RECAP : JUNGSAEMMOOL กับ "Duo งานผิว" ที่คนไม่มีสกิลเมคอัพก็ใช้ได้

เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วเรียกว่าเป็นที่ฮือฮาจนฉุดไม่อยู่กับการเปิดตัวเคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์จากแดนเกาหลีอย่างแบรนด์ "JUNGSAEMMOOL" ที่มีเมคอัพอาร์ตติสอย่างคุณ  JUNG SAEM MOOL เจ้าของแบรนด์มาร่วมงานเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย พร้อมนำเสนอทริคในการสร้างสรรค์งานผิวในแบบที่เรียกว่า "Glass Skin" ที่ให้ผิวสวยสุขภาพดี รวมถึงยังมีไลน์ผลิตภัณฑ์อีกมากมายแต่ที่ทำให้เราสะดุดตาจนอดใจไม่ไหวตำมาทีเดียวถึง 2 ไอเทมรวดอย่างที่เพื่อนๆ ได้เห็นไปแล้วใน รีวิว JUNGSAEMMOOL : Makeup No Makeup items - งานผิวที่ผู้ชายก็เอาอยู่!

ซึ่งจากวันนั้นก็ผ่านเวลามาเกือบ 3 เดือนเห็นจะได้จนเรามานั่งสังเกตุตัวเองดีๆ ในวันนี้ว่าช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาเราหยิบ 2 ไอเทมนี้มาใช้บ่อยมากถึงมากที่สุด (อาจเพราะเรามีสกิลการแต่งหน้าที่เรียกว่าต่ำเตี่ยเรี่ยดินถึงขีดสุดหละมั้ง) ทำให้การหยิบไอเทมโปรดอย่างเบสตัวโปรด JUNGSAEMMOOL Skin Setting Tone Manner Base SPF 30 PA+++ และแป้งฝุ่นลูกรัก JUNGSAEMMOOL Pro-lasting Finish Powder มาใช้คู่กันจึงเป็นอะไรที่ง่าย ไม่โป๊ะ ยังคงให้ผิวเราดูเป็นผิวอยู่ จนเราต้องขอหยิบมาเล่า(ป้ายยา)อีกรอบแหละ เอาเป็นว่าไปดูขั้นตอนการลงเมคอัพที่เราทำเป็นประจำเลยดีกว่าฮะ...

Step 1 : JUNGSAEMMOOL Skin Setting Tone Manner Base SPF 30 PA+++

หลังจากที่เราลง Skincare เสร็จแล้วก็มาเริ่มกันที่การลงเบสตัวโปรดอย่าง JUNGSAEMMOOL Skin Setting Tone Manner Base SPF 30 PA+++(40ml./1,100.-)
เพื่อปรับโทนผิวโดยรวมให้ดูสม่ำเสมอกันมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยค่า SPF 30/PA+++ ทำให้เราอุ่นใจทุกครั้งหลังออกแดด เพราะนอกจากกันแดดที่เราทาไปก่อนหน้านี้(ใน Skincare Step) ยังมีเบสตัวนี้ที่เป็นเกราะป้องกันรังสียูวีอีกหนึ่งชั้น เอาซิ๊! สาดแสงมาเลยแม่!

Step 2 : JUNGSAEMMOOL Pro-lasting Finish Powder

แน่นอนว่ามนุษย์ผิวผสม - มันอย่างเราไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตในเมืองไทยที่มีสภาพอากาศประหนึ่งว่าซ้อมหนีไฟแบบนี้ได้ เราเลยขอลง JUNGSAEMMOOL Pro-lasting Finish Powder(12g/1,100.-) แป้งฝุ่นลูกรักกระปุกนี้บางๆ บริเวณกรอบหน้า และ T-Zone เพื่อเซทให้ทุกอย่างอยู่ในที่ที่ควรอยู่
บอกเลยว่านี่คืออีก 1 แป้งฝุ่นที่เราเลิฟที่สุดในช่วงปลายปีนี้ เพราะเราได้หยิบมาใช้บ่อยที่สุดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากเค้าจะเซทตัวแบบ Semi-Matte แล้วยังคุมมันได้ค่อนข้างดี แต่ก็ไม่ทำให้หน้าเราแห้งจนเกินไป ส่วนตัวแล้วเราชอบที่จะใช้เค้ากับแปรงมากกว่าพัฟที่มาในกล่องนะ เพราะเรารู้สึกว่าได้ลุดที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเยอะเลยหละ

เรามีเก็บภาพหลังลงทั้ง 2 ตัวเสร็จมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันด้วยหละว่าผิวที่ได้เป็นยังไง ไปชมพร้อมๆ กันเลยฮะ..
อยากให้สังเกตุบริเวณจมูก และข้างแก้มจะเห็นว่าในภาพ Before(ด้านซ้าย) จะเห็นรูขุมขนที่ค่อนข้างชัด แต่หลังจากที่ลง JUNGSAEMMOOL Skin Setting Tone Manner Base SPF 30 PA+++ และ JUNGSAEMMOOL Pro-lasting Finish Powder แล้วรูขุมขนดูเบลอๆ แบบไม่มีที่มาที่ไป ที่สำคัญคือยังคงความเป็นผิวอยู่เสมือนว่าเราทาแค่ Skincare ยังไงยังงั้นเลยหละฮะเป็นฟินิชลุคที่เราตามหามานาน และยัไม่เจอแบรนด์ไหนที่ทำได้

ส่วนเรื่องรอยแดงต่างๆ ก็ยังคงมีให้เห็นบ้างประปราย ซึ่งส่วนตัวเราโอเคมากกับเรื่องนี้ เพราะเราก็คือมนุษย์คนนึงอะเนอะจะมีสิวบ้าง ระคายเคืองบ้างก็ไม่เห็นแปลกอะไรจริงปะ?

แต่จะแค่มาทาๆ ให้ดูแล้วจบไปมันก็คงจะไม่ได้จริงมั้ยหละครับ เอาเป็นว่าเราจะพลีชีพท้า PM2.5 ไปเดินเล่นข้างนอก(ที่จริงก็คือหาเรื่องไปหาของกินนั่นแหละ ไอ้อ้วนเอ้ย!) แล้วเราจะมาอัพเดทให้ชมว่าเป็นยังไงบ้างเน้อ....
พอดีเราเดินผ่าน STADIUM ONE แล้วเห็นเค้ายังไม่เก็บต้นคริสมาสต์ เลยนึกได้ว่าคริสมาสต์ที่ผ่านมาเรายังไม่ได้ถ่ายรูป เลยขอแว๊ะ Selfie ตัวเองซะหน่อย...ขออภัยในความเบลอนี้ด้วยเน้อ เราเขิลอะคนมองเต็มเลย อารมณ์ว่า "มันเลยเทศกาลแล้วไม๊ ?"

ซึ่งกว่าที่เราจะไปทำธุระปะปังเสร็จ(ทำพูดดี แค่หาของกินเนี่ยอะนะ) แล้วกลับมาถึงบ้านก็ปาเข้าไปเกือบ 4 ชม. แล้ว งั้นขอแว๊บไปเช็คหน้าหน่อยดีกว่าเป็นยังไงบ้าง....
จากภาพจะเห็นว่าผิวเราแทบไม่ต่างจากตอนที่แต่งเสร็จใหม่ๆ เลยทั้งความเงาบนผิวที่กำลังพอดี รวมถึงความมันบนผิวที่มีให้เห็นน้อยมาก อาจจะมีหลุดบ้างบริเวณแก้มเพราะเราเดินผ่านทางที่เค้ากำลังก่อสร้างแล้วฝุ่นมันเข้ามาโดนหน้า เลยใช้นิวเช็ดออกเบาๆ ขอรับ

สรุป

ต้องยอมรับเลยว่า Duo ตัวโปรดคู่นี้ทำให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้นจริงๆ เราว่าไม่ต้องมีสกิลในการแต่งหน้าก็สามารถใช้ได้นะ หากให้เราสรุปทีละไอเทมเราขอสรุปดังนี้ฮะ :
  • JUNGSAEMMOOL Skin Setting Tone Manner Base SPF 30 PA+++ : เป็นเมคอัพเบสที่มีลักษณะคล้ายกันแดด เนื้อนุ่มละมุน เกลี่ยง่าย เบลนด์เข้ากับผิวได้ดี ตลอดเวลาที่ใช้มาไม่เจอการ Ball-up(เป็นขุย)ให้เห็น ช่วยให้รูขุมขนดูเบลอได้เล็กน้อย ที่สำคัญคือมีค่ากันแดดที่ SPF30/PA+++อีกต่างหาก เรียกว่าเป็นเบสคู่กาย ที่ขาดไม่ได้เลยหละฮะ
  • JUNGSAEMMOOL Pro-lasting Finish Powder : สมชื่อคำว่าแป้งเทพ ด้วยคุณสมบัติที่บางเบา เนื้อละเอียด ทาแล้วไม่หนักหน้า เซทตัวแบบ Semi- Matte คุมมันได้ค่อนข้างดี แถมยังไม่ทำให้หน้าแห้งอี๊กก อัญเชิณขึ้นแท่นแป้งฝุ่นลูกรักแห่งปี 2019 ของเราไปเป็นที่เรียบร้อย 
เอาหละก็หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังเล็งไอเทมของแบรนด์ JUNGSAEMMOOL อยู่เน้อ เราเชื่อว่าทั้งเบสและแป้งเทพ 2 ตัวนี้จะเป็นไอเทมที่เพื่อนๆ ซื้อไปแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน (ง่อวว ออกตัวแรงซะด้วย) เอาเป็นว่าก็ไปลองเล่นกันที่เคาน์เตอร์ JUNGSAEMMOOL ได้ทุกสาขาเน้อ แอบกระซิบว่าแป้งฝุ่นที่เราหยิบมารีวิวชอบ Out of Stock ยังไงมือไวๆ นิดนึงเน้อ

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (16)

ทำตาปริบๆ คงต้องมีแล้วสินะ เบสเนี่ย
รอรีวิวเลยค๊าบ
อยากได้หนักกว่าเดิมอีกค่าาา ?
แนะนำเลยฮะ ไม่ผิดหวัง!
ชอบเเบรนด์นี้จังค่ะ ต้องไปสอยเเป้งเเย้ววววววว
แป้งเทพสมคำล่ำลือฮะ
น่าลองทั้ง 2 ตัววววว
ต้องลองบ้างแล้ว
อ่านรีวิวแล้วอยากลองแป้งฝุ่นเลยค่ะ
แนะนำเลยครับ เป็นแป้งฝุ่นลูกรักของบูมไปแล้วตอนนี้