ผิวสองสีก็ดูสดใส อมชมพูได้ มา "โทนอัพ แบบหน้าไม่เทา" กับ TONE-UP GEL CLINIQUE ID กันเถอะ

สวัสดีค่าาา มาแนะนำไอเท็ม ที่สาวผิวสองสี ก็ใช้ได้ !
เชื่อว่าต้องมีหลายคนเคยใช้ครีมที่มีการปรับให้ผิวสว่างขึ้น แต่ผลลัพธ์คือ หน้าเทา หน้าวอก จนต้องวางครีมนั้นให้ฝุ่นเกาะอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ !! วันนี้ Kinistapai ได้พบเจอกับ


โทนอัพเจล ที่ช่วยให้เราหน้าไม่เทา ให้ความเปล่งประกาย แถมยังบำรุงผิวหน้าไปด้วยในตัวอีกต่างหาก !!


ก่อนอื่นปายขอเกริ่นถึงแบรนด์ กับ ตระกูล CLINIQUE ID ก่อนเล็กน้อยค่า

CLINIQUE ID  

  about brand  

  • แบรนด์ : CLINIQUE คลีนิกข์
  • Head Office อยู่ที่ New York
  • เป็นแบรนด์ในเครือของ บริษัท Estée Lauder
  • เป็นพรีเมียมแบรนด์ที่มีทั้งผลิตภัณฑ์ สกินแคร์  เครื่องสำอาง และน้ำหอม
    โดยผลิตภัณฑ์แต่ละตัว ผ่านการทดสอบแล้วว่า ไม่มีสารก่อให้เกิดอาการแพ้ ( allergy tested )
    ที่สำคัญ ยัง ปราศจากน้ำหอม ( 100% fragrance free )
เครดิต : https://www.globalcosmeticsnews.com/clinique-company-profile/
โดยเจ้าตัว TONE-UP GEL นี้ จะอยู่ในไลน์ผลิตภัณฑ์ ของ CLINIQUE ID 
ถ้าใครยังไม่รู้จัก มารวมกันตรงนี้ก่อนค่าา ส่วนถ้าใครรู้จักแล้ว จะผ่านไปเลยก็ได้น้าา
CLINIQUE ID ถือเป็นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ
เค้าคือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ที่เราสามารถออกแบบได้เอง โดยสามารถเลือกจากความชอบ สภาพผิว และปัญหาผิวที่เรา concernซึ่งเค้าจะให้เราเลือก

1.) ตัวให้ความชุ่มชื้น เนื้อสัมผัสที่เราต้องการ 
+
2.) ตัว active ที่จะเข้ามาช่วยบำรุงผิว จุดที่เรา concern 

 แล้ว CLINIQUE ID เป็นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ตรงไหน? 


ตัวบรรจุภัณฑ์ที่ผสานระหว่างตัวชุ่มชื้น กับ ตัว active นี้แหล่ะค่ะ ที่เป็นจุดเด่นของเค้า
เพราะแต่ละครั้งที่เรากดออกมา จะมีการผสมของ

มอยส์เจอไรเซอร์ 90% และ สารบำรุง (บูสเตอร์) 10%


เป็นสัดส่วนที่ทรงประสิทธิภาพในการให้ความชุ่มชื้น และแก้ปัญหาผิวที่เรากังวลได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

ซึ่งสามารถทดลองเช็กสภาพผิวตัวเองผ่านเว็บได้ง่ายๆ
โดยสแกน QR CODE จากรูปด้านล่างนี้


เค้าก็จะให้เราถ่ายรูปตัวเอง แล้วโปรแกรมก็จะช่วยคำนวณว่าเรามีจุดบกพร่องตรงไหนบ้าง ลองเล่นกันดูจ้าาา
แต่สำหรับปาย คิดว่าการใช้กล้องมือถือ มันก็ไม่ค่อยแม่นยำเท่าไหร่
จริงๆเราควรไปตรวจสภาพผิวด้วยเครื่องที่ได้มาตรฐานมากกว่า

หรือเบื้องต้นเราก็สามารถเลือกบูสเตอร์จากข้อมูลคร่าวๆของแต่ละตัวเอา
เทียบกับผิวของตัวเอง ว่าปัญหาอะไรที่เราต้องการจะดูแลมากที่สุดค่ะ
ทีนี้ มาดูความแตกต่างของบูสเตอร์ กับ Hydrate base แต่ละตัวกันค่าา

1.) เนื้อมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ( Hydrate base )

  • เนื้อ Silky โลชั่น ( Moisturizing Lotion+)
    ให้ความชุ่มชื้นและปกป้องผิวยาวนาน 8 ชม.
  • เนื้อเจล ( Oil-Free Gel ) 
    ให้ความชุ่มชื้น ไม่มัน ยาวนาน 8 ชม.
  • เนื้อเจลลี่ ( Hydrating Jelly ) 
    ให้ความเบา ไม่มัน ปกป้องผิวจากผลภาวะได้นานถึง 24 ชม.

2.) บูสเตอร์ ( Active Cartridge Concentrate )


(ตัวสารบำรุง สำหรับปัญหาผิวที่เรา concern) ซึ่งมีให้เลือก
  • สีเขียว เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย
    มีส่วนผสมจาก lactobaccilus ferment ซึ่งเป็นโปรไบโอติกที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นโดยธรรมชาติ อีกทั้งยังมีส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมผิวให้ผ่อนคลายอย่างสารสกัดจากสาหร่ายและรากชะเอมอีกด้วย ช่วยลดรอยแดงบนผิว
  • สีฟ้า เหมาะสำหรับผิวที่รูขุมขนกว้างและไม่เรียบเนียน
    ซึ่งมีส่วนผสมของ AHAs รวมถึงสารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาลที่ช่วยกระชับรูขุมขนให้แลดูเล็กลง พร้อมทั้งให้ผิวดูสดชื่น ใสสว่าง
  • สีขาว เหมาะสำหรับคนที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอและหมองคล้ำ
    ซึ่งตัวบูสเตอร์จะมีส่วนผสมจาก Japanese angelica root extract, licorice root extract, ascorbyl glucoside และ salicylic acid ที่ช่วยให้ผิวกลับมาแลดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใส
  • สีส้ม เหมาะสำหรับผิวที่อ่อนล้าไม่สดใส
    มาพร้อมส่วนผสมจาก taurine ช่วยเพิ่มพลังให้เซลล์ผิว รวมถึงยังมีคาเฟอีน และสารสกัดจาก mimosa bark ที่ช่วยทำให้ผิวค่อย ๆ ดูโกลว์เปล่งปลั่ง และลดความอ่อนล้าเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
  • สีม่วง เหมาะสำหรับผิวที่มีปัญหาริ้วรอย
    มีส่วนผสมจากเวย์โปรตีนที่ช่วยให้เส้นริ้วรอยต่าง ๆ แลดูตื้นและเรียบเนียนขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวนุ่มเนียนด้วยส่วนผสมจาก argireline และสารสกัดจากสาหร่ายทะเลสีแดง
  • สีชมพู (Limited Edition) สำหรับผิวบอบบาง
    เพิ่มความสมดุล สร้างความแข็งแรงให้กับผิว ด้วยสารสกัดจากดอกซากุระ
  • สีทอง (Limited Edition) สำหรับผิวไม่สดใส
    ให้ผิวดูเปล่งประกายอมชมพู ด้วยสารสกัดจากโสม
เอาล่ะค่ะ พูดเรื่อง CLINIQUE  ID มายาววววมากเลย
คราวนี้จะมารีวิวตัว TONE-UP GEL กันแล้วน้าา



Clinique ID

Dramatically Different Moisturizing Tone-Up Gel

เป็นมอยซ์เจอไรเซอร์ที่เพิ่มเข้ามาในตระกูล CLINIQUE ID ค่ะ
เค้ามาในเนื้อสัมผัสครีมเจลบางเบา ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว ให้ความชุ่มชื้น บำรุง และให้ผิวดูเปล่งประกาย โดยให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนาน 8 ชม. พร้อมกับไม่ทำให้หน้าดูมัน

ไม่มีพาราเบน พาทาเลต ไม่มีน้ำหอม

เป็นสูตรพิเศษ มี Transforming Tint Release Technology ที่ผสานเม็ดสีชมพูช่วยกระจายแสง มอบความสว่างให้ผิวดูเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีใช้ตัวนี้  ในตอนเช้า ให้เราลง

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ทั้งหมดก่อน >> ตามด้วย CLINIQUE ID TONE UP GEL >>  แล้วค่อยตามด้วย กันแดด จ้า


ส่วน ตอนกลางคืน ไม่ต้องใช้ค่ะ บำรุงด้วย CLINIQUE ID ที่เรามีตามปกติจ้า
อย่างตัวที่ปายได้เป็นเทสเตอร์นี้ จะเป็น

1) hydration base : Moisturizing Tone-Up gel

2) active cartridge concentrate : Sallow Skin (สีทอง)

Ingredients 

แบ่งส่วนประกอบออกเป็น 2 ส่วนนะคะ

hydration base :  Moisturizing Tone-Up gel

  • Water
  • Dimethicone
  • Isododecane
  • Butylene Glycol
  • Glycerin
  • Titanium Dioxide
  • BIS-PEG-18 Methyl Ether Dimethyl Silane
  • Tocopheryl Acetate
  • Sodium Hyaluronate
  • Helainthus Annuus (Sunflower) Seedcade
  • Hordeum Vulgare ( Barley) Extract/Extrait D’Orge
  • Laminaria Saccharina Extract
  • Lactobacillus Ferment
  • Caffeine
  • Trehalose
  • Caprylyl Glycol
  • Saccharomyces Lysate Extract
  • Propylene Glycol Dicaprate
  • Cellulose Acetate
  • Laureth-23-Laureth-4
  • Tin Oxide
  • Aluminum Hydroxide
  • Silica
  • Synthetic Fluorphlogopite
  • Polycilicone-11
  • Tromethamine
  • Carbomer
  • Propylene Glycol Stearate
  • Hexylene Glycol
  • Magnesium Stearate
  • Ammonium Acryloyldimethyltaurate/VP Copolymer
  • Oleth-10
  • Acrylates/Ammonium Methacrylate Copolymer
  • BHT
  • Disodium EDTA
  • Sodium Benzoate
  • Phenoxyethanol
  • Iron Oxides
  • RED 4
  • RED 30 Lake
  • RED 33
  • YELLOW 5

active cartridge concentrate : Sallow Skin (สีทอง)

  • Water
  • Butylene Glycol
  • Glycolic Acid
  • Pentylene Glycol
  • Lactic Acid
  • Sodium Hydroxide
  • Caffeine
  • Panax Ginseng (Ginseng ) Root Extract
  • Taurine
  • Poria Cocos Sclerotium Extract
  • Carprylyl Glycol
  • Xanthan Gum
  • Polysorbate 80
  • Disodium EDTA
  • Phenoxyethanol
  • YELLOW 6
  • RED 33
  • YELLOW 5
ในส่วนของ เทสเตอร์ ให้เราบีบบูสเตอร์ด้านล่าง (เบอร์ 2) ให้ขึ้นไปผสมกับ Hydration base (เบอร์ 1) ด้านบน 

แต่ถ้าใครใช้ขนาดปกติ ก็กดๆจากขวดได้เลยค่า 

เค้าจะออกมาผสมให้เราเองในอัตราส่วน 90:10 

เนื้อเจลจะมาเป็นสีชมพู ถ้าซูมดูใกล้ๆเราจะเห็นเม็ดพิกเมนต์สีชมพูเป็นประกายกระจายอยู่ทั่วไป 

วิธีใช้คือ ให้เราวอร์มครีมก่อน เม็ดสีชมพูจะได้แตกตัว จากนั้นก็ทาลงบนผิวหน้าค่ะ

จะเห็นว่าผิวเราไบรท์อัพขึ้นมา ที่สำคัญคือไม่เทา ไม่วอกเลยค่ะ จริงๆเหมือนเค้าผสานลงไปกับผิวเรา ให้ความเนียนนุ่มละมุนมากๆ มีการกระจายแสง ทำให้ผิวดูมีมิติ

ทดลองลงครึ่งหน้า เพื่อเปรียบเทียบ 

จะเห็นว่า เค้าไบรท์อัพขึ้นมานิดหน่อย ต่างจากผิวปกติไม่มากนัก

ทำให้ดูแล้วไม่หลอกตา ไม่วอก แล้วก็ไม่เทาค่ะ

แต่สิ่งที่ปายสัมผัสได้ คือความเนียนนุ่ม เป็นสัมผัสคล้ายๆกับการที่เราใช้ ไฮยาลูรอนค่ะ
ทีนี้ก็ลงให้ทั่วทั้งใบหน้าเลยค่ะ วันนี้ปายอยากเทสต์ว่าเค้าจะอยู่กับเราได้ยาวนานขนาดไหน ก็เลยจะ....

ไม่ลงรองพื้น ไม่ลงแป้ง


ที่เห็นตอนนี้ก็คือ ปายจะลง คอนซีลเลอร์กลบใต้ตา แล้วก็กลบสิวตรงคางนะคะ
ปัดบลัชออน และทาลิป สำหรับวันเบาๆ ที่ไม่ต้องออกไปเจอใครมากนัก

ประมาณ 8.00 น. 
ลง TONE-UP GEL + กันแดด + คอนซีลเลอร์เสร็จแล้ว
ประมาณ 11.00 น. 
ถ่ายอีกครั้ง ก่อนเหงื่อออก ตัว TONE-UP GEL ยังคงอยู่
ประมาณ 16.00 น.
ถ่ายอีกครั้ง มีเหงื่อออกไปบ้าง ไม่เติมอะไรทั้งนั้น จะเห็นว่าลิปเริ่มหลุดไปแล้ว แต่หน้าเรายังไม่โทรมนะจ้ะ เริศศศศศ ! 
ตัว Tone-Up Gel นี้เค้าบอกว่า ไม่มัน และให้ความชุ่มชื้นตลอด 8 ชม.
ปายถือว่า โอเคเลยนะ ตลอด 8 ชม.ที่ลองถ่ายภาพเก็บมาฝากสาวๆ

ในเรื่องความไม่มัน ก็อาจจะการันตี หรือบอกต่อกับเพื่อนๆไม่ได้ เนื่องจากเป็นคนหน้าแห้ง แต่บอกได้เลยว่า ทาแล้วหน้าไม่แห้งเลย
 รู้สึกว่าผิวหน้า เรานุ่ม มีความชุ่มชื้นตลอดเวลา แถมไม่เหนียวเหนอะหน้าจ้า

สรุป

สภาพผิว อายุ ปัญหาผิว

  • อายุ ปีนี้เข้าสู่เลข 3 อย่างเต็มภาคภูมิ (เหรอ !?)
    เรียกว่าเข้าเลข 3 อย่างจำใจดีกว่าค่ะ 555+
  • สภาพ + ปัญหา ผิว ปกติเป็นคนผิวแห้ง ขาดน้ำ ดื่มน้ำน้อย นอนดึก ผิวโทรม
    ผิวเหลืองแต่ค่อนข้างคล้ำ มีจุดด่างดำ รอยสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ
    (โฮกกก นี่หน้าหรอคะ !?) ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเองค่ะ T_T ไม่ใช่แค่ที่ตาเห็นนะคะ พอเรานอนดึก ผิวโทรมเนี่ย ลำบากมากเลยล่ะค่ะ ถ้าไม่แต่งหน้า ปกติคือจะแบบ...เอ่อ....ซอมบี้รึเปล่า ! เป็นคนขอบตาคล้ำมากกกก ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น ผิวฟื้นตัวช้ามากกก

ผลการใช้ ความรู้สึกส่วนตัว

แค่ทดลองใช้ตัว Tone-Up Gel แบบซอง ครั้งแรกเลย ก็คือ

เลิฟมากกกกกก มากที่สุดดดดดดดด


my best of Tone Up Product of the year ไปเลย จ้าาาาา


ส่วนตัวปายรู้สึกว่า เค้าให้ผิวสัมผัสที่ดี ดีมากๆ ส่วนตัวเป็นคนผิวแห้ง และผิวหมองคล้ำ เคยใช้ Tone-up ของที่อื่นมาแล้วรู้สึกว่าไม่เวิค หน้ามันจะเทาๆหมองๆ
พอได้ลอง CLINIQUE ID ก็รู้สึกเลยว่าพรุ่งนี้ต้องวิ่งไปที่เคาน์เตอร์แบบด่วนๆ 

คือ เค้าให้ความไบรท์อัพกับผิวเรา แบบไม่ดูหลอกตา ให้ผิวดูเปล่งประกายอมชมพู
ให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนานตลอด 8 ชม. แบบจริงจัง และไม่ทำให้หน้าดูหมอง หรือ ดร็อประหว่างวันด้วยค่ะ

แนะนำมากๆๆๆๆ สำหรับใครที่ชอบลุคสบายๆ ไม่ค่อยชอบแต่งหน้า แต่ก็ไม่อยากให้หน้าดูโทรมนะ CLINIQUE ID TONE UP GEL เลยจ้าา
ถ้ามีปัญหาใต้ตาคล้ำ หรือมีรอยสิว อาจต้องใช้คอนซีลเลอร์บ้าง 
แต่นอกนั้นคือสบายผิวสุดๆ เพราะเราไม่ต้องใช้รองพื้นจ้าาา
ขอบคุณที่อ่านจนจบน้าาาค้าาา

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (11)

รีวิวดีมากเลยค่ะ ชอบๆ