ลอกผิวด้วยTCAทำได้เองที่บ้าน ถูกด้วยสวยด้วย

เคยได้ยินเรื่องการลอกผิวด้วยสารสังเคราะห์ หรือChemical Peel เลยเชื่อว่าต้องไปทำที่คลีนิครักษาผิวเท่านั้น..แต่มันค่อนข้างแพงเพราะต้องทำเป็นคอร์ส หลายตังค์อยู่นะ มีตั้งแต่หลักหลายพันไปจนถึงหลักหมื่นเลยแหละ...เมื่อ 2 เดือนไปเจอเพื่อนโดยบังเอิญที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ไม่ได้เจอเธอมาเกือบปีแล้ว--หน้าเธอดูไบรท์มาก ดูเปล่งปลั่ง แต่ไม่ได้ขาวใสแบบฉีดมานะ และก็ไม่ได้ตึงเป๊ะแบบฉีดโบท๊อกนะ เธอเลยบอกว่าเธอใช้เจลลอกหน้าเองตัวนี้แหละ..กลับถึงบ้านก็เสิร์จกูเกิ้ลเป็นการใหญ่โต หาข้อมูลให้มากที่สุด ตะลุยอ่านเยอะ ๆ ๆ จิ๊ง จิง ก็กลัวหน้าจะพังอ่ะเพราะฟังดูเหมือนน่ากลัว...ลอกหน้า..อื้ยยย..ที่ไหนได้อ่านไปอ่านมา มันไม่อันตรายนี้นะ แล้วก็มีผลิตภัณฑ์ตั้งหลายตัวที่ได้ใบอนุญาติของหน่วยงานรับรองมาตรฐานระดับโลก...ที่สำคัญที่สุด ราคาถูกกว่าไปทำที่คลีนิคเป็น 10 เท่า..เริ่มเลยเนอะ
1.ขั้นตอนเตรียมผิว
- ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนที่สุด ประเภทที่ใช้กับเด็กหรือประเภทที่ไม่มีฟองจะดีที่สุด ยี่ห้ออะไรก็ได้ แล้วซับหน้าให้แห้ง อย่าเช็ดนะคะ--ซับ--


- จุ่มสำลีด้วยแอลกอฮอล์สำหรับหน้าโดยเฉพาะ(Isopropyl Alcohol 50%)
มีขายตามร้านขายยา หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป เช็ดให้ทั่วหน้า เว้นรอบตาและปาก ขั้นตอนนี้สำคัญนะคะ เพราะเป็นการชะล้างเอาคราบความมัน ไขมันที่เคลือบผิวอยู่ออก เพื่อให้ตัวยาทำงานได้ถึงชั้นผิวหน้า...เสร็จแล้วรอค่ะปล่อยให้แห้งเอง โดยไม่ต้องเช็ดออก


- ทาวาสลิน หรือปิโตรเลียมเจล หรือเจลทาผิวอะไรก็ได้ที่มันลื่นๆเคลือบผิวได้ ทาเฉพาะปาก รอบปาก ใต้ตา เปลือกตา คือป้องกันไม่ให้เจลลอกผิวไปสัมผัสได้ในกรณีที่พลาดไปโดน


- คู่นี้เตรียมวางไว้ข้างมือ ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกคน แต่เผื่อไว้เฉพาะคนที่หน้าบอบบางมากๆ
     **Baking Soda ก็คือ ผงฟู ที่ไว้ใช้ผสมในขนมปัง เบเกอรี่ต่างๆ ใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ มันปลอดภัยค่ะเพราะมันผสมในของกินได้ วิธีใช้คือ ผสมผงฟู 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำดื่ม 250 มล. (ประมาณ 1/2 ขวดเล็ก)
มันจะมีค่า ph ที่อ่อนโยนที่สุดสำหรับผิวหน้า
     **หลอดสีเหลืองคือ ANTIBIOTICคือยาปฎิชีวนะที่สำหรับฆ่าเชื้อ ป้องกันการอักเสบ หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป บอกเขาว่ายาทาแอนตี้ไบโอติค ใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้

2.วิธีทาเจลลอกผิว 

*ทำสัปดาห์ละ 1 รอบเท่านั้น ควรทำติดกัน 4 สัปดาห์หรือ 1 เดือน หลังจากนั้นไม่จำเป็นต้องทำอีก ผิวจะคงสภาพประมาณ6เดือนถึง1ปี แล้วแต่ผลลัพธ์ในแต่ละบุคคล ซึ่งได้ผลไม่เท่ากัน

*ห้ามให้เข้าตา เข้าปากเด็ดขาด ถ้าเข้าตาหรือเข้าปากให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอย่างเร็วที่สุด นานที่สุด

*ในระหว่างทาเจลลอกผิวอยู่ จะรู้สึกแสบผิวซึ่งเป็นอาการปกติ แต่ถ้ารู้สึกแสบแบบปวดแสบปวดร้อนมากเกินไป ให้รีบล้างออกด้วยน้ำเย็นหรือน้ำก็อกปกติ ห้ามใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเด็ดขาด และให้ใช้น้ำที่ผสม BakingSoda หรือผงฟูที่เตรียมไว้ข้างต้นค่อยๆล้างหน้า แล้วซับหน้าให้แห้งอย่าใช้ผ้าเช็ดหน้าถู ใช้ซับให้แห้ง แล้วทาตามด้วยเจลหรือครีมแอนตี้ไบโอติค (ANTIBIOTIC) รอดูผิวหน้า1วัน ถ้าผิวหน้าเป็นปกติเหมือนเดิมก็สามารถเริ่มทำใหม่ได้ เพราะเป็นอาการปกติของผิวที่ไม่เคยสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่มีค่าความเป็นกรดสูงมาก่อน

- ในแท่งหลอดดูดตัวยา มีขีดปริมาตรอยู่ ให้ดูดตัวยาจนถึงขีด 1 ml (ในแต่ละสัปดาห์ไม่ควรใช้เกิน 1 ml)
- หยดตัวยาทีละหยดใส่นิ้ว อย่าบีบโดยตรงจากแท่งหลอดดูดลงใบหน้า เพราะอาจพลาดไปเข้าตาได้
- ทาบางๆตรงบริเวณผิวที่ต้องการการลอกเป็นพิเศษก่อน เช่น ร่องแก้ม รอยดำจากสิว ผิวส่วนขรุขระ
- หลังจากนั้นทาให้ทั่วใบหน้า ทาแบบป้ายๆให้ทั่วนะคะ แต่ไม่ใช่นวด ไม่เอาแบบสโลว์ เว้นรอบตา-ปาก
- จับเวลาไม่ให้เกิน 5 นาที**ย้ำค่ะ ไม่เกิน 5 นาที** จะรู้สึกแสบๆหน้าบ้าง ให้เปิดพัดลมหรือพัดให้เย็น
- พอถึง 5 นาที ถ้ารู้สึกแสบยุบยิบแต่ไม่มาก ให้ทาทับอีกครั้งหนึ่ง ทำเหมือนครั้งแรกและทิ้งไว้อีก 5 นาทีเช่นกันโดยไม่ต้องล้างตัวยาของครั้งแรกออก ทาทับไปได้เลย และเช่นกันค่ะ พอครบ 5 นาทีในการทาครั้งที่2 สามารถทาทับครั้งที่3ได้ **เวลาทั้งหมดที่เจลลอกผิวสัมผัสผิวหน้าในแต่ละสัปดาห์ต้องไม่เกิน 15 นาที** ไม่ควรทาครั้งเดียวและปล่อยไว้15นาทีเลย ควรแบ่งเป็น 3 ครั้ง ครั้งละ 5 นาทีเพราะตัวยาจะทำงานได้ผลดีใน 5 นาทีแรก และจากผลการทดลอง การทา 3 ครั้งใน 1 รอบการทำ เป็นวิธีที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
- เสร็จขั้นตอนแล้วให้ล้างเอาตัวยาออก ล้างด้วยน้ำเย็นจะดีที่สุด หรือน้ำก็อกที่ไม่อุ่นก็ได้ เปิดน้ำให้ชะหน้านานๆ อย่าให้น้ำเข้าตาหรือเข้าปาก พยายามอย่าถูหรือขัดใบหน้า ให้ใช้วิธีลูบเบาๆ ล้างด้วยน้ำยาล้างหน้าอย่างอ่อนที่เราใช้ในขั้นตอนเตรียมผิวขั้นแรก
- ซับหน้าให้แห้ง--ซับ ซับ--ไม่เช็ดค่ะ ต่อไปนี้ไม่มีการเช็ดหน้าอีกแล้วค่ะ ซับหน้าให้แห้งอย่างเดียว

3.ขั้นตอนหลังทำ

- ทาเจลป้องกันผิวระคายเคือง แนะนำให้ใช้เจลALOE VERA อโลเวรา หรือเจลว่านหางจรเข้ เพราะมีคุณสมบัติให้ความเย็นกับผิว ช่วยป้องกันการระคายเคือง และช่วยสมานผิวหลังโดนแสงแดดจัด-โดนความร้อน แต่ควรเลือกยี่ห้อที่บอกว่าเป็นอโลเวราบริสุทธิ์ 100%ไม่ผสมสารอย่างอื่นเจือปนเลย


- ตอนกลางคืนก่อนนอนให้ทาครีมที่มีความเข้มข้นสูง โดยใช้วิธีลูบเบาๆ โดยไม่ต้องนวด


>>>ทาครีมกันแดดทุกครั้ง 15 นาทีก่อนออกนอกบ้าน<<<
ยี่ห้ออะไรก็ได้ที่ถูกกับผิวเรา แต่ขอแนะนำ2 ยี่ห้อนี้ค่ะ สีขาวนูโทรจิน่า-ราคาย่อมเยา  สีเหลืองคลาแร๊งส-แพงขึ้นอีกหน่อยแต่ไม่มาก เหมาะกับคนอายุ 30 อัพเพราะมีตัวปกปิดร่องรอยยับด้วย ทั้ง 2 ตัวหาซื้อได้ง่ายที่เมืองไทยค่ะ
***หลังทำวันที่2ผิวจะค่อยๆลอก บางคนอาจลอกในวันที่4-5 หรือบางคนอาจไม่ลอกเลยในการทำสัปดาห์แรก(ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่า2%) หน้าจะรู้สึกแห้งตึง ผิวจะเหมือนกระด้างๆ ซึ่งเป็นภาวะปกติของผิวที่อยู่ในขั้นตอนที่ยากำลังทำงานอยู่


***อย่าดึงแผ่นหนังที่ลอกออกมานะคะ ให้หลุดออกเอง เพราะถ้าดึงออกจะเกิดผลเสียกับผิว อาจทำให้ผิวส่วนนั้นเกิดเป็นแผ่นดำหรือแผลเป็นได้

***ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้า เพราะเวลาล้างออกต้องสัมผัสหน้ามาก ต้องเช็ดเครื่องสำอาง ซึ่งผิวที่พึ่งผ่านการลอกเซลล์ออกไม่ควรโดนสัมผัสแรง

รูขุมขนตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ หน้าเดิมที่ถ้าไม่ได้แต่งหน้าก็จะดูแบบ..ไม่สว่างอ่ะ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องโป๊ะเครื่องสำอางค์มากมายแล้วอ่ะค่ะ รอยด่างดำก็หายไปแบบแทบมองไม่เห็นแล้ว สิวก็ทิ้งช่วงนานนนนไปเลยอ่ะ..ก็เข้าใจได้อ่ะนะ เราเอาแผ่นเซลล์ด้านบนสุดที่ตรากตรำออกไป ด้านล่างที่โผล่มาแทนมันก็ใสอ่ะสิคะ สรุปแล้วพอใจมาก..ได้ผลดีเกินราคาที่จ่ายไปจริงๆ ตอนนี้หน้ายังโอเคอยู่ เพื่อนบอกว่าอีก 6 เดือนถ้ารู้สึกหน้าหมองคล้ำก็ให้ทำใหม่..ถ้าทำรอบหน้าจะถ่ายรูปไว้ตั้งแต่ก่อนทำ วันที่1-2-3 ประมาณนี้เลยอ่ะ แล้วเดี๋ยวจะมารีวิวให้เพื่อนๆดูอีกที



 
 
 

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (19)

แรกๆขาวดีนะคะแต่ผิวจะบอบบางเพราะ น้ำยาที่คุณนำมาลอกนั้นเป็นกรดอย่างหนึ่งชื่อเต็มคือ Trichloroacetic acid(TCA) นานไป ผิวอาจเป็นด่างๆ ได้ค่ะ
หลังลอกแล้ว ทาเซรั่มบำรุงได้เลยไหม รึต้องรอกี่วันค่ะ
ซื้อtca จากที่ไหนร้านขายยามีมั้ย
อยากทำแต่กลัวพลาดจัง