[Review] ผิวหน้าที่ดีมีได้ไม่ยาก ถ้ารักษาให้ถูกที่ถูกทาง *รีวิวละเอียดยิบ*

จุดประสงค์ในการรีวิวครั้งนี้ คือ เพื่อต้องการให้ข้อมูลในฐานะผู้บริโภคจริงๆ ไม่มีสปอนเซอร์ และเผื่อใครแวะผ่านมาหรือกำลังหาข้อมูลอยู่ก็สามารถนำไปประกอบการตัดสินใจค่ะ

ปัญหาผิวหน้า: หน้ามันบริเวณ T-zone จึงทำให้เกิดสิว โดยเฉพาะสิวหัวช้างที่ขึ้นเป็นประจำก่อนมีประจำเดือน และรูขุมขนเริ่มกว้างขึ้น

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิว: พักผ่อนไม่เป็นเวลา นอนดึก ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ไม่ค่อยทานผักผลไม้ตามหลักโภชนาการ ที่สำคัญส่วนตัวคิดว่า มีปัญหาบริเวณท้องน้อยจะปวดมากเวลามีประจำเดือน จึงอาจเป็นอีกปัจจัยค่ะ

ประสบการณ์การรักษาสิวในอดีต

ในช่วงวัยมัธยมเคยไปรักษาสิวไม่เกิน 3 ครั้ง มีสิวผดขึ้นเล็กน้อย หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าไม่รักษาก็หายเองได้ สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าคลีนิครักษาอีกเลย ถัดไปเป็นช่วงมหาลัยสภาพผิวก็ยังคงไม่ต่างจากเดิม จนกระทั่งช่วงประมาณปี3-4 ปัญหาผิวหน้าเริ่มมามากขึ้นกว่าแต่ก่อน เลยตัดสินใจไปรักษาที่คลีนิคอีกครั้ง(เปลี่ยนที่จากครั้งแรก) ซึ่งทางคลีนิคเคลมว่า การรักษาด้วย Magenta light จะช่วยป้องกันการเกิดสิวในอนาคตได้ และป้องกันได้ประมาณ 6 เดือน ด้วยความที่สิวเริ่มขึ้นที่เดิมซ้ำๆ สภาพผิวเริ่มแย่เลยตัดสินใจซื้อ 1 คอร์สเริ่มต้น ราคาอยู่หลักพันกลางๆ ตอนนั้นยังไม่ได้ทำงานหาเงินเอง ส่วนตัวเลยมองว่าราคาสูงนิดนึง แต่ก็ยังพอรับไหว

เมื่อพูดถึงคอร์สรักษาสิวก็เหมือนทั่วๆไปเลยค่ะ 1.พบแพทย์ 2.กดสิว/ฉีดสิว 3.มาร์สหน้า 4.ทาครีม 5.ฉายแสง ML 6.เอายากลับไปทาที่บ้าน (เท่าที่จำได้ประมาณนี้ ถ้าข้อมูลผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยค่ะ) วนลูบนี้จนจบคอร์สการรักษา ผลที่ได้คือ เหมือนเดิมค่ะ สำหรับคนอื่นอาจได้ผลดี(รึเปล่าไม่แน่ใจ) แต่ส่วนตัวเราไม่ทานยารักษาสิวเลย เมื่อหมดคอร์สจากคลีนิคแล้วสิวก็ยังไม่หาย เราก็เลยหาวิธีรักษาด้วยตัวเอง แต่ยังคงมีไปกดสิวบ้าง เพื่อเอาสิ่งสกปรกออก

ประสบการณ์การรักษาสิวในปัจจุบัน(ล่าสุด)

พอเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน บวกกับอายุที่เพิ่มขึ้น การดูแลตัวเองน้อยลง สิวก็ยังมีเหมือนเดิม และน่าจะเพิ่มขึ้นด้วย ถ้าเทียบกับแต่ก่อนจะมีสิวหัวช้างขึ้น 1 เม็ดใหญ่ก่อนมีประจำเดือน จากนั้นก็ค่อยๆยุบลงไปเอง แน่นอนเราก็ทนไม่ได้ต้องไปกดสิวซึ่งบางครั้ง พนง.บางคนก็กดออกไม่หมด แล้วเราก็ปฏิเสธในฉีดสิวนับตั้งแต่หมดคอร์ส เมื่อเกิดการสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนช่วงหลังมานี้ สิวหัวช้างขึ้นรวมๆกันใกล้ๆ 2-3 เม็ด คิดดูว่าใหญ่มากจนคนมองไม่ออกเลย 5555 เหมือนมันเป็นภูเขาทรงป้านอะ พอนึกออกไหมคะ? พอให้จับทีนี่ขนลุกกันเลยทีเดียว บางครั้งไม่มีเวลาไปกดสิวก็กดเองด้วยหล่ะ(อันนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี) แต่มันทนไม่ได้จริงๆ คือมันไม่มีหัวสิวขึ้น แต่มันอักเสบจนบวมเป็นก้อนใหญ่ที่ข้างในมีหลายเม็ดรวมกัน เวลาบีบออกมาก็จะเป็นน้ำสีเหลืองๆ นั่งซับนั่งบีบได้เป็นชั่วโมง ก็ยังออกไม่หมด ชุ่มจนเกือบจะเต็มสำลีแหนะ

ระยะหลังเริ่มแต่งหน้าน้อยลง ครีมก็ไม่ค่อยได้ทา ไม่มีความสม่ำเสมอ พอปัญหามันถูกพอกไปเรื่อยๆ จนทุกคนเริ่มทักว่า 'หน้าสิว' ถึงขนาดแนะนำและจะพาไปรักษา เราเองก็เริ่มทนไม่ไหวกับหน้าตัวเอง จึงเริ่มทำการหาข้อมูลอย่างจริงจัง ไม่เอาแล้วรักษาเองใช้เวลานานเกินไปแล้ว ก็พยายามหาคลีนิคที่สามารถรักษาปัญหาสิวได้แบบเห็นผล และรวดเร็ว จนมาเจอกับ The demis clinic ที่มีเครื่อง isolaz เพราะเจ้าเครื่องนี้เลยเราจึงตัดสินใจมารักษา ไม่ใช่อ่านที่รีวิวกันมา หรือดูข้อมูลจากคลีนิคอย่างเดียว ด้วยความที่ราคาต่อครั้งหรือจะซื้อคอร์สที่แพงมากกกกสำหรับเรา แม้ตอนนี้จะทำงานหาเงินเองได้แล้ว แต่ก็รู้สึกแพง จะผ่อนก็ยังแพง แต่เมื่อดูแล้วมันไม่มีที่ไหนมีเครื่องนี้เลย ก็เลยลองเข้าไปปรึกษาที่คลีนิคก่อน หลังจากได้ข้อมูลมาพร้อมราคา ก็กลับมาทำการบ้านอีกประมาณ 1 อาทิตย์ สุดท้ายก็เอาหล่ะ เป็นไงเป็นกัน เชิญชมวิวัฒนาการของสภาพผิวได้ตามนี้เลยค่ะ

***ช่วงเวลาถ่ายภาพแตกต่างกันจึงอาจทำให้สีผิวต่างกันนะคะ***

หลังจากได้พบคุณหมอ คุณหมอก็แนะนำให้ทำ isolaz เฉพาะจุด + vbeam ทั่วหน้า + มาร์สหน้า + ทายาที่มีอยู่ต่อไป(benzac, clindaM, Differin ที่รักษาเองนั่นแหละ) โดยขั้นตอนของที่นี่คือ 1.พบแพทย์ 2.กดสิวโดยพนง. 3.เลเซอร์ isolaz โดยแพทย์ 4.เลเซอร์ vbeam โดยแพทย์ 5.มาร์สหน้าโดยพนง ทั้งนี้คุณหมอก็แจ้งไว้ตั้งแต่แรกเรื่องระยะเวลาการรักษาว่า โดยปกติทั่วไปจะต้องเข้ารับการรักษาอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 3-5 ครั้ง หลังจากนั้นก็ follow up เป็น 2อาทิตย์ครั้ง

การรักษาของเราเริ่มต้นวันที่ 6 มีนาคม 2559 ตามภาพ

ครั้งที่ 2 วันที่ 13 มีนาคม 2559 ตามภาพ

ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าสิวดีขึ้น การอักเสบลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากปกติต้องขึ้นตุ่มใหญ่ก็มีขนาดเล็กลง สิวผดลดลง และเมื่อได้พบคุณหมอครั้งที่ 2 คุณหมอก็เช็คจากภาพที่คลีนิคถ่ายไว้เป็น record แล้วก็มาจับดูบริเวณคางของเรา ก็แจ้งว่าอาการดีขึ้น หมอยินดีด้วยนะครับ นี่หายแล้ว เจอกันอีกทีอีก 2 อาทิตย์ถัดไปครับ จังหวะนั้นจะดีใจก็ดีใจ จะงงก็งง คือเห็นๆอยู่ว่ามันจะมีรอยสงครามอยู่เลย ไม่ถึงกับเรียกว่าหาย แล้วทำไมหมอถึงบอกหายแล้วหล่ะ? (นี่คิดในใจ ไม่ได้บอกหมอ) ครั้งนี้คุณหมอให้ยารักษาสิวมาทาน 1 ตัวเป็นเวลา 2 วัน และทานวิตามินบำรุงผิวของทางคลีนิค

หลังจากเลเซอร์ครั้งที่ 2 ผ่านไป รอยแดงรอยดำลดลงชัดเจน แน่นอนถ้าไม่เลเซอร์ก็คงไม่ดีขึ้นเร็วขนาดนี้ แต่ส่วนตัวแล้วค่อนข้างพอใจเอาไป 8/10 ค่ะ

หากใครต้องการอ่านรีวิวแบบละเอียดยิบที่รักษากับ The demis clinic เพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูที่ my blog นะคะ เนื่องจากรีวิวนี้ไม่มีเจตจาในการขายสินค้า ดิสเครดิต หรือเป็นหน้าม้าแต่อย่างใด หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (0)