ไม่อยากอ้วนข้ามปี เมนูนี้เลิกกินได้แล้ว ถึงหน้าตาจะดู Healthy! แต่ไม่ได้ดีเสมอไปนะ

วันนี้ญาดามีเมนูอาหารที่ไม่แนะนำให้ทุกคนกินถ้าไม่อยากตัวแตกในช่วงเทศกาลมาฝากค่ะ หลายเมนูอาจจะทำให้เพื่อนๆ ตกใจ เพราะบางเมนูก็ดู Healthy แต่ทำให้เราตัวแตกได้เหมือนกัน!! ก่อนจะไปดูหน้าตาของอาหารที่ทำให้เราตัวแตก ญาดามีทฤษฎีแบบวิทยาศาสตร์มาอธิบายให้ทุกคนฟังก่อนว่าทำไมเมนูพวกนี้เราจึงไม่ควรกิน

อย่ากินคาร์โบไฮเดรตคู่กับไขมันคอนเซ็ปท์ของอาหารที่ไม่ควรกินจริงๆ ก็มีอยู่แค่นี้แหละค่ะ อาหารที่เรากินจะถูกนำไปเก็บเป็นไขมันสะสม จนเหลือใช้ ถ้าร่างกายไม่ถูกขยับเขยื้อน 

  • คาร์โบไฮเดรต ที่กินเข้าไปจะถูกย่อยเป็น “น้ำตาล” คนที่กินของหวานมากๆ เลยอ้วนง่ายกว่าคนที่กินคาร์โบไฮเดรตจากธรรมชาติ อย่างฟักทอง และข้าวกล้อง
  • ไขมัน ที่กินเข้าไปจะถูกย่อยเป็น “กรดไขมันอิสระ” คำว่าอิสระในที่นี้มีความหมายนะคะ มันหมายถึง “ฉันไปที่ไหนก็ได้อย่างมีอิสระ ไม่มีใครมาห้ามปรามได้” อุ๊ต่ะ น่ากลัวมากๆ! ในอีกนัยนึงก็คือ ฉันจะวิ่งเข้าไปเก็บเป็นไขมันสะสมในร่างกายตรงส่วนไหนก็ได้ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แค่ฟังก็สะอิดสะเอียนแล้ว เหมือนมีพลังงานบางอย่างซ่อนอยู่จริงๆ

หลายคงเชื่อว่าไขมันเนี่ย ทั้งอันตรายและก็น่ากลัว ทำให้เราอ้วนได้ง่ายๆ จริงๆ แล้วของที่ทำให้เราอ้วนง่ายที่สุดก็คือ “น้ำตาล” ที่มาจากคาร์โบไฮเดรตต่างหากค่ะ!!ปกติเวลาที่เราทานอาหารเข้าไปเนี่ย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาเพื่อจัดการกับอาหารเหล่านั้น คนส่วนใหญ่ที่ไม่ขยับเขยื้อนตัวเอง จะโดนอินซูลินพาสารอาหารเข้าไปเก็บเพิ่มเติมเป็นไขมันสะสม แต่ถ้าเป็นคนที่ขยับตัวบ่อยๆ อินซูลินจะพาสารอาหารไปจ่ายเป็นพลังงานให้เราใช้ หรือนำไปเก็บสะสมไว้ที่กล้ามเนื้อหรือที่ตับไว้เป็นพลังสำรอง เหมือนเก็บอาหารไว้ในตู้เย็น หิวเมื่อไรก็เปิดมากินทีนี้อาหารที่กระตุ้นอินซูลินมากที่สุดคืออาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาล ลองคิดภาพถ้าเรากินอาหารที่หวานมากๆ อินซูลินก็ยิ่งออกมามาก ในจังหวะที่ร่างกายกำลังเก็บเกี่ยวอาหารประเภทน้ำตาลอยู่นั้น ถ้าหากเรามีอาหารประเภทไขมันร่วมผสมโรงไปด้วยกัน คิดดูว่าการกักเก็บไขมันจะทวีคูณขนาดไหน เท่ากับว่าเรายิ่งมีไขมันให้เก็บสะสมแบบ x10 x100 กันเลยทีเดียว อีกทั้งอาหารประเภทน้ำตาลยังเปลี่ยนไปเป็นไขมันได้อีก ดังนั้นบอกได้เลยนะคะว่าส่วนผสมของ 2 อย่างนี้ถ้าเอามาจับคู่รวมกันคือ “พินาศ”

เพื่อนๆ อาจยังไม่เก็ตว่าอาหารที่มีส่วนผสมของ คาร์โบไฮเดรต กับ ไขมัน หน้าตาเป็นยังไง ญาดาขอพาไปดูรูปอาหารเหล่านี้กันก่อน

แฮมเบอร์เกอร์คาร์โบไฮเดรต : แป้งที่ประกบอยู่บนเบอร์เกอร์ค่ะไขมัน : เนื้อสัตว์ที่เป็นเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว แล้วก็ชีสด้วยค่ะ

พิซซ่าคาร์โบไฮเดรต : แป้งพิซซ่า แล้วก็พวกซอสก็ผสมน้ำตาลเยอะค่ะไขมัน : ไข่ที่เอาไว้ตีเพื่อทำแป้งพิซซ่า, ไส้ที่โรยบนหน้าพิซซ่า เช่น เบคอน ชีส

ไอศกรีมคาร์โบไฮเดรต : น้ำตาลเลยค่ะ มาเต็มที่สุดไขมัน : ไขมันนม, วิปปิ้งครีม, ช็อคโกแลต, ใครโรยหน้าด้วยท้อปปิ้งบางอย่างก็เป็นไขมันค่ะ เช่น คุกกี้

ป็อปคอร์นคาร์โบไฮเดรต : ป็อปคอร์นทำมาจากข้าวโพด ข้าวโพดเป็นคาร์โบไฮเดรตค่ะไขมัน : ไส้ต่างๆ ที่เคลือบอยู่บนป็อปคอร์น เช่น คาราเมล ช็อคโกแลต

น้ำแข็งใสคาร์โบไฮเดรต : น้ำตาลค่ะ เยอะมากๆ ด้วย หรือบางคนใส่ถั่วแดง, ข้าวเหนียว, น้ำผึ้งไขมัน : ไขมันนม หรือท้อปปิ้งจากนมข้นหวาน, ช็อคโกแลต

ทาร์ตไข่คาร์โบไฮเดรต : น้ำตาลแล้วก็แป้งค่ะไขมัน : ไขมันจากไข่แดง

ช็อคโกแลตคาร์โบไฮเดรต : น้ำตาลไขมัน : ช็อคโกแลตมีไขมันนะคะ แล้วก็ให้โปรตีนด้วย ถ้าเป็น Dark Chocolate โดยแท้แบบไม่มีน้ำตาลเลยกินแล้วไม่อ้วนนะคะ แต่มันจะขมมากถึงขั้นกินไม่ได้ มันก็เลยต้องผสมน้ำตาลจนเราอ้วนกันนี่แหละค่ะ

ทีนี้เรามาต่อกันที่เมนูที่ดู Healthy เหมือนกันแต่ดันทำให้เราอ้วนได้ เพราะมันก็เป็นคาร์โบไฮเดรตคู่กับไขมันนั่นเองค่ะ

สปาเก็ตตี้ ซอสเพสโต้คาร์โบไฮเดรต : เส้นสปาเก็ตตี้ และ ซอสไขมัน : น้ำมันที่เอาไว้คลุกเส้นสปาเก็ตตี้, ซอสเพสโต้มีส่วนผสมของไขมันอย่างเม็ดมะม่วงหิมพานต์และพาเมซานชีส, แซลมอน

สปาเก็ตตี้ ปลาสลิดคาร์โบไฮเดรต : เส้นสปาเก็ตตี้ และ ซอสไขมัน :  น้ำมันที่เอาไว้คลุกกับเส้นสปาเก็ตตี้ แล้วก็ไขมันจากปลาสลิด และน้ำมันที่ทอดปลาอีก โอ้ยพังๆๆๆ

สปาเก็ตตี้ขี้เมากุ้งคาร์โบไฮเดรต : เส้นสปาเก็ตตี้, เครื่องปรุงเช่นน้ำตาล, น้ำมันหอยไขมัน :  น้ำมันที่เอาไว้คลุกกับเส้นสปาเก็ตตี้ แล้วกุ้งก็มีไขมันค่ะ

สปาเก็ตตี้คาโบนาล่าคาร์โบไฮเดรต : เส้นสปาเก็ตตี้, เครื่องปรุงเช่นน้ำตาลไขมัน :  น้ำมันที่เอาไว้คลุกเส้นสปาเก็ตตี้, ไขมันจากนมหรือวิปปิ้งครีม, เนย

ข้าวไข่ข้นคาร์โบไฮเดรต : ข้าวขาวและซอสที่กระหน่ำราดลงไปก็ผสมน้ำตาลมิใช่น้อยเลยไขมัน : ไข่แดง แล้วก็น้ำมันที่ใช้ผัด ขอบอกว่าใส่เยอะมากๆ

ซูชิคาร์โบไฮเดรต : ข้าวขาว, แป้งกรอบ, ซอสหวานต่างๆไขมัน : หน้าซูชิส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์ที่มีไขมันหมดเลยค่ะ เช่น ปลาไหล, เนื้อวัว, แซลมอน พวกแป้งกรอบที่โรยก็ทอดน้ำมันค่ะ

เนื้อ + เฟร้นฟรายด์คาร์โบไฮเดรต : เฟร้นฟรายด์, ซอสไขมัน : เนื้อ แล้วก็น้ำมันที่ใช้ทอดเฟร้นฟรายด์

ข้าวผัดคาร์โบไฮเดรต : ข้าวขาว น้ำตาลปรุงรสไขมัน : น้ำมันที่เอาไว้ผัดกับข้าวค่ะจานนึงใส่น้ำมันไม่น้อยเลย

ข้าวหน้าเป็ดหรือข้าวมันไก่คาร์โบไฮเดรต : ข้าวขาวไขมัน : น้ำมันในข้าว, หนังเป็ด, หนังไก่

เป็นยังไงกันบ้าง พอจะรู้จักอาหารที่เป็นส่วนผสมของไขมัน+คาร์โบไฮเดรตมากขึ้นไหมคะ ต้องบอกเลยว่าอาหารส่วนใหญ่ที่อร่อยๆจะต้องเอา 2 อย่างนี้มาคู่กัน เพราะมันกินแล้วอร่อยอย่างปฎิเสธไม่ได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้เราน้ำหนักขึ้นแบบรวดเร็ว อย่างพวกหมูย่าง+ข้าวเหนียว ไก่ทอด+ข้าวเหนียว พวกนี้ก็คาร์โบไฮเดรตจากข้าวเหนียว ไขมันจากเนื้อหมูหรือน้ำมันที่ทอดไก่ โอ้ยตายๆๆๆ มีแต่เมนูพังๆ ทั้งนั้นเลยวิธีแก้ไขต้องเอาคาร์โบไฮเดรตออกหรือทานให้น้อยหน่อย ซึ่งอาหารบางจานคาร์โบไฮเดรตถือเป็นตัวหลักเลย เช่น เส้นสปาเก็ตตี้ สั่งมาแล้วไม่ให้ทานได้ไง ถ้าอดใจไม่ไหวอาจจะต้องยอมอ้วน แล้วค่อยไปเบิร์นออกทีหลังค่ะ 555555เอาเป็นว่าข้อมูลในวันนี้คงจะช่วยให้เพื่อนๆ เลือกทานอาหารกันเป็นมากขึ้นและรู้ที่มาของความอ้วนไม่มากก็น้อยนะคะ วันนี้ญาดาขอตัวลาไปก่อน ช่วงเทศกาลแบบนี้ก็อย่ากินมากเกินไปล่ะ อิอิ

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (20)

เลิกไม่ได้จริงๆค่ะ มันอร่อย 555

ลงรูปอาหารได้ แต่ติดแบรนด์มาเหมือนดิสเครดิตเป็นนัยๆ

ยากจริง เลิกยาก


ฮืออออ แต่ละรูป ของโปรดทั้งนั้น