มาเปรียบเทียบค่า pH ของมาส์กมะขามแต่ละยี่ห้อกันเถอะ l AADIIWAIEW

สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาเจอกันกับอิ๋วอีกแล้ว หลังจากที่ไม่ค่อยมีเวลาอัพบล็อกและวีดีโอเท่าไหร่นัก

วันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีมาอัพเดตเรื่องราวดีๆให้เพื่อนๆฟังกันแล้วจ้ะ

ตามหัวข้อเลยนะ วันนี้อิ๋วจะมาทดสอบเปรียบเทียบค่า pH ของมาส์กมะขามแต่ละยี่ห้อกัน เนื่องจากว่าอิ๋วมีมาส์กมะขามค่อนข้างเยอะ แล้วก็อยากรู้ว่าแต่ละตัวมันต่างกันยังไง มีความเป็นกรดต่างกันมั้ย กัดผิวเราขนาดไหน เลยอ่ะ ได้เวลามานั่งทดสอบกันแล้ว

(ขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีต่อแบรนด์นะคะ แค่อยากทำเป็นข้อมูลของสาวๆที่หน้าแพ้ง่ายๆแบบเราค่า)


กระทู้นี้ค่อนข้างยาวมาก เผื่อใครขี้เกียจอ่าน อิ๋วแปะลิ้งค์วีดีโอเอาไว้ให้นะคะ


ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับแต่ละตัวกันก่อนดีกว่า

1. Anee kah

เนื้อผลิตภัณฑ์ : เนื้อละเอียดเข้มข้นมาก เนื้อนิ่มๆ ไม่มีเกล็ดของเม็ดมะขาม แต่มีเนื้อสมุนไพรอยู่ค่ะ

กลิ่น : มีกลิ่นมะขามและสมุนไพรอื่น ได้กลิ่นของสมุนไพรค่อนข้างชัดเลย แต่ไม่เหม็นนะ รู้สึกธรรมชาติจริงๆ หอมด้วยยย

ความรู้สึกหลังใช้ : อันนี้เป็นอันที่หยิบใช้บ่อยมาก เพราะเนื้อเค้านุ่ม เกลี่ยง่าย เนียนๆ ไม่รู้สึกยุบยับที่ผิว ไม่แสบไม่คันหน้าระหว่างใช้และหลังใช้ เห็นเค้าว่าใช้มะขามเปรี้ยวที่พลาสเจอร์ไรซ์แล้วด้วย



2. มะขามไพรไทย

เนื้อผลิตภัณฑ์ : เนื้อค่อนข้างหยาบ คล้ายๆมีเม็ดสครับอยู่ในตัวงี้ ส่วนตัวรู้สึกว่ามันหยาบเกินไปสำหรับหน้า

กลิ่น : กลิ่นเหมือนมะขามเปียกจริงๆอ่ะ เปรี้ยวโดดๆ กลิ่นแบบมะขามเปรี้ยวเลย

ความรู้สึกหลังใช้ : อันนี้เป็นอันที่อิ๋วเอาไว้ใช้ขัดตัว เคยเอามาใช้กับหน้าแล้วรู้สึกว่าหน้าระคายเคืองมาก ไม่แน่ใจเป็นเพราะอิ๋วเป็นคนผิวบางแพ้ง่ายอยู่แล้วรึป่าว แต่ไม่ได้หมายถึงว่าใช้แล้วแพ้นะคะ ไม่แพ้ แต่มันระคายเคืองนิดนึง ส่วนตัวอิ๋วเอามาใช้ขัดตัวอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง



3. Wan-Makarm Repair Mask (ว่านมะขาม)

เนื้อผลิตภัณฑ์ : เนื้อสีน้ำตาลเข้ม เหนียวๆ เนื้อละเอียดอยู่ค่ะ แต่ก็ยังมีเปลือกมะขามอยู่ แต่ไม่ถึงขั้นบาดผิวจนแสบขนาดนั้นนะคะ ตัวนี้เค้าใช้มะขามหวานค่ะ

กลิ่น : กลิ่นหอมมะขาม แต่มันมีกลิ่นของขมิ้นอยู่ด้วยเพราะเค้าผสมขมิ้นด้วย

ความรู้สึกหลังใช้ : ใช้แล้วไม่แสบผิวค่ะ มีนิดหน่อยตรงช่วงปีกจมูกที่บางๆหน่อยก็จะแสบ แต่ไม่เป็นปัญหามากค่ะ เวลามาส์กอิ๋วก็เว้นช่วงปีกจมูกและบริเวณที่บางๆไว้ มีส่วนผสมของขมิ้น เพราะฉะนั้นเวลามาส์กเสร็จแล้วผิวจะผ่องๆเหลืองๆกว่ามาส์กมะขามปกตินิดหน่อย แต่ส่วนตัวไม่ชอบกลิ่นขมิ้น เลยแบบต้องทำใจนิดนึงเวลาใช้



4. เขาค้อทะเลภู

เนื้อผลิตภัณฑ์ : เนื้อเหลวมากๆ มีความเกือบจะคล้ายน้ำมะขามเปียกแล้ว ไม่มีเกล็ดสากๆ

กลิ่น : กลิ่นเหมือนมะขามเปียกปกติ เหมือนมาส์กมะขามทั่วไป

ความรู้สึกหลังใช้ : อันนี้เป็นอันที่หยิบใช้บ่อยรองมาจากอะนีฆาเลย เนื้อเค้านุ่มออกไปทางเหลว ทำให้เกลี่ยง่ายมาก ไม่รู้สึกยุบยับที่ผิว ไม่แสบไม่คันหน้าระหว่างใช้และหลังใช้



5. See Scrub Mix Herbals

เนื้อผลิตภัณฑ์ : เนื้อหยาบมาก คล้ายๆมีส่วนผสมของเกล็ดน้ำตาลหรือเกล็ดทรายอยู่ด้วย

กลิ่น : กลิ่นมะขามผสมขมิ้นทานาคา กลิ่นขมิ้นหรือทานาคาค่อนข้างชัดมาก

ความรู้สึกหลังใช้ : ตัวนี้เป็นตัวที่เค้าเขียนมาเลยว่าสำหรับผิวกาย ​อิ๋วเลยไม่ได้เอามาเทสกับหน้า เพราะคิดว่าต้องบาดหน้ามาก และก็แสบมากๆ เพราะเม็ดสครับเค้าเป็นทรายๆอ่ะ เหมือนเป็นทรายขัดผิว แต่ความรู้สึกหลังจากที่ได้ลองใช้ขัดตัวแล้วไม่หยาบ ไม่สากอย่างที่คิด คือไม่เจ็บผิวเลย (ต้องกับผิวตัวนะ ใช้กับหน้าไม่รอดจ้า) รู้สึกว่าได้สครับจริงๆ ถึงจะไม่ชอบกลิ่นของขมิ้น แต่ว่าส่วนตัวคิดว่าถ้าเป็นสครับสำหรับขัดตัว มีขมิ้นด้วยจะช่วยให้ผิวผ่องขึ้นดี ส่วนตัวชอบมาก



6. ครูยุ

เนื้อผลิตภัณฑ์ : เนื้อหนืดๆ สีค่อนไปทางดำ เห็นบอกว่าเป็นมะขามสุกปั่นรวมไม่แยกกาก

กลิ่น : กลิ่นเหมือนมะขามเปียกปกติ ไม่หอมเท่าไหร่

ความรู้สึกหลังใช้ : ตัวนี้อิ๋วลองใช้กับหน้าแล้วแสบ หลังล้างหน้าก็มีปื้นแดงๆ เลยเอามาใช้ขัดตัว ใช้กับตัวไม่แสบมากค่ะ แต่เนื้อเค้าไม่ค่อยติดผิวอ่ะ 555 มันอยู่กลางๆระหว่างขัดตัวกับขัดหน้า 



อ่ะๆ รู้จักแต่ละแบรนด์ไปแล้วว่าเป็นยังไง

ต่อไปเรามาเทสเรื่องของความเป็นกรดกันเลยดีกว่าค่ะ 

ขออ้างอิงข้อมูลที่ได้มานะคะ

“ตามข้อกำหนด อ.ย. สำหรับ AHA:

สำหรับผู้บริโภค ใช้ได้ไม่เกิน 10% และ pH ผลิตภัณฑ์ไม่ต่ำกว่า 3.5

สำหรับแพทย์ ใช้ได้ไม่เกิน 30% และ pH ผลิตภัณฑ์ไม่ต่ำกว่า 3.0

ระดับ pH ที่เหมาะสม: สูตร AHA ควรจะมี pH ไม่เกิน 4.0 โดยหาก pH สูงกว่า 4.0 ประสิทธิภาพของ AHA จะลดต่ำลงมาก”

และนี่คือรูปที่อิ๋วเอามาเทสแต่ละแบรนด์นะคะ

ผลลัพธ์ก็เป็นตามภาพเลยค่ะ เดี๋ยวอิ๋วขออนุญาตสรุปเรียงตามความเป็นกรดจากมากไปน้อยสุดนะคะ


1. ครูยุ    pH 1-2

2. มะขามไพรไทย  pH 2

3. เขาค้อทะเลภู     pH 3

4. Wan-Makarm Repair Mask   pH 3-3.5

5. Anee kah      pH 3.5-4

6. See Scrub Mix Herbals      pH 6-7


จากที่สรุปได้นะคะ จะเห็นว่าตัวมาส์กมะขามที่เหมาะกับผิวของเราตามข้อมูลที่ได้มาว่าปลอดภัยกับผิวเรา คือ Anee kah และ See Scrub Mix Herbals แต่ตามที่กล่าวไปข้างต้น ตัว See Scrub Mix Herbals เนี้ย เค้าเป็นมาส์กสำหรับผิวกาย เพราะฉะนั้นจะหลุดออกจากลิสต์นี้ไปนะคะ กลายเป็น Anee kah มาแรงแซงทางโค้งไปจ้า

ต่อไปหลังจากเทสแล้ว อิ๋วจะเอาข้อมูลความเป็นกรดที่เทสได้ และความรู้สึกที่ได้ใช้มาส์กแต่ละตัวมาสรุปกันนะคะว่าอิ๋วจัดอันดับความชอบยังไงกันบ้าง


  1. Anee kah แบรนด์นี้ราคาสูงอยู่ แต่ส่วนตัวเทียบกับคุณภาพอิ๋วว่าคุ้ม เพราะมีความเป็นกรดระดับที่ปลอดภัยและไม่ระคายเคืองผิวหน้า ที่สำคัญผลิตจากธรรมชาติแบบ 100% ด้วย และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ดีค่ะ เนื้อดี กลิ่นดี ทุกอย่างดี อันนี้เลยยกเป็นอันดับ 1 ในใจตอนนี้เลย 

  2. เขาค้อทะเลภู ตกมาเป็นอันดับ 2 จริงๆทุกอย่างก็ดีแทบทั้งหมด ติดที่ เค้ามีความเป็นกรดมากเกินไปนิดนึง ถ้าเอามาใช้บ่อยๆ หน้าอาจจะบางหรือระคายเคืองได้ แต่เท่าที่ใช้ตอนนี้ ยังไม่มีอาการอะไรค่ะ

  3. Wan-Makarm Repair Mask ตัวนี้เป็นตัวที่อิ๋วใช้แล้วไม่แสบหน้ามากเท่าไหร่ จะมีแค่บริเวณช่วงปีกจมูก และที่บางๆค่ะ ก็จะมาส์กนานไม่ได้ และตัวนี้เค้ามีส่วนผสมของขมิ้น ส่วนตัวไม่ชอบกลิ่นขมิ้น เลยตกมาเป็นอันดับ 3 ค่า


ก็จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กระทู้ยาวมากๆๆ สำหรับใครที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ ต้องขอขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ

หวังว่าเพื่อนๆจะชอบกันนะคะ และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย

ไว้ครั้งหน้า อิ๋วมีไอเดียดีๆอะไร เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ

สวัสดีค่ะ

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (6)

ไม่มีตัวที่ใช้ง่าาาา ฟริ้งยังใช้มะขามพะเยาอยู่เลย 5555
mix herbal scrub ซื้อกับตัวแทนได้นะคะ​

ถ้าเอามาผสมสมุนไพรอื่นเพื่อลดกรดลงก็คงได้ไหมคะ เราชอบใส่น้ำผึ้งหรือนมเพิ่ม ผงไพลด้วยค่ะ
รีวิวนี้ดีงามมาก 
วรั้ยยยย ขอบคุณน้าาาา ❤️
สนใจค่ะหาชื้อได้ที่ใหนบ้างคะแต่ละตัวค่ะ/พิกัดร้านหน่อยค่ะ??
Aneekah , มะขามไพรไทย ,ว่านมะขาม - เพจเฟสบุคของเค้าเลยค่ะ เขาค้อทะเลภู ใน 7-11 ค่า ครูยุ , mix herbal scrub จากร้านขายเครื่องสำอางค่ะ