จริงหรือที่กระแสต่อต้าน Snow White เกิดขึ้นเพราะผู้คนเบื่อหน่ายความ WOKE?

11 7
ปฏิกิริยาตอบรับร้อนแรงที่ปะทุตัวในสังคมออนไลน์นับตั้งแต่ Disney ประกาศ casting นางเอก  Snow White จนกระทั่งหนังเข้าฉายทั่วโลกและส่อแววว่า นี่จะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ล้มเหลวครั้งใหญ่ของค่ายหนังทรงอิทธิพลแห่งนี้ การปลุกปั่นกระแสต่อต้านอย่างต่อเนื่องทำให้หลายคนพุ่งเป้าไปยังนักแสดงนำ Rachel Zegler และลงความเห็นตรงกันว่า Snow White ยุคโมเดิร์นอาจจะไม่ต้องการเจ้าชายขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยเหลือเธอ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทีมกอบกู้หายนะทางการประชาสัมพันธ์มาสร้างจุดเปลี่ยนให้ผู้คนมองนางเอกและหนังเรื่องนี้ในแง่ดีขึ้น แต่การสร้างรายได้แบบหืดขึ้นคอท่ามกลางเสียงก่นด่าจากแฟนหนังทำให้เชื่อกันว่า แม้ Disney จะว่าจ้าง PR firm ขั้นเทพก็ไม่อาจแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นไปกว่านี้ได้

อุปสรรคที่เกิดขึ้นกับหนัง Snow White จะเป็นกรณีตัวอย่างของวลี Go woke, go broke จริงหรือไม่ ลองมาติดตามได้เลยค่ะ
ในขณะที่รายได้เปิดตัวของ Snow Whte ทำให้กลุ่มต่อต้านหนัง woke ได้ฉลองชัยไว้ล่วงหน้า สารพัดไวรัลโจมตีเรื่องพฤติกรรมที่สร้างข้อถกเถียงของ Rachel ก็ทำให้มีผู้เปิดประเด็นวิเคราะห์ทัศนคติของคนรุ่นใหม่ที่ใช้หลัก freedom of speech วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่พวกเค้าไม่เห็นด้วยโดยที่ไม่หวาดหวั่นต่อกระแสตีกลับจากสังคมรอบข้าง ซึ่งการแสดงความเห็นแบบขวานผ่าซากโดยขาดความระมัดระวังต่อผลกระทบที่จะตามมาอาจจะสร้างความเสียหายร้าวลึกเกินคาดคิด

เมื่อปีที่แล้ว Rachel ได้เปิดเผยกับ Cosmopolitan ว่า ชาวเน็ทพยายาม cancel เธอ นั่นเป็นเพราะเธอมีผิวสีน้ำตาลแล้วสามารถคว้าบท Snow White  เธอยังถูกคุกคามจากกลุ่มคนที่โผล่มายังที่อพาร์ทเมนท์ของเธอแล้วตะโกนคำหยาบคายใส่ ส่งผลให้เธอต้องหลบซ่อนตัวระยะหนึ่ง



reaction ล่าสุดจากลูกชายโพรดิวเซอร์ Snow White  'หนังเสี่ยงไปไม่ถึงดวงดาวเพราะความไร้วุฒิภาวะนางเอก'

ชาวเน็ทที่สนับสนุนการแสดงความเห็นด้วยหลัก free speech รายหนึ่งได้ส่งคอมเมนท์ตำหนิ-คาดคั้นถาม Jonah Platt ลูกชายของ Marc Platt โพรดิวเซอร์ที่ร่วมกุมบังเหียนในการสร้างหนัง Snow White ถึงประเด็นโพรดิวเซอร์พยายามเจรจากับ Rachel ให้เรื่องการแสดงความเห็นต่อสาธารณชนอย่างรอบคอบ

"พ่อของคุณถึงกับบินตรงไป NYC เพื่อต่อว่าต่อขานนางเอกสาวอายุน้อยเลยเหรอ? จะพูดอะไรเกี่ยวกับประเด็นนี้บ้างมั้ย? เพราะมันเป็นเรื่องน่าขนลุกชะมัดและไม่จำเป็นต้องทำกันแบบนี้สักหน่อย คนเรามีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นไม่ใช่รึไง? พ่อของคุณนั้นช่างขายหน้าจริงๆ"


Jonah Platt เห็นข้อความดังกล่าวก็ไม่ฟาดฟันกลับไม่ยั้งว่า


"คุณอยากจะเปิดประเด็นนี้นักใช่มั้ย? ใช่ พ่อของผมรับหน้าที่โพรดิวเซอร์สร้างผลงานฟอร์มยักษ์ของ Disney ที่มีทุนสร้างเป็นนร้อยๆล้านดอลลาร์ เขาบอกลาครอบครัวเดินทางข้ามประเทศเพื่อตำหนิสาววัยยี่สิบที่ถูกว่าจ้างมาทำงานเพราะเธอลากเอาการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวทางการเมืองมาขัดขวางช่วงโพรโมทหนัง ทั้งๆที่เธอได้เซ็นสัญญามูลค่าหลายล้านทำข้อตกลงเรื่องการช่วยประชาสัมพันธ์หนังและได้รับค่าตอบแทนจากงานนี้"


"สิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นไม่ได้หมายความว่า ในขณะที่ยังได้รับการว่าจ้างจากองค์กรเอกชน คุณจะพูดจาเช่นใดก็ได้ตามใจต้องการโดยไม่คำนึงถึงผลสะท้อนกลับ ผู้คนจำนวนเป็นหมื่นร่วมทำงานเพื่อสร้างหนัง และเธอได้ช่วงชิงการสร้างกระแสสังคมไปด้วยจุดประสงค์อันไร้วุฒิภาวะ ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อเพื่อนร่วมงาน ทีมงานและผู้ใช้แรงงานที่ต้องขึ้นอยู่กับความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ ความหลงตัวเองไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องมาคอยพะเน้าพะนอตามใจหรือสนับสนุน"




แม้คอมเมนท์โต้ตอบจาก Jonah จะถูกลบไปแล้ว แต่ผู้ที่เก็บหลักฐานไว้ได้ส่งต่อใน social media จนกลายเป็นไวรัล อย่างโพสต์ของ Collin Rugg  เจ้าของ trendingpoliticsnews.com ที่มียอดเข้าชมพุ่งไปเกิน 8.5 ล้านครั้ง และคอมเมนท์อีกหลายพันที่ถกเถียงว่า Snow White กำลังก้าวสู่ความล้มเหลวเพราะการแสดงความคิดเห็นของนางเอก หรือว่าเป็นสาเหตุอื่นที่ทำให้ผู้คนไม่เปิดใจให้กับหนัง live action เรื่องนี้

Marc Platt ฝากผลงานโพรดิวซ์หนังดังมาหลายเรื่อง ทั้งหนังทำเงินและหนังรางวัล เช่น Legally Blonde, La La Land, Aladdin, Cruella และ Wicked  

หลายคนยึดมั่นว่า การสวมบทบาทเจ้าหญิงแสนดีไม่ควรปรากฏอยู่ที่หน้าจอเท่านั้น

หลายคนน่าจะรับรู้มาก่อนแล้วว่า Rachel คือดาวรุ่งเปี่ยมพรสวรรค์ที่ Steven Spielberg ได้ส่งคำแนะนำรับรองเรื่องความสามารถของเธอไปถึงผู้กำกับ Snow White เมื่อพูดถึงเรื่องการขับร้องและออร่าที่เปล่งประกายในการแสดง เธอน่าจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในการออดิชั่นบท musical อย่างไรก็ตาม ภาพลักษณ์ของนางเอกผู้รับบทเจ้าหญิง Disney ก็ไม่ได้แตกต่างจากบรรดานักแสดงซูเปอร์ฮีโร่จากค่ายหนังยักษ์ใหญ่ ผู้คนในสังคมคาดหวังให้นักแสดงกลุ่มนี้นำเสนอตัวตนอันดีงาม แสดงออกอย่างอ่อนโยน ถ่อมเนื้อถ่อมตัวไม่ข่มคนอื่น และมีความสามารถที่จะเข้าถึงใจผู้คนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะแฟนๆวัยเยาว์ที่มองพวกเค้าอย่างชื่นชมบูชา

แต่ชาวเน็ทจำนวนมากกลับมองว่า Rachel ขาดคุณสมบัติในอุดมคตินี้ไป หากเธอเป็นนักแสดงหรือศิลปินคนอื่นที่ไม่ได้รับเลือกให้รับบทเจ้าหญิงในผลงานสุด classic ก็อาจจะใช้หลัก freedom of speech ได้ตามสะดวกโดยไม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันหนักหน่วง แต่เพราะเธอกำลังพิสูจน์ตัวเองจากบท Snow White ผู้แสนดี การใช้คำพูดในประเด็นเปราะบางอย่างไม่ระมัดระวังในชีวิตจริงอาจจะทำให้ผู้ชมไม่สามารถทำใจเพลิดเพลินไปกับการแสดงของเธอไปเลย
แต่การแสดงความคิดเห็นในแง่ลบต่อ animation ต้นฉบับของ Rachel ได้สร้างความโกรธเคืองให้กับแฟนๆ ถึงขั้นที่มีผู้สาปส่ง Disney ให้เตรียมใจรับความพินาศครั้งใหญ่ เพราะการเริ่มต้นด้วยการเลือกนางเอกที่แสดงออกถึงความรังเกียจหนังต้นฉบับอย่างเปิดเผยนั้นถือเป็นความผิดพลาดที่ยากจะเยียวยา พวกเค้าเห็นพ้องต้องกันว่า Rachel สามารถเชิดชูบทเจ้าหญิง Snow White แห่งยุคโมเดิร์นโดยไม่จำเป็นต้องเหยียบย่ำผลงานดั้งเดิมที่มีเสน่ห์สุด classic ตราตรึงอยู่ในความทรงจำผู้คนมากมาย  

เมื่อเปรียบเทียบ Snow White เวอร์ชั่นอื่นๆ การตีความเจ้าหญิงแบบใหม่ที่โดดเด่นด้วยความกล้าหาญและมีความเป็นผู้นำนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หรือแม้แต่ผลงานอื่นๆที่คัดเลือกนักแสดงแบบไม่จำกัดเรื่องเชื้อชาติสีผิวให้ตรงตามต้นฉบับก็เคยสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมมาแล้ว
(Disney เคยสร้างความฮือฮาจากนำเสนอหนัง Cinderella ผิวดำที่พบรักกับเจ้าชายเชื้อสาย Filipino และมันกลายเป็นหนังครอบครัวยอดนิยมที่สร้างกำไรให้กับ Disney จากการออนแอร์ทาง TV)

ชาวเน็ทชี้ว่า นางเอกชื่อดังอย่าง Kristen Stewart, Lily Collins และ Ginnifer Goodwin ที่เคยสวมบทบาท Snow White ต่างก็พยายามโพรโมทผลงานของพวกเธอโดยไม่ต้องเปรียบเทียบว่า บทเจ้าหญิงเวอร์ชั่นตีความใหม่ของพวกเธอนั้นล้ำกว่าหนัง animation ปี 1937 เช่นไร แม้ Rachel จะไม่ได้ให้สัมภาษณ์โจมตีหนังต้นฉบับย้ำอีก แต่หลายคนก็ได้มองเธออย่างติดลบอย่างยากจะเปลี่ยนใจไปแล้ว

เมื่อแฟนๆ คาดหวังกับผลงาน live action ไว้สูงลิบลิ่ว ก็ยิิ่งปรารถนาจะเห็นตัวตนของนางเอกในชีวิตจริงที่สอดคล้องกับบทบาทในจอ โดยเฉพาะที่หัวใจของหนัง Snow White ปี 2025 ได้โฟกัสเรื่องการปฏิบัติต่อคนรอบข้างด้วยความเมตตาโดยไม่แบ่งแยก

แต่เมื่อ Rachel แสดงจุดยืนเรื่องอุดมการณ์ทางเมืองที่เป็นประเด็นอ่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องให้ปลดปล่อย Palestine ทั้งยังประกาศโจมตีประธานาธิบดี Trump ด้วยคำหยาบคายและสาปส่งกลุ่มผู้สนับสนุน Trump ไม่ให้มีวันพบกับความสุขสงบ กระแสต่อต้านเธอจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมก็ทวีความรุนแรง แม้ว่าเธอจะรีบประกาศขอโทษที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความรู้สึกผิดชอบชั่วดี แต่หลายฝ่ายก็เชื่อว่า นี่เป็นการแสดงออกเพื่อสร้างความแตกแยกตรงข้ามกับ Snow White ผู้อ่อนโยนและมุ่งมั่นที่จะสร้างความสมานฉันท์ในสังคม

ภาพและคลิปโพรโมทที่ Rachel โพสต์โพรโมทหนังไว้บน Instagram ถูกปั่นป่วนด้วยข้อความเยาะเย้ยถางจำนวนมากมาย รวมถึงการแชร์ภาพตัวเธอในวัยเยาว์ในขณะสวมใส่ costume เจ้าหญิง Snow White ซึ่งทำให้หลายคนคาดคั้นเธอว่า เพราะต้องแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากที่เธอเคยโจมตี animation ปี 1937 จึงต้องกลับลำสุดตัว ทั้งยังฟันธงว่า นี่คือความพยายามพลิกวิกฤติที่สูญเปล่า เนื่องจากผู้ชมฝังใจกับภาพลักษณ์นางเอกปากกล้าที่ไม่หวั่นเกรงต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งอคติกับเธอไปแล้ว

เมื่อเธอหันมาเปลี่ยนท่าทีระหว่างโพรโมทหนังว่า การคว้าโอกาสสวมบทเจ้าหญิง Snow White ในเวอร์ชั่นคนมีชีวิตนั้นนับเป็นเกียรติยศอย่างสูง และอธิบายว่า ผลงานเรื่องนี้เป็นการเชื่อมโยงความ classic เข้ากับยุคโมเดิร์น แต่กลุ่มแอนตี้ก็ปิดใจแน่นหนา ไม่ยอมรับฟังเธอแต่อย่างใด หลังจากหนังเปิดตัว ชาวเน็ทจากหลายประเทศก็แชร์ภาพบรรยากาศว่างเปล่าวังเวงในโรงหนังและภาพหน้าจอจากแอพจองที่นั่งชมที่เหลือเต็มไปหมด ถึงขนาดมีผู้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า ผู้ที่ตีตั๋วเข้าไปชมคือ haters ที่ต้องการยืนยันความเชื่อมั่นของตัวเอง

สื่อปล่อยข่าวโจมตี

หลายคนคาดการณ์ด้วยความมั่นใจว่า Snow White จะไม่มีทางเป็นหนังทำเงินทาง Box Office และมันจะกลายเป็นเครื่องตอกย้ำให้ Disney 'ตื่นรู้' จากความพยายามเปลี่ยนแปลงผลงานในดวงใจแฟนๆจนทำให้รู้สึกถูกยัดเยียด พวกเค้ายังชี้ว่า บริษัทสร้างหนังยักษ์ใหญ่มีโอกาสมากมายในการแก้ไขสถานการณ์ แต่บรรดาผู้บริหารกลับไม่ประสบผลในการเจรจากับนางเอกดาวรุ่งถึงแนวทางการแสดงความคิดเห็นเพื่อเลี่ยงดราม่า แต่ปล่อยให้เกิดเรื่องซ้ำจนกลายเป็นระเบิิดเวลาทำลายตัวเอง

สื่อดังอย่าง Variety, New York Times และ Page Six ที่รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้บริหาร Disney ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าเพราะไม่สามารถจัดการความปากกล้าของนางเอกหนัง remake ฟอร์มยักษ์ได้ แม้จะพยายามจะเรียกเธอและทีม management มาหารือแบบตัวต่อตัวเพื่อเตือนเธอให้ระมัดระวังในการแสดงความเห็นทางการเมือง แต่เธอไม่ยินยอมรับฟังและไม่ลบโพสต์ที่สร้างความขัดแย้งออกไป

สื่อรายงานว่า พลังแอนตี้ที่รุนแรงก็ทำให้ผู้บริหารตัดสินใจปรับลดขนาดงานฉายหนังรอบปฐมทัศน์ในยุโรป จากตอนแรกที่วางแผนอัดฉีดงบประมาณงานพรมแดงไม่ต่างจากหนัง live action เรื่องอื่นๆ แต่ก็ต้องจำกัดสื่อที่สามารถเข้าร่วมงานนี้จนบรรยากาศของงานดูเงียบลงไป เชื่อกันว่า Disney จำเป็นต้องเลือกวิธีนี้เพื่อป้องกันไม่ให้สื่อตั้งคำถามบางอย่างที่อาจจะทำให้นางเอกแสดงความเห็นขัดใจชาวเน็ทอีกครั้ง

ผู้ยืนยันเรื่องนี้คือ Martin Klebba นักแสดงที่ให้เสียงเป็น Grumpy เขาได้เปิดเผยความผิดหวังกับ The Hollywood Reporter ว่า จะไม่มีการจัดงานพรมแดงโพรโมทหนัง มีเพียงแต่การจัดงานเลี้ยงและร่วมชมหนังรอบปฐมทัศน์เท่านั้น ไม่ใช่งานยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีหนังที่ remake จาก animation เรื่องแรกของ Disney นั่นเป็นเพราะคนใหญ่คนโตหวาดหวั่นถึงแรงโจมตีรุนแรงจากกลุ่มคนที่เห็นต่าง เขายังเน้นชัดกับสื่อดังว่า การเปลี่ยนแปลงงานพรีเมียร์กะทันหันนั้นมาจากข้อโต้แย้งที่เกี่ยวกับ Rachel เพียงแต่เขาไม่ได้รับคำอธิบายถึงต้นเหตุอย่างชัดเจน

นี่เป็นเหตุการณ์ที่แทบไม่ได้พบเห็นในการโพรโมทหนัง live action ของ Disney มาก่อน โดยเฉพาะนางเอกที่รับบทเป็นเจ้าหญิง Disney ต่างก็มีโมเมนท์อันตระการตาบนพรมแดงพรีเมียร์ ตอบคำถามนักข่าวได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องขีดเส้นปิดกั้นการเข้าถึงของสื่อ แม้แต่ Halle Bailey ที่เคยผจญกับดราม่าความเหมาะสมในการรับบทเจ้าหญิงเงือกน้อย รวมถึงนางเอกเจ้าหญิง live action คนอื่นๆ ก็ไม่ได้ตกเป็นเป้าจ้องจับผิดจากสื่อบันเทิงถึงเพียงนี้

หนัง live action สร้างพลังบวกที่ถูกลากไปผูกติดกับความขัดแย้งทางการเมือง

การประชันบทบาทระหว่าง Rachel Zesgler และ Gal Gadot สร้างข้อถกเถียงว่า ที่จริงแล้ว ฝีมือการแสดงของฝ่ายใดกันแน่ที่เป็นจุดอ่อนของ live action เรื่องนี้? แล้วไหนจะยังมีข่าวลือแพร่สะพัดว่า จุดยืนทางการเมืองต่างขั้วเป็นสาเหตุข้อพิพาทของนักแสดงนำหญิงทั้งสอง แทนที่ Disney จะประสบความสำเร็จในการปั้นนางเอกดาวรุ่งสาย musical และใช้ความโด่งดังของนางร้ายโฉมงามเพื่อดึงดูดผู้ชม แต่สิ่งที่สร้างเสียงโจษจันคือเรื่องความคิดเห็นทางการเมืองอันแตกต่างของสองฝ่าย

ฝ่ายกลุ่มอนุรักษ์นิยมใน USA ยืนยันว่า Disney ได้เสียโอกาสที่จะดึงดูดกลุ่มผู้ลงคะแนนให้ Trump จ่ายเงินค่าตั๋วพาบุตรหลานไปชม Snow White เนื่องจากความแค้นเคืองที่นางเอกเคยโพสต์กราดเกรี้ยวใส่พวกเค้า แต่ในทางกลับกัน องค์กรต่อต้านอิสราเอลในแถบอาหรับพยายามเคลื่อนไหวเพื่อ boycott หนังเรื่องนี้เพราะไม่ต้องการสนับสนุนนางเอกชาวอิสราเอล

ความโกลาหลที่เกิดขึ้นได้สร้างความค้างคาใจถึงการตระเตรียมกลยุทธ์โพรโมทของ Disney เพราะไม่เพียงแต่ Snow White จะถูกโจมตีในประเด็น casting ขัดใจผู้คน การแสดงอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเลือกข้างของนางเอกทั้งสองทำให้ผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามพยายาม cancel ผลงานของพวกเธอ เรียกได้ว่า ต้องเจอแรงต่อต้านแบบคูณสองนั่นเอง

คุณภาพของหนังที่หลายคนยืนยันว่าน่าผิดหวัง

ในขณะที่แทบลอยด์ร่วมประโคมข่าวว่า ความ woke เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ชมไม่ยอมรับ Snow White ยุค 2025 แต่ยังมีคนที่มองถึงองค์ประกอบส่วนอื่นที่ส่อแววล่มมาตั้งแต่ช่วงถ่ายทำ จุดใหญ่คือการถอดตัวละครคนแคระทั้ง 7 แล้วแทนที่ด้วยตัวละครใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงแนวคิดเหมารวมที่ปรากฏในหนังต้นฉบับ แต่ต้องพบกับความไม่พอใจจากแฟนๆหนัง รวมถึงสื่อดังที่วิจารณ์ประเด็นนี้อย่างเผ็ดร้อน ในที่สุด Disney ก็เปิดเผยภาพโพรโมทที่สร้างคนแคระด้วย CGI เมื่ออุปสรรคต่างๆประดังประเดเข้ามา ก็อาจจะทำให้งบประมาณสร้างหนังบานปลายแซงหน้า live action เรื่องอื่นๆ

ถึงแม้นักวิจารณ์สำนักต่างๆจะชื่นชมเรื่องการฝีมือของ Rachel และมีรีวิวดีถึงขั้นยกย่องให้ Snow White เป็น live cation ที่ดีที่สุดของ Disney ในรอบหลายปี แต่ผู้ชมอีกหลายคนกลับเห็นแย้งไปอีกทาง โดยเฉพาะการปูเส้นทางโพรโมทไว้ว่า นี่คือ Snow White ที่ประยุกต์เข้ากับโลกโมเดิร์น ลบภาพลักษณ์เดิมๆของเจ้าหญิงที่ฝันใฝ่ถึงความรักและเฝ้ารอการช่วยเหลือของเจ้าชาย แล้วเปลี่ยนเป็นหญิงสาวที่มุ่งมั่นสร้างความเป็นผู้นำเพื่อต่อกรกับความอยุติธรรม แต่ช่องโหว่ของบทหนังทำให้ความสนุกพร่องลงไปจนน่าใจหาย ทั้งเรื่อง costume, visual หรือเทคนิคถ่ายทำตระการตาที่ Disney ได้สร้างชื่อเสียงมายาวนานกลับกลายมาเป็นจุดอ่อนของผลงาน สร้างความสับสนว่า นี่คือคุณภาพของหนังฟอร์มยักษ์ที่ทุ่มเงินสร้างถึง 270 ล้านดอลลาร์จริงหรือ?


ความ woke คือแอปเปิลอาบยาพิษของหนัง Snow White จริงหรือไม่?

Disney เคยผ่านประสบการณ์สร้างหนังขาดทุนมาแล้วหลายเรื่อง บางเรื่องนั้นแทบจะถูกลืมเลือนไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ไม่มีครั้งใดที่เกิดกระแสแอนตี้หนักหน่วงต่อเนื่องถึงเพียงนี้... 


candy

candy

ติดตาม Mouth On The Web แล้วอย่าลืม Mouth On The Face นะคะ ^ ^

FULL PROFILE

Comment

เขียนความเห็นได้เลยจ้า..

Recent comments ความคิดเห็นล่าสุด