ประเด็นถกเถียงร้อนระอุในโลกออนไลน์: ผิดไหมหากไอดอล K-Pop จะเข้าชมคอนเสิร์ต Kanye West?

ในขณะนี้แฟนๆจำนวนไม่น้อยได้ส่งพลังกดดันให้ไอดอลที่แชร์ภาพบรรยากาศความสนุกสนานใน 'Vultures Listening Experience' ของ Kanye West ให้ลบโพสต์และสตอรี่เพื่อรักษาภาพลักษณ์อันขาวสะอาดหมดจดตรงตามค่านิยมในสังคม แต่ก็มีความเห็นขัดแย้งซัดกลับว่า ศิลปินเหล่านี้มีสิทธิ์เต็มที่ในการเสพผลงานดนตรีของแร็พเพอร์ชื่อดังระดับโลก เพราะนั่นไม่ได้หมายความว่า พวกเค้าจะเห็นด้วยกับพฤติกรรมสุดฉาวโฉ่และอุดมการณ์ทางการเมืองของ Ye

ย้อนความเป็นมาที่ Kanye West (Ye) เจอ cancel ไปนาน

หากถามถึงวีรกรรมสุดสาวของ Kanye ให้ไล่เรียงให้ครบถ้วน ก็อาจจะใช้เวลายาวๆ แต่หลายคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่า เรื่องราวชีวิตส่วนตัวและการทัศนคติต่อสาธารณชนของแรพเพอร์ร์ดังผู้นี้อยู่ในขั้น 'เกินเยียวยา' แม้จะเคยมีผู้ออกตัวปกป้องเขาว่า พฤติกรรม toxic ที่กลายเป็นข่าวดังมาแล้วหลายครั้งเป็นผลมาจากไบโพลาร์ แต่ก็มีเสียงโต้แย้งหนักแน่นว่าYe ไม่ใช่คนดังในวงการรายเดียวที่เจ็บป่วยจากโรคนี้ ยังมีดาราศิลปินอีกหลายคนที่เปิดเผยถึงอาการไบโพลาร์และยังรักษาภาพลักษณ์ที่น่าชื่นชมไว้ได้

ตัวอย่างเรื่องราวที่ทำให้ Ye ถูกตราหน้าว่าเป็นอันธพาลประจำวงการ
  • กล่าวหา Kim K แม่ของลูกๆ เสียๆหายๆ รวมถึงประจานครอบครัวตัว K ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการหย่าร้างกับ Kim ซะอี
  • สร้างผลงานที่สื่อถึงความรุนแรงเพื่อคุกคาม Pete Davidson และยุยงให้แฟนๆช่วยรุมด่าเขาด้วย จนหลายคนกังวลถึงสวัสดิภาพของชายคนรักใหม่ของ Kim (ว่ากันว่า เป็นเหตุผลที่ Kim ไม่คบหนุ่มใหม่ออกหน้าออกตา และเก็บเรื่องความสัมพันธ์ให้ห่างจากสายตาผู้คน)
  • โจมตีคนดังร่วมวงการและแสดงความเห็นที่ปั่นกระแสดุเดือดใน social media บ่อยครั้ง (หรือที่สื่อเรียกว่า อาการ Twitter Meltdown แบบฉบับ Ye)
  • รวมถึงการแสดงพฤติกรรมที่เผยถึงการจองเวรคนอื่นผ่านการแสดงออกด้วย 'ผลงานศิลปะ' แต่ทำให้หลายคนมองว่า เขาหงายการ์ด free speech ยัดเยียดความทรงจำที่เลวร้ายให้กับคนที่เขาหมายหัว
อย่างไรก็ตาม ด้วยการยึดมั่นในหลักการ free speech ในโลกตะวันตก แม้ภาพลักษณ์ของ Ye จะย่ำแย่ แต่เขาก็ยังไม่เจอกับผลกระทบหนักถึงระดับ cancel

จนกระทั่ง....

การแสดง hate speech เหยียบย่ำชาวยิวและสนับสนุนความเชื่อหรือมุมมองที่ว่าคนขาวสูงส่งกว่าชาติอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตศิลปินของ Ye
หลังจากที่ Ye โพสต์ข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังชาวยิว อาณาจักรธุรกิจมูลค่าพันล้านก็ถูกสั่นคลอนและทำให้ให้เขาถูก cancel หรืออัปเปหิจากวงการ บรรดาแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ทุ่มทุมสร้างสรรค์สินค้าภายใต้ชื่อของเขาต่างก็ฉีกสัญญาและประนามพฤติกรรมของเขาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ Adidas ที่ตัดขาดกันจนทำให้สถานะมหาเศรษฐีพันล้านของ Ye หายวับไปในเวลาเพียงไม่นาน แม้ว่าในปัจจุบันเขายังเป็นศิลปินผู้มั่งคั่งเจ้าของทรัพย์สิน 400 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ห่างไกลจากสถานะความร่ำรวยช่วงที่สินค้า Yeezy ยังเฟื่องฟู

หลายฝ่ายมั่นใจว่า นี่เป็นการแสดงออกถึงด้านมืดในจิตใจที่สร้างความเสียหายรุนแรง ปฏิกิริยาจากสังคมแตกต่างจากตอนที่เขาแสดงท่าทีเป็นมิตรกับ Donald Trump ซึ่งถูกมองว่า เขามีอิสระในการแสดงออกทางการเมืองไม่แตกต่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมจำนวนมากในอเมริกา แต่โพสต์โจมตีชาวยิวด้วยความรุนแรงคือสิ่งที่หลายฝ่ายไม่สามารถมองข้ามไปได้

การถูกแบนจาก X ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ของ Ye อีกต่อไป วันดีคืนดีเขาก็โพสต์ภาพสัญลักษณ์สวัสติกะซ้อนทับกับสัญลักษณ์ดวงดาวเดวิดของยิวจนบัญชีถูกล็อคไปถึง 8 เดือน เขาท้าทายชาวยิวด้วยถ้อยคำปั่นประสาทต่างๆนานา ทำให้ Ye ถูกมองว่าเป็นขวัญใจพวก Neo Nazi ที่เชิดชูการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของ Nazi และใช้ความรุนแรงเพื่อแบ่งแยกเชื้อชาติ สถานการณ์ของ Kanye ย่ำแย่ลงถึงขนาดว่า เพื่อนฝูงที่เคยออกมาปกป้องต่างพยายามหลีกเลี่ยงไม่ขอข้องเกี่ยว แม้จะมีศิลปินวงการ hip hop หลายคนที่ยังยินดีที่จะร่วมงานด้วยกัน แต่พวกเค้าก็เสี่ยงจะถูกชาวเน็ทกล่าวหาว่า เป็นพวกขาดศีลธรรม สนับสนุนพวกหัวรุนแรงที่ทั้งเหยียดยิว - เกลียดชังผู้หญิงไปด้วย


หลังจากกระแสต่อต้านเริ่มซาลงไป Ye ซุ่มทำงานดนตรีเพื่อหวนมาสร้างความสำเร็จในวงการอีกครั้งก็ได้ตัดสินใจส่งคำขอโทษต่อกลุ่มชนชาวยิวที่ถูกเขาจากข้วงล่วงเกินหลายครั้ง แต่กลับถูกชาวเน็ทโจมตีว่า ไม่ได้สัมผัสถึงความสำนึกผิดจากถ้อยแถลงของเขาแม้แต่น้อย แต่มันฟังเหมือนกับวิธีการแก้ไขวิกฤติภาพลักษณ์พอเป็นพิธีเท่านั้น

เห็นได้ชัดจากเมื่อปี 2022 ที่เขาเคยไปออกรายการให้สัมภาษณ์ชื่นชม Adolf Hitler อดีตผู้นำพรรค Nazi ผู้ออกคำสั่งสังหารหมู่ชาวยิวนับล้านๆอันถือเป็นความทรงจำอันสุดเลวร้ายของมนุษยชาติ สื่อชื่อดัง CNN ยังเผยข้อมูลว่า คนวงในที่เคยร่วมงานกับ Ye หลายคนได้ให้ข้อมูลตรงกันว่า เขามีความชื่นชอบฝักใฝ่ในตัว Hitler มาตั้งแต่ยังเป็นศิลปินหนุ่มไฟแรงเมื่อสองทศวรรษก่อน คำพูดขอโทษจาก Ye จึงดูมีน้ำหนักเบาหวิวในสายตาหลายคน

แต่ถึงแม้ว่าพฤติกรรมอื้อฉาวจะทำให้ผู้คนรู้สึกต่อต้าน Ye สักเพียงใด ฐานแฟนที่นิยมชมชอบผลงานของเขาก็ยังเหนียวแน่น หลายคนให้ความเห็นปกป้อง Ye ว่า การแสดงความเห็นของเขาอยู่ภายใต้หลักการ free speech แม้มันจะเป็น hate speech แต่มันคือส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ศิลปะ ซึ่งไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเห็นดีเห็นงามไปทั้งหมด แต่ก็ไม่ควรไปเหมารวมว่า คนที่ปลื้มผลงานของ Kanye จะเป็นพวกนิยม Nazi หรือการคุกคามคนอื่นไปด้วย แต่อาจจะเป็นกลุ่มคนที่เลือกเสพเฉพาะผลงานคุณภาพโดยไม่ใส่เรื่องส่วนตัวของศิลปิน  เห็นได้ชัดจากอัลบั้มที่พุ่งสู่อันดับหนึ่งบน Billboard 200 ส่วนเพลง Carnival (¥$ song) ที่ขึ้นอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 เช่นกัน ซึ่งยืนยันว่า ยังมีผู้ฟังอีกมากมายที่เปิดใจต้อนรับ Ye เต็มที่
ภาพของไอดอลชื่อชั้นนำของวงการ K-Pop ที่เข้าร่วมคอนเสิร์ตของ Kanye ในกรุงโซลได้จุดประเด็นความขัดแย้งในกลุ่มชาวเน็ทผู้ที่มีทัศนคติแตกต่างกัน หลายคนแสดงความอกหักชีช้ำใจที่เห็นไอดอลที่พวกเค้าชื่นชอบได้ให้การสนับสนุนผลงานของ Ye และยังสันนิษฐานว่า หลายครั้งหลายคราที่ศิลปิน K-Pop ไม่ใส่ใจเรียนรู้ถึง awareness ของปัญหาความขัดแย้งทางเชื้อชาติศาสนา ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชุมชนแฟน K-Pop ทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ

บางคนตั้งข้อสังเกตว่า ศิลปินดังในเกาหลีให้ความสำคัญแต่กับบรรทัดฐานภายในชาติ แต่เมินเฉยกับเรื่องราวที่เป็นไปนอกประเทศ แต่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ Ye ให้สัมภาษณ์ชื่นชมอำนาจของจักรวรรดิญี่ปุ่นที่เคยยึดครองเกาหลีในอดีตเหมือนกับที่เขาชื่นชม Nazi คงไม่มีไอดอลก้าวเข้าชมผลงานการแสดงดนตรีของแร็พเพอร์ผู้อื้อฉาว แต่ความเห็นเกลียดชังชาวยิวและยกย่อง Hitler ยังดูเป็นเรื่องไกลตัวของเกาหลี หลายคนจึงไม่ได้ต่อต้านพฤติกรรมของ Ye กันอย่างรุนแรงนัก


ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีผู้ชี้ว่า เรื่องฉาวของ Ye สวนทางกับค่านิยมของชาวเกาหลีหลายประการ นอกจากเรื่องจองเวรภรรยาเก่าและคุกคามชายคนใหม่ของเธอ เขาเคยยอมรับเรื่องปัญหาใช้ยาเสพติด มีประวัติทำร้ายร่างกายช่างภาพมาแล้วหลายครั้ง ในทางกลับกัน คนดังเกาหลีอาจจะถูกแบนจากวงการอย่างถาวรจากข้อกล่าวหา bully เพื่อนร่วมโรงเรียนทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ Ye ที่เผยพฤติกรรม bully แบบไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวมากนานหลายปีกลับเป็นที่ยอมรับ หนำซ้ำ ผลงานในอัลบั้ม Vulture ก็ปรากฏถ้อยคำหยาบคายจาบจ้วงผู้หญิงชาวยิวที่ทำให้องค์กรยิวออกมาประนาม เขาเคยปั่นกระแสด้วยการจงใจใส่ฮู้ดปลายแหลมสไตล์เดียวกับกลุ่ม KKK ขึ้นเวที Vultures album party (Ku Klux Klan คือลัทธิชาตินิยมผิวขาว ที่ก่อตั้งโดยคนผิวขาวหัวรุนแรงที่มีความเชื้อว่าคนผิวขาวคือชนชั้นที่อยู่สูงที่สุดและเคยก่อเหตุรุนแรงถึงขนาดฆาตกรรมคนผิวดำมาแล้ว)

เรื่องราวเหล่านี้ ทำให้ชาวเน็ทมั่นใจว่า เขาไม่เคยจะรู้สึกผิดกับการส่งเสริมแนวคิดแบ่งแยกทางเชื้อชาติและศาสนาแต่อย่างใด และศิลปินเกาหลีก็ควรจะตระหนักถึงความอันตรายของเรื่องนี้และไม่ควรเข้าร่วมชมคอนเสิร์ต Vultures Listening Experience 

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในตัวไอดอล K-Pop ได้แบ่งชาวเน็ทออกเป็นสองฝักฝ่าย เพราะยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อมั่นว่า สังคมไม่ควรต่อต้านผลงานของศิลปินมากความสามารถเพราะเขามีอุดมการณ์และพฤติกรรมที่ไม่ถูกใจ เพราะหากย้อนไปถึงอัจฉริยภาพที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ขับเคลื่อนโลกด้วยผลงานจากสาขาต่างๆในอดีต บางคนก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นพวก racist หรือแม้แต่ศิลปินดังจากประวัติศาสตร์ที่มีพฤติกรรมใคร่เด็กที่ต่ำช้า แต่ก็ปัจจุบันยังมีผู้เปิดนิทรรศการนำเสนอผลงาน ผู้คนจึงควรแยกแยะให้ได้ว่า มันไม่ใช่เรื่องเสียหายหรือผิดกฎหมายในการสนับสนุนผลงานอันโดดเด่นของแร็พเพอร์ผู้อื้อฉาว เพียงแต่จำเป็นต้องใช้วิจารณญาณที่ดีเพื่อไม่ก้าวตามพฤติกรรม toxic ที่สร้างความขัดแย้งในสังคมโลก

ชาวเน็ทกล่าวหา Giselle แห่ง Aespa  'มีเชื้อสายญี่ปุ่นแต่สนับสนุนแร็พเพอร์ที่เชิดชู Adolf Hitler และลัทธิ Nazi'


ไอดอลที่เข้าร่วมชมการแสดงของ Ye ได้รับเสียงวิจารณ์ที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะถูก call out แต่ไม่รุนแรงนัก ใน board แสดงความคิดเห็นของ Netizens เกาหลีดูจะชี้ไปที่ความผิดหวัง เพราะค่านิยมของสังคมที่ปรารถนาให้คนดังวางตัวในครรลองแห่งความขาวสะอาดไร้ความมัวหมองใดๆ แต่ก็ยังมีคนมีเชื่อว่า นี่เป็นโอกาสไม่มากที่จะได้ชมการแสดงของศิลปินระดับโลก นอกจากไอดอลเกาหลีก็ยังมีผู้ชมเข้าไปสนุกสนานกับการแสดงคอนเสิร์ตของ Ye อีกเยอะแยะ

แต่ศิลปินดังที่เจอกับเสียงวิจารณ์ค่อนข้างหนักน่าจะเป็น Giselle แห่ง Aespa เมื่อเธอได้แชร์บรรยากาศของคอนเสิร์ตครั้งนี้ผ่าน Instagram ส่งผลให้ Netizens เกาหลีกลุ่มหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความไม่พอใจว่า เธอมีเชื้อสายญี่ปุ่นจากพ่อแท้ๆ แต่กลับสนับสนุตัวแร็พเพอร์ที่มีชื่อเสียงย่ำแย่และชื่นชม Hitler อย่างออกหน้าออกตา (จากเดิมที่ประเด็นเชื้อชาติของ Giselle นั้นนับเป็นเรื่องเปราะบางในสังคมเกาหลีอยู่แล้ว จากความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ที่เกาหลีเคยตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นถึง 35 ปี ไอดอลที่มีเชื้อชาติญี่ปุ่นบางคนจึงต้องเผชิญกับความเห็นโจมตีจากความเจ็บแค้นกับเรื่องราวในอดีตที่ชาวเกาหลีถูกกดขี่มายาวนาน)

ความโหดร้ายในสงครามที่เกิดจากพรรค Nazi และการรุกรานของญี่ปุ่นจึงถูกจับมาเชื่อมโยงกับดราม่าคอนเสิร์ตของ Ye เพราะมีผู้มองว่า Giselle มีสิทธิ์จะไปชมผลงานของศิลปินที่เธอชื่นชอบ แต่ก็ไม่น่าจะอัพโหลดภาพแชร์ให้โลกได้รับรู้ถึงความสนุกสนาน เพราะเธอน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่า จะต้องเกิดกระแสโจมตีตามมา ชาวเน็ทบางคนถึงกับกล่าวหาว่า เธอสนับสนุน Ye ไม่ต่างจากตอนที่จักรวรรดิญี่ปุ่นร่วมมือกับผู้นำ Nazi เยอรมนีเพื่อจัดตั้งฝ่ายอักษะ ซึ่งฟังเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง

ท่ามกลางคอมเมนท์ที่เรียกร้องให้เธอลบโพสต์ออก (หลายคอมเมนท์เป็นภาษาไทย) แฟนๆอีกกลุ่มของ Giselle ก็โต้กลับว่า ไอดอลสาวสวยเป็นแฟนตัวยงของ Ye มาแต่ไหนแต่ไร จึงไม่ใช่เรื่องชวนช็อคที่เธอเข้าร่วมชมการแสดงของศิลปินที่เธอปลาบปลื้มแบบสดๆ และกำชับให้ Giselle ไม่ให้ลบโพสต์ตามกระแสกดดันจากแฟนๆ เนื่องจากเธอมีสิทธิ์เต็มที่ในการเสพดนตรีของใครก็ได้ที่เธอชื่นชอบ

ชาวเน็ทหลายคนที่มั่นใจว่า การสนับสนุนผลงานของ Ye ไม่ใช่เรื่องเสียหายยังลงความเห็นตรงกันคือ กลุ่มแฟนที่เรียกร้องให้ไอดอลดังลบโพสต์เกี่ยวกับ Ye ออกมีพฤติกรรมรูปแบบเดียวกับ FC ของ Taylor Swift ซุปตาร์ทรงอิทธิพลที่มีประวัติเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาหลายปี ด้วยความแค้นฝังลึกทำให้เหล่า Swifties มุ่งมั่นอยากจะให้ทั้งโลก boycott แร็พเพอร์ดังไปด้วย

นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่มองว่า การเรียกร้องให้ไอดอลใช้ชีวิตในรูปแบบที่แฟนๆต้องการเป็นสิ่งที่สื่อถึงความไร้วุฒิภาวะ หากจะสื่อว่า เป็นการประทำที่มาจากความรัก ก็ไม่ได้ต่างจาก toxic love ที่บีบคั้นไอดอลให้ขาดอิสระและฝืนใจปกปิดตัวตน แม้แต่รสนิยมทางดนตรีก็ถูกจำกัดให้ต้องผ่านการอนุมัติจากแฟนๆ ซึ่งสร้างแรงกดดันให้กับไอดอลแทนที่จะส่งพลังงานด้านบวก หลายคนยังเน้นย้ำว่า ความชื่นชมในผลงานดนตรีเป็นเรื่องของปัจเจก ไม่ควรนำสิ่งนี้มาพิพากษากัน การที่ Giselle หรือจะเป็นไอดอลคนใดที่แชร์ภาพคอนเสิร์ตและแสดงความชื่นชมดนตรีของ Ye ก็ไม่ใช่ความผิด หรือเป็นการสื่อได้ว่า จู่ๆพวกเค้าจะออกตัวแรงเหยียดชาวยิวหรือบุกขึ้นเวทีไปแย่งไมค์จาก Taylor Swift!

แม้จะเกิดเสียงวิจารณ์ดุเดือด Ye คืออยู่ในกลุ่ม Top Artist ของประเทศเกาหลีใต้มายาวต่อเนื่องเกินพันวัน และการันตีถึงความ mass จากอันดับสองจากรายชื่อศิลปินที่มียอดผู้ฟังมากที่สุดที่ Spotify เกาหลีในตอนนี้ ดราม่าจะมีมากมายก่ายกองขนาดไหน  แต่ความนิยมของ Ye ในเกาหลีใต้นั้นไม่มีแผ่ว


ความชื่นชอบผลงานของ Ye คือ red flag จริงหรือ? ส่งความเห็นกันหน่อยว่า คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้...

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (7)

เห็นด้วยกับความคิดเห็นด้านล่างค่ะ ไม่น่าเลย ขอบคุณค่ะ (:
ที่มันแย่คือ หลายวันมานี้ เราเห็นติ่งเกาหลี ที่พอเป็นศิลปินที่ตัวเองชอบ ทำอะไรก็ไม่ผิด แม้ว่าศิลปินจะแสดงความชื่นชมยกยอคนที่ทัศนคติมีปัญหาสุด ๆ ก็ตาม มันสะท้อนให้เห็นว่า คนดังเกาหลี ขอแค่เก่งก็พอ นิสัยเป็นไงไม่สน ส่วนแฟนคลับ ต่อให้มันเป็นเรื่องใหญ่เพียงใด แต่แฟนคลับมีเหตุผลมารองรับเสมอ ถ้าคนที่ทำสิ่งไม่ดีนั้น เป็นศิลปินที่ตัวเองชอบ
ขอบคุณที่มาแชร์ค่า
ขอบคุณที่มาแชร์ค่ะ