] Review [ เปิดศึกประชันคลีนซิ่งทุกรูปแบบ เพื่อผิวแพ้ง่าย เป็นสิว อันไหนปังสุด [ ฉบับสาวแต่งหน้าเก่ง ]

สำหรับเพื่อนๆ ชอบคลีนซิ่งแบบไหนกันมากที่สุดคะ ?


ถ้าถามเค้า ที่ชอบแต่งหน้าบ่อยมากๆ ๕๕๕

แน่นอนว่า ที่เค้าใช้เป็นประจำ ก็คือ แบบเนื้อออยล์ นั่นเอง


แต่จริงๆ เค้ามีอีกหนึ่งแบบที่ถูกจริตและชอบใช้ในวันที่แต่งหน้าแบบ Full-Coverage

ไพร์เมอร์มา รองพื้นมา คอนซีลเลอร์มา แป้งผสมรองพื้นมา Setting-Spray แบบแน่นๆ 


ชอบถึงขนาดที่ว่าต้องฝากเพื่อนหิ้วมาให้เลย ก็คือ เนื้อบาล์มนั่นเอง

ก่อนหน้านี้ ยังไม่ค่อยหาซื้อได้ในไทย แต่ในตอนนี้ หาซื้อได้ง่ายมากเลย


วันนี้เค้าเลยขนคลีนซิ่งมารีวิวเป็นตัวๆ

ให้ดู 3 เนื้อ แบบเนื้อๆ ด้วยกัน

เริ่มที่แบบน้ำกันดีกว่าเนาะ

Sensibio H2O Cleansing Water

Bioderma

( 250 ml | 790.- )


สำหรับคลีนซิ่งแบบน้ำตัวนี้ ไม่รู้จักไม่ได้เลย เพราะเป็นตัวที่โด่งดังมากๆ

เพราะเค้าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ใช้ได้แม้รอบดวงตา

ปราศจากน้ำหอม สารกันเสียพาราเบน และแอลกอฮอล์ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง


ทั้งในเรื่องของคุณภาพ และเหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย เค้ามีหลายสูตรด้วยนะคะ


ถึงแม้ส่วนตัวแล้วเค้าเป็นคนผิวผสม - ผิวมัน แต่ส่วนตัวแล้วเค้าชอบสูตรนี้มากกว่า

ซึ่งสำหรับสูตรนี้ก็เป็นตัวที่ถูกจริตกับเค้าจริงๆ ค่ะ


: แพคเกจจิ้ง :


สำหรับแบบขวดตัวนี้เป็นขวดเปิดฝาเทปกติ วัสดุแข็งแรงดี

หัวเทขนาดรูกำลังดี ถึงตัวขวดจะเป็นไซส์ที่พกพาลำบาก

แต่จริงๆ เค้ามีไซส์เล็ก หรือจะเทแบ่งใส่ขวดเล็กก็สะดวกน๊าาา


แต่แอบชอบ แพคเกจจิ้งอีกแบบมากกว่า ที่เป็นแบบหัวปั้ม

: เนื้อสัมผัส :


เป็นน้ำแบบใส ไม่มีกลิ่น ไม่ทิ้งความลื่นเอาไว้เวลาที่เช็ด


: ความรู้สึกขณะที่ใช้ :


ใช้คู่กับสำลีค่ะ เช็ดและคลีนเครื่องสำอางได้ดี คลีนผิวได้ลื่นดี

มีความอ่อนโยนค่ะ ไม่ทำให้แสบหน้า


บริเวณที่เป็นเครื่องสำอางกันน้ำ ก็แปะไว้สักพัก รูดก็ออกค่ะ 

สามารถเช็ด และคลีนบริเวณโคนขนตา และบริเวณตาได้โดยที่ไม่แสบตา 


สำหรับวันที่แต่งหน้าแบบจัดเต็ม ก็ต้องเช็ดกันหลายรอบนิดนึงนะคะ

แต่สำหรับยี่ห้อนี้ ก็ถือว่าคลีนผิวได้ดีกว่าหลายๆรุ่น

(เค้าเป็น Micellar Water ด้วยนะจ๊ะ)


: ความรู้สึกหลังจากที่ใช้ :


ผิวสะอาดดีค่ะ หลังจากที่ใช้ ไม่เกิดการแพ้หรือเกิดสิวใดๆ ไม่ได้ทำให้ผิวถึงกับแห้ง

ซึ่งจริงๆทางแบรนด์บอกว่าไม่ต้องล้างหน้าก็ได้ แต่เค้าชอบล้างตามอีกทีมากกว่า


แต่ถ้าวันไหนแต่งหน้าจัดเต็มมากๆ คลีนหน้าหลายๆรอบ

บางทีก็แอบไม่ชอบเวลาที่ต้องใช้ สำลีเช็ดหลายรอบนั่นเอง บางวันก็ขี้เกียจเกิน ๕๕๕


: ความรู้สึกโดยรวม :


พูดถึงความเป็นคลีนซิ่งน้ำ ตัวนี้เป็นตัวที่เค้าให้เป็นที่ 1 ในใจเลยนะคะ

แต่ด้วยความที่เพื่อน เคยหิ้วมาฝาก ทำให้ราคาในไทย ดูจะสูงไปหน่อย

#งกแบบสม่ำเสมอ ๕๕๕๕


แต่ถ้าเจอโปรลดราคาดีๆ หรือไปหิ้วมา ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ 


เหมาะสำหรับคนเป็นสิว ผิวแพ้ง่ายมากกกกก


♥♥♥

9.5 / 10


-


มาต่อที่แบบเนื้อออยล์กันเลย


Perfect Cleansing Oil

Biore

สูตร Oil Clear สำหรับผิวผสมและผิวมัน

( 300ml | 229.- )


สำหรับคลีนซิ่งออยล์ยี่ห้อนี้ หาซื้อได้ง่าย และราคาที่จับต้องได้

สูตร Anti-Acne มีการพัฒนาสูตรจากเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่น


ซึ่งเค้าจะช่วยให้ผิวสดชื่น ลดความมันส่วนเกิน


: แพคเกจจิ้ง :


ขวดมาในทรงเหลี่ยมๆ หัวปั้ม สีโทนชมพูม่วง มุ้งมื้ง มีตัวล็อคคอมาให้

ถ้าเก็บเอาไว้ไม่ทิ้ง ก็สามารถพกเวลาไปต่างจังหวัดได้โดยไม่กลัวหก


: เนื้อสัมผัส :


เป็นเนื้อออยล์สีใส ที่มีความหนักพอสมควร

กลิ่นหอมเบาๆ แบบสดชื่น


: ความรู้สึกขณะที่ใช้ :


ใช้ 1 - 2 ปั้ม วนๆ ลงบนผิวหน้าที่แห้ง เนื้อออยล์ลื่นและละลายเครื่องสำอางได้ดี

เนื้อออยล์มีความหนักพอสมควรนะคะ ถ้าใช้คลีนบริเวณตาจะรู้สึกได้นิดนึง


ในวันที่แต่งหน้าแบบจัดเต็มเค้าจะเน้นวน

ในบริเวณที่เค้าลงไพร์เมอร์ หรือปกปิดเยอะๆ นิดนึง

ป้องกันการอุดตันนั่นเอง สามารถคลีนเครื่องสำอางกันน้ำได้นะคะ


หลังจากที่วนจนทั่วผิวแล้ว ค่อยๆ แตะน้ำลงบนผิวหน้า ให้เกิดเป็นน้ำนม

หลังจากนั้นก็ใช้น้ำเปล่าคลีนผิวออกได้เลยค่ะ 


: ความรู้สึกหลังจากที่ใช้ :


สำหรับเค้าออยล์ตัวนี้เค้ามีความหนักนิดนึง และเวลาที่ใช้คลีนบริเวณตา 

อย่าใช้เยอะไป และรีบคลีนรีบล้าง ไม่งั้นจะแอบแสบตานิดนึง


และเวลาที่ใช้น้ำล้างออก ต้องคลีนหน้าดีๆ หน่อย

ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังจากที่ใช้


: ความรู้สึกโดยรวม :


ละลายเครื่องสำอางและคลีนผิวได้ดี 

ล้างดีๆ ไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน หรือการแพ้ใดๆ 


เป็นตัวที่ก็ใช้บ่อยค่ะ แต่ไม่ได้อยู่ในลิสลูกรักของปีนี้

แต่ราคาและคุณภาพ ถือว่าคุ้มค่ามากๆเลย


คนเป็นสิว ผิวแพ้ง่ายค่ะ สามารถใช้ได้ค่ะ


♥♥♡

7 / 10


-


มาต่อที่เนื้อโฟมกันค่ะ

All Clear Oil whip

Senka

( 150ml | 390.- )

สำหรับแบรนด์นี้นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องของโฟมล้างหน้าแล้ว
ตัวคลีนซิ่งเค้าก็ดีเช่นกันค่ะ สำหรับตัวนี้เค้าเป็นคลีนซิ่งออยล์ที่เปลี่ยนเป็นเนื้อวิปโฟมละเอียด

: แพคเกจจิ้ง :


วัสดุแข็งแรงดี เป็นหัวปั้มโฟม มีตัวล็อคหัวมาเช่นกัน

: เนื้อสัมผัส :


เนื้อโฟม นุ่ม มีกลิ่นหอมสดชื่นค่ะ


: ความรู้สึกขณะที่ใช้ :


เนื้อโฟมมีความละเอียดและนุ่ม เนื้อแน่น ทำให้คลีนเครื่องสำอางได้ดี

ละลายเครื่องสำอางอาจจะช้ากว่าแบบเนื้ออยล์ หรือบาล์ม 


แต่ชอบตรงที่เนื้อโฟมมีความละเอียดและนุ่ม ทำให้นวดๆวนไป

ก็ไม่บาดหน้า และเนื้อละเอียดแบบไม่ไหล หลังจากวนจนพอใจก็ล้างน้ำออกได้เลยค่ะ


: ความรู้สึกโดยรวม :


เนื้อโฟม กลิ่มหอมสดชื่น กลิ่นเหมือนตัวโฟมล้างหน้า ชอบความนุ่มละเอียดของโฟม 

และเค้าไม่ทำให้ผิวแห้ตงตึงหลังจากที่ล้างออกค่ะ 


♥♥♡

7.5 / 10


ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ค่ะ


-


มาต่อกันที่แบบสุดท้าย ของดี ของชอบมักเก็บไว้ที่หลัง

เป็นเนื้อบาล์มค่ะ


Clean it zero Cleansing Balm

Banila Co

( 100 ml | 1,090.- )

สำหรับคลีนซิ่งบาล์มตัวนี้ ต้องบอกเลยว่า ชอบมาตั้งแต่ พรีเซนเตอร์คนก่อน ๕๕๕
คนปัจจุบันก็ชอบบบบ แต่ที่เริ่มใช้ คือตั้งแต่ ซองจีฮโย ยังเป็นพรีเซนเตอร์นั่นเอง

เค้าดังมาถึงไทยได้ขนาดนั้นเลย ถ้าถามว่าที่เกาหลีนั้นตัวนี้โด่งดังขนาดไหน
ก็แค่ ขาย Clean It ZERO ได้ทุก ๆ 3 วินาที เท่านั้นเองค่ะคุณณณณณ

เค้าเลยต้องฝากเพื่อนหิ้วมาให้ เพราะอยากลองใช้มากๆ ( หลายปีที่แล้ว )
แล้วก็ตกหลุมรักจ้าาา แต่หลังจากที่หมดก็ไม่ได้ใช้ต่อ เพราะยังหาซื้อในไทยไม่ได้

จนวันนี้ได้มาถึง วันที่ Banila Co มาเปิดช้อปในไทย
และขนหลายๆ โปรดักส์มาวางขายนั่นเอง ซึ่งมาพร้อมกับแพคเกจจิ้งใหม่ ที่น่ารักแสนน่ารัก

: แพคเกจจิ้ง :

​
ตัวนี้เป็นแพคเกจจิ้งใหม่ เค้าชอบกระปุกสีนี้ #ส่วนตัวมากๆ๕๕๕
เป็นดีไซน์ที่เค้าเพิ่งเปลี่ยนมาใช้ เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ เค้ามี 2 ไซส์นะคะ

มาในรูปแบบกระปุกเหมือนเดิม วัสดุมีความแข็งแรง มาพร้อมช้อนตัก
ถึงแม้ เราจะชอบควักมากกว่าก็ตาม ๕๕๕๕

: เนื้อสัมผัส :


เนื้อบาล์มเป็นสีขุ่นออกขาว เนื้อบาล์มละเอียดมากกกกกกก 

ซึ่งเค้าเป็นเนื้อเชอร์เบทนั่นเอง ถ้านึกไม่ออก

ให้นึกถึงผลไม้เนื้อทราย ที่มีความละเอียดนุ่มๆ


นั่นแหละค่ะ ละเอียดเบอร์นั้นเลย อันนี้คือ คอนเฟิร์มมากนะ
ไม่ได้มีเนื้อที่หนักมาก ไม่มีกลิ่นค่ะ

: ความรู้สึกขณะที่ใช้ :


เนื้อบาล์มมีความละเอียด และเมื่อวอร์มลงบนผิวที่แห้ง ละลายเครื่องสำอางได้ดีมาก

เนื้อบาล์มละลายเร็ว เปลี่ยนเป็นเนื้อออยล์ที่มีความเบามากๆ

แต่เกาะหน้า ไม่ไหล ทำให้นวดวนไปได้เรื่อยๆ


คลีนเครื่องสำอางแบบกันน้ำได้ดี ไม่หนักเกินไปและไม่ทำให้แสบตา

คลีนบริเวณโคนขนตาแบบลืมตาได้เลย คือเลิฟมากกกกกกก


หลังจากนั้นก็ใช้น้ำแตะผิว และนวดๆ และล้างออกได้เลยค่ะ


: ความรู้สึกหลังใช้ :


เพราะเวลาที่เค้าแต่งหน้าแบบจัดเต็ม เค้าจะชอบความรู้สึกเวลาที่นวดวนๆ บนหน้ามาก

เพราะรู้สึกได้คลีนเครื่องสำอางออกจริงๆ


เนื้อบาล์มคลีนเครื่องสำอางได้ดี หลังจากแตะน้ำลงบนผิว นวดต่อเป็นน้ำนม

และล้างน้ำออกได้เลยค่ะ ซึ่งล้างออกได้ง่าย ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิว

รู้สึกสะอาดตั้งแต่หลังใช้ และที่สำคัญคือ ไม่ทำให้ผิวแห้งด้วยนะจ๊ะ


: ความรู้สึกโดยรวม :


เค้าชอบอยู่แล้ว ชอบเป็นทุนเดิม ๕๕๕๕ และชอบในความอ่อนโยน

ที่คลีนรอบตาได้แบบไม่แสบนี่แหละ


คุณภาพกับราคานั้น ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เลยนะ


ชอบมากกกก เพราะบ่อยครั้งมากที่ กลับมาเหนื่อยๆ แต่จะไม่คลีนหน้าก็ไม่ได้


เนื้อบาล์มเลยเหมาะมากๆ เลย เพราะว่า ใช้ตัวเดียวแล้วล้าง

ต่อด้วยโฟมล้างหน้า คือ รู้สึกสะอาดและผิวหน้ารู้สึกเฟรชมากๆ ค่ะ



♥♥♥

1000000  / 10


ชั้นรักเค้ามานาน หาซื้อได้ในไทยแบบนี้ 

จะรักต่อไป ซารังฮเยยย ~ ㄱㄱㄱ


เรียกได้ว่าเหมาะกับทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่าย ผิวผสม ผิวมัน คือใช้ดีมาก

ไม่ทำให้เกิดการอุดตัน หรือเกิดการแพ้ใดๆ เลย รักกก


-


มาต่อกันที่เนื้อบาล์มอีกตัวค่ะ ตัวสุดท้ายล้าว


Take the day off Cleansing Balm

Clinique

( 125ml | 1,500.- )

จริงๆ ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวที่ได้รับความสนใจ จนเค้าก็หามาลองให้ดูกัน
เริ่มจาก ชอบชื่อเค้า ๕๕๕ ความ Take The Day Off
ประหนึ่งหมดวันแล้ว ที่โบกมา เอาออกเหอะ ๕๕๕๕

: แพคเกจจิ้ง :

ตัวกระปุกมาในทรง แบน และกว้าง
วัสดุมีความแข็งแรง ฝามาเป็นสีเงิน หรูหรา เปิดปิดได้ง่าย

: เนื้อสัมผัส :


เป็นเนื้อบาล์มสีขุ่มออกขาวค่ะ เนื้อมีความละเอียด

แต่จะมีความหนักกว่านิดนึงค่ะ

: ความรู้สึกขณะที่ใช้ :


เนื้อบาล์มละเอียดค่ะ แต่มีความหนัก จะละลายช้ากว่านิดหน่อย แค่นิสสสสนึง

เนื้อบาล์มมีความเกาะตัว ค่อยๆ วน ถึงจะเป็นเปลี่ยนออยล์ค่ะ 


ซึ่งพอเปลี่ยนเป็นออยล์ ก็ยังมีความหนักกว่าอยู่ แต่ละลายเครื่องสำอางได้ดี

สามารถคลีนเครื่องสำอางกันน้ำได้ แต่เค้ารู้สึกว่าเนื้อจะหนักเวลาเอาไปคลีนตา

ก็รีบๆวนแล้ว แล้วล้างออกได้เลยค่ะ


: ความรู้สึกหลังจากที่ใช้ :


หลังจากที่ใช้คือ ละลายเครื่องสำอางได้ดี และคลีนผิวได้ดีเลย

และล้างออกได้ง่ายเช่นกันค่ะ ไม่มัน



: ความรู้สึกโดยรวม :


คลีนผิว และละลายเครื่องสำอางได้ดีค่ะ ล้างออกได้ง่าย

ไม่ทำให้ผิวแห้ง เนื้อจะหนักกว่า



♥♥♥

9.5  / 10


คนผิวแพ้ง่ายใช้ได้ค่ะ


-


จริงๆ เรื่องของความชอบมันเป็นแล้วแต่คนเลยนะคะ


แต่สำหรับเค้าในวันที่แต่งหน้าแบบจัดเต็ม

จะเลือกใช้แบบบาล์มเลย เพราะเค้าทำความสะอาดผิวได้ดีมากๆ 

และยังเหมาะกับคนเป็นสิว ผิวแพ้ง่ายอีกด้วย ไม่ทำให้เกิดการอุดตันของสิวด้วยน๊าาา

ดีงามมมม 


***


ส่วนสำคัญเวลาคลีนหน้าอีกเรื่องคือ

การนวดคลีนหน้า นอกจากจะช่วยผ่อนคลายได้แล้ว 

ทั้งการนวดออยล์ / เนื้อบาล์ม หรือเวลาที่ใช้คลีนซิ่งแบบน้ำเช็ดหน้านั้น


พยายามเช็ดตามรูขุมขนหน้านะคะ อย่าไปสวนมาก ก็จะช่วยลดการรบกวนของผิวได้

หรือจะใช้ฝักบัว ค่อยๆ ใช้น้ำไล่และล้างตัวคลีนซิ่งออกก็ได้จ้า


***

สุดท้ายแล้วชอบใช้แบบไหน

แล้วแต่สะดวก แล้วแต่ชอบ เลยนะคะ


แล้วเจอกันใหม่ รีวิวหน้าน๊าาาา

xoxo


พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (9)

เห็นแล้วอยากลองขึ้นมาทันทีเลย วันก่อนเห็นนีเวียขวดสีดำอันนั้นก็น่าลอง เดินผ่านๆเห็นวางอยู่ที่เชลล์กะจะหยิบซะหน่อย แต่ดันรีบเลยอดเลย อาทิตย์นี้จะไปซื้อแบบจริงจัง เพราะเห็นเค้าบอกว่า เช็ดคราบเครื่องสำอางแน่นๆก็หลุดหมดเช็ดง่ายเหมือนกัน
นีเวียรุ่นนั้น เค้าก็ลองใช้แล้วค่ะ ส่วนตัวชอบกว่ารุ่นก่อนของนีเวีย เพราะว่าคลีนคสอ.หนักๆ ออกไวกว่ารุ่นก่อนมาก และอ่อนโยนด้วยค่ะ ไม่แสบ ไม่เกิดการอุดตัน ไม่แพ้จ้าาา 
ขอบคุณรีวิวดีๆมีประโยชน์มากๆนะคะ
ยินดีคร่าาาาา ???
ลังเลมากเลย ระหว่างบานิลาโคล กับ คลีนิกซ์ โอยย แต่เราเคยลองเทสที่เคาท์เตอร์ของคลีนิกซ์ก็ใช้ได้เลยค่ะ รึจะเหมาทั้งสองดี55555 
ใจไปขนาดนี้แล้ว สงสัยต้องเหมาแน่ๆเลยยยยยย ???
Clean it zero Cleansing Balm Banila Co อ่านเเล้ว เล็งเลยเลยค่ะ 
ต้องลองไปเล่นเนื้อบาล์ม แล้วจะเชื่อที่เค้าบอก คิคิ