Gryffindor - Graduation look 👩🏻‍🎓

สวัสดีค่ะทุกคนนนน วันนี้เรามาพร้อมกับลุครับปริญญาที่สามารถใช้ได้ในชีวิตจริงนะ 5555555 ในการแต่งหน้าครั้งนี้เราพยายามเลือกเครื่องสำอางที่ไม่แพงมาก และทุกคนสามารถเข้าถึงได้ นอกจากนั้นเรารับรองว่าเมคอัพลุคนี้กันน้ำ กันเหงื่อติดทนโอเคเลยค่ะ เราทดลองแต่งก่อนวันนี้ออกไปเดินเล่นถ่ายรูปรอบเกาะรัตนโกสินทร์มาแล้ว มันเวิร์คมากๆ แต่ๆๆ ขอบอกก่อนว่า หน้ามัน มีเหงื่อ เป็นเรื่องปกตินะคะ แต่ไม่เป็นคราบ ไม่เยิ้ม ไม่มันแน่นอน ถ้ารู้สึกว่าหน้ามันหรือเหงื่อออก ให้เอาทิชชู่ซับๆพอก็กลับมาผ่องเด้งแล้วค่ะ ลุคนี้สำหรับเราไม่หนักผิวขนาดนั้นด้วย แต่ก็ไม่ได้เบาสบายเหมอืนลุคใสๆทั่วไปอะเน๊าะ เราไปเริ่มดูเลยดีกว่าว่าแต่งยังไง ไม่ยากแน่นอนค่ะ ^^

STEP

ทากันแดด

กันแดดสำคัญมากนะคะ สำหรับวันรับปริญญา เราต้องเลือกกันแดดที่คุมมัน ไม่ทำให้เครื่องสำอางเป็นคราบ ทาให้ทั่วหน้าเลยค่ะ บีบออกมาประมาณเหรียญ 10 แล้วก็ทาทั่วๆ หลังจากนั้นรอให้กันแดดเซตตัวแห้งไปกับผิวสักพักนะคะ แล้วค่อยไป step ต่อไป

STEP

ทาลิปมัน

ลิปมันก็สำคัญค่ะ แน่นอนว่าบัณฑิตทั้งหลายคงอยากมีปากสวย ทาลิปสวยๆ ติดทน อย่าลืมขั้นตอนนี้นะคะ ทาไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มแต่งหน้าเลยค่ะ ทาไว้หนาๆเลยถ้ามันเกินไปเดี๋ยวค่อยเช็ดออกได้ แต่ถ้าปากแห้งปากลอกมันแก้ไม่ทันเด้ออออ

STEP

ไพร์เมอร์

ลงไพร์เมอร์ที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆสำหรับผิวหน้าของแต่ละคนได้เลยค่ะ ถ้าใครมีรูขุมขนกว้างก็ใช้ไพร์เมอร์ที่ช่วบพรางรูขุมขน ใครหน้ามันก็ใช้แบบคุมมัน ใครหน้าแห้งก็ใช้แบบเพิ่มความชุ่มชื้นแต่ก็ต้อทำให้เครื่องสำอางติดทนด้วยนะคะ สำหรับเราใช้แบบคุมมัน ก็จะทาไปบริเวณที่หน้ามันง่ายๆเช่น T-Zone หน้าแก้ม ไม่ต้องใช้เยอะมากนะคะไม่งั้นเครื่องสำอางอาจจะไหลมากองรวมกันได้ เวลาทาเสร็จก็ให้รอให้เค้าแห้ง ซึมไปสักพักก่อนถึงไป step ต่อไปนะคะ

STEP

รองพื้น

ลงรองพื้นค่ะ เลือกตัวที่เราเคยใช้แล้วมันติดทนคุมมัน ไม่เป็นคราบนะ เวลาลงให้ค่อยๆลงทีละน้อยๆ ไม่พอแล้วค่อยเพิ่มเอา หลังจากนั้นเกลี่ยด้วยฟองน้ำหรือแปรงแล้วแต่ถนัดได้เลยค่ะ เกลี่ยให้เนียนเรียบสม่ำเสมอกัน

STEP

คอนทัวร์ครีม

เพื่อความแน่นไม่หลุด ติดทน เราชอบลงเนื้อครีมไว้ก่อน ก็ปาดไปเลยค่ะ แล้วก็เกลี่ยให้เนียนไม่งั้นจะเป็นขวานฟ้าหน้าดำได้

STEP

ครีมบลัช

แล้วก็ตามด้วยครีมบลัช เราชอบใช้สีแดงเพราะดูเป็นสีธรรมชาติที่สุดแล้ว แตะไปบริเวณหน้าแก้มได้เลยค่ะ แล้วก็ใช้ฟองน้ำเกลี่ยๆ อาจจะแตะให้สีเข้มหน่อยก็ได้นะเพราะยังไงเราก็ต้องลงแป้งทับอยู่แล้ว สีมันจะอ่อนไปเองค่ะ

STEP

คอนซิลเลอร์

จริงๆก็คือลืมลงค่ะ 55555 ควรจะลงใต้ตาตั้งแต่หลังรองพื้น แต่ไม่เป็นไรลงตอนนี้ก็ได้ แล้วก็ไฮไลท์ไปในตัวด้วยเลยล เกลี่ยด้วยฟองน้ำให้เนียนค่ะ

STEP

แป้งฝุ่น

เราใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสงในการเซตรองพื้นค่ะ โดยเราใช้จะฟองน้ำหมาดๆกดแป้งแล้วกดลงบริเวณที่หน้ามันง่ายและใต้ตา เป็นการ Bake หน้าเพื่อให้เครื่องสำอางติดทนและคุมความมันได้ดีมากขึ้นค่ะ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วก็ปัดให้ทั่วๆหน้า แล้วเราก็จะทำการ Bake ใต้ตาอีกรอบค่ะเพื่อจะแต่งตาต่อนั่นเอง

STEP

แต่งตา

มาถึงขั้นตอนการแต่งตา ขออธิบายข้างล่างนะคะ

ขั้นตอนการแต่งตา
1.เราจะใช้สีคอนทัวร์จาก The Balm มาคัดเบ้าให้ฟุ้งๆ
2.ใช้สีที่ 4 ในพาเล็ต Holika คัดเบ้าอีกครั้งนึงแต่ไม่กว้างเท่าตอนแรก คัดแค่ครึ่งตา แล้วเกลี่ยให้ฟุ้ง
3.ใช้สีที่ 3 จาก Holika วาดให้เป็นสามเหลี่ยมตามภาพเลยค่ะ หลังจากนั้นเบลนให้เข้ากัน บริเวณที่เป็นชั้นพับตา
4.ใช้สีเบอร์ 1 จาก Holika ทำความสะอาดบริเวณใต้ท้องคิ้วและบริเวณอื่นๆที่เราเกลี่ยสีอายแชโดวฟุ้งเกินไป
5.ใช้สีที่ 2 จาก Holika ใช้นิ้วแตะแล้วทาตรงกึ่งกลางตา tap tap ให้ทั่วชั้นพับตา
6.เขียนอินไลน์เนอร์ด้วยดินสอสีดำและเขียนขอบตาล่างจากหางตามาถึงครึ่งตา
7.ดัดขนตาให้งอน เด้ง พยายามดัดตั้งแต่โคนนะคะ
8.ปัดขนตาทั้งบนล่าง ให้ยาว ฟู
9.กรีดอายไลน์เนอร์ ลุคนี้เราอยากให้วิงหายออกไปเฉี่ยวๆหน่อย แต่เพื่อนๆสามารถกรีดตามรูปตาตัวเองได้เลยค่ะ

STEP

เขียนคิ้ว

เราเป็นคนที่มีคิ้วค่อนข้างจะเยอะมากกกก เราเลยแค่เติมหางคิ้วแต่ถมบริเวณที่แหว่งๆ แล้วก็ปัดมาสคาร่าคิ้วก็จะได้เลย แต่ถ้าใครยังเขียนคิ้วไม่เป็น แนะนำให้ไปกันคิ้วก่อนค่ะ จะได้เขียนง่ายขึ้น เขียนคิ้วก็เขียนตามทรงปกติได้เลย

STEP

คอนทัวร์

งัดดั้ง เหลากรามกันตามอธัยาศัยได้เลยค่ะ สำหรับเราแก้มเยอะมากก เหลาไปก็ไม่หมด 555555 แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ส่วนใครหาโหนกแก้มตัวเองไม่เจอแบบเราก็ทำตามรูปที่ 3 เลยค่ะ ดูดเเน่นๆรับรองเจอแน่นอน 555555

STEP

ปัดแก้ม + ไฮไลท์

ปัดแก้มทับไปตรงที่เราลงครีมบลัชไว้ได้เลยค่ะ แล้วก็ลงไฮไลท์ เราจะเน้นบริเวณปลายจมูก กระจับปาก ส่วนที่เหลือจะไม่ค่อยได้ลงค่ะ เพราะเดี๋ยวพอหน้าเราเริ่มมันระหว่างวัน ผิวก็จะดูโกลวๆขึ้นมาเอง

STEP

ทาลิป

ขั้นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ จากภาพแรกเราจะทาลิปสีชมพูนู้ดๆ ที่เหมือนกับสีปากเรามากที่สุด ภาพที่ 2 เราจะทาลิปที่สีแดงอมชมพูเข้มขึ้นมาหน่อยตรงกลางปากแบบภาพเลยค่ะ 555555 ภาพที่ 3 เราใช้ลิปแมทสีส้มอิฐทาขอบปากทั้งบนและล่าง และภาพที่4ก็เบลนๆทั้งหมดรวมกันโดยวิธีการเม้มปากค่ะ เม้มไปหลายๆรอบหน่อยเดี๋ยวสีมันก็จะสวยเอง 5555555 ถ้ารู้สึกลิปยังลอยๆอยู่บนปากให้เอานิ้ว Tap ให้ทั่วๆค่ะ แล้วสีก็จะเบลนๆเข้ากันเอง

แล้วก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับลุคนี้ค่ะ แต่งง่ายๆใช่มั้ยละคะ แถมสวยด้วย 55555555 จะแต่งไปเที่ยวก็ได้นะ เพราะลุคนี้ไม่ได้หนักหน้าขนาดน๊านนนนน แต่ก็แอบหนักอยู่นิดนึง

ส่วนผมทางเราไม่รู้จริงๆว่าเค้าให้เซตยังไง ก็เลยตีกระบังเลยแล้วกัน 555555 ลองเซตทรงแปลกๆบ้าง ปกติแสกข้างตลอด แต่ก็ได้ลุคใหม่ดีค่ะ ถ้าใครอยากทำทรงนี้ก็คือ เอาผมข้างหน้ามายีให้ฟูๆแล้วก็ฉีดสเปรย์ + ใส่เจลให้ผมแข็งๆ แล้วก็หวีให้เรียบ หลังจากนั้น ตรงข้างหูทั้ง 2 ข้างก็เอากิ๊บดำติดซ่อนไว้ค่ะ ผมข้างหลังก็ใช้เจลปาดให้ลู่ลงติดกับคอไปเลย หรืออยากจะให้ปลายผมเป็ดๆออกก็ดูเก๋ดี

สุดท้ายก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านจนถึงตอนนี้นะคะ เราอาจจะแต่งหน้าไม่ได้เก่งอะไร ออกจะมั่วด้วยซ้ำ 555555 แต่ก็สนุกดี ใครมีอะไรสามารถติชมได้เลยนะคะ หรือถ้าอยากแนะนำผลิตภัณฑ์อะไรก็สามารถได้เลย ^^ วันนี้ไปก่อนแล้วค่ะ แล้วเจอกันใหม่ในลุคหน้าๆหรือกระทู้อื่นๆนะคะ บ๊ายบายยยยย

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (2)

ตั้ลล้ากกกกก มาแบบเท่ๆ แหวกแนวคนอื่นไปเล้ยยยย
ขอบคุณมากค่า 55555 ไม่มีครุยแบบคนอื่นเค้า เพราะยังเรียนไม่จบ อาศัยวาดเองไปก่อน 
หนูนี่น่ารักกกกก ชอบลุคของนีนี่สุดเลย เกร๋ โทนสีอาจจะไม่ใช่ลุครับปริญญาเท่าไหร่นะ 55 แต่เทคนิคใช่เลย ชอบแก้มมากๆ ไม่ต้องเชดดิ้งก็ดูสวย+ หน้าเด็กมากๆ  ชอบรูปปาก ยิ้มคล้ายเอสเธอร์เลย ^^
ขอบคุณมากเลยค่า 55555 ?