ทำไมชีวิตต้องเป็นแบบนี้คะ(ขอพื้นที่ดราม่านิดนึงนะคะ)

คือเราเครียดกับชีวิตมากเลยคะ ชีวิตเราที่ผ่านมามีปัญหามาตลอด เริ่มแรกช่วงอายุ18ก็เจออุบัติเหตุต้องพักฟื้นมาเรียนตรีตอน20ละค่ะเราสอบเข้าได้คณะเภสัชของมหาวิทยาลัยหนึ่งค่ะ ถามว่าดีใจมั๊ยคำตอบคือไม่ค่ะ(เราทำเพื่อความสุขแม่ท่านเป็นหมอค่ะท่านอยากให้เรียนสายสุขภาพ)ก็เรียนไปอย่างอับเฉาผ่านบ้างตกบ้างเราก็สู้มาตลอด จนมันไม่ไหวละจริงๆค่ะเพราะมันยิ่งหนักขึ้นๆ ไมเกรนเอย กระเพาะอักเสบเอย มากันเป็นขบวน เราเลยตัดสินใจลาออกมาตอนนั้นอายุ22แล้ว เอาน่าเริ่มใหม่ในใจคอยให้กำลังใจตัวเองมาตลอด พ่อเราเฉยๆแต่แม่นี่ผิดหวังในตัวเรามาก แม่เลยให้เราไปเรียนพยาบาลแทน เราก็บอกท่านว่าเราอยากเปลี่ยนสายไปเรียนภาษาแต่ดูเหมือนท่านจะรับฟังแต่ท่านยังไม่เห็นด้วย สีหน้าแม่เราบ่งบอกชัดเจนว่าเริ่มจะผิดหวังกับเราอีกรอบ เราก็ทำตามท่าน(อีกครั้ง)คราวนี้เราก็ตั้งใจทำเกรดดีมาทุกเทอม(แต่เราไม่เคยภูมิใจเลยที่ได้เกรดดี)จนย่างเข้าปีสามเราตัดสินใจลาออกเองโดยที่ไม่บอกแม่แต่เลือกที่จะคุยกับพ่อแทนว่าคราวนี้ไม่สอบเอ็นใหม่ละเข้ารามภาษาอังกฤษภาคพิเศษเรียนประมาณสองปีแปดเดือนจบ พ่อส่งเราไปเรียนภาษาที่อังกฤษ6เดือนตอนนั้นเราไม่คิดอะไรแล้วลุยอย่างเดียวพอเรากลับมาแม่เรารู้เรื่องแม่ดุเราว่าทำไมไม่ทน! ทำไมไม่เรียนให้จบ!ทำไมทำแบบนี้! ทำไมไปเรียนราม! ส่วนพ่อเราเอามือมาลูบหัวละบอกสั้นๆว่าอยากเรียนอะไรก็เรียนตังค์ไม่พอบอกป๊า(ตามใจกันนักเดี๋ยวจะเสียคน..แม่เราพูดกับพ่อ) ตอนนั้นร้องไห้หนักมากยิ่งเห็นเพื่อนๆหลายคนทยอยจบตรีจบโทกันแล้วมันยิ่งเจ็บใจเป็นเท่าตัวเรา25แล้วตรียังไม่ได้เลยกว่าจะจบคง28พ่อเราบอกว่าจบให้ได้เกียรตินิยมนะแล้วป๊าจะส่งไปเรียนภาษาที่จีน1ปีเอาแค่สื่อสารในชีวิตประจำวันได้เพิ่มอีก1ภาษาส่วนโทไว้ทำงานสักสองปีจะไปต่อที่ไหนด้านอะไรก็ค่อยว่ากันอีกที คือพ่อเราแพลนชีวิตให้เราทุกอย่างแทนที่จะเป็นแม่ เราไม่เคยเข้าใจท่านเลย ณ ตอนนี้แม่ก็ไม่เคยถามเราว่าเรียนเป็นไงบ้าง โอเคมั๊ย เราเองก็เสียใจที่ทำให้ท่านผิดหวังหลายคนเคยบอกว่าชีวิตเราต้องลิขิตเองแต่สำหรับเราการที่จะเลือกเดินตามเส้นทางของตัวเองแล้วทำให้ใครอีกคนต้องผิดหวังเราก็รู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ. 

**จบไปก็ยังไม่รู้จะหางานได้หรือเปล่าเพราะเราก็อายุเยอะแล้วเราอยากทำงานสายธุรกิจแบบดิวกับลูกค้าต่างชาติอะไรทำนองนั้นหรือไม่ก็ล่าม แต่สิ่งที่เรารู้ดีว่าถ้าเราพลาดหางานดีๆทำไม่ได้แม่เราคงต้องพูดประโยคหนึ่งออกมาแน่ๆนั่นก็คือ"ก็แม่เคยบอกเราแล้วใช่มั๊ยว่าให้เชื่อแม่"
ขอบคุณเพื่อนๆจีบันทุกท่านนะคะที่สละเวลาอ่าน เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะ

Discussion (11)

ขอบคุณนะจ้ะ Shi shi maru ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆอีกแรงนะคะ รวมถึง คุณComaด้วยค่ะสำหรับแนวคิดดีๆและแรงใจ^^ และพี่ Narue ที่มีประสบการณ์คล้ายๆกันค่ะ เข้าใจเลยหัวอกเดียวกัน อิอิ^^ เรียนที่อเมริกาก็ดีนะคะตัวรินเองก็ยังอยากเรียนอิ้งเพิ่มเลยค่ะตอนไปเรียนภาษาที่อังกฤษสำเนียงเค้าฟังยากมากเลยชอบสำเนียงอเมริกันมากกว่าฟังสบายหูดี 555 ยังไงก็เป็นกำลังใจให้พี่Narueอีกแรงนะคะและขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดีๆที่แบ่งปันค่ะ
เอาใจช่วยค่ะ ขออนุญาตยกตัวอย่างชีวิตตัวเองนิดนึงค่ะ เราเอ็นท์ติด 3 ครั้ง ครั้งแรก สถาปัตย์-มข. แต่เลือกที่จะไม่เรียนค่ะ ( พ่อเราเป็นวิศวะ อยากให้เราเรียนถาปัตย์ จริงๆก็ชอบนะ แต่ไม่ใช่ตัวเรา) ครั้งท่ี2 วิทย์-ชีวะ ศิลปาการ เราเรียนแค่ปีเดียว เพราะไม่ชอบเข้าแล็ป ครั้งที่ 3 สถิติ-มธ ไหนๆก็ติดละ เอาน่า ทู่ซี้เรียนจนจบ เกรดแบบพอถูไถ สุดท้ายที่เรียนมาทั้งหมด ... ไม่ได้ใช้เลย !!! ตอนนี้อยุ่เมกา อยุ่มาปีนึงแล้ว เรียนภาษาอย่างเดียว แต่ก็ยังไม่ expert เท่าที่ควร อายุก็เลข 3 แล้วค่ะ ไม่มีคำว่า สายเกินไป สำหรับการเรียนรู้ ทุอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวเรานะคะ ขอแค่เรามีความตั้งใจจริง พยายาม มุ่งมั่น !!!! เอาใจช่วยค่ะ

ไม่ต้องคิดมากนะค่ะ ความสำเร็จในชีวิตยังมีอีกมากมาย ทำมาขนาดนี้แล้ว ได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วเดินหน้าลุยเลยค่ะ อย่าไปมองอดีตมันแก้อะไรไม่ได้แล้ว ^^ ชีวิตเราคล้ายๆคุณตรงที่ว่าแม่พยายามบังคับเราให้เรียนบัญชี  แต่เราไม่ชอบ คิดว่าถ้าเรียนแล้วไม่มีความสุขแน่เลย เราเลยเลือกเรียนวิทยาศาสตร์ คราวนี้หนักกว่าบัญชีอีกค่ะ อิรุงตุงนังรุมสมองไปหมด 555  แต่มันก็มีความสุขและสนุกในแบบของมันนะค่ะ^^ ลุยหน้าเลยค่ะ ไม่เอาไม่ร้องไห้ ไม่คิดมากแล้ว ตั้งหน้าตั้งตาเอาให้จบ พ่อแม่เห็นลูกถึงฝั่งก็สบายใจกันแล้วค่ะ แม่ท่านแค่ห่วงคุณเฉยๆนะ ^^

สู้นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^

จขกท ทำได้อยู่แล้ว เชื่อสิ

ก่อนอื่นเราต้องขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาให้กำลังใจนะคะ ตอนแรกเราก็ไม่กล้าโพสไม่กล้าระบายกลัวจะโดนหาว่าเวิ่นเว้อเกินไปแต่พอได้เห็นได้อ่านกำลังใจและคำชี้แนะจากเพื่อนๆทุกๆuserยอมรับเลยค่ะว่าทำให้เรารู้สึกดีขึ้นขอบคุณนะคะที่เข้าใจและแนะนำเรา. @jejie ขอบคุณน๊ามาเป็นคนแรกเลยขอบคุณจากใจจริงค่ะ คือตามที่เราบอกอ่ะจีจี้คือเราอยากทำงานล่ามหรือไม่ก็งานบริษัทประมาณพวกproject coordinator อ่ะจ้ะส่วนเงินเดือนจะได้เท่าไหร่เราไม่ค่อยมองเป็นประเด็นแรกถ้าได้ทำงานที่รักมันก็อยากไปทำทุกวันใช่มั๊ยจ้ะถือว่าเก็บประสบการณ์ไปก่อนอ่ะจ้ะ^^ @ bublyb ใช่ค่ะพ่อเราค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวเราสนับสนุนเราทุกวันนี้เรามีกำลังใจเรียนได้ส่วนหนึ่งก็มาจากท่านค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจน๊า^^ @isabell.poly ขอบคุณนะจ๊ะ เราเองก็คงต้องสู้ให้ถึงที่สุดค่ะ เพื่อจะไม่ให้เวลาที่เสียไปสูญเปล่าThx. สำหรับกำลังใจนะคะ @nelly ขอบคุณมากๆน๊า เราเราจะเป็นกำลังใจให้nellyเช่นกันจ๊ะ @mimi jung ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับกำลังใจและคำแนะนำ เราจะทำตามที่มิมิจังบอกนะคะ ^^ @Primu ที่คุณพริมพูดก็ถูกค่ะเดี๋ยวนี้ประสบการณ์สำคัญต่อการสมัครงานมากคือเราก็คิดค่ะว่าใกล้ๆจบเราจะขอฝึกงานกับสถานทูตจีนแต่ไม่รู้ว่าเค้าจะให้เราฝึกหรือเปล่าเพราะเราเรียนเอกอิ้งโทจีนค่ะส่วนสอนหนังสือคนตาบอดนี่ก็น่าสนใจเหมือนกันนะคะ