังใจให้ทุกคนเหมือนกัน
ฝากไว้นะคะ
ขอบคุณที่มาอ่านเรื่องยาวๆของเรานะคะ
ปล.เวลาที่เราทอ้ใจเชือ่มั้ยว่า เราชอบมาเปิดอ่านกระทู้ทีผ่านๆมาที่มีเพื่อนๆจีบันมาให้กำลังใจเรามากมาย
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ผ่านมาและขอบคุณล่วงหน้าสำหรับกำลังใจจากสาวๆนะคะ

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (38)

... สงสารพ่อของคุณที่สุดเลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ... น้องคุณเค้าคงทำบุญมาเยอะ
ขอให้เข้มแข็งค่ะ   

เป็นกำลังใจให้คุณฟ้านะคะ เหมาะสมแล้วที่เป็นลูกคนโต เพราะคุณทั้งเข้มแข็งและอดทน

ขอบคุณอีกครั้งค่ะสาวๆและเพื่อนๆนะคะ
ตอนนี้เค้าจะว่ายังไง ก็ไม่คงจะคิดมากไม่ได้แล้วค่ะ ใช้เวลาเท่านั้นค่ะ
คุณ T_Bunny จริงค่ะ ไม่ได้อยากออกมาหรอกค่ะ แต่มันบับจริงๆ จนเราไม่ไหวแล้วจริงๆ
ไม่มที่ไหนดีเท่าบ้านเราอีกแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ เราก็ต้องเลือกทางที่เราสบายใจแล้วไม่เสียหายดีกว่าค่ะ