โรคริดสีดวงทวารค่ะ
deary13พอดีว่าคุณตาเป็นโรคริดสีดวงทวารน่ะค่ัะ
เป็นติ่งเนื้อเล็กๆออกมาอ่ะค่ะ
เวลาถ่ายไม่มีเลือดปนออกมานะคะ
เลยอยากสอบถามเพื่อนๆว่ามีวิธีรักษายังไงบ้างคะ ถ้าไม่สะดวกที่จะไปหาหมอน่ะค่ะ
พอดีคุณตาแกเป็นอัมพาตน่ะค่ะ
หรือว่าต้องไปหาหมอคะ
ขอบคุณทุกๆคนมาล่วงหน้าเลยนะคะ
Discussion (13)
เข้ามาศึกษาค่ะ เราก็เป็น เป็นติ่งเนื้อยื่นออกมา แต่ไม่อาการเจ็บปวด ไม่มีเลือดออก
ไม่กล้าไปหาหมอ อายจังเลย
หาข้อมูลมาให้นะคะ
ชนิดของริดสีดวงทวารหนัก
แบ่งได้เป็น ๒ ชนิดใหญ่คือ ริดสีดวงทวารหนักภายใน และริดสีดวงทวารหนักภายนอก
ริดสีดวงทวารหนักภายใน เป็น ชนิดที่พบบ่อยที่สุด เกิดติ่งเนื้อบวมขึ้นอยู่ภายในทวารหนัก ไม่สามารถ สัมผัสได้ โดยมากมักไม่มีอาการเจ็บปวด แต่สังเกตได้จากอาการเลือดสดๆ ไหลออกพร้อมๆ กับอุจจาระ
ริดสีดวงทวารหนักภายนอก เป็นชนิดที่มีติ่งเนื้อ นุ่มๆ ยื่นออกมาจากทวารหนัก มักมีอาการเจ็บปวด และอาจมีเลือดออกได้เมื่อมีการเบ่งอุจจาระ
ความรุนแรงของริดสีดวงทวารหนัก
ความรุนแรงของโรคริดสีดวงทวารหนักแบ่งได้เป็น ๔ ระยะคือ
๑. ระยะที่ยังไม่มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมานอกทวารหนัก
๒. ระยะที่เริ่มมีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาขณะเบ่ง ถ่ายอุจจาระ และจะหดกลับเข้าไปได้เอง โดยไม่ต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป
๓. ระยะ ที่มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ แต่ไม่หดกลับเข้าไปได้เอง จะต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป จึงจะกลับเข้าไปในทวารหนัก
๔. ระยะนี้มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาแล้ว ไม่สามารถใช้มือดันติ่งเนื้อนี้เข้าไปในทวารหนักได้เลย
การรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก
เนื่อง จากโรคริดสีดวงทวารหนักส่วนใหญ่มักไม่มีอันตรายถึงชีวิต และถ้ามีการดูแลรักษาปฏิบัติตนเองได้ดี อาการเลือดออกและการเจ็บปวดก็จะทุเลาลง หรือหายได้เองภายใน ๑-๒ สัปดาห์
กรณี ที่ระดับความรุนแรงของโรคอยู่ในระยะที่ ๑ ไม่ว่าจะเลือดออกหรือไม่ จะเน้นการใช้ยาและการดูแลปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเป็นสำคัญ และถ้าโรคลุกลามเข้าสู่ระยะที่ ๒ หรือเริ่มเข้าสู่ระยะที่ ๓ (แต่ยังมีขนาดเล็กอยู่) แนะนำให้การดูแลรักษาปฏิบัติตนเองควบคู่กับการใช้ยา แต่ถ้าความรุนแรงของโรคเข้าสู่ระยะที่ ๓ (ร่วมกับมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่) หรือเป็นระยะที่ ๔ หรือรายที่เป็นรุนแรง เช่น มีเลือดไหลอยู่ตลอดเวลา ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะ สมต่อไป
ยารักษาโรคริดสีดวงทวาร
ขณะที่มีอาการ เลือดออกและ/หรือเจ็บปวด ควรแนะนำการปฏิบัติตัวควบคู่กับการใช้ยาเหน็บทางทวารหนัก ซึ่งเป็นยาใช้ภายนอก มีทั้งชนิดแท่งและชนิดขี้ผึ้ง มักจะประกอบด้วย ยาชา (บรรเทาอาการปวด) ยาลดการอักเสบ ยาหดตัวของหลอดเลือด และยาปฏิชีวนะ ซึ่ง ผู้ผลิตมักผลิตยาของตนเองทั้ง ๒ ชนิดคือ ทั้งชนิดแท่งและชนิดขี้ผึ้ง ซึ่งมีส่วนประกอบของตัวยาและความเข้มข้นเท่ากัน
การ ใช้ยาชนิดแท่ง (suppository) ควรแช่ในตู้เย็น น้ำแข็ง หรือน้ำเย็น เพื่อให้ยาแข็งตัว ก่อนนำออกมาใช้ (เพราะที่อุณหภูมิห้อง ยานี้จะเป็นของเหลว แต่ถ้าแช่เย็น ยานี้จะแข็ง เมื่อเหน็บเข้าไปในร่างกายแล้ว อุณหภูมิของร่างกายที่ร้อนกว่า จะช่วยละลายยาให้กระจายไปทั่วบริเวณ) เมื่อแข็งตัวดีแล้ว ก็นำแท่งยาสอดเข้าทางรูทวารหนักให้สุด วันละ ๑-๒ ครั้ง หลังการถ่ายอุจจาระ และอีกเวลาหนึ่ง อาจเป็นเวลาเช้า หรือก่อนนอนก็ได้ แล้วแต่สะดวก ให้ห่างกันประมาณ ๑๒ ชั่วโมง
กรณีที่เป็นขี้ผึ้ง ผู้ผลิตมักแนบหลอดต่อกับปากของหลอดยา เพื่อใช้สวนเข้าในช่องทวารหนัก แล้วบีบยาขี้ผึ้งเข้าไป ซึ่งมีความถี่และระยะเวลาการให้ยาเช่นเดียวกับยาแท่งคือ วันละ ๑-๒ ครั้ง ให้ห่างกันประมาณ ๑๒ ชั่วโมง
นอกจากนี้ อาจมียาหดตัวของหลอดเลือด ยาฝาดสมาน ยาช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดดำ ยาระบาย มาใช้ในการบรรเทาอาการของริดสีดวงทวาร
พ่อกับยายเราก็เคยเป็นค่ะ พ่อเราจะใช้ยาเหน็บในการรักษา เพราะใช้ง่ายและใช้สะดวกกว่า ส่วนยาย(คนโบราณ)ใช้ยาสวน เราว่ามันใช้ยาก เลอะเทอะด้วย เพราะเราเป็นคนสวนให้ยาย(ตอนที่ยายป่วยเดินไม่ได้) ถ้าจขกท.อยากให้ระบบขับถ่ายของคุณตาดีขึ้น ก็ลองให้ท่านดื่มน้ำลูกพรุนดูนะคะ เพราะเราก็ให้ยายดื่ม แล้วก็เน้นให้ทานอาหารที่มีผักและผลไม้เยอะๆ อาการท้องผูกและริดสีดวงก็จะหายไปเองค่ะ อาจจะยาวไปหน่อย แต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับจขกท.นะคะ
ชนิดของริดสีดวงทวารหนัก
แบ่งได้เป็น ๒ ชนิดใหญ่คือ ริดสีดวงทวารหนักภายใน และริดสีดวงทวารหนักภายนอก
ริดสีดวงทวารหนักภายใน เป็น ชนิดที่พบบ่อยที่สุด เกิดติ่งเนื้อบวมขึ้นอยู่ภายในทวารหนัก ไม่สามารถ สัมผัสได้ โดยมากมักไม่มีอาการเจ็บปวด แต่สังเกตได้จากอาการเลือดสดๆ ไหลออกพร้อมๆ กับอุจจาระ
ริดสีดวงทวารหนักภายนอก เป็นชนิดที่มีติ่งเนื้อ นุ่มๆ ยื่นออกมาจากทวารหนัก มักมีอาการเจ็บปวด และอาจมีเลือดออกได้เมื่อมีการเบ่งอุจจาระ
ความรุนแรงของริดสีดวงทวารหนัก
ความรุนแรงของโรคริดสีดวงทวารหนักแบ่งได้เป็น ๔ ระยะคือ
๑. ระยะที่ยังไม่มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมานอกทวารหนัก
๒. ระยะที่เริ่มมีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาขณะเบ่ง ถ่ายอุจจาระ และจะหดกลับเข้าไปได้เอง โดยไม่ต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป
๓. ระยะ ที่มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ แต่ไม่หดกลับเข้าไปได้เอง จะต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป จึงจะกลับเข้าไปในทวารหนัก
๔. ระยะนี้มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาแล้ว ไม่สามารถใช้มือดันติ่งเนื้อนี้เข้าไปในทวารหนักได้เลย
การรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก
เนื่อง จากโรคริดสีดวงทวารหนักส่วนใหญ่มักไม่มีอันตรายถึงชีวิต และถ้ามีการดูแลรักษาปฏิบัติตนเองได้ดี อาการเลือดออกและการเจ็บปวดก็จะทุเลาลง หรือหายได้เองภายใน ๑-๒ สัปดาห์
กรณี ที่ระดับความรุนแรงของโรคอยู่ในระยะที่ ๑ ไม่ว่าจะเลือดออกหรือไม่ จะเน้นการใช้ยาและการดูแลปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเป็นสำคัญ และถ้าโรคลุกลามเข้าสู่ระยะที่ ๒ หรือเริ่มเข้าสู่ระยะที่ ๓ (แต่ยังมีขนาดเล็กอยู่) แนะนำให้การดูแลรักษาปฏิบัติตนเองควบคู่กับการใช้ยา แต่ถ้าความรุนแรงของโรคเข้าสู่ระยะที่ ๓ (ร่วมกับมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่) หรือเป็นระยะที่ ๔ หรือรายที่เป็นรุนแรง เช่น มีเลือดไหลอยู่ตลอดเวลา ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะ สมต่อไป
ยารักษาโรคริดสีดวงทวาร
ขณะที่มีอาการ เลือดออกและ/หรือเจ็บปวด ควรแนะนำการปฏิบัติตัวควบคู่กับการใช้ยาเหน็บทางทวารหนัก ซึ่งเป็นยาใช้ภายนอก มีทั้งชนิดแท่งและชนิดขี้ผึ้ง มักจะประกอบด้วย ยาชา (บรรเทาอาการปวด) ยาลดการอักเสบ ยาหดตัวของหลอดเลือด และยาปฏิชีวนะ ซึ่ง ผู้ผลิตมักผลิตยาของตนเองทั้ง ๒ ชนิดคือ ทั้งชนิดแท่งและชนิดขี้ผึ้ง ซึ่งมีส่วนประกอบของตัวยาและความเข้มข้นเท่ากัน
การ ใช้ยาชนิดแท่ง (suppository) ควรแช่ในตู้เย็น น้ำแข็ง หรือน้ำเย็น เพื่อให้ยาแข็งตัว ก่อนนำออกมาใช้ (เพราะที่อุณหภูมิห้อง ยานี้จะเป็นของเหลว แต่ถ้าแช่เย็น ยานี้จะแข็ง เมื่อเหน็บเข้าไปในร่างกายแล้ว อุณหภูมิของร่างกายที่ร้อนกว่า จะช่วยละลายยาให้กระจายไปทั่วบริเวณ) เมื่อแข็งตัวดีแล้ว ก็นำแท่งยาสอดเข้าทางรูทวารหนักให้สุด วันละ ๑-๒ ครั้ง หลังการถ่ายอุจจาระ และอีกเวลาหนึ่ง อาจเป็นเวลาเช้า หรือก่อนนอนก็ได้ แล้วแต่สะดวก ให้ห่างกันประมาณ ๑๒ ชั่วโมง
กรณีที่เป็นขี้ผึ้ง ผู้ผลิตมักแนบหลอดต่อกับปากของหลอดยา เพื่อใช้สวนเข้าในช่องทวารหนัก แล้วบีบยาขี้ผึ้งเข้าไป ซึ่งมีความถี่และระยะเวลาการให้ยาเช่นเดียวกับยาแท่งคือ วันละ ๑-๒ ครั้ง ให้ห่างกันประมาณ ๑๒ ชั่วโมง
นอกจากนี้ อาจมียาหดตัวของหลอดเลือด ยาฝาดสมาน ยาช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดดำ ยาระบาย มาใช้ในการบรรเทาอาการของริดสีดวงทวาร
พ่อกับยายเราก็เคยเป็นค่ะ พ่อเราจะใช้ยาเหน็บในการรักษา เพราะใช้ง่ายและใช้สะดวกกว่า ส่วนยาย(คนโบราณ)ใช้ยาสวน เราว่ามันใช้ยาก เลอะเทอะด้วย เพราะเราเป็นคนสวนให้ยาย(ตอนที่ยายป่วยเดินไม่ได้) ถ้าจขกท.อยากให้ระบบขับถ่ายของคุณตาดีขึ้น ก็ลองให้ท่านดื่มน้ำลูกพรุนดูนะคะ เพราะเราก็ให้ยายดื่ม แล้วก็เน้นให้ทานอาหารที่มีผักและผลไม้เยอะๆ อาการท้องผูกและริดสีดวงก็จะหายไปเองค่ะ อาจจะยาวไปหน่อย แต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับจขกท.นะคะ
พบแพทย์ดีกว่าค่ะ
ของเพื่อนเราป็นหนัก เค้าผ่าออกค่ะ นอนโรงพยาบาล 2 - 3 วัน
ค่อนข้างเจ็บค่ะ พอกลับมาอยู่บ้านต้องนั่งบนห่วงยาง แต่ตอนนี้หายแล้วค่ะ
คุณ lovely_pik ค่ะ เป็นมาประมาณ 2 ปีแล้วค่ะ
คุณ flukeky ค่ะ สงสารแกน่ะค่ะแกไมอยากไปน่ะค่ะ แต่ถ้าไม่มีทางอื่นแล้วก็คงจะพาไปค่ะ
คุณOo_YuMi_oO ดาฟล่อน กะเพชรสังฆาตนี่หาซื้อได้ที่ไหนหรอคะ
คุณ flukeky ค่ะ สงสารแกน่ะค่ะแกไมอยากไปน่ะค่ะ แต่ถ้าไม่มีทางอื่นแล้วก็คงจะพาไปค่ะ
คุณOo_YuMi_oO ดาฟล่อน กะเพชรสังฆาตนี่หาซื้อได้ที่ไหนหรอคะ
http://www.bangkokhospital.com/index.php?p=newsDetail&NewsID=373&lang=TH