ตามรีวิว Olio E Osso จากพี่ฟลุ๊ค จนต้องขอสอยมาลอง ดีแค่ไหน ได้ลุคธรรมชาติสวยแค่ไหน มาค่ะเรามีคำตอบ!

เห็นรีวิวของ Olio E Osso ในเฟสบุ๊คเยอะมากกกจนมาเจอที่พี่ฟลุ๊ครีวิวเลยตัดสินใจซื้อมาลองใช้ เอาจริงๆคือลำบากใจตอนเลือกสีเนี่ยแหละค่ะ เพราะไม่รู้ว่าจะซื้อสีไหนดี เลยต้องถามเพื่อนที่เป็นกูรูสายเมคอัพ สรุปนางแนะนำเบอร์ 04 สีชมพูอมม่วง และเบอร์ 08 สีส้ม เลยซื้อตามที่นางแนะนำ

ถ้าบอกว่าเป็นเมคอัพที่ทาแก้ม ตา และปากได้ เพื่อนๆก็คงเฉยๆกันแน่ๆ แต่ข้อแตกต่างของ Olio E Osso คือ


1. เป็นคัลเลอร์บาล์มออร์แกนิค มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น Olive Oil, Shea Butter, Beeswax นอกจากช่วยเติมสีสันบนใบหน้าแล้วนั้นยังช่วยบำรุงผิวไปในตัวอีกด้วย

2. ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน 

3. ให้สีอ่อนกำลังดี ช่วยครีเอทลุคสวยแบบธรรมชาติได้แบบไม่โป๊ะ

มารีวิวแต่ละสีกันเลยค่า ขอเริ่มที่เบอร์ 04 สีชมพูอมม่วงก่อน ตอนแรกยอมรับว่าแอบด่าเพื่อนไปว่าหล่อนจะให้ชั้นหน้าช้ำเหมือนโดนต่อยมาเรอะ ถึงเลือกสีนี้มาให้ แต่เพื่อนบอกว่า แกต้องลองทาแบบบางๆเว้ย มันจะออกชมพูหน่อยๆ ซึ่งพอลองแล้วจริงตามที่นางบอกด้วยค่ะ ดูรูปสิ ตรงแก้มและริมฝีปากมีความออกชมพูอ่อนๆด้วยนะ

ต่อมาคือเบอร์ 08 สีส้ม เป็นสีที่ให้งานผิวเหมือนโดนบ่มแดดมาจริงจัง แนะนำว่าสีนี้เหมาะกับสาวผิวสองสีและสาวผิวแทนมากค่ะ ทาแล้วขึ้นแน่นอน แต่ผิวขาวเหลืองแบบเบนซ์ก็ใช้ได้นะ เบนซ์จะทาแบบอ่อนๆ ตรงแก้มและริมฝีปาก ให้สีส้มสวยกำลังดีโดยที่ไม่ทำให้ผิวดูหมอง ถ่ายรูปขึ้นอยู่ใช่ม้า 


เนื้อสัมผัส

ให้อารมณ์เหมือนลิปบาล์มมีสีเลย สามารถใช้ร่วมกับรองพื้นได้ แต่เบนซ์แนะนำว่าถ้าสาวๆอยากได้งานผิวสวยธรรมชาติของจริงล่ะก็ใช้ตอนไม่ทารองพื้นจะสวยที่สุด จากรูปเบนซ์ทาแค่กันแดดนะคะ ปาดลงบนแก้มและริมฝีปาก ใช้นิ้วเกลี่ยให้ทั่วแก้ม เท่านี้ก็เสร็จแล้ว 

สายเมคอัพออร์แกนิคต้องลองตัวนี้นะคะ มีหลายสีให้เลือก ที่สำคัญคือใช้ได้นาน พกไปเติมระหว่างวันก็สะดวก แพคเกจพกพาง่าย และสามารถนำมาผสมกันได้สีใหม่ไปอีก อยากบอกว่าบางคืนเอามาทาเป็นลิปบาล์มด้วยล่ะ ให้ความชุ่มชื้นลดอาการริมฝีปากแห้งแตกได้นะ ต้องลองแล้วล่ะค่ะสาวๆ

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (22)

สีสวยมากเลยค่า
แท่งน่ารักจังค่ะ