จริงหรือที่กระแสต่อต้าน Snow White เกิดขึ้นเพราะผู้คนเบื่อหน่ายความ WOKE?
candy 11 7
ปฏิกิริยาตอบรับร้อนแรงที่ปะทุตัวในสังคมออนไลน์นับตั้งแต่ Disney ประกาศ casting นางเอก Snow White จนกระทั่งหนังเข้าฉายทั่วโลกและส่อแววว่า นี่จะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ล้มเหลวครั้งใหญ่ของค่ายหนังทรงอิทธิพลแห่งนี้ การปลุกปั่นกระแสต่อต้านอย่างต่อเนื่องทำให้หลายคนพุ่งเป้าไปยังนักแสดงนำ Rachel Zegler และลงความเห็นตรงกันว่า Snow White ยุคโมเดิร์นอาจจะไม่ต้องการเจ้าชายขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยเหลือเธอ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทีมกอบกู้หายนะทางการประชาสัมพันธ์มาสร้างจุดเปลี่ยนให้ผู้คนมองนางเอกและหนังเรื่องนี้ในแง่ดีขึ้น แต่การสร้างรายได้แบบหืดขึ้นคอท่ามกลางเสียงก่นด่าจากแฟนหนังทำให้เชื่อกันว่า แม้ Disney จะว่าจ้าง PR firm ขั้นเทพก็ไม่อาจแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นไปกว่านี้ได้
อุปสรรคที่เกิดขึ้นกับหนัง Snow White จะเป็นกรณีตัวอย่างของวลี Go woke, go broke จริงหรือไม่ ลองมาติดตามได้เลยค่ะ
อุปสรรคที่เกิดขึ้นกับหนัง Snow White จะเป็นกรณีตัวอย่างของวลี Go woke, go broke จริงหรือไม่ ลองมาติดตามได้เลยค่ะ
ในขณะที่รายได้เปิดตัวของ Snow Whte ทำให้กลุ่มต่อต้านหนัง woke ได้ฉลองชัยไว้ล่วงหน้า สารพัดไวรัลโจมตีเรื่องพฤติกรรมที่สร้างข้อถกเถียงของ Rachel ก็ทำให้มีผู้เปิดประเด็นวิเคราะห์ทัศนคติของคนรุ่นใหม่ที่ใช้หลัก freedom of speech วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่พวกเค้าไม่เห็นด้วยโดยที่ไม่หวาดหวั่นต่อกระแสตีกลับจากสังคมรอบข้าง ซึ่งการแสดงความเห็นแบบขวานผ่าซากโดยขาดความระมัดระวังต่อผลกระทบที่จะตามมาอาจจะสร้างความเสียหายร้าวลึกเกินคาดคิด
เมื่อปีที่แล้ว Rachel ได้เปิดเผยกับ Cosmopolitan ว่า ชาวเน็ทพยายาม cancel เธอ นั่นเป็นเพราะเธอมีผิวสีน้ำตาลแล้วสามารถคว้าบท Snow White เธอยังถูกคุกคามจากกลุ่มคนที่โผล่มายังที่อพาร์ทเมนท์ของเธอแล้วตะโกนคำหยาบคายใส่ ส่งผลให้เธอต้องหลบซ่อนตัวระยะหนึ่ง
เมื่อปีที่แล้ว Rachel ได้เปิดเผยกับ Cosmopolitan ว่า ชาวเน็ทพยายาม cancel เธอ นั่นเป็นเพราะเธอมีผิวสีน้ำตาลแล้วสามารถคว้าบท Snow White เธอยังถูกคุกคามจากกลุ่มคนที่โผล่มายังที่อพาร์ทเมนท์ของเธอแล้วตะโกนคำหยาบคายใส่ ส่งผลให้เธอต้องหลบซ่อนตัวระยะหนึ่ง
reaction ล่าสุดจากลูกชายโพรดิวเซอร์ Snow White 'หนังเสี่ยงไปไม่ถึงดวงดาวเพราะความไร้วุฒิภาวะนางเอก'
ชาวเน็ทที่สนับสนุนการแสดงความเห็นด้วยหลัก free speech รายหนึ่งได้ส่งคอมเมนท์ตำหนิ-คาดคั้นถาม Jonah Platt ลูกชายของ Marc Platt โพรดิวเซอร์ที่ร่วมกุมบังเหียนในการสร้างหนัง Snow White ถึงประเด็นโพรดิวเซอร์พยายามเจรจากับ Rachel ให้เรื่องการแสดงความเห็นต่อสาธารณชนอย่างรอบคอบ
"พ่อของคุณถึงกับบินตรงไป NYC เพื่อต่อว่าต่อขานนางเอกสาวอายุน้อยเลยเหรอ? จะพูดอะไรเกี่ยวกับประเด็นนี้บ้างมั้ย? เพราะมันเป็นเรื่องน่าขนลุกชะมัดและไม่จำเป็นต้องทำกันแบบนี้สักหน่อย คนเรามีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นไม่ใช่รึไง? พ่อของคุณนั้นช่างขายหน้าจริงๆ"
Jonah Platt เห็นข้อความดังกล่าวก็ไม่ฟาดฟันกลับไม่ยั้งว่า
"คุณอยากจะเปิดประเด็นนี้นักใช่มั้ย? ใช่ พ่อของผมรับหน้าที่โพรดิวเซอร์สร้างผลงานฟอร์มยักษ์ของ Disney ที่มีทุนสร้างเป็นนร้อยๆล้านดอลลาร์ เขาบอกลาครอบครัวเดินทางข้ามประเทศเพื่อตำหนิสาววัยยี่สิบที่ถูกว่าจ้างมาทำงานเพราะเธอลากเอาการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวทางการเมืองมาขัดขวางช่วงโพรโมทหนัง ทั้งๆที่เธอได้เซ็นสัญญามูลค่าหลายล้านทำข้อตกลงเรื่องการช่วยประชาสัมพันธ์หนังและได้รับค่าตอบแทนจากงานนี้"
"สิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นไม่ได้หมายความว่า ในขณะที่ยังได้รับการว่าจ้างจากองค์กรเอกชน คุณจะพูดจาเช่นใดก็ได้ตามใจต้องการโดยไม่คำนึงถึงผลสะท้อนกลับ ผู้คนจำนวนเป็นหมื่นร่วมทำงานเพื่อสร้างหนัง และเธอได้ช่วงชิงการสร้างกระแสสังคมไปด้วยจุดประสงค์อันไร้วุฒิภาวะ ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อเพื่อนร่วมงาน ทีมงานและผู้ใช้แรงงานที่ต้องขึ้นอยู่กับความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ ความหลงตัวเองไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องมาคอยพะเน้าพะนอตามใจหรือสนับสนุน"
"พ่อของคุณถึงกับบินตรงไป NYC เพื่อต่อว่าต่อขานนางเอกสาวอายุน้อยเลยเหรอ? จะพูดอะไรเกี่ยวกับประเด็นนี้บ้างมั้ย? เพราะมันเป็นเรื่องน่าขนลุกชะมัดและไม่จำเป็นต้องทำกันแบบนี้สักหน่อย คนเรามีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นไม่ใช่รึไง? พ่อของคุณนั้นช่างขายหน้าจริงๆ"
Jonah Platt เห็นข้อความดังกล่าวก็ไม่ฟาดฟันกลับไม่ยั้งว่า
"คุณอยากจะเปิดประเด็นนี้นักใช่มั้ย? ใช่ พ่อของผมรับหน้าที่โพรดิวเซอร์สร้างผลงานฟอร์มยักษ์ของ Disney ที่มีทุนสร้างเป็นนร้อยๆล้านดอลลาร์ เขาบอกลาครอบครัวเดินทางข้ามประเทศเพื่อตำหนิสาววัยยี่สิบที่ถูกว่าจ้างมาทำงานเพราะเธอลากเอาการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวทางการเมืองมาขัดขวางช่วงโพรโมทหนัง ทั้งๆที่เธอได้เซ็นสัญญามูลค่าหลายล้านทำข้อตกลงเรื่องการช่วยประชาสัมพันธ์หนังและได้รับค่าตอบแทนจากงานนี้"
"สิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นไม่ได้หมายความว่า ในขณะที่ยังได้รับการว่าจ้างจากองค์กรเอกชน คุณจะพูดจาเช่นใดก็ได้ตามใจต้องการโดยไม่คำนึงถึงผลสะท้อนกลับ ผู้คนจำนวนเป็นหมื่นร่วมทำงานเพื่อสร้างหนัง และเธอได้ช่วงชิงการสร้างกระแสสังคมไปด้วยจุดประสงค์อันไร้วุฒิภาวะ ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อเพื่อนร่วมงาน ทีมงานและผู้ใช้แรงงานที่ต้องขึ้นอยู่กับความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ ความหลงตัวเองไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องมาคอยพะเน้าพะนอตามใจหรือสนับสนุน"
แม้คอมเมนท์โต้ตอบจาก Jonah จะถูกลบไปแล้ว แต่ผู้ที่เก็บหลักฐานไว้ได้ส่งต่อใน social media จนกลายเป็นไวรัล อย่างโพสต์ของ Collin Rugg เจ้าของ trendingpoliticsnews.com ที่มียอดเข้าชมพุ่งไปเกิน 8.5 ล้านครั้ง และคอมเมนท์อีกหลายพันที่ถกเถียงว่า Snow White กำลังก้าวสู่ความล้มเหลวเพราะการแสดงความคิดเห็นของนางเอก หรือว่าเป็นสาเหตุอื่นที่ทำให้ผู้คนไม่เปิดใจให้กับหนัง live action เรื่องนี้
Marc Platt ฝากผลงานโพรดิวซ์หนังดังมาหลายเรื่อง ทั้งหนังทำเงินและหนังรางวัล เช่น Legally Blonde, La La Land, Aladdin, Cruella และ Wicked
Marc Platt ฝากผลงานโพรดิวซ์หนังดังมาหลายเรื่อง ทั้งหนังทำเงินและหนังรางวัล เช่น Legally Blonde, La La Land, Aladdin, Cruella และ Wicked
หลายคนยึดมั่นว่า การสวมบทบาทเจ้าหญิงแสนดีไม่ควรปรากฏอยู่ที่หน้าจอเท่านั้น
หลายคนน่าจะรับรู้มาก่อนแล้วว่า Rachel คือดาวรุ่งเปี่ยมพรสวรรค์ที่ Steven Spielberg ได้ส่งคำแนะนำรับรองเรื่องความสามารถของเธอไปถึงผู้กำกับ Snow White เมื่อพูดถึงเรื่องการขับร้องและออร่าที่เปล่งประกายในการแสดง เธอน่าจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในการออดิชั่นบท musical อย่างไรก็ตาม ภาพลักษณ์ของนางเอกผู้รับบทเจ้าหญิง Disney ก็ไม่ได้แตกต่างจากบรรดานักแสดงซูเปอร์ฮีโร่จากค่ายหนังยักษ์ใหญ่ ผู้คนในสังคมคาดหวังให้นักแสดงกลุ่มนี้นำเสนอตัวตนอันดีงาม แสดงออกอย่างอ่อนโยน ถ่อมเนื้อถ่อมตัวไม่ข่มคนอื่น และมีความสามารถที่จะเข้าถึงใจผู้คนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะแฟนๆวัยเยาว์ที่มองพวกเค้าอย่างชื่นชมบูชา
แต่ชาวเน็ทจำนวนมากกลับมองว่า Rachel ขาดคุณสมบัติในอุดมคตินี้ไป หากเธอเป็นนักแสดงหรือศิลปินคนอื่นที่ไม่ได้รับเลือกให้รับบทเจ้าหญิงในผลงานสุด classic ก็อาจจะใช้หลัก freedom of speech ได้ตามสะดวกโดยไม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันหนักหน่วง แต่เพราะเธอกำลังพิสูจน์ตัวเองจากบท Snow White ผู้แสนดี การใช้คำพูดในประเด็นเปราะบางอย่างไม่ระมัดระวังในชีวิตจริงอาจจะทำให้ผู้ชมไม่สามารถทำใจเพลิดเพลินไปกับการแสดงของเธอไปเลย
แต่ชาวเน็ทจำนวนมากกลับมองว่า Rachel ขาดคุณสมบัติในอุดมคตินี้ไป หากเธอเป็นนักแสดงหรือศิลปินคนอื่นที่ไม่ได้รับเลือกให้รับบทเจ้าหญิงในผลงานสุด classic ก็อาจจะใช้หลัก freedom of speech ได้ตามสะดวกโดยไม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันหนักหน่วง แต่เพราะเธอกำลังพิสูจน์ตัวเองจากบท Snow White ผู้แสนดี การใช้คำพูดในประเด็นเปราะบางอย่างไม่ระมัดระวังในชีวิตจริงอาจจะทำให้ผู้ชมไม่สามารถทำใจเพลิดเพลินไปกับการแสดงของเธอไปเลย
แต่การแสดงความคิดเห็นในแง่ลบต่อ animation ต้นฉบับของ Rachel ได้สร้างความโกรธเคืองให้กับแฟนๆ ถึงขั้นที่มีผู้สาปส่ง Disney ให้เตรียมใจรับความพินาศครั้งใหญ่ เพราะการเริ่มต้นด้วยการเลือกนางเอกที่แสดงออกถึงความรังเกียจหนังต้นฉบับอย่างเปิดเผยนั้นถือเป็นความผิดพลาดที่ยากจะเยียวยา พวกเค้าเห็นพ้องต้องกันว่า Rachel สามารถเชิดชูบทเจ้าหญิง Snow White แห่งยุคโมเดิร์นโดยไม่จำเป็นต้องเหยียบย่ำผลงานดั้งเดิมที่มีเสน่ห์สุด classic ตราตรึงอยู่ในความทรงจำผู้คนมากมาย
เมื่อเปรียบเทียบ Snow White เวอร์ชั่นอื่นๆ การตีความเจ้าหญิงแบบใหม่ที่โดดเด่นด้วยความกล้าหาญและมีความเป็นผู้นำนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หรือแม้แต่ผลงานอื่นๆที่คัดเลือกนักแสดงแบบไม่จำกัดเรื่องเชื้อชาติสีผิวให้ตรงตามต้นฉบับก็เคยสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมมาแล้ว
(Disney เคยสร้างความฮือฮาจากนำเสนอหนัง Cinderella ผิวดำที่พบรักกับเจ้าชายเชื้อสาย Filipino และมันกลายเป็นหนังครอบครัวยอดนิยมที่สร้างกำไรให้กับ Disney จากการออนแอร์ทาง TV)
ชาวเน็ทชี้ว่า นางเอกชื่อดังอย่าง Kristen Stewart, Lily Collins และ Ginnifer Goodwin ที่เคยสวมบทบาท Snow White ต่างก็พยายามโพรโมทผลงานของพวกเธอโดยไม่ต้องเปรียบเทียบว่า บทเจ้าหญิงเวอร์ชั่นตีความใหม่ของพวกเธอนั้นล้ำกว่าหนัง animation ปี 1937 เช่นไร แม้ Rachel จะไม่ได้ให้สัมภาษณ์โจมตีหนังต้นฉบับย้ำอีก แต่หลายคนก็ได้มองเธออย่างติดลบอย่างยากจะเปลี่ยนใจไปแล้ว
เมื่อเปรียบเทียบ Snow White เวอร์ชั่นอื่นๆ การตีความเจ้าหญิงแบบใหม่ที่โดดเด่นด้วยความกล้าหาญและมีความเป็นผู้นำนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หรือแม้แต่ผลงานอื่นๆที่คัดเลือกนักแสดงแบบไม่จำกัดเรื่องเชื้อชาติสีผิวให้ตรงตามต้นฉบับก็เคยสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมมาแล้ว
(Disney เคยสร้างความฮือฮาจากนำเสนอหนัง Cinderella ผิวดำที่พบรักกับเจ้าชายเชื้อสาย Filipino และมันกลายเป็นหนังครอบครัวยอดนิยมที่สร้างกำไรให้กับ Disney จากการออนแอร์ทาง TV)
ชาวเน็ทชี้ว่า นางเอกชื่อดังอย่าง Kristen Stewart, Lily Collins และ Ginnifer Goodwin ที่เคยสวมบทบาท Snow White ต่างก็พยายามโพรโมทผลงานของพวกเธอโดยไม่ต้องเปรียบเทียบว่า บทเจ้าหญิงเวอร์ชั่นตีความใหม่ของพวกเธอนั้นล้ำกว่าหนัง animation ปี 1937 เช่นไร แม้ Rachel จะไม่ได้ให้สัมภาษณ์โจมตีหนังต้นฉบับย้ำอีก แต่หลายคนก็ได้มองเธออย่างติดลบอย่างยากจะเปลี่ยนใจไปแล้ว
เมื่อแฟนๆ คาดหวังกับผลงาน live action ไว้สูงลิบลิ่ว ก็ยิิ่งปรารถนาจะเห็นตัวตนของนางเอกในชีวิตจริงที่สอดคล้องกับบทบาทในจอ โดยเฉพาะที่หัวใจของหนัง Snow White ปี 2025 ได้โฟกัสเรื่องการปฏิบัติต่อคนรอบข้างด้วยความเมตตาโดยไม่แบ่งแยก
แต่เมื่อ Rachel แสดงจุดยืนเรื่องอุดมการณ์ทางเมืองที่เป็นประเด็นอ่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องให้ปลดปล่อย Palestine ทั้งยังประกาศโจมตีประธานาธิบดี Trump ด้วยคำหยาบคายและสาปส่งกลุ่มผู้สนับสนุน Trump ไม่ให้มีวันพบกับความสุขสงบ กระแสต่อต้านเธอจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมก็ทวีความรุนแรง แม้ว่าเธอจะรีบประกาศขอโทษที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความรู้สึกผิดชอบชั่วดี แต่หลายฝ่ายก็เชื่อว่า นี่เป็นการแสดงออกเพื่อสร้างความแตกแยกตรงข้ามกับ Snow White ผู้อ่อนโยนและมุ่งมั่นที่จะสร้างความสมานฉันท์ในสังคม
ภาพและคลิปโพรโมทที่ Rachel โพสต์โพรโมทหนังไว้บน Instagram ถูกปั่นป่วนด้วยข้อความเยาะเย้ยถางจำนวนมากมาย รวมถึงการแชร์ภาพตัวเธอในวัยเยาว์ในขณะสวมใส่ costume เจ้าหญิง Snow White ซึ่งทำให้หลายคนคาดคั้นเธอว่า เพราะต้องแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากที่เธอเคยโจมตี animation ปี 1937 จึงต้องกลับลำสุดตัว ทั้งยังฟันธงว่า นี่คือความพยายามพลิกวิกฤติที่สูญเปล่า เนื่องจากผู้ชมฝังใจกับภาพลักษณ์นางเอกปากกล้าที่ไม่หวั่นเกรงต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งอคติกับเธอไปแล้ว
เมื่อเธอหันมาเปลี่ยนท่าทีระหว่างโพรโมทหนังว่า การคว้าโอกาสสวมบทเจ้าหญิง Snow White ในเวอร์ชั่นคนมีชีวิตนั้นนับเป็นเกียรติยศอย่างสูง และอธิบายว่า ผลงานเรื่องนี้เป็นการเชื่อมโยงความ classic เข้ากับยุคโมเดิร์น แต่กลุ่มแอนตี้ก็ปิดใจแน่นหนา ไม่ยอมรับฟังเธอแต่อย่างใด หลังจากหนังเปิดตัว ชาวเน็ทจากหลายประเทศก็แชร์ภาพบรรยากาศว่างเปล่าวังเวงในโรงหนังและภาพหน้าจอจากแอพจองที่นั่งชมที่เหลือเต็มไปหมด ถึงขนาดมีผู้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า ผู้ที่ตีตั๋วเข้าไปชมคือ haters ที่ต้องการยืนยันความเชื่อมั่นของตัวเอง
สื่อปล่อยข่าวโจมตี
หลายคนคาดการณ์ด้วยความมั่นใจว่า Snow White จะไม่มีทางเป็นหนังทำเงินทาง Box Office และมันจะกลายเป็นเครื่องตอกย้ำให้ Disney 'ตื่นรู้' จากความพยายามเปลี่ยนแปลงผลงานในดวงใจแฟนๆจนทำให้รู้สึกถูกยัดเยียด พวกเค้ายังชี้ว่า บริษัทสร้างหนังยักษ์ใหญ่มีโอกาสมากมายในการแก้ไขสถานการณ์ แต่บรรดาผู้บริหารกลับไม่ประสบผลในการเจรจากับนางเอกดาวรุ่งถึงแนวทางการแสดงความคิดเห็นเพื่อเลี่ยงดราม่า แต่ปล่อยให้เกิดเรื่องซ้ำจนกลายเป็นระเบิิดเวลาทำลายตัวเอง
สื่อดังอย่าง Variety, New York Times และ Page Six ที่รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้บริหาร Disney ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าเพราะไม่สามารถจัดการความปากกล้าของนางเอกหนัง remake ฟอร์มยักษ์ได้ แม้จะพยายามจะเรียกเธอและทีม management มาหารือแบบตัวต่อตัวเพื่อเตือนเธอให้ระมัดระวังในการแสดงความเห็นทางการเมือง แต่เธอไม่ยินยอมรับฟังและไม่ลบโพสต์ที่สร้างความขัดแย้งออกไป
สื่อดังอย่าง Variety, New York Times และ Page Six ที่รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้บริหาร Disney ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าเพราะไม่สามารถจัดการความปากกล้าของนางเอกหนัง remake ฟอร์มยักษ์ได้ แม้จะพยายามจะเรียกเธอและทีม management มาหารือแบบตัวต่อตัวเพื่อเตือนเธอให้ระมัดระวังในการแสดงความเห็นทางการเมือง แต่เธอไม่ยินยอมรับฟังและไม่ลบโพสต์ที่สร้างความขัดแย้งออกไป
สื่อรายงานว่า พลังแอนตี้ที่รุนแรงก็ทำให้ผู้บริหารตัดสินใจปรับลดขนาดงานฉายหนังรอบปฐมทัศน์ในยุโรป จากตอนแรกที่วางแผนอัดฉีดงบประมาณงานพรมแดงไม่ต่างจากหนัง live action เรื่องอื่นๆ แต่ก็ต้องจำกัดสื่อที่สามารถเข้าร่วมงานนี้จนบรรยากาศของงานดูเงียบลงไป เชื่อกันว่า Disney จำเป็นต้องเลือกวิธีนี้เพื่อป้องกันไม่ให้สื่อตั้งคำถามบางอย่างที่อาจจะทำให้นางเอกแสดงความเห็นขัดใจชาวเน็ทอีกครั้ง
ผู้ยืนยันเรื่องนี้คือ Martin Klebba นักแสดงที่ให้เสียงเป็น Grumpy เขาได้เปิดเผยความผิดหวังกับ The Hollywood Reporter ว่า จะไม่มีการจัดงานพรมแดงโพรโมทหนัง มีเพียงแต่การจัดงานเลี้ยงและร่วมชมหนังรอบปฐมทัศน์เท่านั้น ไม่ใช่งานยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีหนังที่ remake จาก animation เรื่องแรกของ Disney นั่นเป็นเพราะคนใหญ่คนโตหวาดหวั่นถึงแรงโจมตีรุนแรงจากกลุ่มคนที่เห็นต่าง เขายังเน้นชัดกับสื่อดังว่า การเปลี่ยนแปลงงานพรีเมียร์กะทันหันนั้นมาจากข้อโต้แย้งที่เกี่ยวกับ Rachel เพียงแต่เขาไม่ได้รับคำอธิบายถึงต้นเหตุอย่างชัดเจน
นี่เป็นเหตุการณ์ที่แทบไม่ได้พบเห็นในการโพรโมทหนัง live action ของ Disney มาก่อน โดยเฉพาะนางเอกที่รับบทเป็นเจ้าหญิง Disney ต่างก็มีโมเมนท์อันตระการตาบนพรมแดงพรีเมียร์ ตอบคำถามนักข่าวได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องขีดเส้นปิดกั้นการเข้าถึงของสื่อ แม้แต่ Halle Bailey ที่เคยผจญกับดราม่าความเหมาะสมในการรับบทเจ้าหญิงเงือกน้อย รวมถึงนางเอกเจ้าหญิง live action คนอื่นๆ ก็ไม่ได้ตกเป็นเป้าจ้องจับผิดจากสื่อบันเทิงถึงเพียงนี้
ผู้ยืนยันเรื่องนี้คือ Martin Klebba นักแสดงที่ให้เสียงเป็น Grumpy เขาได้เปิดเผยความผิดหวังกับ The Hollywood Reporter ว่า จะไม่มีการจัดงานพรมแดงโพรโมทหนัง มีเพียงแต่การจัดงานเลี้ยงและร่วมชมหนังรอบปฐมทัศน์เท่านั้น ไม่ใช่งานยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีหนังที่ remake จาก animation เรื่องแรกของ Disney นั่นเป็นเพราะคนใหญ่คนโตหวาดหวั่นถึงแรงโจมตีรุนแรงจากกลุ่มคนที่เห็นต่าง เขายังเน้นชัดกับสื่อดังว่า การเปลี่ยนแปลงงานพรีเมียร์กะทันหันนั้นมาจากข้อโต้แย้งที่เกี่ยวกับ Rachel เพียงแต่เขาไม่ได้รับคำอธิบายถึงต้นเหตุอย่างชัดเจน
นี่เป็นเหตุการณ์ที่แทบไม่ได้พบเห็นในการโพรโมทหนัง live action ของ Disney มาก่อน โดยเฉพาะนางเอกที่รับบทเป็นเจ้าหญิง Disney ต่างก็มีโมเมนท์อันตระการตาบนพรมแดงพรีเมียร์ ตอบคำถามนักข่าวได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องขีดเส้นปิดกั้นการเข้าถึงของสื่อ แม้แต่ Halle Bailey ที่เคยผจญกับดราม่าความเหมาะสมในการรับบทเจ้าหญิงเงือกน้อย รวมถึงนางเอกเจ้าหญิง live action คนอื่นๆ ก็ไม่ได้ตกเป็นเป้าจ้องจับผิดจากสื่อบันเทิงถึงเพียงนี้
หนัง live action สร้างพลังบวกที่ถูกลากไปผูกติดกับความขัดแย้งทางการเมือง
การประชันบทบาทระหว่าง Rachel Zesgler และ Gal Gadot สร้างข้อถกเถียงว่า ที่จริงแล้ว ฝีมือการแสดงของฝ่ายใดกันแน่ที่เป็นจุดอ่อนของ live action เรื่องนี้? แล้วไหนจะยังมีข่าวลือแพร่สะพัดว่า จุดยืนทางการเมืองต่างขั้วเป็นสาเหตุข้อพิพาทของนักแสดงนำหญิงทั้งสอง แทนที่ Disney จะประสบความสำเร็จในการปั้นนางเอกดาวรุ่งสาย musical และใช้ความโด่งดังของนางร้ายโฉมงามเพื่อดึงดูดผู้ชม แต่สิ่งที่สร้างเสียงโจษจันคือเรื่องความคิดเห็นทางการเมืองอันแตกต่างของสองฝ่าย
ฝ่ายกลุ่มอนุรักษ์นิยมใน USA ยืนยันว่า Disney ได้เสียโอกาสที่จะดึงดูดกลุ่มผู้ลงคะแนนให้ Trump จ่ายเงินค่าตั๋วพาบุตรหลานไปชม Snow White เนื่องจากความแค้นเคืองที่นางเอกเคยโพสต์กราดเกรี้ยวใส่พวกเค้า แต่ในทางกลับกัน องค์กรต่อต้านอิสราเอลในแถบอาหรับพยายามเคลื่อนไหวเพื่อ boycott หนังเรื่องนี้เพราะไม่ต้องการสนับสนุนนางเอกชาวอิสราเอล
ความโกลาหลที่เกิดขึ้นได้สร้างความค้างคาใจถึงการตระเตรียมกลยุทธ์โพรโมทของ Disney เพราะไม่เพียงแต่ Snow White จะถูกโจมตีในประเด็น casting ขัดใจผู้คน การแสดงอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเลือกข้างของนางเอกทั้งสองทำให้ผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามพยายาม cancel ผลงานของพวกเธอ เรียกได้ว่า ต้องเจอแรงต่อต้านแบบคูณสองนั่นเอง
ฝ่ายกลุ่มอนุรักษ์นิยมใน USA ยืนยันว่า Disney ได้เสียโอกาสที่จะดึงดูดกลุ่มผู้ลงคะแนนให้ Trump จ่ายเงินค่าตั๋วพาบุตรหลานไปชม Snow White เนื่องจากความแค้นเคืองที่นางเอกเคยโพสต์กราดเกรี้ยวใส่พวกเค้า แต่ในทางกลับกัน องค์กรต่อต้านอิสราเอลในแถบอาหรับพยายามเคลื่อนไหวเพื่อ boycott หนังเรื่องนี้เพราะไม่ต้องการสนับสนุนนางเอกชาวอิสราเอล
ความโกลาหลที่เกิดขึ้นได้สร้างความค้างคาใจถึงการตระเตรียมกลยุทธ์โพรโมทของ Disney เพราะไม่เพียงแต่ Snow White จะถูกโจมตีในประเด็น casting ขัดใจผู้คน การแสดงอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเลือกข้างของนางเอกทั้งสองทำให้ผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามพยายาม cancel ผลงานของพวกเธอ เรียกได้ว่า ต้องเจอแรงต่อต้านแบบคูณสองนั่นเอง
คุณภาพของหนังที่หลายคนยืนยันว่าน่าผิดหวัง
ในขณะที่แทบลอยด์ร่วมประโคมข่าวว่า ความ woke เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ชมไม่ยอมรับ Snow White ยุค 2025 แต่ยังมีคนที่มองถึงองค์ประกอบส่วนอื่นที่ส่อแววล่มมาตั้งแต่ช่วงถ่ายทำ จุดใหญ่คือการถอดตัวละครคนแคระทั้ง 7 แล้วแทนที่ด้วยตัวละครใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงแนวคิดเหมารวมที่ปรากฏในหนังต้นฉบับ แต่ต้องพบกับความไม่พอใจจากแฟนๆหนัง รวมถึงสื่อดังที่วิจารณ์ประเด็นนี้อย่างเผ็ดร้อน ในที่สุด Disney ก็เปิดเผยภาพโพรโมทที่สร้างคนแคระด้วย CGI เมื่ออุปสรรคต่างๆประดังประเดเข้ามา ก็อาจจะทำให้งบประมาณสร้างหนังบานปลายแซงหน้า live action เรื่องอื่นๆ
ถึงแม้นักวิจารณ์สำนักต่างๆจะชื่นชมเรื่องการฝีมือของ Rachel และมีรีวิวดีถึงขั้นยกย่องให้ Snow White เป็น live cation ที่ดีที่สุดของ Disney ในรอบหลายปี แต่ผู้ชมอีกหลายคนกลับเห็นแย้งไปอีกทาง โดยเฉพาะการปูเส้นทางโพรโมทไว้ว่า นี่คือ Snow White ที่ประยุกต์เข้ากับโลกโมเดิร์น ลบภาพลักษณ์เดิมๆของเจ้าหญิงที่ฝันใฝ่ถึงความรักและเฝ้ารอการช่วยเหลือของเจ้าชาย แล้วเปลี่ยนเป็นหญิงสาวที่มุ่งมั่นสร้างความเป็นผู้นำเพื่อต่อกรกับความอยุติธรรม แต่ช่องโหว่ของบทหนังทำให้ความสนุกพร่องลงไปจนน่าใจหาย ทั้งเรื่อง costume, visual หรือเทคนิคถ่ายทำตระการตาที่ Disney ได้สร้างชื่อเสียงมายาวนานกลับกลายมาเป็นจุดอ่อนของผลงาน สร้างความสับสนว่า นี่คือคุณภาพของหนังฟอร์มยักษ์ที่ทุ่มเงินสร้างถึง 270 ล้านดอลลาร์จริงหรือ?
ถึงแม้นักวิจารณ์สำนักต่างๆจะชื่นชมเรื่องการฝีมือของ Rachel และมีรีวิวดีถึงขั้นยกย่องให้ Snow White เป็น live cation ที่ดีที่สุดของ Disney ในรอบหลายปี แต่ผู้ชมอีกหลายคนกลับเห็นแย้งไปอีกทาง โดยเฉพาะการปูเส้นทางโพรโมทไว้ว่า นี่คือ Snow White ที่ประยุกต์เข้ากับโลกโมเดิร์น ลบภาพลักษณ์เดิมๆของเจ้าหญิงที่ฝันใฝ่ถึงความรักและเฝ้ารอการช่วยเหลือของเจ้าชาย แล้วเปลี่ยนเป็นหญิงสาวที่มุ่งมั่นสร้างความเป็นผู้นำเพื่อต่อกรกับความอยุติธรรม แต่ช่องโหว่ของบทหนังทำให้ความสนุกพร่องลงไปจนน่าใจหาย ทั้งเรื่อง costume, visual หรือเทคนิคถ่ายทำตระการตาที่ Disney ได้สร้างชื่อเสียงมายาวนานกลับกลายมาเป็นจุดอ่อนของผลงาน สร้างความสับสนว่า นี่คือคุณภาพของหนังฟอร์มยักษ์ที่ทุ่มเงินสร้างถึง 270 ล้านดอลลาร์จริงหรือ?
ความ woke คือแอปเปิลอาบยาพิษของหนัง Snow White จริงหรือไม่?
Disney เคยผ่านประสบการณ์สร้างหนังขาดทุนมาแล้วหลายเรื่อง บางเรื่องนั้นแทบจะถูกลืมเลือนไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ไม่มีครั้งใดที่เกิดกระแสแอนตี้หนักหน่วงต่อเนื่องถึงเพียงนี้...
Disney เคยผ่านประสบการณ์สร้างหนังขาดทุนมาแล้วหลายเรื่อง บางเรื่องนั้นแทบจะถูกลืมเลือนไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ไม่มีครั้งใดที่เกิดกระแสแอนตี้หนักหน่วงต่อเนื่องถึงเพียงนี้...
Comment
เขียนความเห็นได้เลยจ้า..
Recent comments ความคิดเห็นล่าสุด