ปีใหม่ทั้งที ขอหลบร้อนไปเที่ยวเขาใหญ่กันดูบ้างดีกว่า

 ปีใหม่ปีนี้ตัดสินใจอยู่นานมาก ไม่รู้จะไปไหนดี อยู่กรุงเทพก็ได้แค่เดินห้าง จะไปต่างจังหวัดก็ไกล เลยถือโอกาสนี้ไปเที่ยวใกล้ๆ แต่ก็ชิลๆ ที่เขาใหญ่ดู งานนี้มีจุดที่น่าสนใจอยู่ 2 จุด คือ Palio เขาใหญ่ที่เพิ่งจะเปิดใหม่ซิงๆ เลย กับกางเต๊นท์บนเขาใหญ่ ค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ในการท่องเที่ยวแบบลุยๆ และเบาๆ งานนี้พระเอกของเราคือ LG BL40 หรือ LG Chocolate ที่ยังเห่อไม่หาย ว่าแล้วมาดูกันว่าเป็นไงบ้าง
 
Palio เขาใหญ่
 
เป็นศูนย์รวมร้านค้าแนวๆ และสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศต่างประเทศ หน้าตาของสถานที่นี้คุ้นมากมาย เพราะว่าเป็นเจ้าของเดียวกับ Primo Posto และโรงแรมจุลดิจ ว่าไปแล้วไม่รู้จะรวยไปไหน และไม่รู้จะสร้างอะไรที่อลังการไปไหนเนี่ย ที่นี่เหมือนเป็นร้านค้าอารมณ์อเวนิว แต่สวยมาก ทั้งตึก ประตู หน้าต่าง ชั้นลอย หน้าร้าน พื้นดิน ถนน และฝาท่อ ทุกอย่างออกแบบมาได้อย่างงดงามจนแทบจะลืมไปเลยว่านี่คือเมืองไทย ณ วันที่ไปเที่ยวนี้สร้างเสร็จไปแล้วกว่า 80% และมีร้านค้าเปิดให้บริการไปแล้ว 60% ของทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะไม่ครบ แต่ก็เข้าไปถ่ายรูปได้อย่างชิลๆ
 
ส่วนร้านค้าที่ว่าประกอบไปด้วยธนาคาร ร้านอาหาร ร้านไวน์ ร้านขายของที่ระลึก กระเป๋า เสื้อผ้า โปสการ์ด ฯลฯ ส่วนใหญ่แล้วคือของสวยๆ ที่มีราคาแพง สุดท้ายเลยได้แค่ถ่ายรูปจริงๆ วันที่ไปนั้นคนเยอะมาก แทบจะไม่มีรูปไหนที่ถ่ายแล้วไม่ติดคนเลย แย่จัง ใครอยากไปให้ไปวันธรรมดานะครับ เสาร์อาทิตย์รับรองได้เลยว่าไม่ได้ถ่ายอะไรแน่ๆ
 
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ร้าน แต่เป็นบรรยากาศสวยๆ อย่างหอนาฬิกา ที่นั่ง เก้าอี้ ข้างฝา ป้ายบอกทาง ตู้จดหมาย ทุกอย่างทำออกมาอย่างสวยงาม และไม่ใช่มั่วทำออกมา อย่างตู้จดหมายนั้นดูเผินๆ แล้วเป็นของต่างประเทศ แต่ดูดีๆ แล้วมีเขียน Kao Yai ดูแล้วช่างได้ใจจริงๆ เลย ใครที่แวะไปที่นี่ ไม่มีร้านแนะนำ แต่แนะนำว่าไปถ่ายรูปให้เยอะที่สุด ใครใช้มือถือให้ไปเวลาเช้าๆ หรือเย็นๆ นะครับ จะสวยมาก ส่วนตอนกลางวันถ่ายได้เหมือนกันแต่ต้องไปหาร่มจากเงาตึกแทน
 
กางเต๊นท์บนอุทยานเขาใหญ่
งานนี้สำหรับผู้ที่ชอบธรรมชาติ อยากจะมีส่วนร่วมในแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก ต้องขึ้นเขาเลยครับ ไม่มีอะไรดีไปกว่านอนท่ามกลางหุบเขา และตื่นมาเจออากาศสดชื่นมากๆ แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน การเดินทางอาจจะดูโหดร้ายไปหน่อย ทั้งขึ้นเขา กางเต๊นท์เอง ทำกับข้าวเอง แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราได้ลำบากบ้าง ออกนอกเมืองบ้าง ออกนอกรีสอร์ทสวยๆ บ้าง มันก็คุ้มค่าที่จะลุย 
 
ผมเลือกไปที่บริเวณลำตะคองเพราะสามารถที่จะเอารถไปจอดหน้าเต๊นท์ตัวเองได้ ด้วยเหตุผลของความปลอดภัยในตัวรถ และชีวิต นอนเฝ้ามันนี่แหละดีที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว สี่ทุ่มก็ห้ามรถวิ่ง ห้ามรถลงเขา ห้ามรถเข้าออก เพราะฉะนั้นคงไม่มีใครที่จะสามารถขโมยออกไปได้เนื่องจากทางเข้าออกถูกปิดตาย ใครเปลี่ยนใจจะออกต้องรถตอนหกโมงเช้าเลย
 
ทำกับข้าว ถึงแม้จะมีร้านกับข้าวอยู่ร้านหนึ่ง แต่ก็แพง และไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ สู้ทำเองไม่ได้โดยการเช่าเตา 20 บาท ถ่าน 10 บาท ตะแกรง 10 บาท ก็สามารถทำกับข้าวเองได้แล้ว แม่ผมเอาหม้อไปหนึ่งใบ และลงมือทำสุกี้กินกันอย่างสนุกสนาน อากาศในตอนกลางคืนช่วงนี้แค่ 16 องศาเท่านั้นเอง ไม่ได้หนาวมาก และไม่ได้ร้อนเลย อากาศออกแนวชื้นๆ เต๊นท์เปียกจนถึงเช้าเลย
 
สรุปทริปนี้เสียเงินไป ค่ารถ 50 บาท ค่าเข้าอุทยานคนละ 30 บาท ค่ากางเต๊นท์คนละ 30 บาท และเตา แก๊ส ตะแกง 20+10+10 บาท หมดไปแค่นี้จริงๆ นับว่าเป็นการเที่ยวที่ได้ประสบการณ์ที่ดี และได้พักผ่อนแบบครอบครัวด้วย ใครไปเที่ยวไหน เอามือถือถ่ายรูปมาฝากกันบ้างนะครับ

Discussion (7)

น่าสนุกจัง ไม่มีรถไปไหนก็ลำบากงิ

ไปเหมือนกันเลย ... แต่ว่าเราคิดว่าเป็นร้านกาแฟ Primo Posto  เพราะหลับไปตลอดทาง

ลืมตาขึ้นมาเห็นส้ม ๆ ก็ให้แฟนจอดเลย ...อ้าว  งั้นแปลว่าทริปนี้ไม่ได้ไป Primo Posto  หละสิ

เฮ้ออ...หง่าวจริง ๆ เรา

แถมอากาศก็ร้อนสุด ๆ แขนไหม้เลยอะ ... ไม่เล่นเครื่องเล่นที่กรีนเนอร์รี่ มา มีรถโดนทุบขโมยของ
ไป 2 คันอีกต่างหาก ...

โอ้โห สวยมาก น่าลองไปพักผ่อนบ้างจังเลยค่ะ
ไปมาเหมือนกันค่ะ แต่เรานอนที่บ้านพักอยู่ตีนเขาอ่าค่ะ

ปีนี้ไม่หนาวเลยจิงๆ ร้อนมาก แถมยังเจอฝนอีกตะหาก

เลยไม่ค่อยได้บรรยากาศเหมือนปีที่แล้วเลย ....