Tutorial101 เสกผิวให้สวยปัง..ไม่ว่าจะสายเกา หรือสายฝอ.

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน วันนี้อยู่กับตี้ TALACH MAKEUP ARTIST


คิดว่าเพื่อนๆคงคิดถึง หรือบางคนอาจจะลืมกันไปแล้ว จะบอกว่าไม่ได้หายไปไหนค่ะ ยังคงอ่าน TOPIC ต่างๆของเพื่อนๆชาวจีบันอยู่ แต่แค่ไม่ได้ออกมาเขียน วันนี้ได้โอกาสดีๆ เลยจะพามาชม Tutorial101 ที่ตี้ตั้งใจทำมาเป็นฮาวทูสอนแต่งหน้าที่ง่ายมากๆ และทุกคนสามารถแต่งตามได้แน่นอนค่ะ


วันนี้ตี้พาถึง 2 ลุคเลยค่ะนั้นก็คือ..

KOREAN MAKEUP VS WESTERN MAKE


การแต่งหน้าสไตล์สายเกา และ สายฝอ. โดยทั้ง 2 ลุคจะมีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยสายเกาในวันนี้ที่ตี้จะพามาแต่งจะเป็นลุคที่เรียกได้ว่าแต่งไปใช้ชีวิตประจำวันได้แน่นอนค่ะ เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่ชอบแต่งหน้าแต่ไม่อยากให้ดูแต่งหนัก ลุคนี้คือเหมาะมาก ต่อมาในส่วนของลุคสายฝอ. บอกเลยว่าจัดเต็ม ฝอ.แล้วต้องฝอ.ให้สุด ใครที่อยากเป็นสายฝอ.เต็มตัว เตรียมจดและแต่งตามได้เลยค่ะ ซึ่งบอกเลยว่า ปังแน่นอน และที่สำคัญ แต่งตามได้ง่าย วิธีการไม่ซับซ้อน


พร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ..

ไม่ว่าจะลุคไหนๆ ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการลงผิวยังไงให้ตอบโจทย์กับลุคนั้นๆ วันนี้ตี้เลือกใช้ ESTEE LAUDER - DOUBLE WEAR STAY-IN-PLACE


เพื่อนๆหลายๆคนคงรู้ว่าทาง Estee Lauder เขามีตัวที่พูดถึง และเด่นมากๆ คือเจ้ารองพื้น Double Wear Foundation ตัวที่ตี้จะมาใช้ในวันนี้นั้นเองค่ะ รองพื้นที่เรียกได้ว่ายืนหนึ่งยาวนานมาจนถึงตอนนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งเขาเป็นเรื่องพื้นที่เหล่าเมคอัพทั้งในไทย และระดับโลกเลือกใช้ จะปังขนาดไหน วันนี้ตี้จะพามาชมค่ะ… 

ESTEE LAUDER - DOUBLE WEAR STAY-IN-PLACE

ราคาขวดละ 2,000 บาท 30 ml


รองพื้นเนื้อลิควิด ที่เมื่อใช้แล้วจะให้ผิวที่เนียนเรียบไร้ที่ติ ให้ความปกปิด ติดทนยาวนาน แถมยังกันน้ำกันเหงื่อได้ดีมากๆ มีSPF10 เหมาะสำหรับสภาพผิวสาวเอเชียมากๆค่ะ มีเฉดสีมากถึง 20 เฉดสี ตี้บอกเลยว่าครอบคลุมเฉดสีผิวของสาวไทยแน่นอนค่ะ ด้วยความที่เขากันน้ำกันเหงื่อได้ดี ยิ่งเหมาะมากๆกับสภาพแวดล้อมที่อากาศร้อนอย่างประเทศไทย ตี้กล้าพูดเลยว่าปัญหาหน้าสังขยาจะหมดไปอย่างแน่นอนค่ะ ไม่ทำให้ผิวมัน และที่ตี้ชอบมาก คือเขาปกปิดได้ดีเยี่ยม แต่ยังคงให้ความบางเบา ไม่อึดอัดผิวค่ะ

ซึ่งวันนี้ตี้มีมาให้ชมกัน 3 เฉดสี (NC ประมาณ 25-27) 

2N1 Desert Beige

3W1 Tawny

3N1 Ivory Beige


N : เนื้อโทน Neutral ให้สีที่ไม่ชมพูไม่เหลืองไป

W : เนื้อโทน Warm ให้สีออกไปในโทนสีเหลือง

ตี้ลองเอามาสวอซลงบริเวณใบหน้าช่วงกราม เทคนิคนี้จะช่วยให้เพื่อนๆได้สีรองพื้นที่ตรงกับเรามากที่สุด ตี้นำทั้ง 3 สีข้างบนมาลงบริเวณกราม จะเห็นได้ว่าสี 2N1 เข้ากับสีหน้าของตี้มากที่สุด แต่!!!! 


แต่จะเห็นว่า 3N1 จะเข้ากับสีกรอบหน้าของตี้ เพราะอะไร.. เพื่อนๆหลายๆคนคงเจอปัญหาแบบเดียวกับตี้ คือการที่ใบหน้าเราสีไม่สม่ำเสมอ เพื่อนๆลองสังเกต ถ้าเห็บใบหน้าของเรากลางหน้าสว่างกว่ากรอบหน้า นั้นแสดงว่าคุณมีเฉดสีผิวหน้าที่ไม่เท่ากัน และไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นในเคสแบบเดียวกับตี้ การเลือกรองพื้นจะแยกไป 2 กรณี คือ


1.เลือกเฉดที่ขาว 2N1 : ถ้าอยากได้สีที่พอดีกับกลางหน้า นั้นเท่ากับบริเวณกรอบหน้าจะสว่างสีปกติ

2.เลือกเฉดที่พอดีกับหน้า 3N1 : ถ้าอยากได้สีที่พอดีกับทั้งใบหน้าให้เลือก 3N1 แล้วช่วงกลางหน้าถ้าสีไม่หมองก็ถือว่าเลิศ แต่ถ้าเกิดหมองแค่ใช้คอนซิลเลอร์สีสว่าง ใบหน้าของเราก็จะได้เฉดที่พอดีกับใบหน้าแล้วค่ะ..


ว่าแล้วไม่ให้เสียเวลา ไปดูลุคแรกกันดีกว่าค่ะ


KOREAN LOOK - ลุคเบสิคตามฉบับสายเกา

ตี้เลือกใช้ ESTEE LAUDER - DOUBLE WEAR STAY-IN-PLACE สี 2N1 ผสมกับเซรั่มตัวโปรดของตี้อย่าง ESTEE LAUDER - ADVANCED NIGHT REPAIR เหตุผลที่ตี้นำทั้งสองตัวมาผสมเนื่องจาก ตี้อยากได้งานผิวที่ให้ทั้งความปกปิด และการบำรุงไปในตัว บอกเลยว่านำทั้งสองตัวมาผสมกัน เนื้อรองพื้นเราจะบางเบามากขึ้น การปกปิดลดลง แต่จะได้งานผิวที่เรียกได้ว่าผิวฉ่ำมากๆค่ะ

ตี้ทำการลงทั่วใบหน้าและใช้ฟองน้ำในการกดรองพื้น ค่อยๆกด เนื้อรองพื้นที่เราผสมกับเซรั่มจะค่อยๆเนียนไปกับผิว บอกเลยเทคนิคนี้แนะนำมากๆ ตี้ลองแล้วสบายผิวทั้งวันเลยค่ะ.. สุดท้ายแล้วเราจะได้ผิวที่ดิวอี้ และใสเหมือนดื่มน้ำมันละ 8 แก้วเลยค่ะคุณ…

ต่อด้วยการเพิ่มการปกปิด ตี้เลือกใช้ ESTEE LAUDER - DOUBLE WEAR STAY-IN-PLACE สี 2N1 สีเดิมลงบริเวณใต้ตา แล้วใช้แปรงหัวพุ่มๆค่อยๆเกลี่ย เนื้อเขาจะเพิ่มความปกปิดของใต้ตาได้ดียิ่งขึ้น รองพื้นตัวเดียว จบครบ.. สะดวกมา ตี้ไม่ต้องใช้คอนซิลเลอร์เพิ่มเลยค่ะ..

ตี้เทียบให้ชมกับก่อนและหลังลงผิวด้วย ESTEE LAUDER - DOUBLE WEAR STAY-IN-PLACE  กล้าให้ซูมดูผิวเลยว่าให้ความฉ่ำจริงๆ แถมดูเป็นผิวที่ดูไม่หนา แถมยังดูสุขภาพดีอีกด้วยค่ะ..  

ต่อด้วยการเซ็ทด้วยแป้ง (Three - Translucent powder #02) ตี้จะไม่เซ็ททั้งหน้าแต่จะเลือกใช้การเซ็ทเฉพาะจุด นั้นคือบริเวณใต้ดวงตา และร่องจมูก จากนั้นจะทำการปัดแก้ม ตี้จะเลือกใช้บลัชออนสีชมพูอ่อนๆ (3CE Face Blush #pure cake) ลงบริเวณหน้าแก้ม แต่จะไม่ลงต่ำ และลงเป็นวงกลม การลงแบบนี้จะช่วยลดอายุของใบหน้าเราลงด้วยนะคะ

ต่อจากนั้นตี้จะทำการคอนทัวร์จมูกและกรอบหน้าด้วยสีน้ำตาล (Lilybyred - Mood it palette #01) จะเก็บจมูกบริเวณปีกจมูกเบาๆ และเกลี่ยให้ฟุ้ง ส่วนกรอบหน้าจะลงด้วยแปรงพุ่มใหญ่ๆ ปัดให้นัวร์ๆ จะได้กรอบหน้าที่มีมิติมากขึ้นค่ะ

ในส่วนของด้วยตา ลุคนี้ไม่เน้นอะไรมากมาย แต่งตามได้ง่าย

  1. เลือกใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลอมแดง (Bbia - Final Shadow Palette #04) ลงเบาๆบริเวณทั่วเปลือกตาบน

  2. ลงสีเดียวกันบริเวณตาล่าง

  3. ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลอมเทาเข้ม ลงชิดโคนขนตา เพื่อเป็น Guide line ก่อนกรีดเส้นไลเนอร์

  4. ใช้อายไลเนอร์ชนิดเจล (Loreal - Super liner 24H #02) เขียนเส้นไลเนอร์ เริ่มต้นจากหางตา

  5. แล้วลากไลเนอร์ยาวตามความต้องการ ขั้นตอนนี้ต้องใจเย็นๆ จะได้เส้นที่คมและสวยมากค่ะ

  6. ดัดขนตาและปัดมาสคาร่า (Heroine Make - long and curl mascara)

  7. ปัดขนคิ้ว (4U2 - Brow Coat) ให้ตั้งอย่างเป็นธรรมชาติ

  8. ใช้ที่เขียนคิ้วแบบพู่กัน (Browit - Duo brow and eyeliner) เขียนวิงหางและเติมส่วนที่ขาดหายของคิ้ว

  9. เรียบร้อยแล้วค่ะ ดวงตาและคิ้วที่เกาหลีสุดๆ 

สุดท้ายก็เติมลิป  ตี้เลือกเป็นสีชมพูอมม่วงๆนิดๆ (Bbia - Last Velvet Lip Tint #37) ทาเบาๆแล้วเกลี่ยด้วยแปรงให้ฟุ้ง แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ สำหรับลุคนี้ บอกเลยว่าง่ายมากๆ

เป็นยังไงกันบ้างเพื่อนๆชอบลุคสายเกากันไหมเอ่ย.. ถ้าชอบก็อย่าลืมแต่งตามแล้วแท็กไอจีมาอวดกันด้วยนะคะ แต่ถ้าใครชมแล้ว แต่ยังไม่ใช่ ยังไม่ถึงใจ แนะนำลุคต่อไปค่ะ


WESTERN LOOK - ลุคปังๆตามฉบับสายฝอ.

ตี้เลือกใช้ ESTEE LAUDER - DOUBLE WEAR STAY-IN-PLACE สี 2N1 บริเวณกลางใบหน้า และเลือกใช้ DOUBLE WEAR STAY-IN-PLACE สี 3W1 บริเวณกรอบหน้าและบริเวณที่ต้องการสีเข้มขึ้น จากนั้นตี้จะใช้ฟองน้ำเกลี่ยเหมือนเดิมทั่วทั้งใบหน้า เริ่มจากกลางหน้าและค่อยๆขยับออกไปค่ะ

ต่อจากนั้นตี้จะใช้ DOUBLE WEAR STAY-IN-PLACE สี 2N1 ลงบริเวณใต้ตาเพิ่ม เพื่อปกปิดรอยคล้ำใต้ตา และใช้แป้ง (Three - Translucent powder #02) ลง BAKED บริเวณใต้ตา กลางหน้าผาก และใต้จุดคอนทัวร์กรอบหน้า จากนั้นตี้จะทำการใช้แปรงปัดออกค่ะ

ตี้มาเทียบให้ชมกัน ระหว่างก่อนลงผิวและหลังลงผิว เห็นความแตกต่างชัดเจน เขาปกปิดผิวได้ดีมาก ที่สำคัญไม่หนักผิวเลย ตี้สบายผิวมาก เหมือนไม่ทาอะไรเลย ไม่ได้รู้สึกหนักหน้าเลยค่ะ.. โอ้ยย ประทับใจมากๆ

ต่อด้วยขั้นตอนการทุบหน้า ตี้ทำการคอนทัวร์จมูกและกรอบหน้า (​Dior - Backstage Contour Palette 001) รอบนี้จะเรียกว่าทุบ ไม่ปัดใสใสเหมือนสายเกาแล้วค่ะ บริเวณจมูกจะเก็บปีกจมูก ปลายจมูกและลากเชื่อมกับบริเวณหัวคิ้วเพื่อความเนียน ในส่วนอขงกรอบหน้า ก็จะลงต่ำกว่าโหนกลงมานิดหน่อย ไมต่ำจนเกินไปค่ะ

ต่อจากนั้นตี้จะทำการปัดแก้ม (Hourglass - Ambient lighting blush quad #ghost) ที่เรียกได้ว่าปัดยังไงให้ปัง คือการปัดนัวร์ๆวนๆให้สีปัดแก้มเราผสมเข้ากับคอนทัวร์ ใบหน้าของเราจะมีเฉดสีที่สวยมากยิ่งขึ้น จากนั้นตี้จะลงไฮไลท์บริเวณโหนกแก้ม ปลายจมูก และริมฝีปาก เพื่อให้แสงตกกระทบลงมาสวยฉ่ำ!!  

มาต่อที่การแต่งตาลุคนี้กันบ้าง หัวใจหลักคือไลเนอร์ที่คมชัดและขนตาที่สะพรึ่งค่ะ

  1. ตี้เลือกใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลอมส้มอ่อนๆ (Natasha Denona - mini nude palette) ลงบริเวณทั่วๆเปลือกตาบน และตาล่าง

  2. จากนั้นเลือกใช้สีน้ำตาลอมแดงลงเป็นไกด์ไลน์สำหรับทำสโมคกี้

  3. ใช้สีน้ำตาลอมแดง (Natasha Denona - mini nude palette) ลงบริเวณที่เราจะทำการสโมคกี้ รวมถึงใต้ตาล่างด้วยค่ะ

  4. ใช้อายไลเนอร์ (D.UP - silky liquid eyeliner) วิงหางออกไป และวาดกรอบกลับมา เราจะได้บริเวณที่จะเขียนอายไลเนอร์ วิธีนี้จะทำให้เส้นเราคม และกำหนดขอบเขตเท่ากันทั้ง 2 ดวงตาค่ะ

  5. ทำการวาดบริเวณที่เราทำกรอบไ้ว้

  6. จากนั้นนำอายแชโดว์ที่เป็นชิมเมอร์ (Natasha Denona - mini nude palette) ลงบริเวณหัวตาและตาล่าง เพื่อเพิ่มมิติให้กับเปลือกตา

  7. ติดขนตาที่ยาวแต่ฟุ้ง ไม่หนามาก (CHICHI Lashes - 3D Fluffy)

  8. เขียนคิ้วด้วยดินสอเขียนคิ้ว (Browit - Brow Pencil) เริ่มจากการวาดโครงและเติมให้สวยงาม และที่ขาดไม่ได้คือการเขียนเส้นขนคิ้วบริเวณหัวคิ้วให้ตั้งๆ จะได้ทรงคิ้วที่ฝอ.มากๆค่ะ

  9. จบท้ายด้วยการปัดคิ้วตั้ง (4U2 - Brow Coat) ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ

สุดท้ายตี้ทำการเลือกใช้ลิปสีนู้ดอมส้ม (QOO - Liquid Ink #10) ทาทั่วๆริมฝีปาก ตี้จะเขียนหรือวาดให้เกินขอบปากปกติ เราจะได้ปากที่ฝอ.มากขึ้นค่ะ เพียงเท่นี้ เราก็จะได้ลุคฝอ.สุดปัง ย้ำว่าปังแน่นอนค่ะ..

เพื่อนๆหลายๆคนคงจะได้ลุคที่ชอบกันไปแล้ว อย่าลืมไปแต่งตามกันนะคะ เห็นใช่ไหมคะว่าง่ายๆไม่ยากเลย ทุกอย่างมีขั้นตอน สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่เพิ่งเริ่มก็ค่อยๆแต่งไป ตี้เชื่อว่าทุกคนสามารถทำได้แน่นอนค่ะ 


ว่าแล้วขอมาสรุปความรู้สึกหลังจากลองใช้ ESTEE LAUDER - DOUBLE WEAR STAY-IN-PLACE กันหน่อยนะคะ.. 

ตี้ประทับใจมากๆ ซึ่งตี้ได้ลองใช้ก่อนหน้าจะมาทำฮาวทูนี้แล้ว ตี้เชื่อว่าเพื่อนๆหลายๆคนไม่กล้าใช้ เพราะคิดว่าน้องจะหนาและหนักผิว แต่จริงๆแล้วกลับกันเลย เขาไม่หนักผิวเลยสักนิด และไม่หนาเลย สบายผิวมากๆ ตี้ใช้แต่งไปทำงาน ผิวสวยแถมทนตลอดทั้งวันจริงๆค่ะ ในเรื่องของการปกปิดเขาปกปิดแบบขั้นสุดเลยก็ว่าได้ค่ะ ถึงจะลงเบาๆ แต่เขาก็ทำการปกปิดได้ดีมากค่ะ การคุมมันให้ไป 10/10 คุมมันแบบเรียกได้ว่าไม่มีน้ำมันออกมาจากหน้าเลย และที่สำคัญไม่อุดตันผิวด้วย ระหว่างวันที่ใช้ไม่มีอาการคันยิบๆบริเวณใบหน้า เป็นรองพื้นตัวนึงที่ประทับใจแบบขั้นสุดค่ะ ส่วนเรื่องเฉดสี หายห่วง ครอบคลุมได้ดีมากๆ 


มาถึงส่วนที่แอบไม่ชอบกันบ้าง ตี้ชอบทุกอย่างยกเว้นรูปแบบของแพคเกจจิ้ง เขาเป็นแบบเท ซึ่งตี้เองก็ไม่เคยกะปริมาณการไหลออกมาได้สักครั้งเลย ในส่วนนี้อาจจะต้องใช้ความชำนาญ แต่ตี้แอบแถมทริคให้ วิธีการนำเนื้ออกมาใช้ง่ายๆคือใช้นิ้วโป้งปิดตรงปากขวด แล้วเขย่าให้เนื้อรองพื้นมาโดนนิ้ว จากนั้นก็นำมาแต่งหน้าได้เลยค่ะ ออกมาน้อยแต่ดีกว่าหกนะคะ…


 ยังไงตี้ก็ขอฝากฮาวทู และรีวิวครั้งนี้ไว้ด้วยนะคะ ถ้ามีโอกาสดีๆจะมาทำฮาวทูเปรียบเทียบลุคต่างๆให้ชมกันอีกค่ะ 

สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ 

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (23)

สวยมากกกกก เป๊ะปังทั้ง2ลุคเลยค่า รีวิวก็ทำดีงามภาพสวย ขอบคุณที่มาแชร์นะคะ
สวยมากค่ะ เปลี่ยนลุคได้ปังมากกก ทั้งสองลุคเลย
ชื่นชมผลงานของคุณตี้มากเลยค่ะ ชอบหมดเลยทั้ง 2ลุค ไว้ลองไปแต่งบ้างฮะ
อยากลองมากเลยค่ะ ปล.ทำรีวิวสวยมากๆเลยค่ะ